ตอนที่ 5 เตรียมการประลองทักษะตีเหล็ก
หลี่ชางก้าวเข้าสู่ลานฝึกในหมู่บ้าน ด้วยจิตใจแน่วแน่ เขาตัดสินใจทดสอบพลังและทักษะการต่อสู้ใหม่ที่ได้เรียนรู้ เขายืนในท่าพร้อมสู้ มือจับดาบที่เขาสร้างขึ้นด้วยความภาคภูมิใจและความมุ่งมั่น จากนั้นเริ่มเคลื่อนไหวด้วยความคล่องแคล่วและความมั่นใจ
เขาเริ่มต้นด้วยการฝึกทักษะการโจมตีพื้นฐาน แต่ใช้พลังปราณที่เขาฝึกฝนดูดซับมาผสมผสานในการเคลื่อนไหว ทำให้การโจมตีของเขามีความรุนแรงและแม่นยำมากขึ้น ทุกครั้งที่เขาฟันดาบ ความมั่นใจในตนเองก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
หลี่ชางรู้สึกถึงความตื่นเต้นและความพึงพอใจที่เกิดขึ้นเมื่อเห็นผลลัพธ์ของการฝึกฝน ทุกครั้งที่เขาโจมตี ความรู้สึกของพลังที่ไหลเวียนผ่านร่างกายทำให้เขามีความมั่นใจมากขึ้น “ข้ารู้สึกถึงพลังที่แท้จริง ข้ากำลังพัฒนาและก้าวหน้า” เขาคิดในใจด้วยความดีใจ
ความรู้สึกของการบรรลุขอบเขตแห่งการเริ่มต้นเต็มขั้นทำให้หลี่ชางรู้สึกถึงความสำเร็จและความภาคภูมิใจในตนเอง “ข้าจะใช้พลังนี้ในการปกป้องและพัฒนาตนเองต่อไป”
ขณะที่หลี่ชางฝึกฝน ระบบครูตีเหล็กิญญาให้คำแนะนำและกำลังใจ “หลี่ชาง เ้าได้ทำได้ดีมาก การผสมผสานพลังปราณเข้ากับทักษะการต่อสู้ของเ้าแสดงถึงความก้าวหน้าและความมุ่งมั่น จงรักษาความตั้งใจนี้ไว้”
หลี่ชางตอบกลับด้วยความมั่นใจ “ข้ารู้สึกถึงพลังที่เพิ่มขึ้น ข้าจะพยายามให้ดีที่สุด”
ร่างกายของหลี่ชางเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว มือของเขาจับดาบแน่นและเคลื่อนไหวด้วยความแม่นยำ การโจมตีและการป้องกันที่เขาฝึกฝนมีความสมดุลและเต็มไปด้วยพลัง ร่างกายของเขาแสดงถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นที่เพิ่มขึ้นจากการฝึกฝน
หลี่ชางก้าวเข้าสู่หมู่บ้านด้วยท่าทีที่สง่างามและเต็มไปด้วยความมั่นใจ ความเปลี่ยนแปลงในท่าทางและสายตาของเขาเป็สิ่งที่สังเกตได้ทันทีหลังจากการฝึกฝนและการพัฒนาตนเอง ความมุ่งมั่นและความตั้งใจในตัวเขาเป็สิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้
ท้องฟ้าสีฟ้าสดใสและแสงแดดที่อ่อนโยนส่องลงมาบนหมู่บ้าน เสียงลมที่พัดผ่านใบไม้และเสียงนกร้องเบาๆ ทำให้บรรยากาศในหมู่บ้านดูเงียบสงบและเป็ธรรมชาติ ผู้คนในหมู่บ้านเดินไปมาในกิจวัตรประจำวันของพวกเขา ขณะที่หลี่ชางก้าวเดินผ่านพวกเขา
หลี่ชางเดินผ่านถนนที่คุ้นเคยในหมู่บ้าน ความคิดถึงและความทรงจำต่างๆ ไหลเข้ามาในจิตใจของเขา ขณะที่เขามุ่งหน้าไปยังร้านตีเหล็กที่เขาเคยทำงาน ความมุ่งมั่นในใจทำให้เขารู้สึกว่าการกลับมาครั้งนี้มีความหมายมากกว่าที่เคย
หัวใจของหลี่ชางเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและความหวัง เขารู้สึกถึงพลังและความสามารถที่เพิ่มขึ้นจากการฝึกฝน ความภาคภูมิใจในตัวเองทำให้เขามีความมั่นใจในการเผชิญหน้ากับความท้าทายและการดูถูกที่อาจเกิดขึ้น
“ข้ากลับมาแล้ว ข้าพร้อมที่จะพิสูจน์ว่าข้าสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองและทำให้ทุกคนเห็นถึงความสามารถของข้า” หลี่ชางคิดในใจ ขณะที่เขาเดินผ่านหมู่บ้าน
ขณะที่หลี่ชางเดินผ่านกลุ่มชาวบ้านที่เคยดูถูกเขา พวกเขาหยุดพูดคุยและมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและดูถูก แต่หลี่ชางไม่ได้สนใจ เขาเดินไปข้างหน้าด้วยความมั่นใจและความสงบในใจ
“นั่นหลี่ชางนี่ กลับมาแล้วหรือ? ฝึกฝนมามากมาย แล้วได้ผลลัพธ์อะไรบ้างหรือไม่?” หนึ่งในชาวบ้านพูดออกมาเสียงดัง ทำให้ทุกคนหันมามองหลี่ชาง
หลี่ชางยืนนิ่งและมองพวกเขาด้วยสายตาที่สงบและมั่นคง “ข้าได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองมากมาย ข้าไม่จำเป็ต้องพิสูจน์อะไรให้พวกเ้าเห็น เพราะความสำเร็จของข้าจะพูดแทนตัวข้าเอง” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่สงบและเต็มไปด้วยความมั่นใจ
หลี่ชางยืนนิ่งตรงหน้ากลุ่มชาวบ้านที่เคยดูถูกเขา สายตาของเขามั่นคงและไม่แสดงความหวั่นไหวแม้แต่น้อย เขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นในตนเองที่ได้พัฒนาขึ้นจากการฝึกฝนอย่างหนัก
ชาวบ้านคนหนึ่งที่เคยดูถูกหลี่ชางมากที่สุดก้าวออกมาจากกลุ่ม เขายืนขวางทางหลี่ชางด้วยท่าทางที่ท้าทายและแสดงความไม่เชื่อมั่นในความสามารถของหลี่ชาง “ถ้าเ้ามั่นใจในความสามารถของเ้า ทำไมไม่แสดงให้พวกเราเห็นล่ะ? เ้ากล้าพอที่จะพิสูจน์ตัวเองหรือไม่?” เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความท้าทายและดูถูก
หลี่ชางมองตรงไปยังชาวบ้านคนนั้นด้วยสายตาที่แน่วแน่ เขารู้ว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้จะเป็โอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเอง “ข้าไม่้าพิสูจน์อะไรให้ใครเห็น แต่ถ้าพวกเ้า้า ข้าจะแสดงให้พวกเ้าดู” เขาตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจและเต็มไปด้วยความตั้งใจ
หัวใจของหลี่ชางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความมุ่งมั่น เขารู้ว่านี่เป็โอกาสที่จะพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นถึงความสามารถและความพยายามของเขา “ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้าจะพิสูจน์ว่าข้ามีความสามารถและมุ่งมั่น” เขาคิดในใจ ความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความตื่นเต้นและความมุ่งมั่นทำให้เขามีความมั่นใจในตนเองมากยิ่งขึ้น
ชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ยืนดูอยู่เริ่มพูดคุยกันด้วยความสงสัยและความคาดหวัง “เ้าคิดว่าเขาจะทำได้หรือไม่?” “หลี่ชางเคยอ่อนแอมาก เขาจะสามารถพิสูจน์ตัวเองได้จริงหรือ?” พวกเขาพูดคุยกันด้วยความสนใจและความสงสัยในความสามารถของหลี่ชาง
หลี่ชางหันมามองชาวบ้านด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจ "ข้าพร้อมแล้ว จงดูและตัดสินด้วยสายตาของพวกเ้า ข้าจะแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่ข้าฝึกฝนมา" เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและมั่นใจ
ร่างกายของหลี่ชางแสดงถึงความพร้อมและความมุ่งมั่น ขณะที่เขาก้าวขึ้นมาข้างหน้าเพื่อเตรียมแสดงทักษะการต่อสู้ มือของเขาจับดาบที่เขาสร้างขึ้นด้วยความมั่นคง ทุกการเคลื่อนไหวของเขาแสดงถึงความมั่นใจและเชื่อมั่นในตนเอง
หลี่ชางยืนมั่นคงท่ามกลางสายตาของชาวบ้าน เขารู้ดีว่าทุกคนกำลังรอดูการแสดงทักษะของเขา ความมั่นใจและความมุ่งมั่นที่เขาฝึกฝนมานานเป็สิ่งที่ทำให้เขาแข็งแกร่งและพร้อมพิสูจน์ตนเอง
หลี่ชางเริ่มต้นด้วยการหยิบดาบที่เขาสร้างขึ้นด้วยเทคนิคใหม่จากฝัก ดาบนั้นเปล่งประกายด้วยลวดลายวิจิตรที่แกะสลักอย่างละเอียดและประณีต เขาจับดาบด้วยมือที่มั่นคงและเริ่มเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและแม่นยำ
ทุกครั้งที่หลี่ชางฟาดดาบ การเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยพลังและความแม่นยำ เขาใช้เทคนิคการควบคุมปราณที่ฝึกฝนมาอย่างหนัก ทำให้การโจมตีของเขามีความรุนแรงและรวดเร็วมากขึ้น ดาบของเขาตัดผ่านอากาศด้วยเสียงหวีดหวิวที่แสดงถึงพลังที่ซ่อนอยู่ในทุกการโจมตี
หลี่ชางรู้สึกถึงความมั่นใจและภาคภูมิใจในตนเองทุกครั้งที่เขาเคลื่อนไหว เขารู้ว่าทักษะที่เขาฝึกฝนมาถึงจุดที่สามารถแสดงให้ทุกคนเห็นถึงความสามารถที่แท้จริง ความรู้สึกของการบรรลุขอบเขตแห่งการเริ่มต้นเต็มขั้นทำให้เขามีความสุขและพึงพอใจ
"ข้ารู้สึกถึงพลังที่แท้จริง ข้ากำลังพิสูจน์ว่าข้าสามารถเปลี่ยนแปลงตนเองได้" หลี่ชางคิดในใจขณะที่เขายังคงเคลื่อนไหวด้วยความมุ่งมั่น
เสียงกระซิบของชาวบ้านที่ยืนดูอยู่เริ่มเปลี่ยนไป "ดูนั่นสิ หลี่ชางเขาทำได้จริง ๆ" "การเคลื่อนไหวของเขามีความแม่นยำและพลังที่ไม่เคยเห็นมาก่อน" พวกเขาพูดคุยกันด้วยความทึ่งและประทับใจในความสามารถของหลี่ชาง
หลี่ชางไม่พูดอะไร แต่เขารู้ว่าการแสดงทักษะนี้จะเป็การสื่อสารที่ดีที่สุด เขา้าให้การกระทำของเขาพูดแทนคำพูด ทุกการเคลื่อนไหวและการโจมตีแสดงถึงความตั้งใจและมุ่งมั่นที่เขามี
ร่างกายของหลี่ชางเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว มือของเขาจับดาบแน่นและเคลื่อนไหวด้วยความแม่นยำ ทุกการฟาดดาบและการป้องกันเต็มไปด้วยพลังและความเชื่อมั่น ร่างกายของเขาแสดงถึงความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นที่เกิดจากการฝึกฝนอย่างหนัก
ทุกครั้งที่ดาบของหลี่ชางตัดผ่านอากาศ เสียงหวีดหวิวที่เกิดขึ้นแสดงถึงพลังที่ซ่อนอยู่ในดาบ ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่เป้าหมายอย่างมั่นคง และทุกการเคลื่อนไหวแสดงถึงความมุ่งมั่นที่จะพิสูจน์ตนเอง
หลี่ชางยืนสงบนิ่ง ดาบในมือเขาส่องประกายลวดลายวิจิตรที่สร้างขึ้นเอง หลังจากการแสดงทักษะที่ทำให้ชาวบ้านต้องตะลึง ความมุ่งมั่นและตั้งใจที่หลี่ชางแสดงออกมาทำให้เขากลายเป็ศูนย์กลางความสนใจ
หลังจากที่หลี่ชางเสร็จสิ้นการแสดงทักษะ ชาวบ้านที่เคยดูถูกเขาเริ่มเข้ามาใกล้ พวกเขาเริ่มแสดงท่าทีที่เปลี่ยนไป คนที่เคยท้าทายหลี่ชางก้าวออกมา และพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่างไปจากเดิม
"หลี่ชาง ข้าขอโทษที่เคยดูถูกเ้า ข้าเห็นถึงความพยายามและความสามารถของเ้าในวันนี้ เ้าพิสูจน์แล้วว่าเ้ามีความสามารถจริง ๆ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเคารพและยอมรับ
หัวใจของหลี่ชางเต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งดีใจที่ได้รับการยอมรับ ภาคภูมิใจในตนเอง และความรู้สึกของการที่ได้พิสูจน์ตนเอง เขารู้สึกถึงน้ำตาที่คลอเบ้าตา แต่ยังคงยืนอย่างมั่นคง
"ข้าทำได้ ข้าได้พิสูจน์แล้วว่าข้ามีค่า" หลี่ชางคิดในใจ ขณะที่เขามองไปที่ชาวบ้านด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความขอบคุณ
หลี่ชางพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและจริงใจ "ข้าไม่้าการยอมรับจากใคร แต่ข้า้าให้ทุกคนรู้ว่าความมุ่งมั่นและความพยายามสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตคนได้ ข้าขอบคุณสำหรับโอกาสที่ได้พิสูจน์ตัวเองในวันนี้"
ชาวบ้านหลายคนเริ่มพูดคุยกันด้วยความชื่นชม "หลี่ชางเ้ามีความสามารถจริง ๆ ข้าไม่เคยเห็นใครที่มีความมุ่งมั่นเช่นเ้า" "ข้าจะต้องเปลี่ยนความคิดที่มีต่อเ้า"
ร่างกายของหลี่ชางแสดงถึงความผ่อนคลายและมั่นคง เขายืนตรงและสงบ มือของเขาจับดาบอย่างมั่นคงแต่ไม่แข็งกระด้าง สายตาของเขามองตรงไปยังชาวบ้านด้วยความเคารพและขอบคุณ
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชาวบ้านเป็สิ่งที่เห็นได้ชัดเจน พวกเขาเริ่มเข้ามาพูดคุยและแสดงความชื่นชมต่อหลี่ชาง รอยยิ้มและการจับมือทำให้หลี่ชางรู้สึกถึงความอบอุ่นและการยอมรับที่แท้จริง
หลี่ชางกำลังฝึกฝนในร้านตีเหล็กของเขา ความมุ่งมั่นในดวงตาแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่ไม่เคยลดละ แม้ว่าเขาจะได้รับการยอมรับจากชาวบ้านแล้ว เขายังคงฝึกฝนตนเองอย่างหนักหน่วง ความกระหายในการพัฒนาและการเรียนรู้ยังคงอยู่ในใจของเขา
ขณะที่หลี่ชางกำลังตีเหล็ก เสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาหยุดมือและเดินไปเปิดประตู พบกับบุรุษไปรษณีย์ที่ส่งจดหมายสีขาวให้แก่เขา หลี่ชางรับจดหมายและเปิดดู พบว่าเป็จดหมายจากอาจารย์ตีเหล็กชื่อดังจากเมืองหยางเฉิง เชิญเขาเข้าร่วมการประลองทักษะตีเหล็กระดับภูมิภาค
ข้อความในจดหมายเขียนด้วยลายมือเรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความนับถือ "หลี่ชาง ข้าได้ยินถึงความสามารถและความมุ่งมั่นของเ้า ข้าขอเชิญเ้าเข้าร่วมการประลองทักษะตีเหล็กระดับภูมิภาคที่เมืองหยางเฉิง ข้าหวังว่าเ้าจะยอมรับคำเชิญนี้และแสดงฝีมือของเ้าต่อหน้าทุกคน"
หัวใจของหลี่ชางเต้นแรงด้วยความตื่นเต้นและความดีใจ คำเชิญนี้เป็สิ่งที่เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อน ความรู้สึกของการได้รับการยอมรับจากช่างตีเหล็กชื่อดังทำให้เขามีความภาคภูมิใจในตนเองมากขึ้น "ข้าได้รับคำเชิญจากอาจารย์ตีเหล็กชื่อดัง ข้าต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการประลองครั้งนี้" เขาคิดในใจด้วยความมุ่งมั่น
หลี่ชางอ่านจดหมายด้วยความตั้งใจ ทุกคำที่อ่านทำให้เขารู้สึกถึงความสำคัญของคำเชิญนี้ "ข้าไม่เคยคิดว่าจะได้รับเกียรตินี้ ข้าต้องทำให้ดีที่สุดเพื่อพิสูจน์ความสามารถของข้า" เขาพูดกับตัวเองเสียงเบา พร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปาก
เขาเดินไปหาเพื่อนที่สนิทที่สุดในหมู่บ้าน เล่าเื่ราวให้ฟัง "ข้าได้รับคำเชิญจากอาจารย์ตีเหล็กชื่อดังในเมืองหยางเฉิง ข้าจะเข้าร่วมการประลองทักษะตีเหล็ก ข้า้าคำแนะนำและความช่วยเหลือในการเตรียมตัว" หลี่ชางกล่าวด้วยน้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความหวัง
หลี่ชางถือจดหมายไว้ในมือ ดวงตาของเขาส่องประกายด้วยความมุ่งมั่นและความตื่นเต้น เขายืนนิ่งสักครู่ก่อนจะเริ่มต้นคิดถึงการเตรียมตัวสำหรับการประลอง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยพลังและความตั้งใจที่จะแสดงฝีมือและพิสูจน์ตนเองในการแข่งขัน
หลี่ชางรู้สึกถึงความตื่นเต้นและความคาดหวังที่สูงขึ้นเมื่อคิดถึงการเดินทางไปยังเมืองหยางเฉิง เมืองนี้เป็ที่รู้จักในฐานะศูนย์กลางของความรู้และเทคนิคการตีเหล็ก หลี่ชางรู้ว่าเมืองนี้เป็แหล่งรวมช่างฝีมือที่มีทักษะและประสบการณ์มากมาย การได้เดินทางไปที่นี่ถือเป็โอกาสที่ยิ่งใหญ่ในการเรียนรู้และพัฒนาตนเอง
หลี่ชางเริ่มศึกษาเกี่ยวกับเมืองหยางเฉิง เขาอ่านหนังสือและสอบถามจากผู้ที่เคยไปมาเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับเมืองนี้ "เมืองหยางเฉิงเป็เมืองที่มีชื่อเสียงด้านการตีเหล็ก มีช่างฝีมือที่มีชื่อเสียงหลายคนที่ทำงานและพัฒนาทักษะของตนเองที่นี่" หลี่ชางคิดในใจขณะศึกษาเกี่ยวกับเมืองนี้
หัวใจของหลี่ชางเต็มไปด้วยความรู้สึกของการท้าทายและความมุ่งมั่น เขารู้ว่าการได้เข้าร่วมการประลองในเมืองหยางเฉิงไม่เพียงแต่เป็โอกาสในการแสดงฝีมือ แต่ยังเป็โอกาสในการพัฒนาตนเองอีกด้วย "ข้าจะต้องพัฒนาทักษะของข้าให้ดียิ่งขึ้น ข้าจะไม่ยอมแพ้ต่อความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้า" เขาคิดในใจด้วยความมุ่งมั่น
หลี่ชางพูดคุยกับเพื่อนที่เคยไปเมืองหยางเฉิง "เมืองหยางเฉิงเป็อย่างไรบ้าง? ข้าได้ยินว่ามันเป็แหล่งรวมความรู้และเทคนิคการตีเหล็กที่ดีที่สุด" เขาถามด้วยความอยากรู้
เพื่อนตอบกลับด้วยรอยยิ้ม "ใช่ เมืองหยางเฉิงเป็ที่ที่เต็มไปด้วยช่างฝีมือที่มีความสามารถ ทุกคนที่มาที่นี่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการพัฒนาตนเองและแสดงฝีมือ การประลองทักษะที่นี่ไม่เพียงแต่เป็การแข่งขัน แต่ยังเป็การเรียนรู้และแลกเปลี่ยนความรู้"
หลี่ชางรู้สึกถึงพลังและความมุ่งมั่นที่เต็มเปี่ยมในร่างกาย เขายืนนิ่งและคิดถึงการเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปยังเมืองหยางเฉิง ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเอง เขาเริ่มฝึกฝนทักษะการตีเหล็กด้วยความตั้งใจที่แน่วแน่และความหวังที่จะเป็ช่างตีเหล็กที่ยอดเยี่ยม
หลี่ชางเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความตื่นเต้นเมื่อเขาตัดสินใจเข้าร่วมการประลองทักษะตีเหล็กในเมืองหยางเฉิง เขารู้ว่าการเข้าร่วมครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็การแสดงฝีมือ แต่ยังเป็การทดสอบความสามารถและความอดทนของเขาด้วย การตัดสินใจครั้งนี้แสดงถึงความกล้าหาญและความตั้งใจของหลี่ชางในการพัฒนาตนเอง
หลี่ชางรู้ดีว่าการตัดสินใจเข้าร่วมการประลองครั้งนี้ไม่ใช่เื่ง่ายสำหรับเขา เขาไม่มีครอบครัวหรือเพื่อนที่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจในการเดินทางนี้ เขาต้องพึ่งพาความมุ่งมั่นและความเชื่อมั่นในตัวเองเพียงลำพัง การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็สิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา
หลี่ชางนั่งลงที่โต๊ะทำงานในร้านตีเหล็กของเขา เขาหยิบจดหมายเชิญจากอาจารย์ตีเหล็กชื่อดังในเมืองหยางเฉิงขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ทุกคำในจดหมายเป็เหมือนแรงผลักดันให้เขากล้าก้าวข้ามขีดจำกัดของตนเอง เขารู้ดีว่าการเข้าร่วมการประลองนี้เป็โอกาสที่หายากและไม่ควรปล่อยให้หลุดมือ
เขาเริ่มต้นการเตรียมตัวด้วยการตรวจสอบเครื่องมือและวัสดุที่เขามีอยู่ เขาวางแผนการเดินทางและจัดเตรียมทุกสิ่งที่จำเป็สำหรับการประลอง หลี่ชางตัดสินใจว่าแม้จะไม่มีใครคอยสนับสนุน เขาจะไม่ยอมแพ้และจะทำให้ดีที่สุดเพื่อพิสูจน์ตนเอง
หัวใจของหลี่ชางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความกังวล การต้องเดินทางคนเดียวและเผชิญหน้ากับความท้าทายโดยไม่มีใครอยู่เคียงข้างทำให้เขารู้สึกเหงาและกลัว แต่ความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่จะพัฒนาตนเองทำให้เขามีกำลังใจและความหวัง
"ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้าจะพิสูจน์ว่าข้าสามารถทำได้ แม้จะไม่มีใครคอยสนับสนุน" เขาคิดในใจขณะที่เขาเตรียมตัวสำหรับการเดินทาง
ขณะที่หลี่ชางเตรียมตัว เขาพูดกับตัวเองเพื่อเพิ่มความมั่นใจ "ข้าต้องทำให้ดีที่สุด ข้าต้องไม่ยอมแพ้ ข้าจะพิสูจน์ให้เห็นว่าความมุ่งมั่นและความพยายามของข้าจะนำพาข้าไปสู่ความสำเร็จ"
เขายังเขียนจดหมายตอบรับคำเชิญไปยังอาจารย์ตีเหล็กที่เมืองหยางเฉิง "ข้าขอตอบรับคำเชิญและจะเข้าร่วมการประลองทักษะตีเหล็ก ข้าขอขอบคุณสำหรับโอกาสที่ท่านมอบให้" เขาเขียนด้วยลายมือที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
ร่างกายของหลี่ชางแสดงถึงความมุ่งมั่นและความพร้อม ขณะที่เขาจัดเตรียมอุปกรณ์และวัสดุที่จำเป็สำหรับการเดินทาง มือของเขาจับเครื่องมือด้วยความระมัดระวังและความตั้งใจ ดวงตาของเขาส่องประกายด้วยความหวังและความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตนเอง
หลี่ชางเริ่มต้นด้วยการจัดเก็บเครื่องมือและวัสดุที่จำเป็สำหรับการประลอง เขาหยิบค้อนตีเหล็กที่เขาใช้งานบ่อยที่สุด พร้อมกับอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ เช่น คีม เหล็กหลอม และหินลับคม เขาเลือกเหล็กคุณภาพดีที่เขาเก็บสะสมไว้สำหรับโอกาสพิเศษเช่นนี้
จากนั้น เขาเตรียมกระเป๋าเดินทางที่แข็งแรงและทนทาน เพื่อให้แน่ใจว่าอุปกรณ์ทั้งหมดจะปลอดภัยตลอดการเดินทาง หลี่ชางจัดเก็บอุปกรณ์อย่างเป็ระเบียบและตรวจสอบซ้ำเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดขาดหาย
หลี่ชางรู้สึกถึงความตื่นเต้นและความคาดหวังที่สูงขึ้นในทุกๆ การเคลื่อนไหว ความรู้สึกของการเตรียมตัวสำหรับการผจญภัยที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นข้างหน้า ทำให้เขามีความกระตือรือร้นและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง