วิถีเทวะ : กำเนิดคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์

    บทที่ 37 : เคล็ดแปลงลักษณ์โลหิต วังบาดาลเผ่ามังกร และกลิ่นอายแห่งราชันย์ยุทธ์!

    บทที่ 37 : เคล็ดแปลงลักษณ์โลหิต วังบาดาลเผ่ามังกร และกลิ่นอายแห่งราชันย์ยุทธ์!


    กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคลุ้งอยู่ภายในห้องรับรองระดับสวรรค์แห่งหอสดับสมุทร ซาหมิง องค์ชายแห่งเผ่าฉลามคลั่งทะเลลึก ผู้ซึ่งเคยเย่อหยิ่งและโอหัง บัดนี้นอนกองอยู่บนพื้นพรมในสภาพที่แขนขาทั้งสี่ข้างถูกตัดเส้นเอ็นจนกลายเป็นเพียงเศษเนื้อที่ไร้ทางสู้ ดวงตาสีเหลืองขุ่นของมันเบิกกว้าง จ้องมองเด็กหนุ่มชุดขาวเบื้องหน้าด้วยความหวาดผวาและเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด

    ซูหลงอวิ๋นมิได้สนใจสายตาอาฆาตของมดปลวก เขายกบัตรเชิญเกล็ดมังกรสีทองคำขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด ค่ายกลและอาคมที่สลักอยู่บนบัตรเชิญนี้มีความซับซ้อนยิ่งนัก มันมีการเชื่อมโยงกับ 'กลิ่นอายสายเลือด' ของผู้ถือครอง หากผู้ที่นำบัตรเชิญนี้ไปแสดง มิใช่สายเลือดของเผ่าฉลามคลั่ง ค่ายกลของวังบาดาลย่อมตรวจสอบพบและทำลายผู้บุกรุกในทันที

    "การลอบเร้นเข้าสู่วังบาดาลที่มีตัวตนระดับ 'ราชันย์ยุทธ์' ปกครองอยู่ มิใช่เรื่องที่จะทำได้ด้วยการสวมหมวกฟางหรือใช้ผ้าปิดหน้าธรรมดา... ข้าจำต้องเปลี่ยนเรือนร่างและกลิ่นอายสายเลือด ให้กลายเป็นองค์ชายเผ่าฉลามผู้นี้อย่างสมบูรณ์แบบ"

    ซูหลงอวิ๋นพึมพำกับตนเอง ก่อนจะหันไปมองอ๋าวเจินที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่มุมห้อง "อ๋าวเจิน จงไปเฝ้าหน้าประตู อย่าให้ผู้ใดเข้ามารบกวนข้าเด็ดขาด หากมีผู้ใดถามหาซาหมิง ก็จงบอกไปว่าองค์ชายกำลังพักผ่อน"

    "ขะ... เข้าใจแล้วขอรับนายท่าน" อ๋าวเจินรับคำสั่งอย่างว่าง่าย มันรีบวิ่งไปยืนเฝ้าที่หน้าประตูห้องที่พังทลายอย่างเอาเป็นเอาตาย

    เมื่ออยู่ตามลำพัง ซูหลงอวิ๋นก็ก้าวเดินเข้าไปหาร่างของซาหมิง เขายื่นมือขวาออกไป ปลายนิ้วชี้และนิ้วกลางเปล่งประกายแสงสีขาวของ 'เพลิงเยือกแข็งกระดูกปรโลก' ทะลวงเข้าสู่ตำแหน่งหัวใจขององค์ชายเผ่าฉลามอย่างแม่นยำ!

    "อั้ก!" ซาหมิงกระตุกเฮือก ดวงตาเบิกโพลงก่อนจะสิ้นใจตายไปในพริบตา วิญญาณของมันถูกเพลิงความเย็นแช่แข็งและดับสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

    ซูหลงอวิ๋นดึงปลายนิ้วกลับมา พร้อมกับหยดเลือดสีแดงคล้ำปนทองหยดหนึ่ง มันคือ 'โลหิตหัวใจ' ซึ่งเป็นแก่นแท้แห่งสายเลือดของซาหมิง เขานำโลหิตหยดนั้นใส่ลงในขวดหยก ก่อนจะเริ่มประสานอินด้วยสองมืออย่างรวดเร็ว

    "คัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์... เคล็ดวิชาแปลงลักษณ์กลืนนภา... หลอมรวม!"

    ซูมมม!

    ทะเลลมปราณสีทองคำในจุดตันเถียนหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง สัญลักษณ์ 'หยินหยาง' ปลดปล่อยปราณเทวะออกมาชำระล้างโลหิตหัวใจของซาหมิง ซูหลงอวิ๋นกลืนโลหิตหยดนั้นลงคอ พลังของเคล็ดวิชากลืนนภาเริ่มทำงาน มันมิได้เป็นการดูดซับพลัง ทว่าเป็นการ 'จำลอง' โครงสร้างสายเลือด!

    เสียงกระดูกลั่นกรอบแกรบดังก้องออกมาจากร่างของเด็กหนุ่ม รูปร่างที่เคยสมส่วนเริ่มขยายใหญ่และกำยำขึ้น ผิวพรรณที่ขาวผ่องประดุจหยก แปรเปลี่ยนเป็นสีเทาอมน้ำเงิน ครีบแหลมคมค่อยๆ งอกออกมาตามท่อนแขนและแผ่นหลัง โครงหน้าของเขาปรับเปลี่ยนจนมีความดุดันและมีดวงตาสีเหลืองขุ่นประดุจสัตว์ร้าย!

    เพียงครึ่งก้านธูป ซูหลงอวิ๋นก็แปรสภาพกลายเป็น 'ซาหมิง' องค์ชายแห่งเผ่าฉลามคลั่งอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ซึ่งที่ติ!

    เขากระตุ้นพลังปราณในร่าง เปลี่ยนกลิ่นอาย 'แก่นแท้ทองคำหยินหยาง' ให้ถูกปกปิดอยู่เบื้องหลัง และจำลองกลิ่นอายของปราณมารโลหิตธาตุวารีระดับ 'วิญญาณก่อกำเนิดขั้นปลาย' ออกมาปกคลุมร่างกายแทน

    "เคล็ดวิชาแปลงลักษณ์ของจักรพรรดิเทพยุทธ์ ช่างลึกล้ำยิ่งนัก... ต่อให้เป็นยอดฝีมือระดับบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ หากมิได้ใช้จิตสัมผัสตรวจสอบลึกลงไปถึงก้นบึ้งของวิญญาณ ย่อมไม่มีทางจับพิรุธข้าได้อย่างแน่นอน"

    ซูหลงอวิ๋นในร่างของซาหมิงเดินไปที่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ เขาแสยะยิ้มที่เต็มไปด้วยเขี้ยวแหลมคม เลียนแบบท่าทางเย่อหยิ่งและกักขฬะขององค์ชายเผ่าฉลามได้อย่างแนบเนียน ก่อนจะหันไปจัดการแผดเผาซากศพของซาหมิงตัวจริงให้กลายเป็นเถ้าถ่าน และใช้ปราณวารีชำระล้างคราบเลือดบนพื้นพรมจนสะอาดสะอ้าน

    เขาโยนเสื้อเกราะเกล็ดคลื่นของซาหมิงมาสวมทับ เก็บกระบี่กลืนเงาซ่อนไว้ในแหวนมิติ และนำบัตรเชิญเกล็ดมังกรมาเหน็บไว้ที่เอว

    "อ๋าวเจิน เข้ามาได้" ซูหลงอวิ๋นเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและดุดัน ซึ่งเป็นเสียงของซาหมิงอย่างไม่ผิดเพี้ยน

    เมื่ออ๋าวเจินก้าวเข้ามาในห้อง มันถึงกับชะงักงันและเบิกตากว้างด้วยความสับสน มันมองเห็นซาหมิงยืนอยู่กลางห้อง ทว่ากลิ่นอายความน่าสะพรึงกลัวและสายตาที่ลึกล้ำนั้น กลับเป็นของเจ้านายมนุษย์ผู้นั้น!

    "นะ... นายท่าน! วิชาแปลงโฉมของท่านช่างเหนือล้ำจินตนาการนัก! แม้แต่ข้าที่เป็นเผ่าสมุทร ยังมิอาจแยกแยะความแตกต่างได้เลย!" อ๋าวเจินอุทานด้วยความเลื่อมใส

    "หุบปาก แล้วจำไว้ว่าตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ข้าคือซาหมิง องค์ชายเผ่าฉลามคลั่งทะเลลึก ส่วนเจ้า ก็จงทำหน้าที่เป็นทาสนำทางให้ข้าเหมือนเดิม" ซูหลงอวิ๋นสั่งการ "จินหลิน เจ้าจงเข้าไปซ่อนตัวในถุงวิญญาณสัตว์อสูร กลิ่นอายกิเลนอัคคีของเจ้าอาจทำให้ค่ายกลของวังบาดาลเกิดปฏิกิริยาได้"

    "รับคำสั่งนายท่าน" ราชสีห์เพลิงกลายร่างเป็นลำแสงสีแดง พุ่งเข้าไปในถุงวิญญาณที่เอวของเขาอย่างรวดเร็ว

    "ไปกันเถิด อ๋าวเจิน... นำข้าลงสู่ก้นมหาสมุทร มุ่งหน้าสู่วังบาดาลเผ่ามังกร!"

    ...

    การเดินทางลงสู่ก้นมหาสมุทรบูรพามิใช่เรื่องที่มนุษย์ทั่วไปจะสามารถกระทำได้ ทว่าในยามนี้ ซูหลงอวิ๋นอยู่ในรูปลักษณ์ของเผ่าฉลามคลั่ง ซึ่งมีความคุ้นเคยกับกระแสน้ำเป็นอย่างดี อ๋าวเจินได้เตรียม 'รถม้าวารีระดับสูง' ซึ่งถูกลากจูงด้วยม้าน้ำมังกรสายพันธุ์ดุร้ายจำนวนหกตัว มันสามารถสร้างม่านอากาศคุ้มกันและทนต่อแรงดันน้ำมหาศาลได้

    รถม้าวารีพุ่งทะยานออกจากท่าเรือใต้ดินของเมืองเกล็ดมังกร ดำดิ่งลงสู่ห้วงสมุทรอันมืดมิดและลึกล้ำ

    ยิ่งดำดิ่งลึกลงไป แสงสว่างจากผิวน้ำก็ยิ่งเลือนหายไป ทว่าโลกใต้ทะเลกลับมิได้มืดมนอย่างที่คิด พรรณไม้น้ำและปะการังขนาดยักษ์ต่างเปล่งประกายแสงสีเรืองรองงดงามหลากสีสัน ฝูงปลาน้ำลึกที่มีรูปร่างแปลกประหลาดแหวกว่ายไปมา สัตว์อสูรระดับสูงบางตัวที่มีขนาดเท่าภูเขาขนาดย่อม ลอยผ่านไปในความมืดประดุจเกาะเคลื่อนที่ ทว่าเมื่อพวกมันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของ 'รถม้าจากวังบาดาล' และกลิ่นอายของเผ่าฉลามคลั่ง พวกมันก็รีบแหวกทางให้อย่างหวาดหวั่น

    ซูหลงอวิ๋นนั่งเอนกายอยู่ภายในรถม้า นัยน์ตาสีเหลืองขุ่นทอดมองทัศนียภาพอันแปลกตาเบื้องนอกด้วยความสงบนิ่ง

    "ยิ่งลึก ปราณวิญญาณธาตุวารีก็ยิ่งหนาแน่นและบริสุทธิ์... ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยความกดดันของ 'สายเลือด' ที่แทรกซึมอยู่ในทุกอณูของกระแสน้ำ นี่คืออาณาเขตของเผ่ามังกรอย่างแท้จริง"

    เวลาล่วงเลยไปหลายชั่วยาม จนกระทั่งรถม้าวารีดำดิ่งลงมาถึง 'ร่องลึกสวรรค์' ซึ่งเป็นหุบเหวใต้ก้นมหาสมุทรที่ลึกที่สุดในมหาทวีปบูรพา

    "นายท่าน... ถึงแล้วขอรับ... วังบาดาลเผ่ามังกร!" อ๋าวเจินที่ทำหน้าที่บังคับรถม้า เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความยำเกรง

    ซูหลงอวิ๋นมองผ่านหน้าต่างรถม้า ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้แม้แต่มังกรหนุ่มผู้เย่อหยิ่งยังต้องลอบสูดลมหายใจด้วยความตื่นตะลึง!

    ณ ก้นบึ้งของร่องลึกสวรรค์ ปรากฏนครหลวงขนาดยักษ์ที่เปล่งแสงสว่างเจิดจ้าประดุจดวงอาทิตย์ยามเที่ยงวัน! กำแพงเมืองหล่อหลอมขึ้นจาก 'ผลึกมังกรวารี' สีฟ้าใสที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเหล็กกล้าบรรพกาล ตำหนักและหอคอยนับหมื่นหลังสร้างจากไข่มุกน้ำลึกและหยกสวรรค์ สลักลวดลายมังกรห้ากรงเล็บที่ดูมีชีวิตชีวา

    ค่ายกลพิทักษ์ระดับ 'สวรรค์ขั้นสูงสุด' กางครอบคลุมนครหลวงแห่งนี้เอาไว้ มันเป็นรูปโดมโปร่งแสงที่มีมังกรวารีขนาดยักษ์นับร้อยตัวแหวกว่ายอยู่ภายในม่านพลัง! แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากค่ายกลนี้ มากพอที่จะบดขยี้ยอดฝีมือขอบเขตบรรพชนศักดิ์สิทธิ์ให้กลายเป็นผุยผงได้หากบังอาจล่วงล้ำ!

    นี่คือความยิ่งใหญ่ของขุมอำนาจระดับมหาทวีป! นี่คือสถานที่ประทับของ 'ราชันย์ยุทธ์'!

    บริเวณหน้าประตูใหญ่ของวังบาดาล ซึ่งทำจากเปลือกหอยมุกขนาดยักษ์สองบาน คลาคล่ำไปด้วยขบวนรถม้าและสัตว์พาหนะของเหล่าผู้มีอำนาจจากทั่วทุกสารทิศในมหาสมุทรบูรพา ที่เดินทางมาร่วมงานบวงสรวงเทพสมุทรบรรพกาล ทหารยามเผ่ามังกรในชุดเกราะสีทองคำนับร้อยนาย ยืนเรียงรายตรวจสอบบัตรเชิญอย่างเข้มงวด

    อ๋าวเจินบังคับรถม้าเข้าไปต่อแถว ซูหลงอวิ๋นหลับตาลง ปรับลมหายใจและกลิ่นอายพลังให้สงบนิ่งที่สุด เขาต้องสวมบทบาทเป็นซาหมิงให้แนบเนียน ไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือพิรุธใดๆ

    ไม่นานนัก ก็ถึงคิวของพวกเขา

    ทหารยามเผ่ามังกรเขาเดียว รูปร่างสูงใหญ่และแผ่กลิ่นอายระดับ 'วิญญาณก่อกำเนิดขั้นต้น' เดินเข้ามาขวางหน้ารถม้า มันกวาดสายตามองอ๋าวเจินด้วยความดูแคลน ก่อนจะประสานมือคารวะอย่างขอไปทีเมื่อเห็นชุดเกราะของเผ่าฉลามคลั่งที่ซูหลงอวิ๋นสวมใส่

    "โปรดแสดงบัตรเชิญเกล็ดมังกรด้วยขอรับ" ทหารยามกล่าวเสียงกระด้าง

    ซูหลงอวิ๋นเปิดประตูรถม้า ก้าวเดินลงมาด้วยท่วงท่าเย่อหยิ่งและโอหังตามแบบฉบับของซาหมิง เขามิได้เอ่ยปากใดๆ เพียงแค่ดึงบัตรเชิญสีทองคำออกมาจากเอว แล้วโยนใส่หน้าอกของทหารยามอย่างหยาบคาย!

    "เบิกตาดูให้ดี! ข้าคือองค์ชายแห่งเผ่าฉลามคลั่งทะเลลึก! หากพวกเจ้ามัวชักช้าจนข้าพลาดพิธีสำคัญ ข้าจะให้เสด็จพ่อนำทัพมาถล่มป้อมยามของพวกเจ้าเสีย!" ซูหลงอวิ๋นตวาดเสียงกร้าว เลียนแบบนิสัยกักขฬะได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ทหารยามรับบัตรเชิญมาด้วยความไม่พอใจ ทว่าเมื่อมันถ่ายทอดลมปราณลงไปในบัตรเชิญ แสงสีทองก็สว่างวาบ อักขระยืนยันตัวตนปรากฏขึ้นเหนือแผ่นบัตร เป็นภาพนิมิตของฉลามคลั่งโลหิตเกราะเหล็ก!

    "บัตรเชิญระดับแขกเกียรติยศ... ยืนยันตัวตนถูกต้อง"

    ทหารยามพยักหน้า มันนำบัตรเชิญไปแตะที่ม่านพลังค่ายกลของประตูเมือง รอยแยกของค่ายกลพลันเปิดออกเป็นช่องกว้างพอให้รถม้าผ่านเข้าไปได้

    "เชิญองค์ชายซาหมิงเข้าสู่วังบาดาลได้ขอรับ"

    ซูหลงอวิ๋นแค่นเสียง 'หึ' ในลำคอ คว้าบัตรเชิญกลับคืนมา แล้วก้าวขึ้นรถม้าไปอย่างสง่าผ่าเผย อ๋าวเจินรีบบังคับม้าน้ำมังกรเคลื่อนตัวผ่านประตูเมืองเข้าไป

    ผ่านด่านแรกมาได้อย่างราบรื่น... ซูหลงอวิ๋นลอบถอนหายใจในใจ ค่ายกลของวังบาดาลมิได้ตรวจสอบลึกถึงโครงสร้างวิญญาณ มันเพียงตรวจสอบกลิ่นอายสายเลือดภายนอกและอาคมบนบัตรเชิญเท่านั้น

    เมื่อก้าวล่วงเข้าสู่วังบาดาล ทัศนียภาพภายในก็ยิ่งตระการตา ปราณวิญญาณธาตุวารีที่นี่บริสุทธิ์จนถึงขีดสุด ขบวนรถม้าของพวกเขาถูกนำทางโดยนางกำนัลเผ่าเงือกไปยัง 'จัตุรัสมังกรสวรรค์' ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานบวงสรวง

    จัตุรัสแห่งนี้กว้างใหญ่ไพศาล สามารถจุผู้คนได้นับแสนชีวิต พื้นปูด้วยแผ่นหยกสีขาวบริสุทธิ์ รอบด้านรายล้อมไปด้วยเสาศิลาที่แกะสลักเป็นรูปมังกรพันเสา บัดนี้ บนอัฒจันทร์และลานกว้าง เนืองแน่นไปด้วยผู้ฝึกยุทธ์เผ่าสมุทรระดับสูง ทั้งเผ่าเงือก เผ่าเต่าศิลา เผ่ามังกรวารี และผู้แทนจากขุมกำลังต่างๆ

    กลิ่นอายพลังปราณที่แผ่ซ่านอยู่ในจัตุรัสแห่งนี้ ล้วนอยู่ในระดับสูงลิบลิ่ว! ผู้ฝึกยุทธ์ระดับ 'วิญญาณก่อกำเนิด' มีให้เห็นเดินขวักไขว่ราวกับเป็นเพียงทหารเลว ระดับ 'ตัดวิญญาณ' (ขอบเขตที่ 5) ซึ่งถือเป็นยอดฝีมือที่หาตัวจับยากในโลกภายนอก กลับมีปรากฏให้เห็นนับร้อยคน นั่งอยู่ตามที่นั่งระดับวีไอพี!

    และที่น่าสะพรึงกลัวที่สุด คือกลิ่นอายอันหนักหน่วงและเก่าแก่ที่แผ่ออกมาจากหอคอยลอยฟ้าที่อยู่ด้านหลังจัตุรัส... กลิ่นอายของขอบเขต 'บรรพชนศักดิ์สิทธิ์' (ขอบเขตที่ 6)! แม่ทัพมังกรเฒ่าผู้พิทักษ์วังบาดาลกำลังคอยจับตาดูความเรียบร้อยของงานบวงสรวงอยู่อย่างเงียบเชียบ!

    นี่คือกำลังรบที่สามารถบดขยี้มหาทวีปศูนย์กลางได้อย่างง่ายดาย... ซูหลงอวิ๋นประเมินขุมกำลังของศัตรูอย่างเยือกเย็น การจะเคลื่อนไหวในที่แห่งนี้ ต้องระมัดระวังทุกฝีก้าว หากความแตก ข้าคงถูกล้อมกรอบและบดขยี้จนไม่เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน

    ซูหลงอวิ๋นในร่างซาหมิง ถูกนำไปนั่งที่เก้าอี้หยกสลักลวดลายเกลียวคลื่น ในโซนของ 'แขกเกียรติยศ' ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแท่นพิธีตรงกลางจัตุรัสมากนัก

    ณ ใจกลางจัตุรัส มีแท่นบูชาขนาดยักษ์ที่สร้างจากศิลาสีดำทะมึนตั้งตระหง่านอยู่ มันคือ 'แท่นบูชามังกรบรรพกาล'!

    บนแท่นบูชานั้น มีเสาหินเก้าต้นที่สลักอักขระลี้ลับยุคดึกดำบรรพ์ แต่ละเสามีโซ่ตรวนหนาเท่าต้นไม้ ล่ามสัตว์อสูรทะเลระดับสูงเก้าตัวเอาไว้! สัตว์อสูรเหล่านั้นล้วนอยู่ในขอบเขต 'ตัดวิญญาณ' พวกมันกำลังถูกสูบเลือดและพลังปราณลงไปหล่อเลี้ยงลวดลายค่ายกลบนพื้นแท่นบูชาอย่างช้าๆ!

    วิ้ง... วิ้ง...

    ในขณะที่ซูหลงอวิ๋นทอดสายตามองไปยังแท่นบูชา 'ชิ้นส่วนแผนที่ดาราจักรบรรพกาล' ที่อยู่ในจุดตันเถียนของเขา ก็เกิดการสั่นสะเทือนตอบสนองอย่างรุนแรง!

    ชิ้นส่วนสุดท้าย... อยู่ใต้แท่นบูชานั่น! ดวงตาสีเหลืองของซูหลงอวิ๋นสาดประกายความตื่นเต้น ทว่าเขาก็ต้องรีบกดข่มมันเอาไว้ เพราะในวินาทีต่อมา...

    ตึงงงงงง!!!!!

    เสียงกลองรบที่ทำจากหนังมังกร ดังกึกก้องสะท้านไปทั่วทั้งวังบาดาล! เสียงพูดคุยจอแจในจัตุรัสพลันเงียบกริบลงในพริบตา ทุกชีวิตต่างลุกขึ้นยืนและคุกเข่าลงกับพื้นด้วยความเคารพยำเกรงอย่างสูงสุด!

    แม้แต่ซูหลงอวิ๋นที่เย่อหยิ่งดุจสวรรค์ ก็ยังต้องจำใจแสร้งคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้น เพื่อไม่ให้กลายเป็นเป้าสายตา

    จากน่านฟ้าเหนือจัตุรัส แสงสีทองคำบริสุทธิ์สว่างเจิดจ้าประดุจดวงอาทิตย์จุติลงมาสู่ก้นสมุทร!

    กลิ่นอายพลังปราณที่มิใช่เพียงแค่การแผ่แรงกดดัน ทว่ามันคือ 'การควบคุมสัจธรรมและกฎเกณฑ์แห่งฟ้าดิน' อย่างแท้จริง! มิติรอบด้านบิดเบี้ยวและสยบยอมต่อตัวตนที่กำลังปรากฏตัว! ท้องน้ำในวังบาดาลหยุดการเคลื่อนไหว กฎเกณฑ์แห่งความโน้มถ่วงถูกบิดเบือน!

    นี่คืออำนาจของ 'อาณาเขตมังกรกลืนนภา'! อำนาจของขอบเขต 'ราชันย์ยุทธ์' (ขอบเขตที่ 7)!

    "ขอจงทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี! องค์จักรพรรดิมังกร!"

    เสียงร้องสรรเสริญของเผ่าสมุทรนับแสนดังก้องกึกก้อง!

    ท่ามกลางแสงสีทองอร่าม ปรากฏร่างของชายวัยกลางคนผู้หนึ่งสวมชุดคลุมจักรพรรดิลวดลายมังกรเก้ากรงเล็บ พระพักตร์ของพระองค์หล่อเหลาและทรงอำนาจเหนือผู้ใดบนโลกหล้า บนพระเศียรมีมงกุฎที่สลักจากผลึกวิญญาณแห่งท้องทะเล นัยน์ตาสีทองคำของพระองค์เพียงแค่ปรายมองลงมา ก็ราวกับมองทะลุสรรพสิ่งในเอกภพ!

    พระองค์คือ 'อ๋าวเทียนกัง' จักรพรรดิมังกรแห่งมหาทวีปบูรพา! ผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารในโลกปุถุชน!

    "ปวงประชาราษฎร์แห่งสมุทร ลุกขึ้นเถิด"

    สุรเสียงของอ๋าวเทียนกังเรียบง่าย ทว่ากลับดังกังวานก้องเข้าไปในจิตวิญญาณของผู้ฟังทุกคน ผู้คนนับแสนค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นยืนด้วยความยำเกรง

    "วันนี้ เป็นวันมงคลแห่งรอบสหัสวรรษ... งานบวงสรวงเทพสมุทรบรรพกาล!" อ๋าวเทียนกังประกาศกร้าว "ด้วยเลือดของสัตว์อสูรบรรพกาลทั้งเก้า ข้าจะเปิดผนึก 'แหล่งกำเนิดสายเลือดมังกร' ที่ซุกซ่อนอยู่ใต้แท่นบูชานี้ เพื่อหล่อเลี้ยงสายเลือดของเผ่าพันธุ์เราให้ยิ่งใหญ่และเกรียงไกรสืบไป!"

    "เฮฮฮฮฮฮฮ!"

    เสียงโห่ร้องยินดีดังกระหึ่ม

    ทว่า ซูหลงอวิ๋นที่ยืนปะปนอยู่ในกลุ่มแขกเกียรติยศ กลับลอบขมวดคิ้วแน่น

    เปิดผนึกใต้แท่นบูชางั้นรึ? หากมันทำสำเร็จ ชิ้นส่วนแผนที่ดาราจักรย่อมต้องปรากฏออกมาสู่สายตาของมันด้วย! และเมื่อถึงตอนนั้น การจะแย่งชิงแผนที่มาจากมือของราชันย์ยุทธ์ ย่อมเป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!

    ซูหลงอวิ๋นตระหนักถึงวิกฤตที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาไม่มีเวลาให้รอคอยจังหวะชุลมุนอีกต่อไป หากปล่อยให้พิธีบวงสรวงดำเนินไปจนจบ แผนที่ดาราจักรชิ้นสุดท้ายจะต้องตกไปอยู่ในมือขององค์จักรพรรดิมังกรอย่างไม่ต้องสงสัย!

    ข้าต้องลงมือ... แทรกแซงพิธีนี้! ข้าไม่สามารถเอาชนะมันด้วยกำลัง แต่ข้าสามารถใช้ 'ค่ายกล' ที่ซุกซ่อนอยู่ในแท่นบูชาบรรพกาลนั้น ทำลายพิธีกรรมและชิงของมาได้!

    ภายใต้ใบหน้าที่ดุดันของซาหมิง สมองของจักรพรรดิเทพยุทธ์กำลังประมวลผลอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ยุทธวิธีที่บ้าบิ่นและอันตรายที่สุดในชีวิตของเขา กำลังจะถูกงัดออกมาใช้ท่ามกลางดงศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกหล้า!


    (จบบทที่ 37)

    คล้ายกับเรื่องวิถีเทวะ : กำเนิดคัมภีร์จักรพรรดิเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน