บทที่ 10
เ้าสำราญราวเมามายในความฝัน
เมื่อเห็นท่าทางพยักพเยิดระหว่างทั้งสอง จิ่งหรงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่ไม่ใช่สำหรับจิ่งฮวา เขารักน้องชายของเขาั้แ่ยังเป็เด็ก ดังนั้นเขาจึงไม่ได้ใส่ใจมากนัก แต่เขาคิดว่าเมิ่งอวิ๋นเสียงคิดทำสิ่งไม่ดี มันเป็กลอุบายของนางที่แท้จริงแล้ว้าจะเริ่มสานสัมพันธ์กับน้องชายของเขา
จิ่งหรงเลิกขมวดคิ้ว เขาก้าวเข้าไปถามจิ่งฮวาอย่างอ่อนโยนว่า “น้องชายหวงจื่อลำดับที่หก เหตุใดจู่ ๆ เ้าถึงคิดจะออกไปเที่ยวกับนางนอกวังเล่า? เ้าไม่รู้จักนิสัยที่แปลกประหลาดของเมิ่งอวิ๋นเสียง ฉะนั้นอย่าปล่อยให้นางยั่วยวนเ้าได้”
ดวงตาของจิ่งฮวาฉายแววโกรธเคืองเล็กน้อย เขาถามด้วยความแปลกใจว่า “เหตุใดเสด็จพี่จึงพูดถึงพี่สะใภ้เช่นนั้น? มันไม่ดีสำหรับท่านเลย ข้าเพิ่งกลับมาจากหนานหยาง จึงต้องรบกวนพี่สะใภ้ด้วยการเชิญนางมาเป็ผู้นำทางให้ ข้าไม่ได้้าให้เสด็จพี่หึงหวงเลยแม้แต่น้อย”
หึงหวงหรือ? จิ่งหรงพูดไม่ออกไปครู่หนึ่ง จู่ ๆ น้องชายผู้ฉลาดหลักแหลมของเขาจะไม่เข้าใจเจตนาของคำพูดของเขาได้อย่างไร แต่กลับเข้าใจผิดไปเช่นนี้
เมิ่งอวิ๋นเสียงได้ยินบทสนทนาเช่นนั้นก็หัวเราะ “ฮ่าฮ่า” แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “เอ๊ะ พี่ชายของเ้าไม่เป็อะไรหรอก เขาแค่จับตามองข้าอย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่าข้าจะถูกลักพาตัวหนีไป”
หลังจากที่นางพูดเช่นนั้นแล้ว นางก็มองจิ่งหรงด้วยใบหน้าบูดบึ้ง “ข้าผิดเองที่เกิดมาผิวขาวผ่องและรูปโฉมงดงามเช่นนี้ เขาจึงไม่อาจหลีกเลี่ยงความหึงหวงได้”
ชิงหลัวที่คอยรับใช้อยู่ด้านข้างถึงกับสำลักน้ำลายจนหน้าแดง
จิ่งฮวายกยิ้มและพยักหน้าเห็นด้วย ก่อนจะหันไปหา จิ่งหรงที่มีใบหน้าบูดบึ้ง แล้วยืนยันกับเขาว่า “เสด็จพี่ ท่านไม่ต้องกังวล น้องชายจะช่วยจับตามองและดูแลพี่สะใภ้ให้”
ในที่สุดการแสดงออกบนใบหน้าของจิ่งหรงก็เป็ปกติ เขาพยักหน้าด้วยความประหม่าแล้วรีบเดินออกไป ราวกับว่ามีความรู้สึกบางอย่างที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เมื่อเขาไปแล้ว เมิ่งอวิ๋นเสียงก็หรี่ตามองจิ่งฮวาพลางคิดในใจว่า ที่ว่าข้าดูเป็สตรีผู้งดงาม ไม่รู้ว่าตอนนี้จริงหรือเท็จ เพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำก็สามารถทำให้ไท่จือผู้ยิ่งใหญ่หนีไปได้
หากแสร้งทำเป็โง่เขลา นี่ก็จะเป็จิ้งจอกที่ยากแท้หยั่งถึงอย่างแท้จริง
เมิ่งอวิ๋นเสียงพยายามจะเก็บเบาะแสแต่ล้มเหลว จิ่งฮวามองนางด้วยสายตาสับสนอีกครั้ง แล้วถามด้วยความประหลาดใจว่า “พี่สะใภ้จะแต่งตัวเช่นนี้ออกจากตำหนักหรือ?”
เมิ่งอวิ๋นเสียงโบกมืออย่างเฉยเมย “เ้าออกไปรอข้าข้างนอกก่อนเถิด”
จิ่งฮวาตอบตกลงและออกไปพร้อมกับฝูซางผู้เป็คนรับใช้
เมื่อเมิ่งอวิ๋นเสียงเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็เดินออกจากประตู จิ่งฮวามองเห็นแล้วดวงตาของเขาก็เป็ประกายเล็กน้อย เขาอดไม่ได้ที่จะมองแล้วยกยิ้ม ก่อนจะเลียนแบบน้ำเสียงไร้สาระที่นางเคยพูดเมื่อพบเขาครั้งแรกว่า “เฮ้ ชายหนุ่มผู้หล่อเหลาท่านนี้มาจากที่ใดหรือ”
เมิ่งอวิ๋นเสียงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ขี้เล่นนัก”
เมื่อเห็นว่าเมิ่งอวิ๋นเสียงไม่ได้พาหญิงรับใช้มาด้วย จิ่งฮวาก็ให้ฝูซางกลับไป และทั้งสองคนก็เดินออกไปตามถนนด้วยกัน
เมิ่งอวิ๋นเสียงตื่นเต้นมากตลอดทาง จิ่งฮวาหันหน้ามาถามนาง “พี่สะใภ้ จะไปที่ใดกันดี”
“อย่าเรียกข้าว่าพี่สะใภ้เลย มันช่างฟังดูห่างเหินราวเป็คนนอกเสียจริง เ้าเรียกข้าว่าอาเสียงแล้วข้าจะเรียกเ้าว่า อาฮวา” ก่อนที่เขาจะตอบตกลง ดวงตาของเมิ่งอวิ๋นเสียงก็เป็ประกาย นางยกยิ้มอย่างมีเลศนัย “อาฮวา เ้ารู้จักสถานที่ที่น่าสนใจที่สุดในเมืองหลวงแห่งนี้ดี แต่เป็ที่ไหนกันนะ?”
นางยกยิ้มอย่างมีความหมายและจิ่งฮวาก็ย่อมเข้าใจ “สถานที่ที่น่าสนใจที่สุดก็คือหอคณิกา โดยหอคณิกาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในเมืองหลวงก็คือ เ้าสำราญราวเมามายในความฝัน”
หอคณิกาแห่งนี้เป็สถานที่ที่นักเดินทางต้องไม่พลาด ขณะที่ถูกคุมขังอยู่นั้น เมิ่งอวิ๋นเสียงได้ยินเื่ราววุ่นวายมากมายจากภายนอก เ้าสำราญราวเมามายในความฝันนี้ดึงดูดใจนางมากที่สุด เพียงแค่ได้ยินชื่อก็ทำให้แขนขาของนางรู้สึกชาได้แล้ว
เมื่อได้เจอกับจิ่งฮวาในครั้งนี้ นางก็รู้สึกราวกับว่าเขาเป็สหายที่พร้อมจะไปลองััด้วยกัน
จิ่งฮวาสงบยิ่งนัก เมื่อเห็นการแสดงออกถึงความปรารถนาของนาง ดวงตาราวดอกท้อคู่นั้นของเขาก็ยกยิ้มอย่างลึกซึ้ง “เป็ดังที่เสด็จพี่ได้ตรัสไว้ นิสัยของอาเสียงนั้น... ช่างเป็เอกลักษณ์เฉพาะ”
เมิ่งอวิ๋นเสียงโบกมือให้เขาอย่างไม่ใส่ใจ แล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า “หยุดพูดเื่ไร้สาระแล้วนำทางไปเถิด”
จิ่งฮวาบอกว่าเขาเพิ่งกลับมาจากหนานหยางและมาที่เมืองหลวง เขาจึงคุ้นเคยกับเส้นทางต่าง ๆ ขณะที่เขาเดินผ่านถนน
เมิ่งอวิ๋นเสียงจ้องมองร่างสง่างามตรงหน้านาง แล้วส่ายหัวเล็กน้อยพลางนึกดูิ่ตัวเองในใจ นางถามเส้นทางไป๋เฉาจนทำให้นางรับรู้เื่นี้ ทั้งที่ความจริงแล้วเขาคุ้นชินกับเส้นทางอยู่แล้วด้วยซ้ำ
ด้วยใบหน้าที่มีเสน่ห์เช่นนี้ เขาคงเป็ปรมาจารย์แห่ง บุปผางาม
หลังจากเดินทางร่วมกับจิ่งฮวา ในที่สุดก็ไปถึงด้านหน้าของอาคารที่ประดับประดาด้วยโคมไฟและพู่ห้อย มีเสียงหัวร่อต่อกระซิกดังไปทั่วบริเวณ แม่เล้าที่ประตูโบกผ้าเช็ดหน้าและทักทายเขาอย่างอบอุ่น