สวัสดีครับทุกคน ผม ตูน เอง ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อเื่ ผมขอแวะมาอธิบายเกี่ยวกับความสามารถพิเศษของผมซักเล็กน้อย อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าผมนั้นมีความสามารถพิเศษที่สามารถเลียนแบบบุคลิกท่าทาง ทักษะ นิสัย ของตัวละครในโลกการ์ตูนหรือบุคคลระดับโลกได้แบบ 99.99% ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้อง 99.99% แล้วอีก 00.01% มันหายไปไหน... นี่แหละคือเื่ที่ผมจะมาพูดในวันนี้
ถ้าอยากรู้เื่ราวให้กระจ่าง พวกเราก็พร้อมที่จะแถลงไข... อีก 00.01% ที่หายไปนั่นก็คือขีดจำกัดทางด้านร่างกายหรือด้านกายภาพนั่นเองครับ ยกตัวอย่างเช่น นักกีฬายกน้ำหนักระดับโลกสามารถยกน้ำหนัก 200 กิโลได้อย่างสบาย แต่ว่าผมนั้นไม่สามารถทำแบบเขาได้ ถึงแม้ว่าผมจะสามารถเลียนแบบท่าทางการยกของเขาได้เป๊ะทุกองศาร่างกาย แต่เด็กตัวเล็ก ๆ ที่ไหนจะสามารถยกน้ำหนัก 200 กิโลได้บ้างล่ะ จริงไหม? และก็อีกอย่าง ขีดจำกัดทางด้านพลังเหนือธรรมชาติ
ผมไม่สามารถพ่นไฟออกจากปากได้เหมือนกับตระกูล อุจิวะ ไม่สามารถใช้คาถาแยกเงาพันร่างได้เหมือนกับ นารูโตะ ซึ่งเป็พลังเหนือกฎเกณฑ์ธรรมชาติที่ผมไม่สามารถทำตามได้ แน่นอนว่าผมลองมาหมดแล้ว ทั้งเอาลูกโป่งน้ำมาไว้ที่ฝ่ามือเพื่อฝึกะุวงจักร รวบรวมจักระไปที่เท้าเพื่อที่จะเดินบนน้ำ แต่นั่นมันก็ทำได้แค่ในการ์ตูนเท่านั้น
เอาล่ะ เกริ่นมามากพอแล้ว คาดว่าทุกคนที่อ่านมาถึงตรงนี้น่าจะเข้าใจกันบ้างแล้วล่ะ ถ้ายังไม่เข้าใจก็ถามไว้ในคอมเม้นด้านล่างได้เลยนะ เดี๋ยวคนบรรยายมันจะไปตอบเอง... ถ้าอย่างงั้นก็... เริ่มตอนต่อไปกันเล้ยย!!
.
.
.
.
หลายวันผ่านไปนับั้แ่วันที่ตูนกับเคได้มีเื่กันในโรงอาหาร สถานการณ์ในโรงเรียนเงียบเป็ปกติดี คลิปในโรงอาหารของตูนกับเคที่เคยเป็กระแสฮือฮาบนโลกโซเชียลตอนนี้ก็เริ่มซาลงบ้างแล้ว และกลายเป็เื่เม้ามอยสนุกสนานกันภายในโรงเรียน ซึ่งบางคนก็ยอมรับในตัวของตูนว่าเขาน่ะใจถึงที่กล้าไปมีเื่กับเค บางคนก็บอกว่าตูนนั้นก็แค่เด็กพิเศษไม่เต็มบาทติดการ์ตูนที่โชคร้ายไปมีเื่กับเค เื่เล่าถูกใส่สีตีไข่ไปสารพัดจนไม่รู้ว่าความจริงมันเป็ยังไง- แต่ก็มีนักเรียนอยู่กลุ่มหนึ่งที่เมินเฉยต่อเื่เล่าไร้สาระพวกนั้น และใช้ชีวิตปกติเฉกเช่นทุกวัน
-ห้องชมรมคอสเพลย์-
“โธ่เอ๊ยย... เกลืออีกแล้วล่ะขอรับ ได้แต่ 4 ดาวอยู่นั่นแหละ หมุนไปจะ 50 โรลแล้วนะเนี่ยย...”
“ฮุ ฮ่า ฮ่า ดวงก็ถือว่าเป็ความสามารถอย่างหนึ่งเหมือนกันนะโอมคุง~ ดูฉันนี่!! พลังแห่งความมืดจงสถิตอยู่ภายในมือของข้า!!”
ปะชะวิ้ง~!
“. . .”
“5555+ อะไรกันน่ะขอรับ 3 ดาวทั้งแถบเลย กระผมเชื่อแล้วล่ะครับว่าดวงก็เป็ความสามารถอย่างหนึ่งเหมือนกัน”
“หนอยแน่! นี่แกกล้าล้อเลียนฉันเรอะ! อย่าอยู่เลยเ้านินจาบวมน้ำ!!”
เสียงเจี๊ยวจ๊าวของทั้ง 2 ดังไปทั่วห้องเหมือนปกติเฉกเช่นทุกวัน โบว์ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็กำลังสวดมนต์ต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อยู่หน้าตู้กาชาเพื่อจะได้ไม่เเกลือแบบ 2 คนนั้น ส่วนพลอยก็ใส่หูฟังและแยกตัวออกไปนั่งเงียบ ๆ คนเดียว ตูนที่กำลังนั่งต่อกันพลาอยู่ก็เกิดสงสัยขึ้นมาว่าพวกเขาทั้ง 3 นั้นเป็บ้าอะไรกัน
“นี่พวกนายเล่นเกมอะไรกันน่ะ”
“Genshin Impact น่ะสิขอรับ/Genshin Impact น่ะสิตูนคุง”
“แล้วนั่นพี่โบว์กำลังทำอะไรอยู่น่ะ” โบว์ที่กำลังพนมมือถูไปถูมารีบเก็บมือลงมาทันทีที่ได้ยินตูนถามม
“ห่ะ ห๊า!? เปล๊า... ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ น่ะ... แฮะ ๆ ๆ”
ตูนที่เห็นตู้กาชาของเกม Genshin กำลังทำให้ทุกคนกลายเป็บ้า จึงขออาสาเป็คนกดให้โบว์เองเพื่อที่จะได้รู้ว่าไอ่ตู้ในเกมนี้มันจะแน่ซักแค่ไหนกันเชียว
“ผมขอเป็คนกดเองได้ไหมครับพี่โบว์”
“อื้ม! ได้สิ... อะ เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน เดี๋ยว! เดียะ-” โบว์พยายามห้ามแล้วแต่ไม่ทัน เพราะมือของตูนไปไวกว่าปากของโบว์มาก
ปะชะวิ้ง~!
โบว์ที่เห็นหน้าจอโทรศัพท์อยู่คนเดียวก็นิ่งเงียบไม่พูดอะไรออกมา
“เกิดอะไรขึ้นน่ะขอรับ... ทำไมท่านโบว์ถึงนิ่งเงียบไปแบบนั้น...”
“นั่นน่ะสิ ตูนคุง นายทำอะไรลงไปน่ะ ไม่ใช่ไปกดลบเกมทิ้งนะ?”
“ฉันป่าวทำนะ! เมื่อกี้ฉันเห็นแสงสีทองแว๊บ ๆ ก่อนที่พี่โบว์จะดึงไอแพดไป-”
“กรี๊ดดดดดดดด!!!!!!!”
เสียงกรี๊ดดีใจราวกับสัญญาณเตือนภัยของโบว์ดังออกมาจนทะลุหูฟังที่พลอยใส่อยู่และพุ่งเข้าไปในแก้วหูจนเธอต้องเอามือขึ้นมาปิดหูฟังที่ปิดหูอยู่อีกที นักเรียนและบุคคลาการที่เดินผ่านไปผ่านมาก็ต่างมองมาที่ห้องนี้ด้วยความงุนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้นภายในห้องนั้น ซึ่งสิ่งที่ตูนเปิดได้นั่นก็คือ
“ได้ไรเด็น 3 ตัวล่ะ!!!!!”
“ว่ายังไงนะขอรับ!!!!/ว่ายังไงนะคุณโบว์!!!!”
“ขอบใจมาก ๆ เลยนะตูน~” โบว์ดีใจขนาดหนักถึงจึงโผตัวเข้าไปกอดตูนที่กำลังมึนงงกับสถาณการณ์ตอนนี้
“ไรเด็น 3 ตัวในโรลเดียวเนี่ยนะ!!?”
“เอ่ออ… ไรเด็นคือใครอ่ะ…?”
ยังไม่จบแค่นั้น โบว์ให้ตูนไปกดตู้สุ่มอาวุธอีกหนึ่งรอบ และชั่งเป็เื่บังเอิญหรืออะไร อาวุธประจำตัวไรเด็นก็ออกพร้อมกัน 3 อันติดในโรลเดียวเหมือนกัน จนทำให้โอมและเบลที่เกลือมาทั้งวันแทบคลั่ง และทำได้แค่นั่งมองและอิจฉาตาปริบ ๆ จนกระทั่งหมดเวลาพักเที่ยง
แต่ละคนก็แยกย้ายเข้าห้องของตัวเองตามปกติ และก็เป็เช่นเดิม นักเรียนในห้องยังคงไม่สนใจตูน เวลามีงานกลุ่มเขาก็มักจะโดนปฏิเสธเป็ประจำ มีแค่ต้นกล้าคนเดียวเท่านั้นที่ทำดีกับเขา คอยช่วยเหลือพูดคุยแลกเปลี่ยนอะไรหลาย ๆ อย่างจนทั้ง 2 เริ่มสนิทกันมากขึ้น แต่ทว่า ่เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ...
ครืด...
เสียงเปิดประตูห้องของชายคนหนึ่งได้ดังขึ้นมา นักเรียนทุกคนต่างตาลุกวาวและจ้องมองไปที่ชายคนนั้นพร้อมกันโดยทันที ซึ่งชายคนนั้นก็คือ เค ที่้าที่จะมาคิดบัญชีกับตูน ทั้งคู่ต่างนิ่งเงียบและมองหน้ากันไปพนักหนึ่งจนบรรยากาศภายในห้องเริ่มตึงเครียดขึ้น ก่อนที่ผู้มาเยือนจะเป็ฝ่ายเกริ่นออกมา
“ฉันจะรออยู่ที่โรงอาหารหลังเลิกเรียน อย่ามาสายล่ะ แล้วก็คนที่ไม่เกี่ยวข้องกับเื่นี้ไม่ต้องตามมา และไม่ต้องยุ่งด้วย แค่นี้แหละ”
พูดจบเคก็ปิดประตูและเดินจากไป นักเรียนในห้องก็หันมาคุยเล่นกันตามปกติ โดยไม่มีการโพสต์หรือกระจายข่าวลงโซเชียลใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งที่ปกติเื่นี้ควรจะดังไปทั่วโรงเรียนแล้ว นั่นแสดงให้เห็นว่า เค ก็มีอิทธิพลมากแค่ไหนภายในโรงเรียนนี้ ต้นกล้าที่เป็ห่วงตูนในฐานะเพื่อน ้าที่จะช่วยเหลือแต่ก็ทำอะไรได้ไม่มาก
“ระวังตัวด้วยนะ...”
“....ไม่ต้องเป็ห่วงไป...นายแว่น การปราบพวก วิลเลิน มันเป็หน้าที่ของฮีโร่อันดับ 1 อย่างฉันอยู่แล้ว~ วะ ฮ่า ๆ ๆ”
ต้นกล้าที่เห็นตูนมีท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจก็ได้ยิ้มอ่อน ๆ ออกมาด้วยความหายห่วง…
และในที่สุดก็มาถึงเวลานัด
ตูนและเคมาเจอกันที่โรงอาหารหลังเลิกเรียนกัน 2 คนโดยไม่มีคนอื่นเข้ามายุ่งด้วย ตามที่เคได้บอกไว้ ทำให้ตูนรู้สึกได้ทันทีเลยว่าคน ๆ นี้ไม่เหมือนกับนักเลงคนอื่น ๆ ที่เคยเจอมา
“นายนี่ไม่เหมือนกับไอ่พวกนักเลงพวกนั้นจริง ๆ ด้วยแฮะ ปกติแล้วคงจะพาพวกมารุมเป็ 10 อย่างที่เคยทำเป็ประจำ แต่ว่านายกลับมาคนเดียวไม่มีใครตามมาด้วย ฉันไม่เชื่อหรอกนะว่าคนแบบนายจะเป็หัวหน้าของไอ่นักเลงพวกนั้นน่ะ ว่าแต่ว่า ทำไมต้องเป็โรงอาหารด้วยล่ะ”
“โรงอาหารเป็แค่จุดนัดพบเฉย ๆ เพื่อที่จะดูว่านายจะกล้ามาตามนัดหรือกลัวจนหนีวิ่งกลับบ้าน แต่ตอนนี้ฉันพอรู้แล้วล่ะว่านายเป็คนยังไง... ทีนี้ก็ตามฉันมา”
อีกฝ่ายเดินนำเด็กหนุ่มไปยังที่ใดสักที่หนึ่งในโรงเรียน และในระหว่างที่ทั้งคู่กำลังเดินตามกันไปแบบเงียบ ๆ ตูนก็เกิดคำถามขึ้นมา
“ฉันได้ยินมาน่ะว่านายถูกเรียกว่าเป็อัจฉริยะมวยไทยที่มีสถิติ ชนะ 596 ครั้ง เสมอ 1 ครั้ง แพ้ 0 ครั้ง แถมยังชนะน็อคทั้งหมดเลยด้วย เก่งน่าดูเลยนี่นะ~ แต่ว่า ทั้งที่เก่งและอนาคตไกลขนาดนั้นแท้ ๆ ทำไมอยู่ ๆ ถึงเลิกต่อยมวยกระทันหันล่ะ?”
อีกฝ่ายเงียบไปซักพักก่อนที่จะตอบสั้น ๆ กลับมา
“นั่นไม่ใช่เื่ของนาย”
แต่ถ้าจบเพียงแค่นั้นก็คงจะไม่ใช่ตูนที่เรารู้จัก เขายิงคำถามออกไปอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะรู้ว่าเคไม่อยากจะตอบ
“ฉันไม่ได้กลิ่นบุหรี่จากตัวนายเลยนะ ฉันรู้สึกว่านายเป็คนดีทำไมถึงไปคลุกคลีอยู่กับไอ่พวกนั้นล่ะ? แล้วสถิติที่เสมอ 1 ครั้ง นี่เป็ใครกันเหรอถึงเสมอกับคนเก่งอย่างนายได้? คนในโรงเรียนนี้รึเปล่า? แล้วอัจฉริยะอีก 4 คนเก่งเหมือนนายรึเปล่า? แล้วนายรู้สึกยังไงที่ถูกเรียกว่า 1 ใน 5 อัจฉริยะของโรงเรียนนี้น่ะ? ให้ฉันเดานะ- ่แรก ๆ นายคงจะเขินน่าดูล่ะสิท่า 555-- นายไม่คิดจะคุยกับฉันหน่อยเหรอ? นี่~ คุยคนเดียวมันเหนื่อยนะ... ฮัลโหล~”
และแล้วเคก็ได้พาตูนมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูแห่งหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือประตูทางเข้าไปในค่ายมวยของชมรมมวยไทยนั่นเอง แต่ก่อนที่เคจะพาตูนเข้าไป เขาก็ได้ยิ้มออกมาอ่อน ๆ และหันหน้ามาทางเด็กหนุ่ม ซึ่งปกติแล้วเคเป็คนที่ไม่ค่อยยิ้มออกมาง่าย ๆ
“นายนี่ตลกดีนะเ้าเปี๊ยก... นายดูไม่เหมือนคนที่สามารถจัดการเ้าพวกข้างในนี้จนอ่วมด้วยตัวคนเดียวเลยนะ”
“วะ-ว่าใครเป็เ้าเปี๊ยกกันห๊า!!! หนอย…!”
ภาพของทั้งคู่ในตอนนี้ราวกับหมาป่าเดียวดายที่กำลังแหย่เล่นกับลูกแมวแถวบ้าน จากนั้นเคก็ได้เปิดประตูเข้าไป ปรากฎให้เห็นบอลและแก๊งของเขาอีก 10 กว่าคนกำลังนั่ง ๆ นอน ๆ กันอย่างสบายใจ ทันทีที่ตูนเดินตามเข้ามา ดวงตาของนักเลงพวกนั้นก็ได้เบิกกว้างขึ้นและมองไปที่ตูนเป็สายตาเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่าการที่พาคนที่ทำให้ตนและพรรคพวกต้องมีสภาพสะบักสะบอมแบบนี้เข้ามาในถิ่นของตัวเองก็ต้องเป็เื่ที่ยอมไม่ได้อยู่แล้ว บอลที่ไม่พอใจก็ลุกพรวดไปบังทางเคทันที
“นี่มึงทำเxี้ยอะไรของมึงเนี่ยห้ะไอ่เค!!? มึงไปพามันมาที่นี่ทำเxี้ยไร!!”
“ใจเย็น ๆ และคอยดูไปก่อน-- และจะหลีกทางได้รึยัง...”
บอลนิ่งเงียบไม่พูดอะไรและหลีกทางให้ตูนกับเคเดินไปต่อ จนทั้งคู่ได้เดินมาถึงบริเวณเวทีมวยที่ตั้งอยู่กลางห้อง โดยที่ข้างสนามมีโต๊ะยาวหลายตัว และมีอุปกรณ์ที่จำเป็ต่อการชกมวยวางอยู่เรียงราย
เคหยิบนวมสีแดงและสีฟ้าขึ้นมาอย่างละคู่ จากนั้นเขาก็โยนนวมคู่หนึ่งไปให้ตูนและขึ้นไปรอบนเวที
“ฉันให้โอกาสนายวอร์มร่างกายได้เลยเต็มที่ ฉันจะรออยู่ตรงนี้จนกว่านายจะพร้อม” เคพูดลงมาพลางยืดเส้นยืดสายอยู่ข้างบน ส่วนเด็กหนุ่มที่อยู่ด้านล่างก็มองขึ้นไปที่คู่ต่อสู้ของเขาและได้แสยะยิ้มออกมา
“ยืดเส้นยืดสายอะไรไม่จำเป็ จะได้เจอกับคนเก่ง ๆ แบบนี้ตัวต่อตัว... โคตรเร้าใจเลยว่ะ!”