ย้อนกลับไป่เมื่อสองปีก่อนเป็่ที่ฉันเรียนอยู่ชั้นปี1 มันจะมีอยู่่หนึ่งที่เป็่กีฬาสีเฟรชชี่ ซึ่งใน่นั้นเหล่าเด็กปี1อย่างเราๆก็ต้องกลับช้ากันกว่าปกติเพราะจะต้องซ้อมสแตนกันบ้าง บางคนก็ต้องซ้อมกีฬาโดยเฉพาะคนที่ต้องซ้อมหลีดอย่างฉันที่จะต้องกลับดึกกว่าใครเพื่อน
ในวันศุกร์ของอาทิตย์สุดท้ายของต้นเดือนกรกฎาคมเวลาสามทุ่มฉันและหลีดคนอื่นๆยังคงอยู่ซ้อมเพราะเนื่องจากวันจันทร์นี้ก็ต้องแสดงจริงแล้ว
เวลาล่วงเลยไปจนถึงห้าทุ่มครึ่งในที่สุดก็ได้เวลากลับบ้านเสียทีฉันและเพื่อนหลีดคนอื่นๆก็เริ่มทยอยเก็บของเพื่อเตรียมที่จะกลับบ้านตอนที่ฉันกำลังเก็บของอยู่นั้นจู่ๆก็รู้สึกได้ว่าเหมือนมีใครกำลังจ้องมองฉันอยู่ฉันกวาดสายตามองรอบๆจนไปหยุดกับใครคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างเสาที่เยื้องไปทางขวามือของฉันไม่ไกลมากเธอเหมือนจะเป็นักศึกษาแต่ไม่แน่ใจว่ารุ่นไหนผิวของเธอซีดร่างท้วมผมยาวดกดำถึงกลางหลังดวงตาของเธอดูว่างเปล่า
ในจังหวะนั้นฉันเลือกที่จะมองเธอโดยไม่หลบสายตาทำให้เราสบตากันอย่างจังในตอนนั้นจู่ๆฉันก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งแขนทั้งที่ไม่มีลมเสียด้วยซ้ำ
“ริน กลับได้แล้ว”
เสียงของเมย์ดังขึ้นให้ฉันหลุดออกจากภังค์ในทันทีฉันหันไปมองเมย์พร้อมกับพยักหน้าตอบก่อนจะหันกลับไปมองอีกครั้งแต่กลับกลายป็นว่าผู้หญิงคนนั้นไม่อยู่แล้วสงสัยเธอคงจะไปแล้วล่ะ
“รินกลับยังไงหรอ”เมย์เพื่อนที่พึ่งรู้จักกันตอนซ้อมหลีดเข้ามาทัก
“เดี๋ยวเรานั่งวินกลับน่ะ”
“นั่งวินตอนกลางคืนมันอันตรายนะนั่นนอนค้างหอเรามั้ย อยู่หลังมอนี่เอง”เมย์พูดพร้อมกับแสดงสีหน้าเป็ห่วงแต่ฉันก็ส่ายหน้าตอบกลับไป
“ไม่ดีกว่าเราเกรงใจอ่ะ”
ฉันเลือกที่จะปฏิเสธเธอไปไม่ใช่ว่าไม่อยากค้างนะแต่ฉันเกรงใจน่ะสิอีกอย่างห้องของเมย์ก็มีเพื่อนคนอื่นไปนอนจนเกือบจะเต็มห้องด้วยเลยคิดว่ากลับไปนอนบ้านตัวเองดีกว่า
“แน่นะริน”เธอถามซ้ำ ฉันก็ได้แต่พยักหน้าตอบพร้อมกับส่งยิ้มไปเพื่อให้เธอคลายกังวล
“งั้นก็ได้กลับดีๆนะ ถึงแล้วอย่าลืมทักมาด้วย”
“อืองั้นเรากลับก่อนนะ” ร่ำลากันเสร็จฉันก็เดินแยกตัวออกมาทันที
สองขาเดินเท้าไปเรื่อยๆตามทางเดินมีเพียงแสงไฟจากในตึกที่คอยส่องทางเป็ระยะระหว่างทางฉันก็คอยมองรอบๆอยู่เสมอเพื่อมองหาผู้คนเพื่อที่ตัวเองจะได้ไม่กลัวหรือเวลามีเหตุจะได้หาคนช่วยทัน
แต่ก็นั่นแหละตอนนี้มันดึกมากแล้วอีกอย่างนี่ก็ห้าทุ่มกว่าจะเที่ยงคืนแล้วด้วยคนในมหาลัยฯก็ไม่ค่อยมีหลักๆจะมีก็แต่เด็กซ้อมหลีดกับพวกรปภ.ก็เท่านั้นแหละที่อยู่ที่นี่ตอนกลางคืน
เดินมาเรื่อยๆมาจนใกล้จะถึงสี่แยกก่อนถึงหน้ามหาลัยพร้อมกับกวาดสายตามองรอบๆบรรยากาศของถนนสองข้างทางเงียบสนิทไร้ผู้คนมีเพียงไฟส่องสว่างตามทางที่คอยส่องให้เห็นทางเดินเท่านั้นขณะที่เดินอยู่จู่ๆสมองของฉันก็สั่งให้ขาทั้งสองข้างหยุดเดินและหันไปมองทางด้านหลังทันทีฉันยืนมองภาพนั้นอยู่ครู่ทันใดนั้นเองจู่ๆแสงไฟจากสองข้างทางและตึกเรียนที่เปิดอยู่ก็ดับพร้อมกันในทันทีในตอนนั้นฉันใมากจนแทบจะทำอะไรไม่ถูกแต่ก็ต้องตั้งสติและบอกกับตัวเองว่าแค่ไฟดับแปปเดียวเดี๋ยวมันก็ติดแล้ว
และไม่นานไฟทั้งในตึกเรียนและด้านนอกก็กลับมาติดปกติอีครั้งมันทำให้ฉันโล่งใจเป็อย่างมากสงสัยไฟจะตกแหละมันคงไม่มีอะไรหรอก
สองขาก้าวเดินต่อแต่ยังไม่ถึงก้าวที่สามจู่ๆก็มีเสียงหวีดเล็กๆดังขึ้นที่ข้างหูข้างซ้ายจนทำให้ฉันสะดุ้งเฮือกฉันหันขวับมองรอบๆเพื่อหาต้นตอแต่กลับกลายเป็ว่ามันไม่มีใครเลยพอรู้แบบนั้นก็ยิ่งขนลุกซู่ยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่ฉันรีบสาวเท้าเดินออกจากตรงนั้นอย่างเร็วที่สุดโดยที่ไม่หันไปมองด้านหลังอีก
เดินมาจนถึงประตูทางออกด้านขวาของมหาวิทยาลัยฉันกวาดสายตามองไปรอบๆบรรยากาศก็เหมือนปกติในทุกวัน มีแสงไฟจากบ้านเรือน ร้านค้าและเสาไฟประปรายส่วนรถวิ่งผ่านนี่ไม่ต้องพูดถึง ไม่มีเลยแม้แต่คันเดียวมันเลยทำให้จากเดิมแถวนั้นก็เปลี่ยวอยู่แล้วยิ่งเปลี่ยวเข้าไปใหญ่ในตอนแรกฉันก็รู้สึกแอบกลัวอยู่นะเพราะฉันก็เป็ผู้หญิงแล้วยิ่งมาเดินในที่เปลี่ยวๆแบบนี้ด้วยก็กลัวว่าจะเกิดอันตรายกับตัวเองแต่ฉันก็พยายามจะคิดในแง่ดีเพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาใน่ซ้อมหลีดฉันก็กลับทางนี้ทุกวันแม้จะไม่ดึกมากเท่ากับวันนี้แต่มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นวันนี้ก็คงจะเหมือนกันมันคงไม่มีอะไรหรอกก็แค่กลับดึกกว่าทุกวันก็แค่นั้นเอง
ฉันยังคงเดินต่อเรื่อยๆพลางกวาดสายตามองหาวินรถมอเตอร์ไซค์จนไปหยุดกับซุ้มเพลิงไม้ซุ้มหนึ่งที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากที่ฉันยืนอยู่ในซุ้มนั้นมีผู้ชายใส่เสื้อวินอยู่คนนึงนั่งอยู่ด้วยเมื่อเห็นดังนั้นฉันก็รีบเดินตรงดิ่งไปที่นั่นทันที
เมื่อมาถึงซุ้มฉันก็เดินดิ่งเข้าไปเพื่อจะไปเรียกพี่วินแต่พอได้เห็นเขาชัดๆจู่ๆก็รู้สึกแปลกๆขึ้นมาทันทีจะว่ายังไงดีล่ะ คือพี่วินคนนี้เขาไม่ถอดหมวกกันน็อกแถมยังหลังตรงอีกด้วยแถมบรรยากาศรอบๆก็อึดอัดอย่างบอกไม่ถูกแต่ฉันก็พยายามคิดในแง่ดีว่ามันคงไม่มีอะไรหรอก อีกอย่างนี่ก็ดึกมากแล้วด้วยหาทางกลับบ้านก่อนดีกว่า
“เอ่อ พี่วินคะคือหนูจะไปหอสร้างสมน่ะค่ะ”
พี่วินไม่มีปฏิกิริยาโต้ตอบเขาเอาแต่นั่งนิ่งหลังตรงอยู่อย่างนั้นฉันจึงเดินเข้าไปใกล้เพื่อที่จะเข้าไปสะกิดแต่จู่ๆพี่วินคนนั้นก็ลุกพรวดทันทีทำเอาฉันใเกือบหงายหลังล้มลงไปกับพื้นพี่วินค่อยๆหันหน้ามาหาฉัน ภายใต้หมวกกันน็อคนั่นฉันแอบเห็นดวงตาที่เด่นชัดภายในเงามืดดวงตาโตแข็งกร้าวราวกับโมโหอะไรสักอย่าง
“ไปไหนครับ”
น้ำเสียงที่แหบแห้งและทุ่มต่ำของพี่วินเรียกฉันให้หลุดออกจากภวังค์ฉันกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ก่อนจะตอบเขาไป
“ไปหอสร้างสมค่ะ”
พี่วินไม่ตอบอะไรก่อนที่เขาจะเดินไปคร่อมรถและสตาร์ทรถรอฉันขึ้นไปคำถามนับสิบผุดขึ้นในหัวฉันควรจะขึ้นวินนี้กลับดีมั้ยแต่ถ้าฉันไม่กลับวินนี้ฉันก็ต้องเดินกลับเอาแต่ถ้าจะขึ้นแท็กซี่ตอนนี้ก็ไม่ค่อยมีด้วยอีกอย่าง่นี้ฉันก็ได้ยินข่าวไม่ดีเกี่ยวกับแท็กซี่ด้วย
“ไปมั้ยครับ”
เสียงเรียกของพี่วินเรียกสติของฉันอีกครั้งแต่คราวนี้เสียงของเขาดูต่ำกว่าเดิม“ไปค่ะ” ฉันกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ก่อนจะเดินตามไปขึ้นรถมอเตอร์ไซค์ไป
รถมอเตอร์ไซค์เคลื่อนตัวออกจากซุ้มเพลิงไม้ขับไปตามถนนด้วยความเร็วประมาณ30 ถึง 40 กิโลเมตรไม่ช้าไม่เร็วเกินไปทำให้สามารถมองบรรยากาศรอบๆได้อย่างชัดเจน
เริ่มสังเกตว่าใกล้จะถึงหอแล้วฉันชะโงกหน้าเพื่อบอกกับพี่วินข้างหน้า
“จอดหอข้างหน้าเลยนะคะ”พี่วินไม่มีการตอบกลับเขายังคงขับรถต่อไปเรื่อยๆด้วยท่าทางหลังตรงไม่ไหวติงและในตอนนั้นเองจู่ๆฉันก็รู้สึกเย็นวาบขึ้นมาทั้งที่วันนี้อากาศอบอ้าวทั้งวัน
ทันใดนั้นเองจังหวะที่ฉันกำลังจะะโเรียกพี่วินอีกครั้งจู่ๆก็ได้ยินเสียงหวีดออกมาจากคนข้างหน้าก่อนที่หัวของเขาจะสั่นคลอนแรงราวกับกระดิ่งที่ถูกเขย่า
“พะ-พี่คะ”ฉันพยายามตั้งสติและเรียกพี่วินและทันใดนั้นเองรถมอเตอร์ไซค์ที่กำลังขับอยู่ก็ล้มลงตรงกลางถนนฉันพยายามพยุงตัวขึ้นแต่ด้วยความเจ็บแสบมันเลยทำให้ฉันลุกขึ้นได้ลำบากกวาดสายตามองรอบๆพบว่าพี่วินที่นอนล้มอยู่ใกล้ๆยังคงหัวสั่นคลอนไม่หยุดยังไม่ทันที่ฉันจะขยับเข้าไปดูจู่ๆศรีษะที่ใส่หมวกกันน็อคของพี่วินก็หลุดออกมาพร้อมกับเืที่พุ่งกระฉูดออกมาราวกับก๊อกน้ำแตกเลย
ด้วยความใทำให้ฉันกรี๊ดออกมาสุดเสียงก่อนจะรีบพยุงตัวลุกและวิ่งออกมาทันทีขณะที่วิ่งอยู่ก็ตัดสินใจหันกลับไปมองด้านหลังแต่พอหันกลับไปก็พบว่าพี่วินคนนั้นกำลังคลานตามฉันมาด้วยความเร็วเกือบเท่าฉันในสภาพเสื้อผ้าหลุดรุ่ยไร้ศรีษะในตอนนั้นฉันกลัวมากจนสติแตก
ฉันสับขาวิ่งแบบไม่คิดชีวิตจนมาถึงหอที่ตัวเองพักอยู่ฉันวิ่งเข้าไปในลิฟต์พร้อมกับกดปุ่มเพื่อปิดประตูรัวๆจังหวะนั้นเองที่ประตูกำลังจะปิดจู่ๆก็มีมือซีดๆเข้ามาจับประตูเอาไว้ก่อนประตูจะค่อยๆเปิดออกเผยให้เห็นร่างไร้หัวที่เต็มไปด้วยเืใสนชุดวินที่ขาดรุ่ย
ฉันที่เห็นดังนั้นก็ใกรี๊ดออกมาก่อนจะขาอ่อนทรุดลงกับพื้นฉันกลัวมากทำอะไรไม่ถูกก็ได้แต่ร้องไห้และสวดมนต์ไปอย่างคนไม่มีสติ
พี่วินไร้หัวค่อยๆคลานเข้ามาในลิฟต์พร้อมกับจับขาของฉันไว้ฉันพยายามดันขาถีบเพื่อให้มือนั่นหลุดแต่ไม่ว่าจะพยายามยังไงก็ไม่มีทีท่าว่าจะหลุดสักทีขณะที่ฉันกำลังพยายามถีบมือนั้นออกก็มีเสียงทุ้มแหบดังขึ้นมาที่ข้างหู
ด้วยความไม่มีสติของฉันตอนนั้นมันเลยทำให้ได้ยินไม่ค่อยชัดแต่ก็จับใจความได้ประมาณว่าจ่ายค่าวินด้วยเมื่อได้ยินดังนั้นฉันก็รีบหยิบตังในกระเป๋าขึ้นมาโยนให้พี่วินตรงหน้าทันทีมือซีดๆของพี่วินปล่อยจากขาฉันก่อนจะค่อยๆเลื่อนไปหยิบแบงค์ร้อยที่วางอยู่ข้างๆพร้อมกับคลานออกไปและหายไปในที่สุด
พอพี่วินออกไปและทุกอย่างกลับมาเป็ปกติภาพทุกอย่างตรงหน้าก็ตัดไปทันที
พอตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองกำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องของตัวเองฉันมองไปรอบๆก็พบว่ามีเพื่อนในกลุ่มของฉันอยู่ด้วยนิลเพื่อนสนิทของฉันเล่าว่าเมื่อเช้าคุณป้าเ้าของหอโทรมาหาเธอบอกว่าพบฉันนอนสลบอยู่ในลิฟต์สภาพผมเผ้ายุ่ง ขามีรอยมือและยังพบแบงค์ห้าสิบบาทวางอยู่ข้างๆตัวด้วย
ฉันตั้งสตินั่งนึกอยู่สักพักตอนแรกก็คิดว่ามันเป็แค่ฝัน งั้นก็หมายความว่าเื่ที่เกิดขึ้นมันคือเื่จริง
ฉันตัดสินใจเล่าเื่นี้ให้เพื่อนฟังกับเื่ที่เกิดขึ้นตอนแรกพวกมันก็ดูไม่เชื่อฉันหรอก ฉันก็ยืนยันนะว่าเจอจริงๆไม่ใช่เื่โกหกแอนเพื่อนอีกคนมันก็บอกว่าคิดว่าน่าจะเป็ผีพี่วินพอได้ยินดังนั้นฉันก็ขอให้มันเล่าให้ฟัง
แอนเล่าว่าย้อนกลับไปเมื่อ10 ปีก่อน ตรงทางออกประตูด้านขวามันเคยมีซุ้มวินอยู่จะเป็ซุ้มไม้เพลิงเมื่อก่อนมันก็มีคนมาใช้บริการกันเยอะนั่นแหละแต่พออยู่มาวันนึง่กลางดึกก็มีข่าวว่าซุ้มวินตรงนั้นถูกรถยนต์ขับพุ่งจนซุ้มตรงนั้นเละไม่เป็ท่าไม่พอยังเจอศพของพี่วินมอเตอร์ไซค์คนหนึ่งเสียชีวิตคาที่อีกด้วยในสภาพเสื้อผ้าขาดรุ่ยศรีษะขาดกระเด็นออกจากตัวส่วน่ตัวลงมากับรถมอเตอร์ไซค์ก็กระเด็นอยู่ใกล้ๆกันไม่ไกลมากคนที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่าพี่วินคนนี้เขากำลังขับเข้ามาในซุ้มพอดีแล้วจู่ๆก็มีรถยนต์จากไหนไม่รู้พุ่งชนพอดีเลยทำให้เขาเสียชีวิต
มันยังเล่าอีกว่าหากใครที่กลับดึกยิ่ง่เที่ยงคืนก็จะเจอกันเป็ประจำเพราะเขาเสียเวลานั้นอีกอย่างหากใครที่ดันไปเผลอไปโบกพี่วินคนนั้นล่ะก็ก็ต้องจ่ายเงินค่าวินเขาด้วยเป็จำนวน 50 บาทไม่งั้นเขาจะตามไปทวงถึงที่เลย