เมื่อได้รับเสียงกู่ร้องอันไม่พอใจของซูเหวิน จ้าวหยางจื่อทำได้เพียงยื่นนิ่งอยู่กับที่ พลางขบคิดถึงความทรงจำเ้าของร่างคนเก่า ว่าทำอันใดเอาไว้บ้าง
ได้ความว่าแท้จริงแล้วสะใภ้ตระกูลหานคนนี้ชื่อซูเหวินและไม่ค่อยชอบพอเขาเท่าไรนัก เนื่องจากในอดีตเขามารบกวนตระกูลหานบ่อยครั้ง ทุกครั้งที่มาหาท่านยายหานกับท่านตาก็จะนำข้าวปลาอาหารมาให้พวกเขา ซูเหวินจึงไม่พอใจนั่นเอง
เท่านั้นยังไม่พอ สะใภ้บ้านตระกูลหานผู้นี้ยังเกลียดชังเขาเข้าไส้ ไม่รู้เพราะเหตุใดนางถึงได้เกลียดเขาเช่นนั้น ได้แต่คาดเดาว่าเขาหน้าตาดีกว่าบุตรชายของนาง นอกจากสิ่งนี้แล้วเขาคิดอย่างไรก็คิดไม่ออกว่าไปร่วงเกินนาง
จะว่าไปเขาก็เป็เด็กหนุ่มผู้หล่อเหลาคนหนึ่ง จะคิดได้เช่นนั้นก็ไม่แปลก และนอกจากใบหน้าที่หล่อเหลาคมเข้มแล้ว นอกจากนั้นแล้วผิวพรรณของเขายังผ่องใสราวกับสำลี อีกทั้งยังรูปร่างโครงกระดูกสูงใหญ่แม้จะผายผอมเล็กน้อยก็ตาม เขาดูแตกต่างจากเด็กชนบททั่วไปอย่างสิ้นเชิง
ทว่าตอนนี้จ้าวหยางจื่อไม่้าเสียเวลาอันมีค่าไปโต้เถียงกับนางมากนัก มันเสียเวลาทำมาหากิน เขาเข้าประเด็นในสิ่งที่้าทันที
“พอดีข้าตกปลาได้หลายตัว เลยเอามาฝากท่านยายหาน รีบมาเอาปลาไปทำอาหารได้แล้ว ข้ามีธุระต้องไปทำ”
ซูเหวินพอได้ยินเช่นนั้นดวงตาก็สุกสกาวในทันที การได้ของฟรีมันช่างชุ่มชื่นหัวใจยิ่งสำหรับนาง
ทว่าทันใดนั้นซูเหวินก็นึกถึงอดีตที่จ้าวหยางจื่อหลอกไว้ได้ ก่อนที่จะเก็บอาการตื่นเต้นดีใจพลางพูดขึ้นเสียงแข็งขึ้นอีกครั้งว่า
“จริงหรือ! หรือเ้าหลอกให้ข้าดีใจ ไม่ใช่พอข้าออกไปเ้าก็ขออาหารหรอกนะ!”
ได้ฟังเช่นนั้นจ้าวหยางจื่อก็ส่ายหัวอย่างผิดหวังกับตนเอง จะว่าไปในอดีตเขาเคยทำเช่นนั้นจริงๆ
จะให้ทำอย่างไรได้ เขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อเลี้ยงปากท้องของน้องทั้งสองคนแล้วก็ตนเอง เมื่อตอนนั้นเขาไม่มีหนทางอื่นแล้วจริงๆ ถึงได้ทำเช่นนั้นลงไป ก่อนจะกล่าวขึ้นเสียงอ่อนว่า
“ข้าไม่หลอกแน่นอนขอรับ ถ้าไม่เชื่อสะใภ้ซูดูก่อนก็ได้ขอรับ”
เมื่อได้รับฟังสิ่งที่จ้าวหยางจื่อกล่าว ซูเหวินก็ชะโงกหัวออกมาดูผ่านทางหน้าต่าง เมื่อเห็นว่าเป็ความจริง เ้าตัวก็รีบวิ่งออกมาจากเรือนทันใด
“เป็ปลาจริงด้วย! เ้าตกมาได้อย่างไรถึงตกมาได้เยอะเช่นนี้!”
จ้าวหยางจื่อไม่ตอบคำถาม พลางยื่นปลาไปให้ซูเหวินสองตัวอย่างรวดเร็ว แต่ละตัวมีน้ำหนักอย่างน้อยห้าจิน แล้วก็พละตัวเดินจากไป เขาไม่อยากเสวนากับคนตรงหน้านานนัก
เห็นว่าจ้าวหยางจื่อไม่สนใจตนเอง สะใภ้ซูเหวินก็ดีดดิ้นไม่พอใจขึ้นมาทันที กล่าวเสียงแข็งว่า
“เ้าเด็กบ้า! ไม่ตอบข้าก็ไม่เป็ไร ทว่ามีปลาตั้งมากมายกลับให้ข้าแค่สองตัว บ้านข้าต้องเสียไปเท่าไหร่เพื่อเลี้ยงเ้า! คิดได้บ้างหรือไม่!”
“…”
จ้าวหยางจื่อไม่ตอบกลับ ทั้งยังทำเป็ไม่สนใจเสียด้วยซ้ำ เพราะแต่ไหนแต่ไรมาเขากับซูเหวินไม่เคยพูดจากันด้วยดีเลย จะให้ตอบทุกคำถามมันก็คงเป็ไปไม่ได้
ที่เขานำปลามาฝากก็เพื่อตอบแทนบุญคุณท่านยายหานเท่านั้น อีกทั้งท่านยายหานยังไม่ตื่น มีหรือเขาจะอยากเสวนากับสะใภ้คนนี้ต่อ
เขามาที่นี่ไม่ได้อยากจะพูดคุยซูเหวินเสียหน่อย อีกทั้งตอนนี้เขาก็กำลังรีบไปขายปลาอยู่ด้วย ไม่มีเหตุจำเป็ที่จะอยู่ต่อให้เสียเวลา
ยิ่งจ้าวหยางจื่อทำเป็ไม่ได้ยินสิ่งที่นางกล่าว ซูเหวินก็เริ่มฟาดงวงฟาดงาด้วยความไม่พอใจยกใหญ่ ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวอยู่ด้านหลังอย่างจับใจความไม่ได้
พอจ้าวหยางจื่อเดินหักเบี้ยวมุมถนนลับสายตาไป กิริยาของซูเหวินก็ผิดแปลกไป พลันเงียบปากลงก่อนจะหันซ้ายบ้างขวาบ้างราวกับกลัวใครพบเห็น
เมื่อรู้ว่าไม่มีใครสังเกตเห็นตนเอง ซูเหวินก็นำปลาเข้าไปไว้ในบ้านหนึ่งตัว ก่อนที่จะนำอีกหนึ่งตัววิ่งออกจากบ้านไป..
..
ทางด้านจ้าวหยางจื่อเขากำลังเดินไปยังสถานที่สำหรับแลกเปลี่ยนของหมูบ้านอย่างไม่ลดละ ซึ่งสถานที่แห่งนั่นอยู่ไม่ไกลจากเรือนของผู้ใหญ่บ้านมากนัก จ้าวหยางจื่อเดินผ่านสองตรอกก็เดินมาถึงพอดี
เมื่อเดินมาถึงลานกว้างภาพที่เขาเห็นก็คือ ผู้คนเกือบห้าสิบคนต่างเดินจับจ่ายและแลกเปลี่ยนกันพัลวัน ส่วนมากจะเป็สตรีที่แต่งงานแล้วออกมาจับจ่ายเพื่อนำไปทำเป็อาหาร บุรุษมีน้อยกว่ามากในที่แห่งนี้ ส่วนมากจะมีแต่พ่อค้าที่นำของมาแลกเปลี่ยน
ทว่าจ้าวหยางจื่อไม่ทำเหมือนพวกเขาที่ตั้งแผง แล้วะโเพื่อขายปลา กลับกัน เขาเดินเข้าหาลูกค้าด้วยตนเอง ไม่ว่ายุคสมัยไหนการขายตรงย่อมแสดงคุณค่าออกมาได้สูงสุด
อย่างไรก็ตามก่อนที่จะเข้าหาลูกค้า จ้าวหยางจื่อกวาดสายตาสังเกตให้แน่ใจก่อนว่าลูกค้าคนไหนมีกำลังซื้อปลาของเขาบ้าง
ซึ่งเขาจะไม่เข้าไปหาคนที่มีของเต็มไม้เต็มมือเป็อันขาด! เพราะคนจำพวกนี้เหลือเงินไม่มากแล้ว บางทีพวกเขาไม่้าปลาเขา เพราะมีอาหารแล้วนั่นเอง
‘นั่นไง เจอแล้ว!’
จ้าวหยางจื่อตรงไปที่เป้าหมายที่เขาหมายตาไว้ในทันที ซึ่งแน่นอนว่าเป็ผู้หญิงอายุประมาณ40ปี ที่ตรงข้อกำหนดของเขาทุกอย่าง
เมื่อเดินมาถึง จ้าวหยางจื่อก็ยื่นมือไปข้างหน้าเตรียมจะสะกิดเรียก
ผิดคาด! กลับมีคนที่มาหยุดรั้งเขาเอาไว้ก่อน เพราะได้กลิ่นคาวปลายตลบอบอวลในอากาศ
“เ้าหนู เ้านำมาขายปลาใช่หรือไม่!”
“ใช่ขอรับ” จ้าวหยางจื่อทำได้เพียงผ่อนลมหายใจเพียงเท่านั้น แม้จะเสียดายอย่างมากก็ตาม
“ขายอย่างไร”
“แล้วแต่ขนาดตัวขอรับท่านป้า อย่างปลาตัวนี้มีน้ำหนักราวห้าจิน(2.5กิโลกรัม)ราคาก็100อีแปะขอรับ”
“แพงเกินไปครอบครัวข้ามีแค่ไม่กี่คน ไม่้าตัวใหญ่ขนาดนั้น”
“งั้นตัวนี้เลยขอรับ น้ำหนักประมาณสองจิน (หนึ่งกิโลกรัม)ราคา50อีแปะ”
“ทำไมถึงเป็ราคานี้! เ้าโกงข้างั้นหรือ! ตัวก่อนหน้านี้หนักห้าจินแค่100อีแปะ ตัวที่น้ำหนักมากกว่าก็ควรมีราคามากกว่าสิ!”
“ไม่ใช่อย่างนั้นขอรับท่านป้า ถ้าท่านซื้อเยอะข้าก็จะลดให้ มันเป็ส่วนลด ท่านป้าหาที่ไหนไม่ได้แล้วนะขอรับ”
“ก็ได้! ข้าเอาตัวละหนึ่งร้อยอีแปะนั่น!”
“ท่านป้าตัดสินใจได้ถูกต้องแล้วขอรับ นี่ขอรับสามร้อยอีแปะ!”
ลูกค้าคนแรกจบลงด้วยดี ทว่าจ้าวหยางจื่อเงยหน้าขึ้นมาอีกที เขาก็มองแทบไม่เห็นท้องฟ้า เพราะว่าผู้คนต่างเข้ามารุมล้อมเขาแล้วนั่นเอง
เวลานี้จ้าวหยางจื่อทำได้เพียงยิ้มอย่างจริงใจให้กับทุกคน พลางเอ่ยอย่างดีใจว่า
“ลูกค้าคนต่อไป เชิญเลือกได้ตามสบายเลยขอรับ รับรองว่าราคาที่ข้าให้นั่นยุติธรรมเสมอ”
สามารถกดหัวใจ ส่งของขวัญ เป็กำลังใจให้นักเขียน หรือคอมเมนท์พูดคุยกันได้นะครับ
หรือติดตามได้ที่ Tiktok: @denwriternovel