บทที่ 18 การแย่งชิงอำนาจในการดูแลจวน (3)
“ฉินหยวนเ้าวางใจเถิด พ่อจะต้องสืบสวนเื่นี้อย่างถี่ถ้วน! จะต้องให้ความเป็ธรรมแก่เ้าอย่างแน่นอน!” ฉินจงเจิ้งลุกขึ้นด้วยความโกรธ “รีบไปตามอนุหลี่จากเรือนหยกมาที่นี่เดี๋ยวนี้!! ต้องให้อนุหลี่สืบสวนเื่นี้ให้กระจ่าง!”
นับั้แ่ที่ฮูหยินไป๋ไม่เป็ที่โปรดปรานของฉินจงเจิ้ง ผู้ใต้บังคับบัญชาในจวนก็ค่อย ๆ มองนางด้วยสายตาดูแคลน ฮูหยินไป๋มีนิสัยอ่อนโยนและขี้ขลาด นานวันเข้าจึงควบคุมขเารับใช้ไม่ได้ และไม่มีผู้ใดยอมฟังคำสั่งของนาง
นอกจากสินสอดของนางแล้ว อำนาจในการดูแลจวนตระกูลฉินทั้งหมดตกอยู่ในมือของอนุหลี่ สาเหตุที่ฉินหยวนทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่เช่นนี้ก็เพื่อแย่งชิงอำนาจในการดูแลจวนจากมือของอนุหลี่และให้มารดาของตนกลับมาเท่านั้น
ฉินจงเจิ้งเกลียดชังฮูหยินไป๋ ถึงแม้จะยังคิดถึงความหลังในอดีต แต่เขาก็ไม่ยอมให้นางกลับมาดูแลจวนอีก
ทว่าหากอำนาจในการดูแลจวนไม่ได้อยู่ในมือของอนุหลี่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ในมือของอนุภรรยาคนใด อนุหลี่ก็คงจะไม่มีชีวิตที่ดีนัก…
“ท่านพ่อ ท่านไม่ทราบหรือว่าผู้ดูแลหลี่กับอนุหลี่มีความสัมพันธ์อย่างไร? หากให้อนุหลี่เป็คนจัดการเื่นี้ เกรงว่าผู้อื่นจะนินทาจนทำร้ายอนุหลี่ได้เลยนะเจ่าค่ะ ยามนี้อนุหลี่เพิ่งสูญเสียบุตรในครรภ์ไป ร่างกายก็อ่อนแอลงมาก ท่านพ่อรักใคร่อนุหลี่ถึงเพียงนั้น ย่อมไม่อยากให้นางต้องตกอยู่ในวังวนแห่งความวุ่นวายนี้กระมัง? ให้อนุหยางมาช่วยแบ่งเบาภาระแทนอนุหลี่ไม่ดีกว่าหรือ?”
อนุหยางผู้นี้เดิมทีเป็บุตรสาวของขุนนางที่ตกอับ เนื่องจากบิดาของนางก่อเื่ร้ายแรงจึงถูกลดชั้นเป็ข้ารับใช้ สมัยนั้นฉินจงเจิ้งเห็นแก่ความอ่อนเยาว์และความงามของอนุหยาง จึงใช้เงินไถ่ตัวนางมาเป็อนุภรรยาในจวนตระกูลฉิน
หากไม่ใช่เพราะตระกูลตกต่ำ อนุหยางก็ถือเป็สตรีผู้ดีในสกุลใหญ่ตระกูลหนึ่ง
อนุหยางมีนิสัยเรียบง่าย นางมองทุกสิ่งในจวนตระกูลฉินอย่างไม่ยึดติดมานานแล้ว และอนุหยางยังไม่ได้พึ่งพาความรักจากฉินจงเจิ้งเพียงอย่างเดียวเพื่อความอยู่รอดของตนเองเท่านั้น แต่กลับใช้ชีวิตที่ดีกว่าคนส่วนใหญ่ในจวน
ฉินจงเจิ้งฟังดูแล้วเห็นว่าเป็แผนการที่ดี จึงตกลงตามที่ฉินหยวนเสนอ
ในเวลานี้ ไม่ควรทำให้ฉินหยวนและเขาแตกแยกกันเพียงเพราะผู้ดูแลเพียงคนเดียว
บุตรสาวผู้นี้ นางยังมีประโยชน์แก่เขาอีกมาก…
ส่วนอนุหลี่นั้นเป็เพียงของเล่นชิ้นหนึ่งเท่านั้น ฉินจงเจิ้งจะมองนางอยู่ในสายตาได้อย่างไร?
ผู้ดูแลหลี่คุกเข่าลงกับพื้น ตัวสั่นเทิ้ม ด้วยความหวาดกลัวแทบจะปัสสาวะราดกางเกง
อย่างไรเสีย นี่ก็เป็เพียงแค่เื่เสื้อผ้าเท่านั้น ตรวจสอบแล้วคราวหน้าก็อย่าทำผิดอีกก็พอแล้วไม่ใช่หรือ?
แต่ผู้ดูแลหลี่รู้ดีว่า เื่ที่เขาทำผิดไม่ได้มีแค่เื่นี้เื่เดียว หากมีการตรวจสอบต่อไป อาจจะทำให้เื่ราวบานปลายจนไม่สามารถแก้ไขได้
ฉินหยวนสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงหรี่ตามองไปทางผู้ดูแลหลี่ “ท่านพ่อ ท่านดูสิ! ผู้ดูแลหลี่กลัวขนาดนี้เชียวหรือ? ใกล้จะปัสสาวะราดกางเกงแล้ว เื่นี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ ต้องให้อนุหยางตรวจสอบโดยทันที”
คราวนี้ฉินจงเจิ้งโกรธจริง ๆ เพราะเขาเชื่อใจอนุหลี่มากจนมอบอำนาจการจัดการทั้งหมดให้ผู้ดูแลหลี่ ตอนนี้ไม่เพียงแต่เกิดปัญหาใหญ่ขึ้น แต่เื่นี้ดูเหมือนจะไม่ง่ายดายอย่างที่เห็น เขาจึงสั่งการทันที “ตรวจสอบ!
ต้องตรวจสอบให้ถึงที่สุด!”
“เ้าอย่ากังวลไปเลยหยวนเอ๋อร์ พ่อจะต้องให้ความเป็ธรรมกับเ้าอย่างแน่นอน” ฉินจงเจิ้งหันไปปลอบฉินหยวน ทันใดนั้นก็ใครบางคนวิ่งเข้ามากอดเขาไว้ เมื่อฉินจงเจิ้งก้มลงมองก็พบว่าเป็ฉินซู
ชิงเหอที่ตามหลังฉินซูมา เมื่อเห็นฉินจงเจิ้งนางก็คุกเข่าลงทันที “ข้าไม่ได้ดูแลคุณชายให้ดี ปล่อยให้คุณชายไปกระทำการไม่เหมาะสม ข้าสมควรตาย!”
“ท่านพ่อ ลูกไม่ได้เจอท่านมาหลายวันแล้ว ได้ยินหงอวี้บอกว่าท่านมาหาท่านพี่ ลูกดีใจมากเลยวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน ลูกไม่ได้ตั้งใจจริง ๆ ขอรับ ไม่ใช่ความผิดของชิงเหอแต่เป็ความผิดของลูกเอง” ฉินซูทำหน้างุนงง มองไปที่ฉินจงเจิ้ง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ดูเหมือนว่าเขาจะเคารพและพึ่งพาพ่อของเขาจริง ๆ
“ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรหรอก ดูเ้าสิ! ซูเอ๋อร์กลัวถึงเพียงนี้ พ่อกะว่าจะมาหาพี่สาวของเ้าก่อนแล้วค่อยไปหาเ้า ไม่คิดว่าเ้าจะวิ่งมาเองเช่นนี้” ฉินจงเจิ้งยิ้มเ้าเล่ห์เหมือนจิ้งจอกไม่มีผิด
ฮ่าฮ่า มาหานางงั้นหรือ? ไม่ใช่เพราะมองเห็นอำนาจขององค์ชายหนิงหรอกหรือถึงมาเพื่อเอาใจนาง?
หลายวันมานี้ ฉินจงเจิ้งมาที่เรือนบัวหยกทุกวัน ไม่เคยไปหาอาซูเลย บัดนี้ช่างพูดจาเพราะหูเสียจริง!
“อาซูคงคิดถึงท่านพ่อมากเกินไป ถึงได้หุนหันพลันแล่นเช่นนี้” ฉินหยวน ยิ้มพลางกล่าวกับฉินจงเจิ้งว่า “หลายวันมานี้ อาซูกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยนะเ้าคะ พอเห็นท่านพ่อเขาถึงยิ้มออกมาได้”
“เกิดอะไรขึ้น?” ฉินจงเจิ้งเพิ่งสังเกตเห็นใต้ตาคล้ำของฉินซู “เหตุใดถึงกินไม่ได้นอนไม่หลับ มีใครรังแกเ้างั้นหรือ?”
“ไม่ถึงขั้นรังแกหรอกเ้าค่ะ แม้ว่าในเรือนบัวหยกจะไม่ได้ร่ำรวยมากนัก การกินอยู่ไม่เท่าอนุหลี่ แต่อาซู้าสิ่งใด ข้าก็จัดหาให้ทุกอย่าง เพียงแต่ั้แ่ท่านแม่ไปถือศีลอยู่ที่วัด อาซูก็ร้องไห้อยากพบท่านแม่ทั้งวันทั้งคืน ข้าในฐานะพี่สาวก็ปลอบโยนอะไรเขาไม่ได้เลย”
“ท่านพ่อ” ฉินซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่าเต็มไปด้วยความเศร้าโศก ใต้ตาของเขาคล้ำเป็วงกว้าง “ท่านแม่ไปถือศีลอยู่ที่วัดมานานแล้ว ตอนนี้ท่านพ่อก็แข็งแรงดี ไฉนยังเชื่อเื่ิญญาร้ายและพระพุทธเ้าอยู่เล่า? อาซูเป็เด็กยังไม่เชื่อเลย ท่านพ่อยังสู้เด็กอย่างลูกไม่ได้อีกหรือ!”
ฉินซูกล้าพูดเช่นนี้ เพราะรู้ว่าฉินจงเจิ้งไม่เชื่อเื่ิญญาร้ายและพระพุทธเ้าอยู่แล้ว
“พ่อช่างโง่เขลาเหลือเกิน พ่อจะให้คนไปตามท่านแม่ของเ้ากลับมาประเดี๋ยวนี้ ให้นางกลับมาอยู่กับพวกเ้าสองพี่น้อง”
เมื่อนางกลับมาก็แค่มีคนบนโต๊ะอาหารเพิ่มขึ้นเท่านั้น สำหรับจวนตระกูลฉินของเขาแล้วคงไม่ใช่เื่ใหญ่อะไร…
ยามนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้ฉินหยวนพอใจ เพื่อให้นางเต็มใจเป็สะพานเชื่อมระหว่างเขาและองค์ชายหนิง
เพราะไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าการทำให้กิจการของเขาก้าวหน้ายิ่งขึ้นอีกแล้ว…
หากองค์ชายหนิงยินดีกล่าวชมเขาต่อหน้าฮ่องเต้ ตำแหน่งพ่อค้าหลวงก็จะตกเป็ของเขาอย่างแน่นอน
ฉินหยวนรู้สึกพอใจ เพราะนางได้สิ่งที่้าแล้ว ฉินหยวนแค่อยากให้ครอบครัวได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ทั้งน้องชายและท่านแม่ของนาง
ส่วนฉินจงเจิ้งนั้น สมควรตกนรกสิบแปดขุมไปนานแล้ว
อนุหลี่ถูกกักบริเวณในเรือนหยกเป็เวลาเจ็ดวัน แต่นางก็ยังคอยสอดส่องไปทั่วทุกมุมของจวน เื่ราวที่เพิ่งเกิดขึ้นในเรือนบัวหยก นางเอง ก็สามารถรับรู้ได้ในทันทีแม้อยู่ไกลออกไป
“ผู้ดูแลหลี่ ช่างไร้ความสามารถเสียจริง! ข้าให้โอกาสดี ๆ แก่เขาขนาดนี้แล้ว กลับปล่อยให้หลุดมือไปอย่างน่าเสียดาย!” อนุหลี่รู้ดีว่าตำแหน่งผู้ดูแลจวนตระกูลฉินนั้นสำคัญมากขนาดไหน หากตกอยู่ในมือคนของ ฉินหยวนแล้ว ต่อไปนางคงทำอะไรในจวนตระกูลฉินได้ไม่สะดวกดั้งเดิมแล้ว
ตำแหน่งนี้อนุหลี่ต้องยึดครองมันไว้ให้ได้!!
ระหว่างถูกกักบริเวณอยู่ในเรือนหยก หลายวันมานี้ฉินอิงไม่ได้ออกไปไหนเลย นางเบื่อหน่ายจนแทบจะทนไม่ไหวแล้ว เมื่อได้ยินสาวใช้มารายงานเื่นี้ นางยิ่งโกธรเข้าไปอีก “ท่านแม่ ต้องเป็ฉินหยวนแน่ ๆ ที่ไปฟ้องท่านพ่อ… ท่านแม่ต้องลงโทษนางให้สาสมนะเ้าคะ!”
“ตอนนี้นางเด็กนั้นไม่รู้ใช้วิธีเคล็ดลับอะไรมัดใจองค์ชายหนิง ยิ่งไปกว่านั้นนางยังกำจุดอ่อนของนายท่านไว้ในกำมืออีกด้วย ตอนนี้เราต้องหลบหลีกคมดาบของนางก่อน ดูว่านาง้าอะไรกันแน่ แล้วค่อยหาทางเอาชนะนางให้สิ้นซากในคราวเดียว!” อนุหลี่คิดอย่างแค้นเคือง แม้ในยามปกตินางจะคิดเช่นนี้อยู่ตลอดเวลาก็เถิด
อนุหลี่เป็หญิงที่ฉลาดและโเี้ ต่างจากฉินอิงที่โเี้แต่กลับไร้สมอง…
อนุหลี่โน้มตัวมาใกล้ฉินอิงแล้วกระซิบข้างหูนางว่า “นางจะไปร่วมงานเลี้ยงไม่ใช่หรือ? เดี๋ยวแม่จะไปพูดกับท่านพ่อให้พาเ้าไปด้วย ถึงเวลานั้นเ้าต้องรักษาหน้าของพวกเราตระกูลฉินให้ได้!”
ทันใดนั้นแววตาของฉินอิงวาบประกายด้วยความมุ่งมั่น แผนการใหม่ผุดขึ้นในใจของนางทันที หากนางสามารถเชื่อมสัมพันธ์อันดีกับบุคคลสำคัญ หรือแม้แต่ครองใจขององค์ชายหนิงได้ นางก็จะไม่ต้องทนอยู่ในจวนตระกูลฉินนี้และคอยเอาใจคนอื่นอีกต่อไป!
นอกจากนี้ยังสามารถนำชื่อเสียงอันยิ่งใหญ่มาสู่ตระกูลฉินได้อีกด้วย ถึงตอนนั้น ไม่ใช่แค่ฉินหยวน แม้แต่ท่านพ่อของนางก็ต้องก้มหัวให้นางและยอมสยบต่ออำนาจของนางอย่างหมดสิ้น
เพียงแต่นางไม่รู้ว่าองค์ชายหนิงหน้าตาเป็อย่างไร? ฉินอิงคิดไปแล้วพลันสายตาก็เต็มไปด้วยความรังเกียจ ต่อให้ชายที่มีใบหน้าขี้เหร่หรือรูปร่างอ้วนใหญ่เพียงใด นางก็ยอมทุกอย่างเพื่อจะได้ครองใจเขา!
ส่วนใหญ่ในยามปกติฉินจงเจิ้งมักจะไปพักผ่อนที่เรือนของอนุหลี่ นอกจากอนุหลี่แล้ว อนุภรรยาคนอื่นไม่ค่อยได้รับความสนใจจากเขามากนัก ทว่าในยามนี้อนุหยางกลับได้รับคำสั่งจากฉินจงเจิ้งนางจึงรู้สึกใและเป็เกียรติอย่างยิ่ง
เจี้ยงหงยิ้มอย่างมีความสุข รีบเข้าไปประคองอนุหยาง “นายหญิงรอคอยเวลามานาน ในที่สุดนายท่านก็หันมาสนใจท่านแล้ว!”
“เ้าดีใจยิ่งกว่าข้าอีกนะ” อนุหยางพูดอย่างเยาะหยัน พอรู้ว่าคำสั่งมาจากเรือนบัวหยก ในใจที่เคยลังเลอยู่ก็พลันกลายเป็ความมั่นใจขึ้นมาในทันที
อนุหลี่มีนิสัยหยิ่งทะนง ไม่ได้ใส่ใจความโปรดปรานของฉินจงเจิ้ง ทว่านางกลับมีความทะเยอทะยานอยากมีอำนาจ
อนุหยางนั้นมาจากตระกูลขุนนาง ครั้นเมื่อนางยังเป็เยาว์วัย ตระกูลของนางก็มีความซับซ้อนเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับตระกูลฉินเลย นางจึงรู้ดีว่าการมีอำนาจในการดูแลจวนนั้นสำคัญเพียงใด
อนุหยางพึมพำว่า “ต้องขอบคุณ คุณหนูใหญ่จริง ๆ… เจี้ยงหง! เ้าไปเอากำไลเส้นสุดท้ายที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้ข้ามา แล้วเอาไปที่เรือนบัวหยก”
“นายหญิง?” เจี้ยงหงนึกสงสัย “นั่นเป็ของที่มารดาทิ้งไว้ให้ท่านเพียงชิ้นเดียวนะเ้าคะ ท่านยังจะยอมมอบให้อีกหรือ?”
หลายปีผ่านไป บางเื่นางก็มองออกแล้ว บัดนี้นางเข้าใจแล้วว่า มีเพียงอำนาจและมิตรไมตรีอันดีเท่านั้นที่สำคัญและจับต้องได้มากที่สุด
ของขวัญชิ้นนี้ที่คุณหนูใหญ่มอบให้ นางจดจำไว้แล้ว และไม่รู้จะตอบแทนอย่างไร และนี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น…
ภายหลังจากนี้ พวกนางทั้งสองคงต้องติดต่อกันบ่อยขึ้น การสร้างความสัมพันธ์อันดีนั้นสำคัญที่สุด
“ข้าให้เ้าไปเอามา เ้าก็ไปเถิด บัดนี้พวกเราอยู่ในเรือลำเดียวกับคุณหนูใหญ่แล้ว ตราบใดที่อนุหลี่ยังอยู่ พวกเราก็คงไม่มีวันสงบสุข”
ก่อนหน้านี้อนุหยางวางเฉยและไม่สนใจเื่อันใดภายในจวนตระกูลฉินมาโดยตลอด อนุหลี่จึงไม่ทันได้สังเกต…
ทว่าบัดนี้ ฉินหยวนเผชิญหน้ากับอนุหลี่โดยตรงและยังมอบอำนาจในการจัดการเื่นี้ให้นางอีก ก็เท่ากับว่าอนุหยางถูกดึงเข้าไปในวังวนแห่งอำนาจภายในจวนตระกูลฉินแล้ว แม้จะหนีก็หนีไม่พ้น!!
ในเมื่อหนีไม่พ้น ก็ต้องเผชิญหน้าเท่านั้น!!
อนุหยางถอนหายใจ เมื่อนึกถึงบุตรของตนเองที่ตายั้แ่อยู่ในครรภ์ นางแทบอยากจะหักกระดูกของอนุหลี่เสียให้ได้
ในยามนี้บนใบหน้าของอนุหยางปรากฏรอยยิ้มออกมา พลางคิดในใจว่า ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงแล้ว…
อนุหลี่วันของเ้าก็มาถึงแล้วเช่นกัน!!!