เช้านี้ ฉันตื่นขึ้นมาด้วยอาการสดชื่นมากกว่าปกติ ระดับพลังเวทของฉันเพิ่มมาอีกขั้นหนึ่งแล้ว! เหลืออีกแค่ขั้นเดียวจะได้เป็ผู้ใช้เวทฝึกหัดเสียที
ในตอนนี้มานาของฉันเรียกได้ว่าเต็มเปี่ยมเสียจนรู้สึกดีมากที่สุด พร้อมจะออกไปเผาผลาญมานาทั้งหมดใน่เย็นที่จะแอบออกไปล่าสัตว์อสูรแล้ว!!
เป้าหมายในวันนี้ของฉันคือฝึกการใช้พลังเวทและการต่อสู้กับสัตว์อสูร และความทรงจำจากชาติที่เป็วีรสตรีช่วยเหลือผู้กล้าเป็ตัวช่วยที่สำคัญอย่างมากในการฝึกกระบวนท่าการต่อสู้ประชิดตัว
ฮึ้ย ย่า!
ฉันกำหมัดแน่นนิ้วโป้งวางทับนิ้วชี้ ดึงแรงออกมาจากกล้ามเนื้อแขนแล้วส่งพลังออกไปในอากาศอย่างเต็มแรง จากนั้นก็เก็บกลับเข้ามาในท่าเตรียมพร้อมแล้วลองเปลี่ยนเป็มืออีกข้าง
ในเวลานี้เป็่เช้าก่อนที่จะถึงเวลาตื่นนอนยามปกติของฉัน ฉันตั้งใจว่าจากนี้จะต้องแข็งแกร่งขึ้นให้ได้ ดังนั้นฉันจึงตื่นเช้ากว่าปกติ เพื่อฝึกกระบวนท่าต่อสู้ใน่เช้า การฝึกนี้จะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและช่วยเผาผลาญพลังงานที่เหลือจากอาหารเย็นของเมื่อวาน
เมื่อฉันฝึกได้ถึงครึ่งชั่วโมงเหล่าสาวใช้ก็มาพอดี วันนี้เป็วันแรกที่จะได้เรียนเกี่ยวกับเวทมนตร์พร้อมๆกับท่านพี่
"เ้าหญิงคะ โอ้ ตื่นแล้วหรือเพคะ" สาวใช้สามคนเดินเข้ามาภายในห้องนอนของฉันก่อนจะแสดงท่าทีใ ที่เห็นฉันตื่นขึ้นมายืนอยู่ข้างเตียง
"วันนี้ก็ฝากด้วยนะคะ" ฉันเดินไปทางสาวใช้เพื่อรับผ้าเช็ดตัว
"เตรียมห้องอาบน้ำไว้ให้แล้วนะเพคะ"
"ขอบคุณมากค่ะ" ฉันยิ้มให้กับคนทั้งสาม ก่อนจะเดินเข้าห้องอาบน้ำ
จากการสังเกตหลายๆอย่างตลอดเวลาที่อยู่ในอาณาจักรไอดราเวีย ฉันก็เห็นความแตกต่างหลักๆ ของชาวไอดราเวียกับชาวฮาเดนิสอยู่สองข้อ
อย่างแรกก็คงจะไม่พ้นเื่ศาสนา ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เชื่อในเื่ของพระเ้า ถ้าอยากมีชีวิตอยู่ก็ต้องทำด้วยตัวเอง ถึงแม้ในตอนนี้จะไม่ห้ามในเื่การนับถือศาสนาก็ตามแต่หลักคำสอนของทางศาสนจักรไม่ได้ถูกเผยแพร่ให้ประชาชน อาจเพราะประวัติศาสตร์ได้บอกพวกเขาเอาไว้แบบนั้น
ครั้งหนึ่งในอดีต ทางอาณาจักรไอดราเวียเกิดปัญหาการขาดแคลนอาหาร เมื่อเกิดความอดอยาก ประชาชนย่อมต้องร้องขอกลับไปยังทางศาสนจักร แต่ทางศาสนจักรตอบกลับมาเพียงให้เชื่อมั่นในตัวของพระเ้าแล้วปัญหาจะได้รับการแก้ไข ถ้าหากว่านำฝ้ายมาให้สามกระสอบสามารถแลกข้าวสารได้หนึ่งกระสอบ
นั่นจึงทำให้ประชาชนขยายพื้นที่การเพาะปลูกต้นฝ้ายไปทั่วทั้งอาณาจักรเพื่อนำไปแลกกับข้าวสาร เหล่าขุนนางต่างลงมือสั่งให้ประชาชนยกพื้นที่เพาะปลูกของตนมาเป็ของตัวเอง เพื่อเพิ่มผลผลิตส่วนตัวของตน ความเลวร้ายจึงยิ่งบังเกิดขึ้น
ในตอนนั้นเป็การเกิดการจลาจลภายในอาณาจักร ขุนนางรุ่นก่อนแทบทั้งหมดถูกประชาชนสังหารเพื่อยึดที่ดินและแย่งชิงเสบียงอาหารหรือของมีค่าเพื่อนำไปแลกข้าวสารไม่มี่กำมือ ประชาชนส่วนใหญ่หลังจากยึดที่ดินคืนจากขุนนางได้ก็ทำการปลูกต้นฝ้ายต่อไป
ในตอนนั้นเอง พระาาองค์ที่สองของอาณาจักรไอดราเวียได้ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับคำสั่งให้ยกเลิกการปลูกฝ้าย และได้ตัดขาดจากทางศาสนจักร อีกทั้งยังมีการส่งขุนนางชุดใหม่ออกไปเพื่อให้ความรู้แก่เหล่าประชาชน และนำเมล็ดพันธุ์ต่างๆแจกจ่ายเพื่อให้ทำการเพาะปลูก แน่นอนว่ารวมถึงเมล็ดข้าวด้วย
เมื่อประชาชนมีความรู้ ย่อมไม่ทำผิดพลาดซ้ำสอง หลังจากนั้นสถานการณ์ภายในย่อมดีขึ้น เหล่าประชาชนที่เคยเคารพรักศาสนจักรได้กลายมาเป็ปฏิเสธและไม่เชื่อในคำสอนที่ให้เชื่อมั่นในพระเ้า ศรัทธาและคำสอนคือสิ่งที่กินไม่ได้ นี่คือสิ่งที่ประชาชนสรุป
และเพราะมีกฏหมายที่เข้มงวด ประชาชนจึงอยู่กันอย่างสงบสุขโดยไม่พึ่งพิงหลักคำสอน โบสถ์ที่เข้ามาเผยแพร่ศาสนาทั้งหมดต่างจำต้องยุบลง ประชาชนอยู่อย่างมีความสุข อาณาจักรไอดราเวียในตอนนั้นก็ได้กลายมาเป็อาณาจักรไอดราเวียในทุกวันนี้
นี่เป็เื่ที่ฉันรับรู้หลังจากที่เข้ามาอยู่ในอาณาจักรนี้ เนื้อหาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ได้อยู่ในแผนการเรียนการสอนของประชาชน แม้แต่สาวใช้ที่เข้ามาใหม่ทุกคนล้วนรู้เื่นี้ดี
เื่ที่สองที่ชาวไอดราเวียต่างจากชาวฮาเดนิสคือเื่ค่านิยม ทางไอดราเวียมีค่านิยมเื่การต่อสู้เป็อย่างมาก กว่าครึ่งของอาณาจักรเต็มไปด้วยนักเวทรับจ้างหรือนักผจญภัย ทำให้มีค่านิยมด้านการต่อสู้วัดพลัง กิลด์ทั้งหลายจึงร่วมมือกับทางราชวงศ์จัดตั้งโคลอสเซียมเพื่อใช้แข่งขันพลังต่อสู้ในด้านต่างๆกัน
ฉันเองก็สนใจเ้าโคลอสเซียมนี่ไม่น้อยเหมือนกัน ไว้สักวันอยากจะลองเข้าไปดู ไม่ว่าจะในฐานะผู้ชมหรือผู้เข้าแข่งขัน แต่ก่อนหน้านั้นก็ต้องพัฒนาพลังเวทและความแข็งแกร่งให้มากกว่านี้ก่อนล่ะนะ!
หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ฉันก็เดินไปทางอาคารปีกตะวันออก ซึ่งเมื่อวันก่อนได้มาเดินชมสถานที่กับท่านพี่แล้ว ฉันจึงไม่หลงในการเดินในปราสาท
พื้นที่ปราสาทปีกตะวันออกนั้นเป็พื้นที่ฝึกและตึกเรียนของทหารและขุนนาง โดยที่ในคาบเรียน่บ่ายเป็คาบเสรี จะเรียนหรือจะฝึกอะไรก็แล้วแต่จะเลือก ท่านพี่เอลิออทเลือกเป็ฝึกวิชาดาบและการต่อสู้ระยะประชิด พร้อมๆกับเหล่าขุนนางและทหารฝึกหัด
การใช้ดาบอย่างนั้นเหรอ? จริงๆชาติแรกของฉันก็ใช้เป็อยู่หรอก แต่สิ่งที่สำคัญกับฉันในตอนนี้ลำดับแรกคือการฝึกเพิ่มพลังเวทของตัวเองให้ได้ก่อน
เมื่อเดินมาถึงอาคารตะวันออก ฉันก็มองอาคารสีขาวที่ดูยังไงก็คล้ายกับโรงเรียน ไม่สิพอมองดีๆ ฉันก็เห็นป้าย โรงเรียนฝึกทหารสาขา1 ดูท่าจะเป็โรงเรียนขนาดกลางที่ใช้ฝึกในระดับผู้ใช้เวทฝึกหัด
ซึ่งเมื่อเหล่าขุนนางหรือประชาชนมีระดับพลังเวทถึงขั้นที่ 16 หรือเป็ผู้ใช้เวทระดับกลางขั้นที่ 1 จะมีจดหมายเรียนเชิญเพื่อเข้าโรงเรียนอัศวินเวทมนตร์ที่อยู่ที่อาณาจักรสภาเวทมนตร์ ดังนั้นโรงเรียนฝึกทหารนี้จะต้องช่วยฝึกในขั้นก่อนที่จะเป็ผู้ใช้เวทระดับกลางแน่นอน
"ไง ริริน!" ท่านพี่เอลิออทเอ่ยทัก ในวันนี้การแต่งตัวของท่านพี่ไม่เหมือนกับที่ฉันเคยเห็นมาก่อน ชุดที่ท่านพี่เอลิออทใส่เป็เชิร์ตแขนยาวทับด้วยเสื้อกั๊กสีน้ำตาล ตรงกลางหน้าอกติดอัญมณีสีน้ำเงินเข้มเอาไว้
"อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านพี่เอลิออท" ฉันเอ่ยตอบ
"แล้วนี่ยืนทำอะไรอยู่ด้านนอกล่ะ? หรือว่าไม่รู้ว่าห้องเรียนอยู่ไหนอย่างนั้นเหรอ?" ท่านพี่เอลิออทขมวดคิ้ว ก่อนจะเอ่ยออกมาว่า "มาสิ งั้นไปด้วยกัน"
"ขอบคุณค่ะ" ฉันเอ่ยขอบคุณท่านพี่เอลิออทก่อนจะเดินตามเข้าไปในอาคารปีกตะวันออก
เมื่อเข้ามาด้านใน ฉันเดินสวนกับเด็กที่อายุต่างกันไม่มาก หรือบางคนถ้าอายุมากกว่าก็ไม่เกิน 10 ปี นอกจากนั้นเมื่อเข้ามาภายในอาคาร ก็เห็นลานโล่งตรงกลางที่เอาไว้ใช้ฝึกเป็ที่แรก
มีเหล่าทหารฝึกหัดมากมายฝึกเหวี่ยงดาบอยู่ตรงกลางลานโล่ง แต่สายตาของฉันไม่ได้มองไปยังทหารเ่าั้ ฉันมองไปยังเด็กหนุ่มที่สวมชุดเหมือนพวกขุนนางกำลังฝึกอยู่เช่นกัน
ขุนนางฝึกเหวี่ยงดาบงั้นเหรอ? ภาพที่เห็นตรงหน้าชวนให้รู้สึกแปลกใจ เพราะที่อาณาจักรฮาเดนิสไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน อาจเพราะที่อาณาจักรฮาเดนิสไม่ได้มีสถานศึกษาที่รวมขุนนางกับทหารเอาไว้ จะมีอย่างมากก็แค่ลานฝึกทหารเพียวๆ ซึ่งเหล่าขุนนางต่างมีอาจารย์ฝึกสอนให้อยู่ที่บ้านตัวเอง