ออโรร่าที่วิ่งเข้าไปภายในถ้ำหันหลังกลับไปมองด้านหลังก็พบลูกเพลิงน้อยใหญ่ปรากฏขึ้นกลางอากาศที่ว่างเปล่าและลูกเพลิงเ่าั้พุ่งเข้าโจมตีไปยังบาเบดัสอย่างต่อเนื่องแบบไม่มีหยุดพัก แต่บาเบดัสก็ยังต่อต้านลูกเพลิงที่พุ่งเข้ามาได้แต่ก็ทำให้เขาช้าลงอย่างมากด้วย
“ไอ้เ้าปีศาจนั้นมันเอาพลังขนาดนั้นมาจากไหนกันแน่”
ออโรร่าสบถออกมาและเร่งฝีเท้าขึ้นอีกจนห่างจากบาเบดัสอย่างมาก
เมื่อออโรร่าวิ่งมาถึงทางแยกแห่งหนึ่งจึงหยุดลง
“แล้วข้าต้องไปทางไหนละ”
ออโรร่าสีหน้าเคร่งเครียดอย่างมากเนื่องจากเื้ัของเธอมีบาเบดัสตามมา
“มาทางซ้ายมือ”
ในขณะที่ออโรร่ากำลังคิดหนักอยู่นั้นเธอก็ได้ยินเสียงๆหนึ่งดังขึ้นมาภายในหัวของเธอ เธอจึงไปตามเสียงนั้นทันที
“จะอะไรก็ช่างมันก่อนละ”
เมื่อออโรร่าวิ่งมาจนสุดทางเธอพบเข้ากับประตูบานใหญ่อย่างมาก บนบานประตูมีอักขระที่เธอไม่รู้จักเขียนไว้บนบานประตูไว้มากมาย
“แล้วจะเปิดมันยังไงกันละ”
“นำมือของเ้าแตะประตูนั้น”
เสียงดังขึ้นมาภายในหัวของเธออีกครั้งทำให้เธอต้องเกิดความสงสัยขึ้น แต่ในตอนนั้นเกิดเสียงดังใกล้เข้ามาหาออโรร่า ทันทีที่เธอหันกลับไปดูกับพบว่าบาเบดัสที่มีม่านพลังสีดำสนิทห่อหุ้มตัวและมีเหล่าลูกไฟน้อยใหญ่ในอากาศเข้าโจมตีได้เข้ามาถึงที่เธออยู่แล้ว
“เ้าคิดจะไปไหนคิดรึว่าแค่เศษลูกไฟเหล่านี้จะจัดการข้าได้”
ออโรร่าใบหน้าเคร่งเครียดและตั้งท่าต่อสู้
“ในเมื่อเ้าไม่ยอมเป็ของข้าดีๆเ้าก็ตายๆไปชะ”
บาเบดัสตวัดแขน เกิดใบมีดสีดำรูปเสี้ยวจันทร์พุ่งไปยังออโรร่าแต่ทันทีที่ใบมีดจะเข้าถึงตัวออโรร่า เธอได้ยินเสียงก้องภายในหัว
“เร็วรีบแตะที่ประตู”
ออโรร่าสลัดความคิดภายในหัวของนางทิ้งรีบแตะไปที่บานประตูทันที เมื่อเธอแตะบานประตูก็เกิดแสงสีขาวขึ้นหุ้มตัวของเธอและก็หายไปจากจุดเดิมที่เคยยืนอยู่ในทันที ใบมีดสีดำทะลุผ่านจุดที่เคยมีออโรร่ายืนอยู่เข้าไปปะทะกับบานประตูใหญ่เกิดะเิเสียงดังและเกิดกลุ่มควันขึ้นเมื่อกลุ่มควันหายไปบานประตูกลับไม่ได้รับความเสียแม้แต่น้อยเมื่อออโรร่าหายไปลูกไฟน้อยใหญ่ก็ไม่ได้จู่โจมบาเบดัสอีกต่อไป
“นังนั้นหายไปไหนแล้ว”
บาเบดัสรีบวิ่งมาสำรวจทันที
“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่พอนังนั้นัักับประตูแล้วก็หายตัวไปดื้อๆ”
บาเบดัสเอามือลูปัับานประตูนั้นและสบถออกมา ออโรร่าที่หายตัวไปปรากฏออกมาฝั่งตรงข้ามของบานประตูขนาดใหญ่นั้น
“นะ..นี่มันเกิดอะไรขึ้น”
“มาพบกับข้าด้านในสิ”
เสียงดังขึ้นอีกครั้ง
“ท่านเป็ใครกันแน่สิ่งที่เกิดขึ้นท่านเป็ผู้ทำยังงั้นเหรอ”
“มาพบข้าก่อนแล้วค่อยคุยกัน”
ออโรร่าเก็บความสงสัยไว้และออกเดินลึกเข้าไปเมื่อเธอเดินมาจนถึงโถงขนาดใหญ่ก็พบลูกไฟกลมลอยอยู่กลางอากาศกลางห้องโถงนั้นเบื้องล่างลูกไฟที่ลอยอยู่นั้นมีวงเวทย์สลักซ้อนทับกันอยู่หลายวงอักขระภายในวงเวทย์นั้นเหมือนกับบนบานประตูอย่างมาก
“เ้าเป็คนของอัคคีนิรันดร์ใช่รึไม่”
เสียงดังออกมาจากลูกไฟที่ลอยอยู่ ออโรร่าพยักหน้าตอบ
“นี่เ้าไม่มีปากรึไง”
“ชะ..ใช่คะ ท่านคือใครอย่างนั้นรึ”
“เมื่อเ้าเป็คนของอัคคีนิรันดร์น่าจะรู้นะว่าข้าคือใครนะ”
“รึว่าท่านคือปักษาเพลิงฟินิกซ์ที่เหล่าบรรดาผู้เฒ่าได้เล่าต่อกันมา”
“อืมใช่ข้าเอง ข้างนอกเกิดอะไรขึ้นทำไมถึงมีไอมารตามเ้าเข้ามากัน”
“ที่ข้ามาที่นี้ก็เพราะ้าความช่วยเหลือจากท่านในเื่นี้นะคะ”
“ตอบข้ามาว่าเกิดอะไรขึ้นที่ข้างนอกนั้น”
“ตอนนี้กำลังเกิดาขึ้นระหว่างกองทัพของแม่ทัพคนหนึ่งในอัคคีนิรันดร์นั้นก็คือพ่อของข้าเองและผู้กุมอำนาจแทนองค์าาอยู่คะ เนื่องจากเ้าคนที่กุมอำนาจนั้นได้จับเหล่าราชวงค์และคนอื่นเอาไว้และยังได้ทำเื่ชั่วช้าเอาไว้อย่างมากมายและไอมารที่ท่านรู้สึกถึงก็มาจากสองพ่อลูกผู้กุมอำนาจนั้นแหละ”
“อืมพวกราชวงค์โดนกักขังอย่างนั้นรึข้าไม่สงสัยเลยว่าพวกนั้นจะถูกหักหลังเข้านะ พวกมันนะไม่เคยรักษาสัญญาที่เคยกล่าวเอาไว้เลยนี่”
“ท่านหมายความว่ายังไงกัน”
“พวกเ้าไม่เคยสงสัยกันบ้างเหรอว่าทำไมข้าถึงไม่ให้พวกเ้าเข้ามาฝึกภายในนี้แล้วนะ”
“ข้าก็สงสัยเหมือนกันแหละแต่ก็ไม่สามารถถามจากใครได้นี่”
“ยังงั้นข้าจะบอกเ้าว่ามันเกิดอะไรขึ้น ข้าถึงไม่ให้พวกเ้าเข้ามาภายในที่แห่งนี้และมอบพลังแห่งฟินิกซ์ให้ทั้งที่เคยสัญญาเอาไว้แล้วนะ”
“ข้าและองค์าาคนแรกของเ้าเคยสัญญากันไว้ว่าเมื่อข้าสอนและมอบพลังให้กับเขาและคนของเขา เขาจะช่วยทำลายผนึกไฟนี้ให้กับข้าเมื่อพวกเขาสามารถฝึกจนมีพลังกล้าแข็งขึ้นแล้ว ในตอนที่าาที่หนึ่งนั้นสร้างปราสาทหน้าทางเข้าถ้ำนั้นเขาก็นำผู้มีความสามารถเข้ามาฝึกกับข้าอยู่บ่อยๆและก็พยายามทำลายผนึกนี้ตามที่สัญญากันเอาไว้อยู่นานจนเขาสิ้นชีพไปและได้มีาาคนที่สองมาแทนก็ยังทำตามสัญญานั้นมาเรื่อยๆ แต่ก็ไม่สามารถทำลายผนึกนี้ได้ทำให้พวกเขาต้องสิ้นเปลืองทรัพยากรอย่างหินอัคคีไปเป็จำนวนมากในการจะทำลายผนึกที่ผนึกข้าอยู่นี้แต่เมื่อถึงยุคาาคนที่สามเขากลับยกเลิกการทำลายผนึกให้กับข้าหันไปค้าขายผนึกอัคคีจนร่ำรวยอยู่สุขสบายลืมเลือนข้าไปซะสิ้นข้าจึงใช้พลังที่ยังพอใช้ได้ปิดปากถ้ำไม่ให้ใครเข้ามาได้อีกนะสิ”
“แล้วยังงี้เ้าจะให้ข้าไปช่วยคนพวกนั่นอีกรึและอีกอย่างข้าก็ไม่สามารถไปจากที่นี้ได้อยู่ดีเพราะเ้าผนึกบ้านี้แหละ”
“มันไม่มีวิธีอื่นเลยเหรอที่จะทำลายผนึกนี้นะนอกจากใช้หินอัคคี”
ออโรร่าใบหน้าเศร้าสร้อยลงทันทีเมื่อได้ยินคำกล่าวของปักษาเพลิง
“มีแต่พวกเ้าคงไม่มีวันที่จะทำได้หรอกนะต่อให้เ้าตายแล้วเกิดใหม่ก็ไม่มีทาง”
เมื่อออโรร่าได้ยินดังนั้นจึงเงยหน้าถามกลับไปอย่างมีความหวัง
“วิธีอะไรรึท่านแม้ต้องใช้ชีวิตของข้าเข้าแลกข้าก็ยอม”
“หึชีวิตของเ้ามันจะช่วยอะไรข้าได้กันที่ข้าพูดนะหมายถึงอาวุธเทพธาตุเพลิงต่างหากละ แต่อาวุธเทพนั้นนะคนอย่างพวกเ้าคงไม่มีวันได้เจอหรอกนะเพราะมันเป็ของแดนเทพชั้นสูงเท่านั้น”
เมื่อออโรร่าได้ยินดังนั้นจึงสลดลงอีกครั้งนางดึงแส้มายาเพลิงออกมาถือไว้และมองดูมัน
“ถ้าเ้าเป็อาวุธเทพก็คงดีไม่น้อยนะ”
ออโรร่าพึมพำกับแส้ในมือของเธอ แต่ในตอนนั้นเองเสียงกล่าวอย่างตื้นเต้นก็ดังขึ้นมา
“นะ..นี่เ้าในมือของเ้านั้นมันอาวุธเทพนิเ้าได้มายังไงกัน”
“อะ.เอ๋ นี่นะรึอาวุธเทพ”
ออโรร่าะตลึงงันพร้อมกับยื่นแส้ในมือนางไปทางลูกไฟนั้น
“ใช้นั้นมันอาวุธของเหล่าเทพมันมีพลังของเหล่าเทพเผยออกมา
อย่างอ่อนๆเ้ามีมันได้อย่างไรกัน”
นกเพลิงภายในลูกไฟกล่าวออกมาอย่างไม่เชื่อในสิ่งที่มันเห็น
“ในเมื่อมันคืออาวุธเทพยังงั้นก็สามารถทำลายผนึกที่ขังท่านได้แล้วนะสิ”
“อืมใช่ข้าจะสอนเวทย์เพลิงให้และเ้าก็ใช้มันร่วมกับแส้นั้นทำลายวงเวทย์พวกนั้นชะ”
“สอนเวทย์เพลิงยังงั้นเหรอแล้วเวทย์ที่ท่านกล่าวมานั้นมันฝึกยากและนานไหมละตอนนี้ข้าไม่มีเวลาแล้วนะ”
“อย่างพวกเ้ากว่าจะเข้าใจในเวทย์ของเผ่าปักษาเพลิงของข้าก็ราวๆห้าปีมั้งนะนี้แค่ขั้นแรกนะ”
“ห้าปี! ยังงั้นพวกของข้าที่อยู่ข้างนอกคงไม่เหลือรอดอีกแล้วละ”
“ก็มันไม่มีวิธีอื่นอีกแล้วนิ รึว่าเ้ามีละ เวทย์เพลิงที่พอจะแข็งแกร่งเท่ากับเวทย์ของข้านะ”
“ยังงั้นข้าขอลองอะไรหน่อยนะท่าน”
ออโรร่ากล่าวออกมาในทันทีเมื่อตัดสินใจจะใช้วิชาที่ได้รับมาจากเดนทดลองดู
“นี่เ้าว่าอะไรนะจะลองดูงั้นเรอะ ข้านะไม่ขัดหรอกแต่ถึงยังไงก็ไม่มีทางหรอกนะ เอาสิให้เ้าลองดูก็ได้ดูสิจะทำอะไรเหนือความคาดหมายของข้าอีกไหม”
ออโรร่ายืนสงบนิ่งเพื่อรวบรวมพลังเวทย์ในตอนนั้นเองพลังจากภายในโถงก็ไหลเวียนเข้าไปในตัวออโรร่า ออร่าของเธอปะทุขึ้นอย่างรุนแรงนกไฟที่อยู่ภายในลูกไฟเริ่มใอีกครั้งและพึมพำออกมา
“ยัยหนูนี่เป็ใครกันแน่ถึงทำให้ข้าต้องใครั้งแล้วครั้งเล่า มีทั้งอาวุธและพลังไม่น่าจะใช่มนุษย์ของดาวนี้แน่”
เมื่อออโรร่าสะสมพลังงานได้มากพอก็ะเิพลังเวทย์ขึ้น
“มายาเพลิงสะบั้นสิบทิศ”
ออโรร่าะโขึ้นพลังก็โพยพุ่งออกมาเป็วิหคเพลิงขึ้นรอบตัวออโรร่าบรรยากาศรอบตัวบิดเบี้ยว ออโรร่าฟาดแส้ที่มีเพลิงลุกท่วมและเหล่าวิหคเพลิงหลายสิบตัวที่ออกมาจากออโรร่าเข้าโจมตีไปที่วงเวทย์นั้นทันทีที่แส้และวิหคเพลิงเข้าปะทะวงเวทย์มนต์บนพื้นที่ซ้อนทับกันก็ะเิออกเป็เสี่ยงๆเกิดการะเิเสียงดังกลุ่มควันขึ้นปกคลุมหนาแน่น
ออโรร่าทรุดเข่าลงพื้นหอบหายใจอย่างแรง
“วิชานี้เห็นทีจะใช้ได้แค่ครั้งเดียวในแต่ละครั้งที่ใช้แหะเล่นดึงพลังไปชะหมดร่างเลยนี่เขาให้วิชาที่น่ากลัวขนาดนี้กับเราเลยรึนี่”
ออโรร่าพยายามชันกายลุกขึ้นมองไปทางวงเวทย์มนต์บนพื้นที่มีกลุ่มควันหนาลอยวนอยู่แต่ขณะที่ออโรร่ากำลังจ้องมองอยู่นั้นก็มีพลังสายหนึ่งปะทุขึ้นสลายกลุ่มควันให้หายไปจนหมด เมื่อกลุ่มควันหายไปออโรร่ากลับมองเห็นสตรีนางหนึ่งที่สวมใส่ชุดรัดรูปสีแดงและมีชุดคลุมแพรใหมบางเบาสีแดงคลุมร่างอยู่ ใบหน้าสละสลวยเกินหญิงใดในอาณาจักรอัคคีนิรันดร์เท่าทีนางเคยได้พบเห็นมาเส้นผมสีแดงยาวปะหลังดวงตาสีแดงคิ้วสีดำที่เรียวเข้ากับใบหน้าที่เรียวริมฝีปากแดง ใบหน้าและรูปร่างที่ออโรร่าได้เห็นนั้นต้องทำให้นางต้องตกตะลึงอย่างมาก
“นั้นท่านอย่างนั้นรึปักษาเพลิงทำไมถึงเป็มนุษย์ไปได้กัน”
“นี่เ้าไปเรียนรู้เวทย์นั้นมาจากที่ไหนกัน เวทย์นั้นนะเป็ของเผ่าปักษาของข้านะ”
“เวทย์เผ่าปักษายังงั้นเหรอเวทย์นี้นะผู้มีพระคุณท่านหนึ่งเป็คนมอบให้ข้านะและตอนนี้เขาก็กำลังลำบากอยู่ด้วยข้าต้องขอร้องท่านให้ช่วยเขาด้วยนะ”
“หือ ผู้มีพระคุณยังงั้นเหรอถ้าเขามีความสามารถถึงกับสอนเ้าได้ขนาดนี้ทำไมถึงต้องลำบากด้วยละ”
“เื่นั้นนะข้าไม่รู้รายละเอียดแน่ชัดหรอกต้องถามคนของเขาดูตอนนี้เขาก็กำลังรับมือกับเ้ามารร้ายที่กุมอำนาจที่แห่งนี้อยู่”
“จะว่าไปไอมารนี่มันช่างรุนแรงเหลือเกินเมื่อไม่มีผนึกปิดกั้นเอาไว้”
“แล้วทำไมท่านถึงเป็มนุษย์กันละข้าได้ยินจากที่เล่ามาท่านเป็นกเพลิงตัวใหญ่มิใช่รึ”
“ขืนให้เ้าเห็นร่างจริงของข้าเ้าได้ใตายไปชะก่อนนะสิ เอาละในเมื่อเ้าปลดปล่อยข้าออกมาได้ข้าก็จะช่วยเ้า”
“จริงรึคะท่านปักษาเพลิง”
“เรียกข้าว่าพอลล่าละกัน”
“ค่ะท่านพอลล่าเราไปช่วยท่านขาวกันเถอะ”
“ท่านขาวยังงั้นเหรอช่างเป็ชื่อที่แปลกจังเลยนะ”
“ข้าก็ว่าอย่างนั้นแหละดูเหมื่อนเขาก็บ่นเื่ชื่อตัวเองอยู่เหมือนกันนะ”
“เอาละเื่นั้นเอาไว้ก่อนพวกเราออกไปช่วยเขากันเถอะ”
“คะ”
พอลล่าทะยานเข้ามาจับแขนของออโรร่าพาเธอบินออกไปอย่างรวดเร็วออโรร่าต้องหลับตาเพราะว่าทนกระแสลมไม่ไหว เพียงพริบตาพวกนางก็มาถึงบานประตูขนาดใหญ่
“นานแล้วสินะที่ข้าไม่ได้ออกไปเห็นโลกภายนอกด้วยตาตนเองั้แ่โดนผนึกไว้”
พอลล่ายืนรำลึกความหลังอยู่ชั่วครู่ก็นำมืออีกข้างแตะไปบนบานประตูลำแสงสีขาวห่อหุ้มตัวของนางและออโรร่าและหายไปจากตรงนั้นทันที