แบคฮยอนนั่งดูยุนอาขัดขืนการ์ดของมฤคราชอย่างหน้าสมเพช พอทำแผลเสร็จฟ่านปิงก็เดินออกไปทันที
ชานยอลอุ้มแบคฮยอนขึ้น ก่อนจะเดินขึ้นห้องของตัวเองวันนี้เขาไม่มีอารมณ์จะทำอะไรทั้งนั้น
'ผมเดินเองได้นะครับ'
'แล้วเด็กที่ไหนร้องไห้งอแง แถมขี้ฟ้องอีกต่างหาก'
'ผมไม่ได้ฟ้อง ผมแค่พูดตามความจริงเท่านั้นเอง'
ชานยอลวางแบคฮยอนลงบนเตียงก่อนจะเดินอ้อมไปอีกฝั่ง ชานยอลถอดเสื้อออกก่อนจะพาดมันไว้กับเก้าอี้แถวๆนั้น
แบคฮยอนมองคนตัวสูงก่อนจะมีคนโทรหาเขา
'ว่าไงลิซ'
'แบคลาไปทำอะไรหรอตั้งหนึ่งอาทิตย์แนะ'
'ลา เราเนี้ยนะลา'
'อื้ม ใช่'
'เดี๋ยวเราโทรกลับนะ แค่นี้ก่อน'
แบคฮยอนกดวางสายจากลิซ่าก่อนจะยืนขึ้นบนเตียง
'คุณท่านลาให้ผมหรอ'
'ใช่ นายต้องไปดูไบกับฉัน'
แบคฮยอนร้องง่ะ ก่อนจะเดินไปกอดคอชานยอลแล้วบ่นอู้อี้อุบอิบอยู่ตรงบริเวณซอกคอของชานยอล
'เลิกบ่น บ่นยังไงก็ต้องไป'
ชานยอลจับแบคฮยอนนอนราบลงไปกับเตียงก่อนจะฟัดแก้มนวล สองสามครั้ง
ทั้งสองจ้องตากันอย่างไม่รู้ตัวก่อนที่ชานยอลค่อยๆขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ๆแบคฮยอนมากขึ้นและมากขึ้นเรื่อยๆก่อนที่ปากของทั้งสองจะค่อยๆแตะกัน
ชานยอลเลียริมฝีปากเล็ก่อนจะค่อยๆละเมียดละมัยทีละนิดแล้วค่อยๆสอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากเล็กที่ตอนนี้ก็ให้ความร่วมมือเขาเป็อย่างมากโดยการยอมเปิดรอฝีปากให้เขาเข้าไปสำรวจอย่าง่ายดาย
ชานยอลจับมือเล็กมาวางบนไหล่ของตัวเอง ก่อนจะค่อยๆแทรกตัวเข้าไปอยู่หว่างขาของคนตัวเล็ก
ตอนนี้ร่างกายกำลังประทุอารมณ์ของเขาได้เป็อย่างดี ไม่อยากจะคิดถ้าวันหนึ่งแบคฮยอนต้องไปแล้วเขาล่ะจะเป็อย่างไร
ไม่นานเสื้อผ้าที่เคยใส่อยู่ก็หลุดออกจากร่างกายของทั้งสอง แบคฮยอนนอนคว่ำหน้าเข้าหาหมอนใบโตที่นุ่มยิ่งกว่าปุยเฆมชานยอลจูบตามแผ่นหลังเนียนและไม่เคยที่จะลืมทิ้งรอยเอาไว้เพื่อตรีตราว่ามีเ้าของแล้ว
ชานยอลยกสะโพกมนขึ้นก่อนจะค่อยๆสอดนิ้วยาวของตัวเองเข้าไป แบคฮยอนกัดหมอนแน่นพยายามไม่ส่งเสียงออกมา เพราะตอนนี้มันยังกลางวันอยู่เลย
'ไม่ไหวก็ครางออกมา อยากได้ยิน'