จ้าวเลี่ยงเฟิ่งเห็นประกายความพยายามที่จะต่อต้านในดวงตาของหลินเยว่ชิงก็มีรอยยิ้มออกมาและส่งสายตาให้กำลังใจไป ราวกับ้าบอกให้รู้ว่าตนอยู่ตรงนี้และพร้อมที่จะช่วยเหลือเสมอ
“เ้ากล้าเถียงข้าอย่างนั้นหรือ” ซินเฟยะโใส่เพราะโมโหที่ลูกเลี้ยงที่เคยยอมลงให้ตนเสมอมา กลับปีกกล้าขาแข็งขึ้นจนกล้าเอ่ยถ้อยคำอย่างอื่นนอกจากคำว่าขอโทษ
“นางคนอัปลักษณ์ วันนี้เ้ากล้าแข็งข้อ คอยดูเถอะว่าข้ากับท่านแม่จะจัดการกับเ้าอย่างไร” หลินเสี่ยวหรงโมโหยิ่งกว่าเดิม
“เสี่ยวหรง ที่ผ่านมาเ้าจงเกลียดจงชังข้าด้วยเหตุผลใด ฮูหยินรอง ข้าทำอะไรให้ท่านไม่พอใจอย่างนั้นหรือ” หลินเยว่ชิงเอ่ยถามหาเหตุผลที่รังแกนางขึ้นเป็ครั้งแรก ทำให้สองแม่ลูกขมวดคิ้วไม่พอใจ พวกนางไม่เคยสำนึกเลย
หลินเยว่ชิงพยายามที่จะยันตัวเองให้ลุกขึ้นทว่าสองแม่ลูกมีกำลังมากกว่า ซินเฟยสั่งสาวใช้ที่ยืนอยู่สองคนให้มาจับหลินเยว่ชิงเอาไว้ สาวใช้สองนางนั้นรู้งานเป็อย่างดีเนื่องจากเคยจับหลินเยว่ชิงตามคำสั่งของซินเฟยกับหลินเสี่ยวหรงอยู่บ่อยครั้งจึงรู้ว่าต้องทำอย่างไร พวกนางใช้มือข้างหนึ่งจับแขนของหลินเยว่ชิงไว้ มืออีกข้างก็กดไหล่ลง หลินเยว่ชิงนั่งตัวงอทำได้เพียงเงยหน้าขึ้นมามองซินเฟย
“เยว่ชิง เ้าถามว่าตนเองทำอะไรให้ข้าไม่พอใจอย่างนั้นหรือ...ข้าจะบอกให้ก็ได้ แค่การมีตัวตนของเ้ามันก็ทำให้ข้าไม่พอใจแล้ว ไม่ว่าเ้าจะทำหรือไม่ได้ทำอะไรเลย ข้าก็เกลียดคนอย่างเ้าอยู่ดี” ซินเฟยเหยียดยิ้มมาดร้ายอย่างไม่คิดปิดบัง
หลินเยว่ชิงได้ยินดังนั้นนางก็รู้สึกราวกับถูกสิ่งของหนักๆ ทุบลงกลางศีรษะ
แค่เกิดมาเป็นาง...ก็ผิดแล้วอย่างนั้นหรือ
ไม่ใช่...ไม่ใช่นางที่ผิด แต่เป็สองคนแม่ลูกต่างหาก
“ท่านแม่ นางประหลาดนี่มันกล้าเหิมเกริมกับพวกเรายิ่งนัก จะต้องสั่งสอนให้หลาบจำ” หลินเสี่ยวหรงกำมือแน่น นางเห็นท่าทางเช่นนี้ของหลินเยว่ชิง กลับรู้สึกหวั่นในใจอย่างไรชอบกล ทว่าไม่นานก็กลับมารู้สึกโมโหเช่นเดิม
หลินเยว่ชิงฟังหลินเสี่ยวหรงแล้วได้แต่นึกขันอยู่ในใจ อย่างไรความจริงที่ว่าสองแม่ลูกเกลียดชังนางก็ไม่เปลี่ยน เหตุใดที่ผ่านมานางจึงยอมลงให้ทั้งสองคนกัน ทั้งที่ใช้ชีวิตระแวดระวังก็แล้ว ถ่อมตนและอยู่อย่างไรค่าก็แล้ว ยอมให้ดูถูกยอมให้รังแกกันก็แล้ว แต่ทั้งสองคนไม่เคยพอใจเลยแม้แต่น้อย
มีแต่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ...
อย่างในตอนนี้...หลินเสี่ยวหรงที่โกรธจัดจนคว้าเอาจอกน้ำชาที่มารดาดื่มเมื่อสักครู่มาไว้ในมือ แม้มันจะอุ่นขึ้นแล้วเพราะถูกเทไว้เป็เวลานานแต่ก็คงจะพอทำให้ใบหน้าของนางแสบร้อนได้เหมือนกัน นี่เป็ความรุนแรงที่มากกว่าแต่ก่อนอย่างเห็นได้ชัด
หลินเสี่ยวหรงแสยะปากอย่างมาดร้ายแล้วเดินเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าหลินเยว่ชิงที่ถูกสาวใช้จับตัวไว้อยู่ นางกำลังคิดว่าถึงแม้จะไม่สามารถแก้ไขเื่ที่ตนเองได้รับความอับอายเมื่อเช้านี้ได้ แต่ถ้าได้จัดการหลินเยว่ชิงให้หายคับแค้นใจได้ก็คงจะดีไม่น้อย ตอนนี้หลินเสี่ยวหรงเลยไม่สนใจอะไรทั้งนั้นขอเพียงแค่ได้แก้แค้นเป็พอ
เมื่อเห็นถ้วยน้ำชาในมือของหลินเสี่ยวหรงที่ส่งควันพวยพุ่งขึ้นมาแล้วหลินเยว่ชิงก็ถึงกับหวั่นใจ ถึงนางจะถูกกลั่นแกล้งมานับครั้งไม่ถ้วนแต่ครั้งนี้คงเพราะนางขัดขืนขึ้นมาเลยทำให้หลินเสี่ยวหรงคิดทำร้ายนางอย่างรุนแรงขึ้น
ถึงอย่างนั้นแทนที่หลินเยว่ชิงจะร้องขอความเมตตาอย่างทุกครั้ง นางกลับเบนสายตาไปมองิญญาของฮองเฮาที่กำลังมองสองแม่ลูกนั่นด้วยความกรุ่นโกรธแทน
จ้าวเลี่ยงเฟิ่งเองก็สบตาหลินเยว่ชิงกลับ ราวกับรู้ถึงความ้าบางอย่างในดวงตาคู่นั้น น้ำเสียงที่ทรงอำนาจจึงเริ่มเอื้อนเอ่ยออกมา “ครั้งนี้เ้าจะอนุญาตข้าหรือไม่”
หลินเยว่ชิงเม้มปากแน่น สายตามองฮองเฮาสลับกับสองแม่ลูกเพียงครู่หนึ่ง นางไม่รอช้าพยักหน้ารับทันที อย่างไรนางก็ขัดขืนไปแล้ว จากนี้นางตัดสินใจจะหันมาปกป้องตนเองให้ได้
และสักวันหนึ่งนางจะไม่ยอมให้ใครมารังแกได้อีก...
จากนั้นดวงิญญาโปร่งแสงก็หายวับเข้าไปในร่างหญิงสาวที่ถูกจับกดไว้ หญิงสาวนางนั้นมีประกายความแข็งกร้าวขึ้นมาในแววตาทันที นางส่งสายตาไปยังซินเฟยที่กำลังยืนมองอยู่จนฝ่ายนั้นถึงกับต้องผงะเพราะไม่เคยเห็นแววตานี้ของหลินเยว่ชิงมาก่อน
หลินเสี่ยวหรงมองดูหลินเยว่ชิงอย่างสะใจ นางกำถ้วยน้ำชาไว้มั่นกำลังจะเดินเข้ามาใกล้หลินเยว่ชิงอีก แต่ทันใดนั้นผู้ที่ถูกคุมตัวอยู่ไม่รู้ว่าเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนสะบัดสาวใช้ทั้งสองจนหน้าหงายเซถอยหลังไปหลายก้าว
จ้าวเลี่ยงเฟิ่งในร่างหลินเยว่ชิงเหยียดกายขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าของนางเชิดขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว สายตาคมกริบมองหลินเสี่ยวหรงราวผู้ล่าที่จ้องมองเหยื่อก็ไม่ปาน
หลินเสี่ยวหรงที่เห็นสายตาคู่นั้นถึงกับตัวสั่นเทิ้มขึ้นอย่างไม่รู้สาเหตุจนชะงักมือที่ถือถ้วยน้ำชาเอาไว้ นางรู้สึกราวกับตนเองตัวลีบเล็กและกำลังอยู่ภายใต้เงื้อมมือของคนตรงหน้า กว่าจะรู้ตัวหลินเยว่ชิงก็เข้าประชิดตัวนาง อีกทั้งมือข้างหนึ่งปัดไปที่ถ้วยน้ำชาในมือตกพื้นแตกเสียงดัง ทำให้ทั้งนางเอง ผู้เป็มารดา และบ่าวไพร่ที่ยืนอยู่รอบนอกศาลาถึงกับใ
จ้าวเลี่ยงเฟิ่งอดทนมานาน นางรังเกียจคนอย่างสองแม่ลูกนี่นัก ฉับพลันนั้น หลินเสี่ยวหรงที่กำลังตกอยู่ในความงุนงงก็ถูกฝ่ามือหนึ่งของจ้าวเลี่ยงเฟิ่งในร่างหลินเยว่ชิงตบเข้าหนึ่งฉาด
การตบครั้งนี้รุนแรงเสียจนหลินเสี่ยวหรงหน้าหันไปทางมารดาที่ยืนงุนงงอยู่ด้านข้าง
ส่วนซินเฟยถึงกับหน้าเหวอยกมือปิดปากขึ้นมาอย่างไม่เคยคาดคิด
ทั้งหลินเสี่ยวหรง ซินเฟย และสาวใช้ทั้งสองต่างตกตะลึงพรึงเพริดจนตาค้าง เพราะในตอนนี้เห็นได้ว่าหลินเยว่ชิงไม่ใช่คนเดิม
สองแม่ลูกมีความคิดผุดขึ้นในใจ ‘นี่มันอะไรกัน นางถูกผีสิงหรืออย่างไร’
หลินเสี่ยวหรงใช้มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าข้างที่เจ็บแล้วหันมา มืออีกข้างก็ชี้หน้าหลินเยว่ชิงด้วยความโกรธแค้นอย่างถึงขีดสุด พยายามเค้นเสียงพูดออกจากริมฝีปากที่สั่นระริกด้วยความเจ็บ “เ้า...เ้าบังอาจตบข้า”