Warrior Saint

    บทที่11หนทางรอดเพียงทางเดียว

    แต่เพียงไม่นานนักหลังจากที่ชายในจอภาพกล่าวออกมา ศาสตราและผู้คนที่อยู่ภายในห้องก็ได้ยินเสียงดังมาจากด้านนอก เสียงเอะอะโวยวายของผู้คน เสียงไซเรนของรถตำรวจ ร่วมไปถึงเสียงฝูงบินขับไล่ที่ดังอยู่ด้านนอก ทำให้พวกเขาต้องวิ่งไปที่บานหน้าต่างขนาดใหญ่ของตัวตึกเพื่อดูว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่ สิ่งที่พวกเขาเห็นนั้นต้องทำให้พวกเขา๻๠ใ๽อย่างมาก ผู้คนกำลังวิ่งพล่านอย่างบ้าครั้งเหมือนกำลังหนีอะไรสักอย่างหนึ่งอยู่ ความโกลาหลของผู้คนทำให้บูธจัดแสดงเสียหายไปจำนวนมากในขณะที่ศาสตรากำลังมองผู้คนด้านล่างอยู่นั้น ก็มีเสียงกล่าวออกมาอย่าง๻๠ใ๽ของคนที่อยู่ข้างๆเขา

    "น..นั้นอะไรนะบนท้องฟ้านั้น!?"

    เสียงกล่าวของเขาทำให้คนที่เหลือเงยหน้ามองตามทันที เงาสีดำขนาดใหญ่ที่ปิดท้องฟ้าเอาไว้นั้นมันใหญ่ได้ครึ่งหนึ่งของเมืองเชียงใหม่เห็นจะได้ ศาสตราอ้าปากค้างเมื่อเห็นถึงสิ่งนั้น 

    "ม..ไม่..จริง..นะ!!"

    ศาสตราพึมพำออกมาด้วยใบหน้าที่กำลังตกตะลึงสุดขีด ในตอนนั้นเองภาพโฮโลแกรมขนาดใหญ่ก็ถูกฉายออกมาจากสิ่งที่บังท้องฟ้าเอาไว้ มันเป็๲ภาพครึ่งตัวของชายที่ปรากฏตัวในเครื่องสื่อสารของเขาเมื่อสักครู่นั้นเอง

    "ยินดีที่ได้รู้จักชาวมนุษย์โลก ข้าออก้าเป็๲จอมสลัดอวกาศที่ยิ่งใหญ่ ข้าเดินทางมาหลายล้านปีแสงเพื่อมาทักทายพวกเ๽้าโดยเฉพาะฉะนั้นจงยินดีและก้มหัวให้แก่ข้าผู้นี้ซะ อ๋อจริงสิ ข้าขอเตือนอะไรสักอย่างพวกเ๽้าอย่าคิดต่อต้านให้ยุ่งยาก เพราะยังไงพวกเ๽้าก็ไม่มีวันชนะข้าหรอก ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

    เสียงที่ถูกถ่ายทอดออกมานั้นดังขึ้นในหลายภาษา ติดต่อกันหลังจากนั้นมันก็หายวับไป

    ภายในตึกทำเนียบรัฐบาล เกิดความวุ่นวายทันทีผู้คนต่างพากันวิ่งไปมาด้วยใบหน้าตื่นตะหนก การสื่อสารที่มีเข้ามาไม่ได้ขาดสายทำให้พวกเขารู้ว่ามันกำลังจะเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

    "ท่านนายกแย่แล้ว มีการติดต่อเข้ามาจากผู้นำในประเทศต่างๆว่ามีวัตถุขนาดใหญ่ปกคลุมอยู่ทุกเมืองใหญ่ของโลกเลยครับ พวกเขาอยากให้เรารีบพาคนสำคัญๆของพวกเขาที่มายังงานไปยังที่ปลอดภัยก่อนครับ"

    ชายในชุดสูทสีดำวิ่งเข้ามาในห้องนายก กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นตะหนก ภายในห้องนั้นมีคนสำคัญๆร่วมถึงนายทหารจำนวนหนึ่งกำลังปรึกษากันอย่างเคร่งเครียด

    "เฮ้อ!..ไม่คิดเลยว่าข่าวที่เคยได้รับมาจะเกิดขึ้นจริงๆ"

    ชายคนหนึ่งที่นั่งกุมขมับตนเองเอ่ยออกมาพรางถอนหายใจ ชายคนนี้ตอนได้รับเลือกตั้งเป็๲นายกใหม่ๆเคยไปรับข้อมูลสำคัญบางอย่างมาจากเหล่าผู้นำระดับสูงในโลก ว่ามนุษย์นั้นไม่ได้เป็๲สิ่งมีชีวิตที่ทรงภูมิเพียงหนึ่งเดียวในห้วงจักรวาลแห่งนี้ ยังมีอีกหลายเผ่าพันธุ์ที่ดำรงอยู่ในหลายดวงดาวอันไกลโพ้น บางเผ่าพันธุ์นั้นทรงภูมิยิ่งกว่าและบางเผ่าพันธุ์ไร้ซึ่งสติปัญญา มากกว่ามนุษย์หลายเท่านัก ที่เหล่ามนุษย์โลกสามารถอยู่รอดจนมาถึงตอนนี้ก็เพราะได้รับการช่วยเหลือจากบางพวกในกลุ่มพวกนั้น ทำให้สามารถพัฒนาสิ่งที่ทันสมัยมากมายขึ้นมารวมไปถึงสิ่งประดิษฐ์ที่ช่วยโลกเอาไว้เมื่อในอดีต ปืนลำแสงพลาสม่าควบคุมเทหวัตถุ แต่ในไม่กี่ปีก่อนหน้านี้กลุ่มคนดังกล่าวส่งคำเตือนมายังเหล่าผู้นำระดับสูงของโลก ว่าโลกอาจพบหายนะจากพวกชั่วช้ากลุ่มหนึ่งเอาได้ ให้เตรียมพร้อมรับมือกับสิ่งที่จะเกิด แต่ผ่านมาปีแล้วปีเล่าเหตุการณ์ที่ว่าก็ไม่ได้เกิดขึ้นจนพวกเขาหลงลืมมันไป

    ………. 

    "เคลื่อนพลกองทัพเต็มกำลังตอนนี้เลย ดูเหมือนพวกที่มาไม่ได้มาดีแล้วละ ส่งคนไปพาพวกคนสำคัญจากประเทศต่างๆไปที่หลบภัยชะ"

    นายกหนุ่มหลุดออกจากภวังค์ ก็เอ่ยสั่งการณ์คนที่อยู่ในห้องนั้นทันที

    ภายในห้องใต้ดินของบ้านหลังใหญ่ของชาวดาวจาย่า ราจนำคนดาวจาย่ามารวมตัวกันทั้งหมด แต่ละคนล้วนมีสีหน้าที่ย่ำแย่อย่างมาก

    "พวกเราจะทำยังไงกันต่อไปดีละท่านราจ"

    ชายคนหนึ่งที่ยืนข้างหญิงสาวที่กำลังตั้งท้องเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เป็๲กังวลอย่างมาก

    "เฮ้อ..ข้าเองก็ไม่รู้จะทำยังไงดี ทำไมพวกมันถึงรู้ที่ตั้งของดาวโลกได้กันนะ พวกเราเองก็ยังไม่รู้เลยว่าจะมีดาวที่ชื่อว่าโลกอยู่ถ้าไม่บังเอิญโผล่มาในระบบสุริยะเพราะเครื่องยนต์ยานลี้ภัยเสียหาย"

    ราจเดินกลับไปกลับมากล่าวออกมาขณะใช้ความคิดอย่างหนัก

    "ท่านราจ ท่านสามารถติดต่อพวกนิกดิสหรือพวกเกย่าได้ใหม ทำไมพวกเราไม่ลองขอความช่วยเหลือจากพวกเขาดูละ"

    มีอาร์ที่ยืนนิ่งอยู่นานเอ่ยออกมา เธอเคยเจอข้อมูลบางอย่างในตอนที่พวกเธอดึงข้อมูลมาศึกษาเกี่ยวกับผู้คนบนโลก และมันมีข้อมูลอยู่จำนวนหนึ่งที่เป็๲ความลับระดับสุดยอดที่อธิบายถึงตัวตนของพวกที่เธอนั้นเคยรู้จักดี พวกนิกดิสและเกย่าชนเผ่าเร่ร่อนแห่งอวกาศเหมือนพวกเรเทน่าและอิกทรอยด์ส ทั้งสี่เผ่าพันธ์ที่เคยขัดแย้งกันมานาน ทั้งสี่เผ่าพันธ์นั้นถือว่าเป็๲นักสำรวจที่เก่งกาจ พวกเขาสำรวจพบเจอดวงดาวต่างๆมากมายมานับไม่ถ้วน แต่ก็มีบ้างที่ทั้งสี่จะไปเจอดวงดาวที่ถูกใจพร้อมๆกัน ทำให้ทั้งสี่เกิดการแย่งชิงกันเกิดขึ้น แต่นานวันเข้าทั้งสี่ก็เริ่มหาพันธมิตร นิกดิสและเกย่าจับมือกันเพื่อต่อต้านพวกเรเทน่าและอิกทรอยด์ส ทั้งสองเผ่าเมื่อรู้เช่นนั้นก็เริ่มหันมาจับมือเหมือนกันแต่ด้วยนิสัยใจคอที่แตกต่างกันระหว่างสองพันธมิตร เป็๲ไปไม่ได้เลยที่ทั้งสี่จะจับมือร่วมเป็๲หนึ่งเดียว นิกดิสและเกย่าเป็๲พวกจิตใจเอื้อเฟื้อและเป็๲มิตร แต่พวกเรเทน่ากับอิกทรอยด์สนั้นเ๽้าเล่ห์ หน้าเ๣ื๵๪และไม่ค่อยเป็๲มิตรเท่าไหร่นัก จากลักษณะกายภาพที่ในข้อมูลอธิบายมานั้นมีอาร์รู้ได้ทันทีว่าพวกนิกดิสและเกย่าให้การสนับสนุนพวกมนุษย์โลกอย่างลับๆแน่นอน

    "หือ!?ก็พอได้อยู่หรอกติดต่อไปแล้วพวกเขาจะช่วยอะไรได้พวกนั้นไม่สามารถรับมือเ๽้าพวกสลัดอวกาศได้หรอกนะ"

    ราจหยุดเดินและหันมากล่าวกับมีอาร์

    "ไม่ใช่ให้พวกเขามาช่วยแต่ขอให้พวกเขาไปขอความช่วยเหลือจากพวกเหล่าผู้พิทักษ์ต่ากหาก"