บทที่ 29 พระธุดงค์
แม่เฒ่าเว่ยอุ้มซิ่งซิ่งเอาไว้แนบอก ซุกหน้าของหลานสาวไว้ในอ้อมกอด นางไม่สนใจสิ่งใดนอกจากมองซ้ายทีขวาทีด้วยความระแวดระวัง เกรงว่าจะมีคนใจดำมาทำร้ายเด็กหญิงอีก
หัวหน้าหมู่บ้านหลี่เหงื่อเย็นไหลซึม เหตุการณ์เกือบจะบานปลายกลายเป็การตะลุมบอนกันแล้ว หากเกิดเื่ถึงชีวิตขึ้นมาจริง ๆ ทั้งตระกูลอวี้และตระกูลเซี่ยงคงไม่ยอมจบกันง่าย ๆ เป็แน่!
อวี้หย่งไหวยังคงแบกกรงหมูที่ขังชู้รักจากตระกูลเซี่ยงเอาไว้ คนของตระกูลเซี่ยงร้อนรน “รีบวางลงเดี๋ยวนี้! ถ้าเขาหล่นลงมา อย่าหาว่าพวกข้าไม่เตือน!”
แม่เฒ่าเว่ยแสยะยิ้มเยาะเย้ย “โอ้? หลานชายข้าแค่ยกสูงแค่นี้ พวกเ้ายังกลัวว่าจะหล่น! ตอนที่เ้าอวี้หลังค่อมตกจากบันได ทำไมพวกเ้าไม่ห้ามบ้างล่ะ?!”
นอกจากคนของตระกูลอวี้และตระกูลเซี่ยงแล้ว ยังมีชาวบ้านที่มามุงดูเหตุการณ์อยู่ไม่น้อย เมื่อได้ยินดังนั้น พวกเขาต่างพากันซุบซิบ วิพากษ์วิจารณ์การกระทำของตระกูลเซี่ยง นายอวี้หลังค่อมตกลงมาจากที่สูง ชีวิตนี้คงไม่เหลืออะไรแล้ว น่าสงสารจริง ๆ! คนตระกูลเซี่ยงยังจะมีหน้ามาพูดอีกหรือ!
แต่คนของตระกูลเซี่ยงกลับคิดว่าคนของตระกูลตนถูกใส่ร้าย ชายแก่หน้าตั๊กแตนตำข้าวจ้องมองด้วยสายตาเ็า “...ทั้งหมดเป็เพราะนางแพศยาผูนั่นยั่วยวน! ถ้าพวกเ้าอยากจะลงโทษด้วยการขังกรงหมู ก็จับหล่อนขังไปคนเดียวเสียสิ้นเื่! หลานชายข้าแค่ถูกหล่อนหลอกลวง ไม่ได้ฆ่าคนตาย รีบปล่อยเขาเดี๋ยวนี้! อย่ามาพูดมากความ!”
ท่าทางอวดดีไม่สนใจใครของเขา ทำให้คนของตระกูลอวี้อดโมโหไม่ได้
แม้นางผูจะถูกยัดปากด้วยผ้าจนไม่สามารถพูดอะไรได้ แต่นางก็หวาดกลัวจนตัวสั่น น้ำตาไหลพรากไม่หยุด
ผู้าุโคนหนึ่งของตระกูลอวี้เป็คนออกหน้าเจรจา เขาเป็ญาติผู้ใหญ่ที่แม้แต่พ่อเฒ่าอวี้ยังต้องเรียกว่าพี่รอง ท่านผู้าุโผู้นี้ขึ้นชื่อเื่ความเถรตรง เมื่อเผชิญหน้ากับคนของตระกูลเซี่ยง เขากล่าวเพียงประโยคเดียวว่า “หญิงแพศยาต้องตาย ชายชู้ก็ต้องตาย!”
สองฝ่ายยังคงเผชิญหน้ากันไม่ลดละ
แม่เฒ่าเว่ยไม่้าให้ซิ่งซิ่งเข้าไปเกี่ยวข้องอีก จึงตัดสินใจอุ้มเด็กหญิงออกจากฝูงชน
แม่เฒ่าเว่ยรู้ดีแก่ใจว่าคนของตระกูลอวี้คิดเห็นอย่างไร พวกเขาไม่ได้รู้สึกสงสารนายอวี้หลังค่อมมากมายนัก แม้จะมีเหตุผลส่วนนี้อยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่แล้วเป็เพราะพวกเขาไม่อยากเสียหน้า
แม่เฒ่าเว่ยอุ้มซิ่งซิ่งไปที่บ้านของนายอวี้หลังค่อมที่อยู่ด้านข้าง
บ้านหลังเล็กอันทรุดโทรมมีเพียงโลงศพไม้บาง ๆ ที่วางอยู่กลางลานซึ่งดูโดดเด่นสะดุดตาั้แ่แรกเห็น โลงศพที่ญาติร่วมกันออกเงินซื้อให้ น่าจะเป็สิ่งของที่มีค่าที่สุดในบ้านหลังนี้แล้ว
แต่ซิ่งซิ่งก็ยังคงรู้สึกกลัว ไม่อยากเข้าไปในลานบ้านหลังนั้น นางเกาะกรอบประตูและพูดเบา ๆ ว่า "ย่า ซิ่งซิ่งไม่เข้าไปได้ไหมคะ?"
แม่เฒ่าเว่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้ววางหลานสาวไว้ที่หน้าประตู "ซิ่งซิ่ง หลานรอย่าอยู่ตรงนี้นะ อย่าวิ่งเล่นไปไหนไกล อยู่ห่าง ๆ คนที่ลานตากข้าวตรงนั้น เข้าใจไหม?"
นางจะเข้าไปป้อนน้ำให้นายอวี้หลังค่อม
ซิ่งซิ่งพยักหน้าอย่างแรง แม่เฒ่าเว่ยจึงเดินเข้าไปในลานบ้านเพียงลำพัง
ซิ่งซิ่งนั่งยอง ๆ อยู่ตรงประตู เด็ดหญ้าหางกระรอกที่อยู่ในบริเวณนั้นมาเล่นกับมด
“อามิตาพุทธ สวัสดีโยมน้อย” เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้น ซิ่งซิ่งเงยหน้าขึ้นมอง เห็นชายคนหนึ่งศีรษะโล้นเลี่ยน สวมเสื้อผ้าสีเทาแปลกตา
ชายคนนี้ดูท่าทางอายุไม่น้อย ดูเหมือนจะอายุมากกว่าอวี้ต้าหนิวเสียอีก
ซิ่งซิ่งยังเด็ก นี่เป็ครั้งแรกที่นางเห็นคนหัวโล้นแบบนี้ จึงไม่รู้ว่าคนแบบนี้เรียกว่าพระ
ชายคนนั้นมีใบหน้าใจดี ทำให้คนที่เห็นรู้สึกอยากเข้าใกล้ ซิ่งซิ่งประทับใจเขามาก นางเอียงคอเล็กน้อย "โยมน้อยคืออะไรเหรอคะ เรียกซิ่งซิ่งหรือ?"
ชายคนนั้นจึงยิ้มและพูดว่า "อ้อ ที่แท้ก็คือโยมน้อยซิ่งซิ่งนี่เอง... อาตมาผ่านมาทางนี้ เห็นนิมิตแปลก ๆ มีภาพรัศมีสีแดงปกคลุม จึงทำตามคำแนะนำในนิมิตมาดู ที่แท้ก็เป็เพราะโยมน้อยซิ่งซิ่งมีบุญวาสนา จึงได้เกิดนิมิตเช่นนี้"
ซิ่งซิ่งรู้สึกสับสน นางเอียงศีรษะอีกครั้ง
ลุงคนนี้พูดอะไรของเขา?
อะไรคือนิมิต แสงสีแดงอะไร บุญวาสนาคืออะไร?
นางไม่เข้าใจเอาเสียเลย!
ชายคนนั้นเห็นซิ่งซิ่งยังเด็กและไร้เดียงสา จึงได้แต่ยิ้มบาง ๆ แล้วเอ่ยปากอีกครั้ง "โยมน้อย อาตมาขอน้ำดื่มสักถ้วยได้ไหม?"
ซิ่งซิ่งเป็เด็กใจดี คิดว่าชายคนนี้ไม่มีผมก็น่าสงสารมากอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ดื่มน้ำจะน่าสงสารขนาดไหน?
นางจึงลุกขึ้นอย่างกล้าหาญ "รอสักครู่นะคะ ข้าจะไปตามย่ามาให้"
แม้ว่าซิ่งซิ่งจะรู้สึกกลัวความเย็นะเืในบ้าน แต่นางก็รวบรวมความกล้า วิ่งเข้าไปด้านในแล้วเรียกหาแม่เฒ่าเว่ย บอกว่ามีลุงคนหนึ่งอยากขอน้ำดื่ม
ซิ่งซิ่งยังเด็ก ไม่รู้จักคน แต่พอแม่เฒ่าเว่ยออกมาเห็นชายคนนั้น ก็ดูออกทันทีว่าชายตรงหน้านี้น่าจะเป็พระธุดงค์ที่เดินทางไปทั่วสารทิศ
นางจึงรีบทำความเคารพ "สวัสดีค่ะพระอาจารย์"
พระธุดงค์ยกมือไหว้แม่เฒ่าเว่ยเพียงข้างเดียว "สวัสดีโยม"
เขาไม่ได้เอ่ยปากพูดกับแม่เฒ่าเว่ยเกี่ยวกับโชคลาภวาสนาที่ติดตัวซิ่งซิ่งมาแต่กำเนิดเลยสักคำ
แม่เฒ่าเว่ยเป็คนใจกว้าง จึงเชิญพระธุดงค์เข้าไปในบ้านและรินน้ำให้หนึ่งถ้วย
หลังจากพระธุดงค์ดื่มน้ำแล้ว ก็เห็นว่ามีโลงศพวางอยู่ในบ้านจึงถามว่า "มีใครเสียชีวิตในบ้านหรือ?"
แม่เฒ่าเว่ยถอนหายใจ "เป็หลานชายของข้าเองค่ะ เขาถูกคนทำร้าย ตกจากที่สูง... ถึงแม้จะยังไม่สิ้นลม แต่คาดว่าคงอีกไม่กี่วันนี้"
พระธุดงค์มองซิ่งซิ่งแวบหนึ่ง แล้วครุ่นคิดครู่หนึ่ง "ไม่ทราบว่าอาตมาพอจะได้พบผู้าเ็ผู้นั้นได้หรือไม่"
ถึงแม้แม่เฒ่าเว่ยจะอาศัยอยู่ในหมู่บ้านหนานถัวอันห่างไกล ทว่าั้แ่เด็ก ๆ ก็เคยได้ยินพ่อค้าเร่เล่าให้ฟังว่า ในโลกกว้างใบนี้มีคนมีความสามารถพิเศษอยู่ไม่น้อย
แม้แม่เฒ่าเว่ยจะไม่คิดว่าพระธุดงค์จะสามารถช่วยชีวิตนายอวี้หลังค่อมได้ แต่ก็ไม่กล้าละเลย รีบพาพระธุดงค์เข้าไปในห้อง
หลังจากพระธุดงค์ตรวจดูนายอวี้หลังค่อมแล้ว ท่านกลับบอกว่ายังมีทางรักษา จากนั้นก็เอายาลูกกลอนยัดเข้าไปในปากของนายอวี้หลังค่อม แล้วป้อนน้ำให้เขา
หลังจากทำเช่นนี้แล้ว พระธุดงค์ก็พูดกับแม่เฒ่าเว่ยว่า "โยมไม่ต้องกังวล ยาเม็ดนี้ของอาตมารักษาอาการาเ็จากการตกจากที่สูงได้ผลดี หากคืนนี้เขาสามารถรอดไปได้ ชีวิตก็จะปลอดภัย"
แม่เฒ่าเว่ยตื้นตันใจจนพูดไม่ออก ได้แต่กล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางคลำไปทั่วทั้งตัวอย่างเขินอาย ก่อนจะหยิบเหรียญทองแดงออกมาได้ไม่กี่เหรียญ
พระธุดงค์กลับยื่นมือออกมาห้ามแม่เฒ่าเว่ยไว้ ยิ้มน้อย ๆ แล้วพูดว่า "โยมไม่ต้องจ่ายเงินหรอก วันนี้อาตมาได้มาถึงที่นี่ คงเป็เพราะมีวาสนาต่อกัน ถือว่าเป็การตอบแทนน้ำใจที่ให้แก่อาตมาก็แล้วกัน"
พูดจบ พระธุดงค์ก็เดินออกจากประตูห้องไป
ั้แ่ที่แม่เฒ่าเว่ยเข้าไปในบ้านกับพระธุดงค์ ซิ่งซิ่งก็แอบอยู่ที่ประตู และมองเข้าไปข้างใน
นางเห็นพระธุดงค์ออกมาจากลานบ้าน จึงรีบโบกมือทักทายอย่างกระตือรือร้น "ท่านลุง จะไปแล้วเหรอคะ?"
พระธุดงค์ยิ้มรับพลางพยักหน้า จากนั้นก็หยิบลูกประคำออกมาจากอกเสื้อ แล้วมอบให้ซิ่งซิ่ง
เด็กหญิงตัวน้อยกลับเอาสองมือไพล่หลัง ส่ายหน้าไปมา "ซิ่งซิ่งรับของคนอื่นมั่วซั่วไม่ได้หรอกค่ะ"
พระธุดงค์ยิ้มอย่างอ่อนโยน "โยมน้อย รับไปเถอะ วันนี้เรามีวาสนาต่อกัน ขอให้ลูกประคำนี้เป็ของที่ระลึกก็แล้วกัน"
พูดจบ ก็โบกมือหนึ่งครั้ง ลูกประคำก็มาอยู่ในมือเล็ก ๆ ข้างหลังของซิ่งซิ่ง
เด็กหญิงใ รีบเอามือออกมาจากข้างหลัง เห็นลูกประคำอยู่ในมือข้างหลังของตนเอง ก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก
พอนางเงยหน้าขึ้น พระธุดงค์ก็เดินจากไปไกลจนมองไม่เห็นแล้ว ไล่ตามไปก็ไม่ทันแล้ว
ซิ่งซิ่งเม้มปาก ได้แต่รับลูกประคำไว้
ลูกประคำเส้นนั้นมีขนาดไม่ใหญ่ แต่ละเม็ดกลมมน ภายใต้แสงอาทิตย์เปล่งประกายอบอุ่นละมุนละไม
ซิ่งซิ่งถือลูกประคำ ก้าวเท้าเข้าไปในลานบ้านหลังเล็ก คิดว่าจะเอาไปให้ท่านย่าดู
แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เด็กน้อยก็ร้อง "เอ๊ะ" ออกมาอย่างประหลาดใจ
ความรู้สึกเย็นเยียบแปลกประหลาดในบ้านหายไปแล้ว!
ซิ่งซิ่งยังเด็ก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงได้แต่เก็บเื่นี้ไว้ก่อนวิ่งเข้าไปในบ้าน คิดจะให้ท่านย่าช่วยดูลูกประคำเส้นนั้น