หลังจากที่ลี่ซือได้บอกกล่าวเื่ราวที่นางทราบมาให้คุณหนูรับฟังจบ จึงได้ไปจัดเตรียมสำรับอาหารเช้า แต่เมื่อกลับมากลับไม่พบเจอคุณหนูอยู่ภายในห้องนอน เห็นเพียงจดหมายฉบับหนึ่งได้ถูกวางไว้บนโต๊ะ นางได้ลองค้นหาตามที่ต่างๆแล้วแต่ไม่พบจึงได้เร่งรีบมาหาผู้นำตระกูลหลี่บิดาของคุณหนู
หลี่ฮุ่ยเหอรีบรับจดหมายฉบับนั้นมาด้วยมือที่สั่น แล้วจึงค่อยๆเปิดออกอ่าน
“ท่านพ่อลูกอกตัญญูไม่สามารถอยู่ดูแลท่านพ่อได้ ในเมื่อ์ไม่ให้ทางเลือกแก่ข้าข้าขอออกไปเผชิญโชคชะตาเพียงลำพังหากข้ามีพลังพอที่จะตัดสินทุกอย่างด้วยตัวข้าเองเมื่อใด ข้าจะกลับมา...”
ตอนนี้ตัวหลี่ฮุ่ยเหอได้กำจดหมายที่อยู่ในมือไว้แน่นั์ตาเริ่มแดงก่ำขึ้นมา มันรู้สึกว่า เป็เพราะความไร้ความสามารถของตน ทำให้ไม่สามารถปกป้องบุตรสาวเอาไว้ได้ตอนนี้มันรู้สึก้าสังหารจูเยว่ยิ่งนัก หากไม่ใช่เพราะมัน!!มีหรือที่บุตรลูกสาวที่ตนรักและถนุถนอม จะหนีจากไป!หลี่ฮุ่ยเหอจึงกัดฟันแน่นพร้อมเอ่ยคำออกมา
“ข้า... จะไปตระกูลเฟย!เพื่อเรียกร้องความเป็ธรรม ให้บุตรสาวข้า!!” มันรู้สึกโกรธแค้นอย่างที่สุดตอนนี้มัน้าบุกไปยังตระกูลเฟย เพื่อปฏิเสธคำขอแต่งงานอันบัดซบนี้แม้ต้องแลกด้วยชีวิตของมันก็ตามที!
“พวกเ้า! รีบนำกำลังคนไปตามหาบุตรสาวของข้ากลับมาให้ได้! ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องหาให้พบ!!”มันกล่าวไปยังเวรยามผู้ดูแลประตูห้องโถง
เสียงของผู้าุโสูงสุดรีบกล่าวเตือนขึ้นมาด้วยความรู้สึกร้อนรนเป็อย่างมาก
“จะเ้าจะทำอะไร!หากเ้าวู่วามลงมือไป ตระกูลหลี่อาจล่มสลายในเงื้อมมือของเ้า!ขอให้เ้าคิดให้ดีๆก่อน!!”
“ในเมื่อพวกท่านเป็ห่วงตระกูลนัก!ข้าหลี่ฮุ่ยเหอ... ขอออกจากการเป็ผู้นำตระกูล!!”หลี่ฮุ่ยเหอกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แล้วจึงก้าวเท้าออกจากตระกูลหลี่รีบมุ่งตรงไปยังตระกูลเฟยอย่างรวดเร็ว...
...ก่อนหน้าการประชุมของเหล่าผู้าุโตระกูลหลี่เล็กน้อย
ณ บริเวณหน้าที่พักของจูเยว่
แอ๊ดด....
เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมร่างชายหนุ่ม ค่อยๆก้าวออกมาจากภายในห้อง
จูเยว่ยิ้มขึ้นมาพร้อมหันไปกล่าวกับบุคคลที่อยู่ด้านหน้า ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นใดแต่เป็บิดาของตนเองที่เหมือนกำลังรอที่จะกล่าวอะไรบางอย่างแก่ตนก่อนออกเดินทาง
“ท่านพ่อ... ท่านมาหาข้าก่อนที่จะเดินทางไปยังป่าลมหวนเช่นนี้ ท่านมีอะไรที่จะกล่าวแก่ข้าหรือไม่?”จูเยว่รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเพราะเขาได้แจ้งแก่บิดาแล้ว ว่าจะเดินทางภายในวันนี้ไม่คาดคิดว่าบิดา้าที่จะมาส่งเขาด้วยตัวเอง
เฟยหรงไม่ได้กล่าวอะไรออกไปแต่ใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มเมื่อสักครู่ กลับปรากฏเป็จริงจังขึ้นพร้อมทั้งยื่นมือออกมา และมอบบางสิ่งให้แก่จูเยว่
เมื่อจูเยว่ได้ยื่นมือออกไปรับปรากฏเป็จี้หยกรูปเหรียญสีดำ ขนาดประมาณ 1 ชุ่น ตรงกลางมีรูปนกสยายปีก และมีหาง 9 เส้นห้อยลงมา คล้ายหางของนกยูง แต่มันเป็หยกที่แปลกประหลาดมากเนื่องจากเนื้อหยกเป็สีดำ ไม่ใช่สีเขียวตามปกติ หากเขาไม่ได้ััมันก่อนคงไม่อาจทราบได้ว่ามันคือหยก
หลังจากที่จูเยว่ได้ัักับมันในครั้งแรกราวกับมีพลังงานบางอย่าง ที่เขาไม่สามารถบอกได้ไหลผ่านเข้ามาแต่ก็เป็ความรู้สึกเพียงชั่วครู่เท่านั้น ก่อนที่ความรู้สึกดังกล่าวจะจางหายไป
แต่พริบตาต่อมาจูเยว่กลับรู้สึกราวกับเืภายในร่างเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่เขาไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็อันตรายต่อตนเองหรือไม่ เมื่อลองใช้พลังปราณเวทย์ตรวจสอบดูอย่างละเอียดแต่ยังคงไม่พบเจอสิ่งผิดปรกติแต่อย่างใด
จูเยว่จึงหันไปกล่าวสอบถามบิดาด้วยความรู้สึกสงสัย
“นี่คือสิ่งใดหรือท่านพ่อ?”
“มันคือ...จี้หยกที่แม่ของเ้าทิ้งไว้ให้ ในยามเมื่อนางจากไป” ขณะที่กล่าวออกมานั้นน้ำเสียงของเฟยหรงเต็มไปด้วยความรู้สึกคิดถึงคนึงหาแต่ก็พยายามระงับความรู้สึกนั้นเอาไว้ แล้วจึงกล่าวออกมาต่อ
“แม่ของเ้าได้กล่าวเอาไว้ก่อนที่จะจากไปว่า... หากเ้า้าเป็เพียงคนธรรมดาไม่้าเดินในเส้นทางของผู้ฝึกยุทธขอให้ข้าเลี้ยงดูเ้าแทนนางให้มีความสุขที่สุด เท่าที่ข้าสามารถจะทำให้ได้...แต่หากเ้า้าเดินไป ยังหนทางของผู้ฝึกยุทธแล้วละก็...ให้มอบจี้หยกดำนี้ให้แก่เ้า” เฟยหรงกล่าวออกมาด้วยท่าทางคล้ายนึกย้อนวันวานในอดีต ตามสิ่งที่ภรรยาได้กล่าวไว้ก่อนจาก
“ไม่ใช่ว่า...ท่านแม่ได้เสียชีวิตไปหลังจากที่ได้ให้กำเนิดข้า อย่างที่ท่านพ่อเคยกล่าวเอาไว้?”ตามความทรงจำของจูเยว่ที่ได้หลอมรวมเข้ามาบิดาได้กล่าวเอาไว้ว่า มารดาได้จากไปั้แ่ยามให้กำเนิดตัวเขาออกมา
เมื่อได้ยินคำกล่าวนั้นของบุตรชายเฟยหรงส่ายหน้าเล็กน้อย แล้วจึงกล่าวตอบกลับไป
“นั้นเป็เื่ที่ข้ากล่าวเอาไว้เพื่อปิดบังเ้า... หลังจากที่แม่เ้าจากไป หากเ้ายังคงใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและไม่สนใจที่จะฝึกฝนยุทธอย่างที่ผ่านมา... ตลอดชีวิตของข้าคงไม่บอกกล่าวความจริงนี้แก่เ้า เพราะเมื่อเ้าทราบว่ามารดายังมีชีวิตอยู่แต่ไม่สามารถที่จะพบเจอนางได้ มิสู้... ให้นางได้ตายไปในความทรงจำของเ้าเช่นนั้น... ไม่ดีกว่าหรอกรึ?” เขากล่าวประโยคสุดท้ายออกมาด้วยน้ำเสียงเจือไปด้วยความโศกเศร้าให้ความรู้สึกเหมือนกับว่า้ากล่าวบอกแก่ตนเอง หาใช่ตัวของจูเยว่
ทำให้ความสงสัยเของจูเยว่ได้คลายลงไปเพราะยามที่ตนถือกำเนิด ได้เลือกสตรีที่แข็งแกร่งที่สุดเพื่อตั้งครรภ์ ถึงแม้จะโชคร้ายที่ไม่มีสตรีที่แข็งแกร่งตามที่ตัวเขา้าใน่เวลานั้น แต่ก็ไม่ควรอ่อนแอถึงขั้นจากไปเพียงเพราะให้กำเนิดตนไม่ใช่รึ?
ถึงแม้จะทำให้เขาหายสงสัยในเื่ดังกล่าวแต่หลังจากได้ฟังคำจากบิดา จูเยว่กลับมีคำถามเกิดขึ้นในใจมากมายแต่ก็เพียงกล่าวถาม เื่ที่ตนเองอยากรู้ที่สุดเพียงไม่กี่คำถาม
“ในเมื่อข้าได้เริ่มฝึกฝนลมปราณแล้วท่านรู้หรือไม่ว่านางอยู่ที่ใด? ข้าจะพบเจอนางได้เช่นไร? และนางมีนามว่าอะไร?” เขากล่าวในสิ่งที่ตนอยากรู้ที่สุดออกมา
เพราะเมื่อพลังสายนั้นที่อยู่ในจี้หยกดำได้ไหลมาหลอมรวมกับตนเอง มันทำให้เืภายในกายของตนนั้นสั่นไหวก่อกำเนิดสายสัมพันธ์บางอย่าง ที่ไม่สามารถบอกกล่าวเป็คำพูดได้ขึ้นมาภายในจิตใจ
เฟยหรงได้ส่ายศรีษะอีกคราพร้อมกับกล่าวว่า
“ข้านั้นไม่รู้ว่านางอยู่ที่ใด... นางเพียงกล่าวว่าเมื่อนางไปแล้ว ไม่สามารถที่จะกลับมายังที่แห่งนี้ได้อีกเป็ครั้งที่สอง มีเพียงแต่ข้าต้องบรรลุถึงระดับพลังที่สูงพอถึงมีโอกาสได้พบเจอนางอีกครั้ง แต่นางกล่าวต่อข้าว่า ข้าคงไม่มีวาสนานั้น!แต่หากเป็บุตรของนางแล้วละก็... ต้องสามารถทำได้อย่างแน่นอน ส่วนแม่ของเ้า...สกุลเดิมคือเฟิ่ง นามว่าซูลี่”