เย้ยฟ้า ข้าขอเป็นเซียน!

    การทดสอบ(3)

    ชายหนุ่มเดินขึ้นไปหาอาวุโสหยางหลิงด้วยความเคร่งเครียด ในมือของผู้อาวุโสหยางหลิงเป็นแผ่นหยกกลม และมีก้อนคริสตัลเป็นวงกลมอยู่แปดก้อนวนรอบแผ่นหยก




    ยื่นมืออกไปหยิบแผ่นหยกไม่เหมือนรอบที่แล้วดูเหมือนว่าในครั้งที่สามชายหนุ่มคนนี้ดูเหมือนจะเป็นผู้โชคดี แผ่นหยกที่เขาจับนั่นดูเหมือนจะมีแสงสีทอง สีน้ำตาล สีเขียวจางๆ แผ่ออกมา




    เห็นเช่นนั้นผู้อาวุโสหยางหลิงกล่าวด้วยความพึงพอใจ"ไม่ดีไม่แย่ สามราก ,ทอง ,ดิน, ไม้ , ความบริสุทธิ์ต่ำ,เจ้าผ่านเข้าไปข้างใน"




    ในรอบนี่ที่นั่งที่จัดไว้ข้างในยังแบ่งออกเป็นสามส่วนด้วยเช่นกัน ส่วนแรกสำหรับผู้ที่ผ่านการทดสอบทั้งสามรอบ อย่างที่สองคือผ่านรอบที่สองและที่สาม ส่วนสุดท้ายนั่นสำหรับผู้ที่ผ่านรอบที่สามเพียงอย่างเดียว




    ราวกับเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ เด็กหนุ่มมองไปที่นั่งผู้ปกครองและตะโกน "บิดาข้าทำได้แล้ว!" มีเสียงตอบรับกลับมาด้วยความปิติยินดีเช่นกัน




    ไม่รำคาญ ผู้อาวุโสกล่าวด้วยใบหน้าเย็นชา "เข้าไปข้างในอย่าเสียเวลา"




    ได้ยินดังนั้น ชายหนุ่มจึงก้มหัวขออภัยพร้อมกับรีบวิ่งไปยังที่นั่งของตน




    "เอาละดูเหมือนรอบแรกหนึ่งในพวกเจ้าจะโชคดี แต่คนต่อไปอาจไม่โชคดีเช่นมัน"




    กล่าวจบอาวุโสหยางหมิงก็ชี้คนถัดไป รอบนี้เป็นเด็กหญิง




    หลังจากที่นางขึ้นไปบนเวที ยื่นมือจับแผ่นหยกแล้ว มีแสงสองสีโพล่ออกมาคือสีแดงและสีเขียว




    ด้วยความแปลกใจอาวุโสหยางหลิงพยักหน้าด้วยความพอใจ มันได้เป็นผู้คัดเลือกมาหลายปีแต่ปกติคนที่มันชี้จะไม่ค่อยเจอคนมีราก เนื่องจากมันเชื่อในโชคลาภหากคนแรกมีรากแล้วคนต่อๆไปอาจจะมีรากก็เป็นได้ และในปีนี้เพียงแค่เริ่มสองคนแรกมันก็เจอแต่ผู้ที่มีรากทั้งนั้น ปีนี้อาจเป็นปีที่ดีของมันจริงๆ




    พร้อมกับลูบเคราของมันด้วยความพึงพอใจอาวุโสหยางหลิงกล่าว "รากคู่ ไฟ,ไม้, ความบริสุทธิปานกลาง , เจ้าผ่าน เข้าไปข้างใน"




    หลังจากนั้นการคัดเลือกผ่านไปหลายครั้ง บางคนไม่มีราก บางคนมีราก ซึ่งคนที่ไม่มีรากก็เศร้าเสียใจเป็นอย่างมากส่วนใหญ่แล้วพวกมันเลือกที่จะกลับออกไปพร้อมกับครอบครัวของพวกมัน มีเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่เลือกจะไปเป็นคนรับใช้ ส่วนใหญ่คนพวกนี่มันไม่มีครอบครัว หรือว่าครอบครัวของมันเป็นคนที่ยากจน




    จากแถวที่สามไปจนหมดแล้วมาต่อที่แถวที่สองจากนั้นไปแถวที่ถึง แถวที่สองและแถวที่สาม นอกจากพวกที่กลับไปแล้วมีเพียง 14 คนเท่านั้นที่ผ่านและมีสามรากหรือสี่รากเป็นส่วนใหญ่มีเพียงไม่กี่ที่เป็นรากคู่และรากเดี่ยวไม่มีสักคนเดียว




    ตอนนี้ถึงเวลาของแถวแรก คนแรกที่ขึ้นไปไม่ใช้ใครอื่นนอกจาก หลี่ชิงหยู ซึ่งตอนนี้ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความมั่นใจ เนื่องจากก่อนที่มันจะมาทดสอบ บิดาของมันได้ยอมเสียทรัพสินที่เก็บมาเป็นเวลานาน เพื่อเชิญคนในนิกายให้มาทดสอบรากจิตวิญญาณที่บ้านของมัน




    ดูเหมือนสวรรค์จะไม่ทำให้มันและบิดาของมันผิดหวังหลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบ ผู้ที่มาทดสอบนั้นตกใจเป็นอย่างมาก มันไม่คิดว่าสถานที่บ้านนอกแบบนี่จะมีคนที่มี รากเดี่ยว และเป็นรากที่เหมาะสมกับการกลั่นยาและสิ่งประดิษฐ์นั่นคือ รากไฟเดี่ยว มันจึงรีบแจ้งกลับไปยังอาวุโสในนิกายของตน




    ในระหว่างนั้นอาวุโสหมิงลู่ ซึ่งกำลังตามหาคนมาเป็นศิษย์ของมันอยู่ได้ข่าวที่แจ้งมา มันจึงแอบติดสินบนอาวุโสหยางหลิงที่กำลังจะมาทดสอบที่เมืองชิงหยาง ให้จัดการทุกอย่างไว้ให้มัน เพื่อจะได้รับศิษย์ของมันได้ไม่ยาก




    ดูเหมือนว่ารากเดี่ยวนั่นหายาก แต่จริงๆแล้วหาได้เป็นแบบนั้นไม่ สำหรับนิกายใหญ่ถึงแม้ว่ารากเดี่ยวจะหายากแต่ก็มีให้เห็นภายในนิกายไม่ขาด




    สาเหตุที่มันทำเช่นนี้นั่นเป็นเพราะถึงแม้ว่ามันจะเป็นผู้อาวุโส มันก็เป็นแค่อาวุโสของประตูนอกเท่านั้น . ผู้ที่มีรากเดี่ยวส่วนมากก็จะไปขอเป็นศิษย์ผู้อาวุโสที่อยู่ในประตูภายใน หรืออาวุโสแกนหลักกันหมด




    มันไม่มีอำนาจที่จะไปแข่งกับคนพวกนั้นได้ ดังนั้นเมื่อมันได้ยินข่าวนี้มันจึงรีบหาหนทางทำทุกอย่างเพื่อรับหลี่ชิงหยูมาเป็นศิษย์ของมันให้ได้




    ระหว่างนั้นมันก็ได้ทำข้อตกลงกับบิดาของหลี่ ชิงหยู ว่ามันจะรับลูกชายของมันมาเป็นศิษย์แลกกับการสนับสนุนตระกูลของมันและลูกชายของมันอย่างเต็มที่จึงได้จัดทำสัญญาจิตวิญญาณขึ้นมาว่าจะไม่ยอมเป็นศิษย์ของคนอื่นนอกจากมันคนเดียว




    บิดาของหลี่ชิงหยูมันไม่ได้รู้เกี่ยวกับเรื่องภายในนิกายมากนัก พอได้ยินเช่นนั้นมันจึงรีบตกลงทำสัญญาทันที หากมันรู้ว่าลูกชายของมันหากเข้าไปในนิกาย จะมีแต่คนมาแย่งตัวกันผลประโยชน์ที่ตระกูลของมันจะได้นั่นไกลกว่าที่มันทำสัญญาไว้ไม่รู้ตั้งกี่เท่ามันก็คงจะอาเจียนเลือดจนตายเป็นแน่




    เดินขึ้นไปบนเวทีอย่างมั่นใจ ยื่นมือออกไปดึงใบหยกมา แสงสีแดงสว่างเรืองรองออกมา




    อาวุโสหยางหลิงที่เห็นก็ตาโตขึ้นมาทันที มันแอบคิดว่าอาวุโสหมิงลู่ ช่างกล้ามากที่แอบเก็บศิษย์ที่มีพรสวรรค์เช่นนี้ไว้กับตัวเองโดยไม่ให้พวกนิกายภายในรู้




    อาวุโสหยางหลิงกล่าวด้วยความยินดี"หลี่ ชิงหยู รากไฟเดี่ยว ความบริสุทธิสูงสุด ผ่าน ไปข้างใน"




    "ขอบคุณขอรับ , อาวุโสหยางหลิง" น้ำเสียงที่กลาวแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง คราวนี้มันเดินเข้าไปข้างในโดยไม่ปกปิดความหยิ่งของมันสักนิดพลางมองไปที่เหล่าผู้ทดสอบโดยรอบด้วยความดูถูก




    แต่ถึงมันจะทำเช่นนั้นก็มีเสียงที่ชื่นชมยินดีกับมัน บ้างอิจฉามัน คนที่รังเกียจมันก็ไม่อาจทำอะไรได้ เพราะมันถือว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์สูงมากหากมีเรื่องกับมันตอนนี้แล้วมันเข้าไปในนิกายแล้วเป็นใหญ่มันจะไม่กลับมาจัดการพวกมันหรือ?




    เห็นเป็นเช่นนั้นอาวุโสหยางหลิงเพียงแค่ส่ายหัวเท่านั้น ไม่ใช้ว่ามันไม่เคยเห็นคนที่มีพรสวรรค์และหยิ่งเช่นมัน บางคนที่หยิ่งกว่ามันก็ยังมี แต่ส่วนใหญ่พวกมันมักจะตกตายไปเสียก่อน เนื่องจากไปก่อศัตรูไว้เยอะ เส้นทางสู่ความเป็นอมตะนั้นโหดร้าย ต่อให้มีพรสวรรค์มากแค่ไหนแต่ไม่มีความแข็งแกร่งไม่ช้าก็เร็วมันก็จะตาย ในโลกแห่งการเพาะปลูกความแข็งแกร่งเท่านั้นคือทุกสิ่ง!




    จากนั้นไม่นานก็เป็น ตาของเย่หมิงหยู อย่างไม่น่าเชื่อพรสวรรค์ของเย่หมิงหยูคือ ,รากน้ำแข็งเดี่ยว! ,ความบริสุทธิสูงที่สุด . ไม่คาดคิดทุกคนที่อยู่ที่นั่นก็แตกเป็นเสียงฮือฮาด้วยความตกใจ ไม่ใช้แค่ทุกคนแม้แต่เจ้าตัวก็ตกใจด้วย




    เย่หมิงหยูนึกในใจของนาง'บิดาของข้าเคยบอกไว้ว่า รากจิตวิญญาณนั้น รากที่ดีที่สุดคือรากเดี่ยว เวลาเพาะปลูกจะไปเร็วกว่ารากคู่ หรือทั้งหมด ไม่น่าเชื่อว่าข้าจะมีรากเดี่ยว'




    จริงๆแล้วที่บิดาของนางบอกก็ไม่ถือว่าผิดไปเสียทีเดียว แต่ความจริง รากทั้งห้าถือว่าดีที่สุด เป็นตัวแทนของห้าธาตุ แต่ว่าจะต้องมีวิชาที่เหมาะสมกับราก แม้กระทั่งในสมัยโบราณวิชาที่เหมาะสมก็ยังถือว่าเป็นของที่หาได้ยาก ในยุคนี้มันจึงไม่มีใครรู้ความจริงเกี่ยวกับข้อนี่ จึงถือกันว่ารากที่แย่ที่สุดคือรากห้าธาตุ




    แม้กระทั่งมู่เยว่ชิงเองนางก็พึ่งมารู้ นางคิดว่ารากห้าธาตุนั่นดีที่สุด แต่คนในยุคนี้ถือว่ามันต่ำที่สุดไปซะได้ แต่มันก็ถือว่าเป็นเรื่องดีสำหรับนางซึ่งจะได้ไม่ค่อยมีคนมาสนใจนางมากนัก ไม่ใช้แค่นางพึ่งรู้เรื่องรากจิตวิญญาณ แม้กระทั้งการกลั่นร่างกายที่นางฝึก ในยุคนี้ก็ไม่มี! ทุกคนเริ่มจากรวบรวมฉีกันหมด ไม่มีใครฝึกการกลั่นร่างกายเช่นนางเลย!




    "ฮ่าฮ่าฮ่า ดีดีดี! ไม่คาดคิดว่าปีนี่ในที่ห่างไกลเช่นนี้ ข้าจะได้เจอผู้ที่มีรากเดี่ยว ความบริสุทธิ์สูงสุดตั้งสองคน เจ้าผ่านไปข้างใน!" หัวเราะอย่างพึงพอใจด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม อาวุโสหยางหลิงมองไปที่เย่หมิงหยูด้วยดวงตาสดใส




    ปีนี้เป็นปีที่ดีของมันจริงๆ ปกติคัดเลือกมันแทบจะไม่เจอรากเดี่ยวเลยครั้งใดที่มันเจอมันก็จะได้รางวัลจากนิกายอย่างดี ปีนี้มันเจอถึงสองคนแม้คนแรกอาวุโสหมิงลู่จะจองตัวไปแล้ว แต่มันก็ยังได้รับรางวัลอยู่ดี อาวุโสหยางหลิงคิดอย่างพึงพอใจพลางลูบเครา




    เย่หมิงหยูเดินเข้าไปข้างใน ตอนนี้ใบหน้าของ หลี่ชิงหยูมันน่าเกลียดมาก เมื่อไม่นานมานี้มันคิดว่ามันจะเด่นคนเดียว มันไม่เคยคิดเลยว่าภายในไม่กี่นาทีจะมีคนที่เด่นพอๆกับมัน มันจึงมองไปที่เย่หมิงหยูด้วยความไม่พอใจ เย่หมิงหยูจึงมองตอบกลับไปเช่นกัน




    ตระกูลเย่ และ ตระกูลหลี่ย่อมไม่ถูกกันอยู่แล้วบิดาของหลี่ชิงหยูนั่นกลัวว่าตระกูลใหญ่ภายในเมืองนั่นจะสั่นคลอนตำแหน่งของตน มันจึงลอบวางแผนทำร้ายตระกูลใหญ่เป็นประจำ ตระกูลเย่ ก็เป็นหนึ่งในนั่นด้วย แม้ว่าบิดาของเธอจะไม่เคยเล่าให้เธอฟังมากนักแต่เธอก็พอจะได้ยินมาบ้างเมื่อบ่าวรับใช้คุยกัน




    เย่หมิงหยูยิ้มเยาะเย้ยและกลับไปนั่งตำแหน่งของตน หลี่ชิงหยูที่ได้เห็นเช่นนั้นเพียงได้แต่กัดฟันและสาปแช่ง




    "ต่อไปตาเจ้า ขึ้นมา" หลังจากไม่นานก็ถึงตามู่เยว่ชิง นางเดินขึ้นไปบนเวทีด้วยความสงบ คนโดยรอบมองมาที่นางด้วยความสนใจ หากไม่นับรวมเสื้อผ้าที่ดูธรรมดาแล้ว หน้าตาของนางนั่นดูสวยงามแม้จะยังเป็นเด็กอยู่ก็ตาม หลายคนคิดในใจว่าโตมานางคงจะงดงามล่มเมืองเป็นแน่




    แม้กระทั่งหลี่ชิงหยูที่หยิ่งมันก็ยังแอบมองนางอยู่หลายครั้ง




    อาวุโสหยางหลิงมองไปที่นางแล้วครุ่นคิด 'รอบแรกจิตวิญญาณของนางนั่นถึงขีดสุดของตัววัด ซึ่งตั้งแต่ก่อนที่ข้าเคยทดสอบมาไม่เคยมีสักครั้งที่มีคนถึงระดับนี่ หากไม่ใช้ว่าข้ามองเห็นว่านางเป็นคนธรรมดา ข้าก็คงนึกว่านางเป็นผู้เพาะปลูกพื้นฐานลมปราณ แม้กระทั่งการทดสอบรอบที่สองนางก็ทำได้ดีที่สุดในหมู่ผู้ทดสอบที่ข้าเคยทดสอบมา ข้าอยากรู้จริงๆว่านางจะมีรากจิตวิญญาณอะไร'




    ยื่นมือหยิบแผ่นหยก ทันใดนั้นแสงเรืองออกมาจากแผ่นหยกสว่างสดใสไปทั่วบริเวณ แสงห้าสีแข่งกันประชันสว่างสดใสสวยงาม ทุกคนต่างมองไปที่แสงอย่างเงียบเชียบและชื่นชมความสวยงามของมัน




    ในเวลาเดียวกันอาวุโสหยางหลิงที่ตะลึงอยู่ก็เพียงแค่ถอนหายใจพลางกล่าว "เห้อ ช่างน่าเสียดายพรสวรรค์...ห้าราก, ดิน ,ไม้ ,ไฟ ,ทอง ,น้ำ ความบริสุทธิ์สูงสุด ผ่านเจ้าไปข้างในได้" มันพึมพำเฉพาะคำแรกๆเท่านั้นส่วนครึ่งหลังจึงประกาศออกไป




    อาวุโสหยางหลิงคิดด้วยความเสียใจ ด้วยการทดสอบในรอบแรกและรอบที่สองที่ทำลายสถิติการทดสอบ หากนางมีร่างเดี่ยว ข้าก็อาจจะขอให้อาวุโสภายใน พานางเข้าไปเป็นศิษย์ประตูภายในได้ ช่างน่าเสียดายที่นางดันมีห้าราก




    ในความคิดของผู้เพาะปลูกยุคนี้นั่น รากจิตวิญญาณห้าธาตุนั่นเป็นรากที่เพาะปลูกช้าที่สุด อีกทั้งเวลาใช้วิชาต้องผนึกมือนานกว่าคนอื่นถึง ห้าเท่า มันจึงไม่ค่อยมีคนให้ความหวังมากนัก ผู้ที่เพาะปลูกห้ารากส่วนใหญ่ก็จะไปติดอยู่ที่คอขวดรวบรวมฉี 9 ทั้งนั่นมีแค่ส่วนน้อยที่สามารถก่อรากฐานได้ จึงไม่ค่อยมีคนอยากรับไปเป็นศิษย์ส่วนตัวเท่าใดนัก เนื่องจากเหตุผลคือเปลืองทรัพยากร สู้เอาไปฝึกพวกรากคู่หรือสามรากยังดีเสียกว่า




    หากมู่เยว่ชิงได้ยินความคิดนี้เกรงว่านางจะหัวเราะจนตาย หากมีวิชาที่สอดคล้องกับห้ารากเวลาฝึกรากทั้งห้าจะฝึกได้เร็วกว่ารากเดี่ยวหลายเท่าไม่ใช้แค่นั้น ในชั้นหนังสือของนางมีวิธีแก้ปัญหาเกี่ยวกับผนึกมือช้าด้วย หากแก้ได้สำเร็จแล้วจะทำให้นางใช้ผนึกมือได้เร็วเท่ารากเดี่ยว เพลอๆอาจจะเร็วกว่าด้วยซ้ำ




    โดยไม่ใส่ใจ มู่เยว่ชิงเพียงแค่กล่าวขอบคุณแล้วเดินไปนั่งข้างเย่หมิงหยูผู้กำลังรอคอยนางอย่างตื่นเต้น