ลู่อู๋ซูและหยวนอิงมองหน้ากันด้วยความแปลกใจ ใครกันจะมาหาพวกเขายามนี้ ลู่อู๋ซูจึงะโเอ่ยถามโดยไม่เปิดประตู
“นั่นใคร”
“ข้าน้อย รับคำสั่งจากองค์ชายห้าให้มาส่งเครื่องแต่งกายและสุราอาหารแก่คุณชายหยวนอิงขอรับ”
เมื่อรู้ว่าเป็คนของใครลู่อู๋ซูจึงยอมเปิดประตู ด้านหน้าประตูห้องมีขันทีหนุ่มกับนางกำนัลสองคนถือของอยู่ในมือ เมื่อมองดูล้วนเป็สุราอาหารที่หยวนอิงชื่นชอบทั้งนั้น ลู่อู๋ซูจึงขยับหลบเพื่อให้พวกเขานำสิ่งของเข้ามา หลังจากจัดการวางทุกอย่างลงบนโต๊ะเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขันทีหนุ่มก็นำเครื่องแต่งกายส่งให้หยวนอิง
“องค์ชายฝากบอกว่า หวังว่าท่านจะชอบ”
หยวนอิงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มก่อนจะยื่นมือไปรับ
“ขอบคุณท่านมากที่นำสิ่งของมาส่งให้” กล่าวจบหยวนอิงได้ยื่นเงินหนึ่งตำลึงทองส่งไปให้ ขันทีที่มาส่งสุราอาหารรับไปพร้อมรอยยิ้มก่อนจะขอตัวกลับไป
“องค์ชายห้าเอาใจใส่ดูแลเ้าดีจริงๆ” ลู่อู๋ซูกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“เขาเป็สหายสนิทเพียงคนเดียวของข้า อีกทั้งเป็คนอ่อนโยน จิตใจดีเช่นนี้มาตลอด” หยวนอิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม ขณะจ้องมองอาหารบนโต๊ะ ทุกสิ่งล้วนเป็สิ่งที่เขาชื่นชอบ ความกลัดกลุ้มความไม่สบายใจก่อนหน้าล้วนถูกปัดเป่าสลายหายไปพร้อมกับสายลมเสมือนไม่เคยมีมาก่อนในทันที
“น่าจะชวนน้องเล็กมากินด้วยกัน” ลู่อู๋ซูกล่าว
“อย่าไปรบกวนเขาเลย ท่านคิดว่าน้องเล็กจะขาดแคลนอาหารดีๆ หรือไร” หยวนอิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เมื่อลู่อู๋ซูคิดตามก็ส่ายหัวไปมาให้กับความคิดไร้สาระของตน ก่อนจะตักอาหารชั้นดีซึ่งไม่ได้ััมานานเข้าปาก เมื่อลิ้นัักับรสอาหาร เขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้
ค่ำคืนนั้นก็ผ่านพ้นไปอย่างเรียบง่าย วันต่อมาหยวนอิงและลู่อู๋ซูเข้าสู่ลานประลอง หลังจากการต่อสู้อย่างดุเดือดในที่สุดพวกเขาก็คว้าชัยชนะมาสู่สำนัก โดยรั่วซีคว้าอันดับหนึ่งมา ตามด้วยลู่อู๋ซู และหยวนอิงอันดับสาม การต่อสู้ครั้งนี้พวกเขาต้องขอบใจน้องเล็กเป็อย่างมาก ที่แนะนำจุดอ่อน วรยุทธ์ของสำนักต่างๆที่พวกเขาต้องเผชิญหน้า ส่งผลให้ไม่ต้องทุ่มสุดตัวก็คว้าชัยมาได้ เมื่อการแข่งขันจบลงขณะก้าวลงจากเวทีหลังรับรางวัล หยวนอิงซึ่งคิดมาตลอดจะลองสอบถามเทคนิคการฝึกฝนจากน้องเล็กที่ทำให้พลังยุทธ์พัฒนาไปอย่างก้าวะโ ก็รีบเข้าไปหาและกระซิบถาม
“เอ่อ น้องเล็ก ข้ามีเื่อยากจะสอบถามเ้าหน่อย ทำเช่นไร เ้าจึงเพิ่มพลังปราณได้อย่างรวดเร็ว”
รั่วซีเมื่อเห็นท่าทางจริงจังราวกับว่าคำถามนี้สำคัญยิ่ง ก็หยุดเดินตั้งใจฟังด้วยสีหน้าจริงจังเช่นกัน แต่เมื่อได้ฟังประโยคคำถาม เขาก็ต้องครุ่นคิดอย่างหนัก สีหน้าสลับสับเปลี่ยนไปมาประเดี๋ยวสีแดงประเดี๋ยวสีขาวระหว่างครุ่นคิด
หยวนอิงเมื่อเห็นท่าทางของรั่วซีซึ่งดูลำบากใจ ก็เอ่ยถามขึ้นมา
“เป็ความลับหรือไม่ หากเป็ความลับเ้าไม่จำเป็ต้องตอบคำถามข้าก็ได้ พี่รองเพียงแค่สอบถามเ้าดู”
รั่วซีมองหยวนอิงเหมือนตัดสินใจ ก่อนจะกล่าวเสียงเบา กระซิบตอบ
“พี่รอง ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากจะตอบ แต่ข้าก็ไม่รู้เช่นกันว่าจะตอบท่านเช่นไร”
“ข้ารู้เพียงแค่ว่าทุกครั้งที่อยู่กับศิษย์พี่เฉินพลังลมปราณข้าก็เพิ่มพูนขึ้นเอง” รั่วซีเอ่ยตอบ
“แค่อยู่ด้วยกันเหรอ แปลกยิ่ง”
“ใช่ ข้าก็ว่าแปลก”
“เ้าสามารถเจาะจงได้หรือไม่ ยามเ้าทำสิ่งใดร่วมกันแล้วพลังเพิ่มพูน”
รั่วซีพยายามครุ่นคิด ขณะไตร่ตรองใบหน้าเขาก็เปลี่ยน เป็สีแดงกุหลาบไปด้วย ใบหน้ามีความกระดากเขินอาย ขณะมองหน้าหยวนอิงที่จ้องมองมาอย่างรอคำตอบ
เมื่อเห็นสายตาคาดหวังของหยวนอิงที่จ้องมองตน รั่วซีก็อ้อมแอ้มตอบออกไป
“พี่รอง เอ่อ ข้า เอ่อ ดูเหมือนว่าหลังจากผ่านค่ำคืนมาด้วยกัน พลังก็เพิ่มขึ้น แต่ข้าไม่แน่ใจหรอกนะ”
“ผ่านค่ำคืน เ้าหมายถึงนอนหลับด้วยกันนะเหรอ” หยวนอิงถามซ้ำด้วยใบหน้าสงสัย
“ข้าหมายถึง อย่างนั้นน่ะ”
“อย่างนั้น อย่างนั้นอะไรหรือ” ยิ่งรั่วซีพูดหยวนอิงก็ยิ่งงุนงง แค่นอนด้วยกันพลังก็เพิ่มแล้วหรือ ทำไมถึงเป็เช่นนั้น
รั่วซีจ้องมองคนตรงหน้า บทพี่รองจะซื่อก็ซื่อซะจริง ท่านไม่เคยอ่านหนังสืออย่างว่าเลยหรืออย่างไร โดยที่รั่วซีไม่รู้เลยว่าสิ่งที่ตนคิดนั่นถูกต้องแล้ว เนื่องจากหยวนอิงโตมาในตำแหน่ง
รัชทายาทจึงถูกดูแลอย่างเข้มงวด เคยมีครั้งหนึ่งเขาแอบหยิบนิยายที่พวกบ่าวรับใช้ชอบอ่านกันขึ้นมาอ่าน กลับส่งผลให้นางกำนัลในตำหนักถูกสั่งโบยทั้งหมด อีกทั้งเขาก็โดนสั่งสอนชุดใหญ่ จากนั้นมาหยวนอิงก็ไม่กล้าจะจับนิยายรักๆ ใคร่ๆ มาอ่านอีกเลย
รั่วซีครุ่นคิดอย่างหนัก ว่าจะอธิบายพี่รองของเขาเช่นไรดี ในที่สุดก็กลั้นใจเอ่ยตอบด้วยสีหน้าแดงก่ำ
“ต้องนอนครวญครางใต้ร่างอีกฝ่าย ข้าไปละ” พูดจบรั่วซีก็รีบหันหลังก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็วด้วยความเขินอาย
หยวนอิงมองรั่วซีที่เดินจากไปอย่างงุนงง
พลางยืนทบทวนคำตอบจากรั่วซีอีกครั้ง
‘นอนด้วยกัน ผ่านค่ำคืนไปด้วยกัน อีกทั้งต้องครวญครางใต้ร่างอีกฝ่าย เป็การฝึกฝนประเภทใดกัน เห็นทีข้าจะต้องลองถามจากพี่หลี่ดู เขาอ่านหนังสือตำรามามากมายอาจจะมีคำตอบให้ข้าก็เป็ได้’ หยวนอิงครุ่นคิด ก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักเสมือนเห็นด้วยกับความคิดนี้ของตนเอง
หลังจากการประลองจบลง เหล่าศิษย์ทุกสำนักก็พักผ่อนกันอย่างเงียบเชียบเพื่อรอเวลางานเลี้ยงในพระราชวังมาถึง โดยในคราวนี้ผู้ชนะทั้งสามคนจะได้รับโอกาสให้เข้าร่วมงานเลี้ยงด้วย เพื่อรับพระราชทานรางวัลจากฮ่องเต้แคว้นถัง หยวนอิงเฝ้ารอคอยงานเลี้ยงครั้งนี้ด้วยใจจดจ่อเพราะในที่สุดก็จะได้พบกับถังหลี่อีกครั้ง