หลังจากที่ฮั่นชิงหวูได้ระบายความโกรธของเธอชั่วขณะหนึ่งก็ตระหนักได้ว่าเธอได้โทษความผิดไปที่หยวนชูหลิง และมองไปที่เขาด้วยท่าทางขอโทษ
คะแนนของหยวนชูหลิงอาจไม่โดดเด่นเหมือนของถังซิ่วแต่เขาก็ผ่านการสอบได้ด้วยคะแนนสี่ร้อยเจ็ดสิบหกคะแนนในการทดสอบรายเดือนนี้ เธอรู้ดีว่าความยากของการทดสอบรายเดือนก่อนนั้นยากแค่ไหน เด็กที่ได้คะแนนเกินห้าร้อยห้าสิบนั้นมีแค่ยี่สิบเจ็ดคนจากทั้งระดับชั้นไม่ใช่จากชั้นเรียน ด้วยคะแนนสี่ร้อยเจ็ดสิบหกคะแนนก็ทำให้หยวนชูหลิงนั้นติดอันดับหนึ่งในสามร้อยของนักเรียนทั้งหมด เขาเองก็เป็หนึ่งในห้าของนักเรียนห้องสิบที่ติดหนึ่งในสามร้อยของโรงเรียน
"หยวนชูหลิง ถังซิ่วไม่ได้อยู่ในหอพักเมื่อคืนนี้ เขาขอลาหยุดในวันนี้ เธอรู้ไหมว่าทำไมเขาถึงต้องลาหยุดไปอย่างรีบเร่ง"
ฮั่นชิงหวูถามออกมา
"ผม... ผม... อา... ผมก็ไม่รู้..."
หยวนชูหลิงไม่ได้รู้เลยว่าถังซิ่วหนีออกจากหอพักเมื่อคืนนี้แต่เมื่อเขานึกถึงเหตุการณ์ที่ร้านอาหารของครอบครัวถังซิ่ว การแสดงออกของความตื่นตระหนกก็ได้ปรากฏขึ้นภายในดวงตาของเขา
"เธอโกหก! เธอรู้เหตุผลแน่นอน! บอกฉันมาเดี๋ยวนี้! ถังซิ่วกำลังพบเจอกับปัญหาอะไรเหรอ?"
ฮั่นชิงหวูถามอย่างหดหู่เพราะเธอสามารถมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางสีหน้าของหยวนชูหลิงได้
"หยวนชูหลิง หากว่าถังซิ่วพบเจอปัญหาจริงๆ เช่นนั้นแล้วนายก็ควรจะต้องบอกเรา! นายคงไม่อยากให้ถังซิ่วเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดใดๆเหมือนอย่างตอนที่สอบเข้าโรงเรียนนี้ใช่หรือไม่"
เมื่อได้ยินบทสนทนาระหว่างฮั่นชิงหวูและหยวนชูหลิงก็ทำให้เฉิงเยี่ยนหนานเปล่งเสียงที่กังวลอยู่ภายในหัวใจของเธอออกมา
ความประหม่าก่อตัวขึ้นเต็มหัวใจของหยวนชูหลิง เมื่อเขาได้เห็นท่าทีที่ตึงเครียดบนใบหน้าของฮั่นชิงหวูและเฉิงเยี่ยนหนาน ภาพของร้านอาหารที่โดนทุบนั้นได้ฉายขึ้นมาในจิตใจเขาทันที หลังจากที่ลังเลอยู่พักหนึ่งก็ทำให้เขาเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในร้านอาหารของถังซิ่ว
ฮั่นชิงหวูและเฉิงเยี่ยนหนานที่ได้ยินว่าร้านอาหารของถังซิ่วถูกทุบตีก็ต่างรู้สึกใอย่างมาก พวกเขารีบลากหยวนชูหลิงออกนอกห้องเรียนและถามทางจากอีกฝ่ายเพื่อนำพวกเขาไปที่ร้านอาหารอย่างไม่รอช้า
ครึ่งชั่วโมงต่อมา รถของฮั่นชิงหวูก็ได้จอดที่ข้างถนนข้างหน้าทางเข้าร้านอาหารแต่เธอก็ต้องตกตะลึงเมื่อได้เห็นสถานการณ์ที่วุ่นวายและมีชีวิตชีวาที่ร้านอาหารแห่งนี้
"หยวนชูหลิง นายแน่ใจหรือว่านายไม่ได้พาพวกเรามาผิดที่"
เฉิงเยี่ยนหนานรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างผิดปกติในขณะที่เธอถามด้วยความสงสัย
"อา... ใช่ฉันมาที่นี่เมื่อสองวันก่อน ห้องโถงทั้งห้องถูกทุบเละและมีร่องรอยเืสาดกระจายเต็มห้องโถง หลังจากนั้นฉันก็เข้าไปและอัดคนสองคนในนั้นด้วยความโกรธ"
ความรู้สึกประหลาดใจอย่างเดียวกันนี้ก็เกิดขึ้นกับหยวนชูหลิงพร้อมตอบคำถามของเฉิงเยี่ยนหนานแต่ฉากปัจจุบันอยู่ตรงหน้าเขาเกินกว่าจินตนาการของเขา เมื่อคิดถึงร้านอาหารถูกทุบเหลือเพียงซากก็เป็ไปไม่ได้เลยที่จะสามารถเปิดร้านได้ภายในไม่กี่วัน อย่างไรก็ตามร้านอาหารในตอนนี้ไม่ได้เปิดดำเนินการเพียงอย่างเดียวเท่านั้นแต่ก็ยังคึกคักและมีชีวิตชีวา
"แผ่นไม้เนื้อแข็งเพื่อตกแต่งภายในร้านอาหารสำหรับผนังและฝ้าเพดานทั้งสามจะมีราคาอย่างต่ำสองแสนหยวน พื้นหนึ่งร้อยตารางเมตรปูด้วยกระเบื้องเซรามิกของ Marco Polo มีค่าใช้จ่ายอย่างน้อยหนึ่งแสนหยวน ชุดโต๊ะสามสิบชุด ไม้เนื้อแข็งและเก้าอี้ก็ไม่ต่ำกว่าสองแสนหยวนในขณะที่เสื้อผ้านุ่มและอุปกรณ์ต้องมีค่าใช้จ่ายอย่างน้อยห้าถึงหกแสนหยวนแถมธุรกิจยังดูเฟื่องฟู ไม่เพียงแต่สิบแปดโต๊ะในร้านอาหารจะเต็มเท่านั้นแต่ยังมีพวกที่ยืนเรียงรายกันอยู่หน้าร้าน แม้ว่ากำไรของแต่ละโต๊ะจะมีเพียงแค่ห้าสิบหยวนแต่กำไรสุทธิของร้านอาหารอย่างน้อยก็ถึงสองหมื่นหยวนต่อวัน"
เมื่อหยวนชูหลิงยังคงสงสัยว่าห้องอาหารเปลี่ยนไปอย่างฉับพลันได้อย่างไรก็ได้ยินเสียงของฮั่นชิงหวูดังขึ้นในหู
"หยวนชูหลิง เธอไม่รู้สึกว่าการโกหกของเธอไร้สาระเกินไปหรือไง ถ้าหากว่าร้านนี้เป็อาหารของถังซิ่วจริงๆ เช่นนั้นแล้วเขาจะต้องเผชิญหน้ากับ่เวลาที่ยากลำบากในโรงเรียนและไม่สามารถจ่ายเงินค่าเล่าเรียนได้อย่างไร"
หยวนชูหลิงยังคงงงงวยอยู่ว่าเพราะเหตุใดครูประจำชั้นของเขาถึงได้คำนวณค่าตกแต่งภายในห้องอาหารและกำไรได้แต่เสียงที่ฟังดูเข้มงวดของอีกฝ่ายกลับดังขึ้นมาอีกครั้ง
"นะ... นะ... นี่... ผมไม่รู้จริงๆว่ามันจะเป็แบบนี้ได้อย่างไรแต่สิ่งที่ผมบอกคุณก่อนหน้านี้เป็ความจริง จริงๆนะ!"
หยวนชูหลิงไม่รู้เลยว่าควรที่จะพูดอะไรดี
"ลงไปเดี๋ยวนี้! และกลับไปที่โรงเรียนด้วยตัวเธอเอง! หากว่าเธอกลับไปสายในคาบเย็น ฉันจะให้เธอคัดพันบรรทัดเพื่อวิจารณ์ตัวเอง!"
ฮั่นชิงหวูไม่สนใจที่จะฟังคำอธิบายของหยวนชูหลิงขณะที่เธอสั่งการด้วยเสียงเ็า
"ผม... ผมจะลงไปที่นั่นและมองหาเ้าของเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่"
นี่เป็ครั้งแรกที่หยวนชูหลิงเห็นฮั่นชิงหวูโกรธจัด เมื่ออยู่ภายใต้การจ้องมองที่ดุร้ายของอีกฝ่ายก็ทำให้เขาได้ลงจากรถในขณะที่เขาพูดด้วยเสียงที่สั่นสะท้าน
ฮั่นชิงหวูเหยียบคันเร่งแม้ว่าหยวนชูหลิงยังพูดไม่เสร็จในขณะที่รถ VW Touareg ของเธอพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วจนเมื่อมันกำลังจะหายไปจากสายตาของหยวนชูหลิงก็ทำให้เขาพึ่งจะนึกได้ว่ากระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือของเขาอยู่บนโต๊ะเรียนของเขาจึงทำให้เขาไม่มีเงินติดตัวอยู่ในขณะนี้
"ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงในการเดินจากที่นี่กลับไปที่โรงเรียน แน่นอนฉันจะต้องไปสายสำหรับคาบเย็น ให้ตายเถอะ... ดูเหมือนว่าฉันจะต้องเขียนไอ้เรียงความวิจารณ์ตัวเองแล้วสิ..."
หยวนชูหลิงคำนวณระยะทางจากร้านอาหารไปที่โรงเรียนก่อนที่ใบหน้าจะเปลี่ยนกลายเป็แดงก่ำ
"โอ้! หลิงน้อย เป็เธอนี่เอง! ฉันคิดว่าฉันมองผิดไป เธอกำลังทำอะไรอยู่ข้างนอกกัน มานั่งนี่มา!"
เมื่อหยวนชูหลิงกำลังคิดว่าเขาจะต้องเข้าไปในร้านอาหารเพื่อตรวจดูว่าเกิดอะไรขึ้นภายในก็เป็ตอนที่เขาได้ยินเสียงที่คุ้นเคย
หยวนชูหลิงเงยหน้าขึ้นและได้พบกับคนที่เขารู้จักนั้นก็คือมารดาของถังซิ่วอย่างซูหลิงหยุนจึงทำให้ความตื่นเต้นได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาทันที เนื่องจากว่าตอนนี้ปัญหาสำหรับค่าเดินทางกลับไปโรงเรียนก็สามารถแก้ไขได้แล้ว
"คุณป้าครับ ป้าย้ายร้านหรอครับ?"
หยวนชูหลิงได้สังเกตเห็นซูหลิงหยุนและพบว่าเสื้อผ้าของเธอไม่ได้เปลี่ยนจากเครื่องแต่งกายของเมื่อวานนี้จึงพึมพำออกมาจากหัวใจของเขาในขณะที่เขาถามด้วยความรู้สึกห่วงใย
"อ่าไม่ มันยังเป็ร้านเดียวกัน ฉันเพิ่งปรับปรุงใหม่อีกครั้ง แต่ฉันทำเครื่องเทศใหม่ๆและธุรกิจก็รุ่งเรืองเฟื่องฟู"
เมื่อได้ยินหยวนชูหลิงพูดถึงร้านอาหารของเธอก็ทำให้รอยยิ้มที่มีความสุขได้ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของอีกฝ่าย
เมื่อได้ยินคำตอบของซูหลิงหยุนก็ทำให้หยวนชูหลิงรู้สึกท้อแท้ เขา้าที่จะรู้เป็อย่างมากว่าเงินที่ใช้ปรับปรุงร้านมันมาจากไหนแต่เป็เพราะเขาไม่ค่อยคุ้นเคยกับอีกฝ่ายถึงได้รู้สึกอึดอัดใจที่จะถามเกี่ยวกับเื่นี้
"คุณป้า ถังซิ่วมีคะแนนเจ็ดร้อยสิบสองคะแนนในการทดสอบรายเดือนครั้งก่อนและเมื่อเทียบกับผู้ที่ได้ที่สองคะแนนของเขาสูงกว่าตั้งเจ็ดสิบเก้าคะแนน ป้าไม่จำเป็ต้องกังวลเื่ความสำเร็จของเขาเลย"
หลังจากเงียบไปชั่วระยะหนึ่ง หยวนชูหลิงจึงตั้งใจเปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปที่ถังซิ่วเพื่อสืบสวนว่าซูหลิงหยุนรู้ถึงเื่สถานที่ของถังซิ่วหรือไม่ ในตอนแรกเขาก็อยากจะถามตรงๆเกี่ยวกับข่าวของถังซิ่วแต่เขากลัวว่าซูหลิงหยุนจะไม่ทราบเกี่ยวกับเื่เกี่ยวกับการลาพักของถังซิ่วและเขาไม่อยากทำให้เธอต้องกังวลเกี่ยวกับถังซิ่วจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการถามอย่างอ้อมๆ
"ซิ่วน้อยได้ที่หนึ่งจริงๆงั้นหรือ? มันช่างยอดเยี่ยมมาก! ฉันรู้อยู่แล้วว่าเขาจะไม่โกหกฉัน!"
เมื่อซูหลิงหยุนได้ยินว่าถังซิ่วสอบได้ที่หนึ่งก็ทำให้แม้ว่าเธอจะมีความสุขแต่ความตื่นเต้นของเธอกลับดูปกติแต่เมื่อเขานึกถึงตอนที่ซูหลิงหยุนนั้นเชื่อว่าถังซิ่วจะได้รับคะแนนสูงสุดถึงแม้ว่าผลการทดสอบรายเดือนจะยังไม่ปรากฏออกมาก็ทำให้เขากลับไปนิ่งเงียบอีกครั้ง อย่างไรก็ตามจากคำตอบของอีกฝ่ายก็ทำให้เขาเข้าใจได้แล้วว่าอีกฝ่ายยังไม่ทราบเื่ของถังซิ่วเลย
หลังจากได้พูดคุยกับซูหลิงหยุนอยู่พักหนึ่งก็ทำให้เขาขอค่ารถจากอีกฝ่ายเพื่อเดินทางกลับไปที่โรงเรียน เมื่อเขาเดินทางกลับไปถึงก็ต้องรู้สึกประหลาดใจที่พบว่ามีเด็กหนุ่มหัวล้านกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะของถังซิ่วซึ่งตัวเขาเองก็รู้สึกคุ้นเคยกับอีกฝ่ายอย่างมาก
"หลงเซ้งหลิน นายมาโรงเรียนฉันมีเื่อะไรงั้นหรือ?"
หลังจากสังเกตเห็นคนหัวล้านมานานแล้วก็ทำให้หยวนชูหลิงถามออกมาด้วยความรู้สึกประหลาดใจและทักทายอีกฝ่ายอย่างอบอุ่น
"อะไรกัน... ไอ้หมูนายยังไม่ตายหรือเนี่ย ฉันคิดว่านายจะฆ่าตัวตายหลังจากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้วซะอีก"
หลงเซ้งหลินทักทายหยวนชูหลิงอย่างอบอุ่นหลังจากสังเกตเขาอย่างตั้งใจ
เมื่อได้ยินคำตอบของหลงเซ้งหลิน กล้ามเนื้อบนใบหน้าของหยวนชูหลิงก็กระตุกอย่างรุนแรงพร้อมกับตอบกลับไปว่า
"ไอ้เวรเอ๊ย! นายก็ยังไม่ตายไม่ใช่หรืออย่างไร แล้วฉันจะไปตายก่อนหน้านายได้อย่างไรกัน"
แม้ว่าเมืองสตาร์ซิตี้อาจจะไม่ได้มีขนาดใหญ่มากนักแต่มันก็ไม่ได้เล็กเช่นเดียวกัน ตระกูลหลงนั้นสมควรได้รับการยกย่องว่าเป็ั์ใหญ่ในธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในจังหวัดฉวนชิงโดยมีทรัพย์สินกว่าหมื่นล้านหยวนในขณะที่ตระกูลหยวนเป็เพียงดาวรุ่งพุ่งแรงในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีทรัพย์สินน้อยกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับทางตระกูลหลง เมื่อเทียบกับทางตระกูลหลงแล้วก็ต้องบอกเลยว่าทางด้านภูมิหลังและทรัพย์สินนั้นทางตระกูลหลงอยู่คนละโลกกับทางตระกูลหยวนอย่างสิ้นเชิง หยวนชูหลิงและหลงเซ้งหลินต่างเป็มิตรสหายที่ดีต่อกัน
อย่างไรก็ตาม หลายสิ่งหลายอย่างนั้นเป็ชะตาที่ถูกกำหนดโดย์ มิตรภาพของหยวนชูหลิงและหลงเซ้งหลินนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะครอบครัวของพวกเขาแต่มันเป็เพียงเื่บังเอิญที่พวกเขาได้เรียนอยู่ในโรงเรียนเดียวกันและกลายเป็เพื่อนร่วมชั้นกัน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็เพื่อนร่วมชั้นเรียนด้วยกันเพียงเวลาสั้นๆแต่ทั้งสองคนได้สร้างมิตรภาพที่ลึกซึ้งซึ่งนำไปสู่ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างธุรกิจของครอบครัว จนถึงสองปีที่ผ่านมานี้เองที่เมื่อพ่อแม่ของหยวนชูหลิงหย่าร้างกันก็ทำให้เขาเริ่มละทิ้งการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมซึ่งนำไปสู่การตัดสัมพันธ์ของพวกเขา ทว่าถึงกระนั้นแล้วมิตรภาพของทั้งสองคนก็ไม่ได้จางหายไปตามกาลเวลา แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้พบเจอกันมาเป็เวลาสองปีแต่ทั้งสองคนก็ไม่ได้กลายเป็คนแปลกหน้าและไม่คุ้นเคยกันแต่กลับหันมาสนใจและอบอุ่นมากขึ้นกว่าเดิม
"ฉันกำลังมองหาถังซิ่ว นายรู้หรือไม่ว่าถังซิ่วอยู่ที่ไหน"
หลงเซ้งหลินถามหยวนชูหลิงอย่างตรงไปตรงมาหลังจากพูดคุยกันสักครู่
"นายมาหาลูกพี่ของฉันทำไม มีจุดมุ่งหมายอะไรที่จะต้องตามหาเขา"
เมื่อได้ยินว่าหลงเซ้งหลินมาหาถังซิ่วก็ทำให้ท่าทางที่น่าประหลาดใจได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหยวนชูหลิง สำหรับเขาแล้วคือการที่ทั้งสองคนนี้มันควรที่จะอยู่กันคนละโลกกัน
"ถังซิ่วเป็ลูกพี่ของนายรึ?"
ริมฝีปากของหลงเซ้งหลินกระเพื่อมขณะที่เขาได้ยินคำตอบนี้ เมื่อเขานึกถึงเหตุการณ์ที่เขากำลังอ้อนวอนขอถังซิ่วหรือแม้แต่เรียกเขาว่าอาจารย์ก็ทำให้ความเ็ปเกิดขึ้นภายในลำไส้ของเขา
"แน่นอนสมองของเขาฉลาดกว่าฉัน คะแนนของเขาดีกว่าฉัน เขาหล่อกว่าฉัน เขามีความจริงใจและซื่อสัตย์รวมทั้งดูแลเอาใจใส่เพื่อนของเขา ทำไมฉันจะไม่เรียกเขาว่าลูกพี่ล่ะ"
หยวนชูหลิงอธิบายอย่างอดทนเพราะเขาคิดว่าหลงเซ้งหลินรู้สึกเหมือนว่าถังซิ่วไม่คู่ควรที่จะเป็ลูกพี่ของเขา แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าหลงเซ้งหลินกำลังตามหาอีกฝ่ายเพื่ออะไรก็ตามที
"นี่นายยังไม่ได้พูดถึงเหตุผลที่นายกำลังตามหาลูกพี่ของฉันเลยนะ"
หยวนชูหลิงถามออกมาอย่างช่วยไม่ได้เพราะเขาพบว่าอีกฝ่ายกำลังแสดงท่าทางที่มึนงงออกมา
"เหตุผลที่ฉัน้าพบเขาก็คือการที่ฉัน้าความช่วยเหลือของเขา นายเคยได้ยินเกี่ยวกับโครงการหมู่บ้านหินล้อมหรือเปล่า ตระกูลของฉันวางแผนที่จะปฏิรูปธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มของเราให้กลายเป็ธุรกิจจัดเลี้ยงเพื่อการท่องเที่ยวและเพ่งเล็งไปที่หมู่บ้านหินล้อมนั้นแต่เราไม่เคยคิดเลยว่าตระกูลอื่นๆ ก็เพ่งเล็งที่นั้นอยู่เหมือนกันดังนั้นจึงจะตัดสินกันด้วยการพนัน"
หลงเซ้งหลินไม่ได้เก็บซ่อนความลับอะไรจากหยวนชูหลิงเลยแม้แต่น้อยและบอกเล่ารายละเอียดกับเขาทั้งหมด
"เดี๋ยวก่อน! ฉันไม่เข้าใจ นาย้าลูกพี่ช่วยนายเล่นการพนัน ปัญหาคือเขาเป็เด็กที่มีมารยาทดีและเป็ลูกรักของแม่ เขาไม่เคยเข้าไปในบ่อนคาสิโนเลยด้วยซ้ำ มันไม่มีทางเลยที่เขาจะมีความสามารถในการเล่นพนันได้"
ดวงตาของหยวนชูหลิงเบิกกว้างขณะที่เขาพูดด้วยความรู้สึกประหลาดใจเมื่อได้ยินคำอธิบายของหลงเซ้งหลิน