บทที่ 23 เวลาคือเส้น วงกลม หรือทรงกลม?
ขณะนี้ภายในห้องทำงานของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์หยางเฉิง
"แม่คะ นี่คือรายการถอดรหัสปริศนาที่หนูเคยบอกแม่คราวก่อนค่ะ" หญิงสาวอัจฉริยะสวมแว่นกรอบดำคนนี้คือคนที่โทรเข้ามาเป็สายที่สามในรายการตอนที่แล้วนั่นเอง เธอคือถังเชี่ยน
ยืนอยู่ข้างกายเธอคือศาสตราจารย์หญิงวัยกลางคนจากภาควิชาปรัชญาในชุดสูทภูมิฐาน เธอคือถังเยี่ยน ศาสตราจารย์ด้านปรัชญาที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ตอนนี้ทั้งสองคนกำลังนั่งดูรายการอยู่บนโซฟา
"แม่คะ มันสุดยอดจริง ๆ ปฏิทรรศน์ของเขาเกี่ยวข้องกับทั้งปรัชญาและฟิสิกส์ ขนาดหนูที่ไม่สนใจฟิสิกส์เลยยังเริ่มสนใจขึ้นมาเลยค่ะ ยิ่งพอเื่ 'แฮมเล็ต' ถูกเขาอธิบายออกมาแบบนี้ กลายเป็ว่าไม่มีผู้แต่งต้นฉบับคนแรกอีกต่อไปแล้ว!"
ปกติแล้วยากที่จะเห็นลูกสาวของเธอมีอารมณ์ตื่นเต้นขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าเธอกลายเป็แฟนคลับตัวยงของเจียงเจ๋อไปเสียแล้ว
ถังเยี่ยนเผยรอยยิ้มอย่างจนใจ ปกติถังเชี่ยนไม่เคยสนใจปรัชญาเลย แม้แต่ในห้องเรียนเธอก็ถูกบังคับให้ต้องเข้าเรียน แต่ใครจะไปคิดว่าพอได้ดูรายการเพียงครั้งเดียวก็โดนพิธีกรจากเมืองซูอย่างเจียงเจ๋อตกเข้าให้เสียแล้ว
"แม่รู้แล้ว บางทีสิ่งที่ยากอาจไม่ใช่ตัวปฏิทรรศน์ แต่เป็วิธีคิดของเจียงเจ๋อ ตอนนี้ลูกยังไม่มีวิธีคิดแบบเจียงเจ๋อก็เลยรู้สึกว่าเขาเก่งเป็ธรรมดา"
"แม่อยู่ในวงการวิชาการมาสามสิบกว่าปี ขอรอดูไปก่อนเดี๋ยวก็จะเข้าใจค่ะ"
...
ในเวลาเดียวกัน ณ หอประชุมของมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์จิงตู
ศาสตราจารย์เฝิงนำนักศึกษาปริญญาโทแปดคนมาด้วย ซึ่งแต่ละคนล้วนเป็ผู้มีความสามารถที่ควบรวมทั้งด้านปรัชญาและวิทยาศาสตร์เข้าด้วยกัน
เดิมทีมันเป็เวลาสำหรับนอนหลับพักผ่อน แต่ใครจะรู้ว่าศาสตราจารย์เฝิงกลับลากพวกเขากลุ่มคนวัยสามสิบมาบังคับให้ดูรายการบางอย่าง
"ศาสตราจารย์ครับ ไม่เห็นจำเป็ต้องทำขนาดนี้เลย ตอนนี้สี่ทุ่มแล้วภรรยาผมเร่งให้กลับบ้านไปนอนแล้วครับ ทำไมต้องดูรายการนี้ด้วย แค่เสนอปฏิทรรศน์และแก้ปฏิทรรศน์ที่มีอยู่ไม่ใช่เหรอครับ ให้เวลาผมหน่อย ผมก็ทำได้เหมือนกัน" นักศึกษาปริญญาโทหนุ่มคนหนึ่งแสดงสีหน้าไม่พอใจ
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ก็ทำให้ เหลิ่งเฟย นักศึกษาอัจฉริยะในที่นั้นเห็นพ้องด้วย "ใช่ครับศาสตราจารย์ ไม่เห็นมีความจำเป็ต้องดูเื่ปฏิทรรศน์นี้เลย หลังจากแก้ปฏิทรรศน์ได้แล้วมันจะช่วยผลักดันเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ในโลกความเป็จริงของเราได้ยังไง หรือจะทำอะไรให้ดีขึ้นได้ มันไม่ใช่การก้าวะโที่เป็รูปธรรมเสียหน่อย ทำเื่เล็กให้เป็เื่ใหญ่จริง ๆ ครับศาสตราจารย์ที่รักของผม!"
ศาสตราจารย์เฝิงมีสีหน้าไม่พอใจ เขามองกลุ่มนักศึกษาที่จองหองเหล่านี้แล้วแค่นเสียงหึออกมา "พวกเธอทุกคนล้วนเป็อัจฉริยะ ฉันเข้าใจว่าพวกเธอมีความทะนงตัวมากเกินไป ฉันไม่ได้ให้พวกเธอเรียนรู้วิธีแก้ปฏิทรรศน์ แต่ฉัน้าให้พวกเธอใช้ 'วิธีคิด' ของอาจารย์เจียงในการแก้ปัญหา”
“พวกเธอดูสิ่งที่ตัวเองวิจัยสิ โดยเฉพาะเธอ เหลิ่งเฟย แทนที่จะตั้งใจศึกษาฟิสิกส์อนุภาคให้ดีกลับดันไปวิจัยเื่คลื่นความโน้มถ่วงและการข้ามมิติกาลเวลาแทน เธอคิดว่านี่เป็สิ่งที่คนปกติเขาทำกันเหรอ?"
สิ้นคำพูดของศาสตราจารย์เฝิง มุมปากของเหล่านักศึกษาปริญญาโทก็กระตุก
หัวข้อวิจัยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทิศทางที่เดินก็แตกต่างกัน แต่ทั้งหมดล้วนอยู่ภายใต้ความ ‘รอบรู้’ ของศาสตราจารย์เฝิง ไม่ว่าจะเป็ฟิสิกส์สสารควบแน่น ฟิสิกส์อนุภาค รวมถึงกลศาสตร์ควอนตัม และอื่น ๆ ล้วนเป็วิชาที่ศาสตราจารย์เฝิงเป็ผู้สอน
เมื่อเห็นน้ำเสียงของศาสตราจารย์เฝิงซึ่งเป็ผู้มีอิทธิพลในวงการวิชาการ เหลิ่งเฟยและคนอื่น ๆ ก็เริ่มเกิดความสงสัยในตัวเจียงเจ๋อขึ้นมา
ในขณะนั้น เสียงของเจียงเจ๋อก็ดังขึ้นจากหน้าจอขนาดใหญ่ "ในตอนที่แล้ว เราใช้แฮมเล็ตเป็ตัวอย่างที่ 1"
"วันนี้ทีมงานแจ้งว่ามีผู้ชมจำนวนมากติดตามเข้ามาเพราะชื่อเสียงของผม ผมจึงขอเสนอตัวอย่างที่ 1 อีกครั้ง"
"ตัวอย่างที่ 1 ของ ‘ปฏิทรรศน์การเวียนซ้ำ’ สมมติว่าเสี่ยวิซื้อหนังสือแฮมเล็ต ในปี 2024 จากนั้นข้ามเวลากลับไปยังยุคเรเนซองส์เพื่อมอบหนังสือเล่มนี้ให้แก่เชกสเปียร์ด้วยตัวเอง และเชกสเปียร์ก็ประสบความสำเร็จในการเขียนแฮมเล็ตขึ้นมา"
"ณ จุดนี้ จะเกิดข้อพิสูจน์ที่ยากจะคลี่คลาย นั่นคือ ‘แฮมเล็ต’ ถูกเขียนโดยเสี่ยวิหรือเขียนโดยเชกสเปียร์กันแน่ ซึ่งกลายเป็ปริศนาที่ยังไม่มีคำตอบ"
"นี่คือหนึ่งในหัวใจสำคัญของ ปฏิทรรศน์การเวียนซ้ำ และหลังจากนี้ จะมีปฏิทรรศน์การเวียนซ้ำขั้นที่สูงขึ้นด้วยครับ!"
เมื่อคำพูดของเจียงเจ๋อจบลง มุมปากของศาสตราจารย์เฝิงก็ยกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นเขาก็เหลือบมองเหลิ่งเฟย และคนอื่น ๆ ที่อยู่ด้านล่าง ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด เพราะสำหรับพวกเขานี่เป็ครั้งแรกที่ได้ัักับปฏิทรรศน์และแก่นแท้ระดับนี้
เหลิ่งเฟยมีสีหน้ามึนงง "บ้าน่า... เขาเสนอปฏิทรรศน์ที่คิดขึ้นเองได้จริง ๆ ด้วยแฮะ พอมองแบบนี้แล้ว แฮมเล็ตตกอยู่ในลูปเวลาที่ไม่มีวันสิ้นสุดจริง ๆ แถมยังดูไม่ด้อยไปกว่าแกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ เลยด้วย!"
คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคของเจียงเจ๋อสามารถดึงดูดความสนใจของกลุ่มอัจฉริยะที่ถือดีเหล่านี้ได้สำเร็จ
ลึก ๆ แล้ว พวกเขาเริ่มรู้สึกว่ารายการนี้มีอะไรให้น่าติดตามจริง ๆ!
...
ขณะนี้ ภายในสตูดิโอของสถานีโทรทัศน์เมืองซู
เจียงเจ๋อเผชิญหน้ากับกล้อง เขาหยิบสปริงอันหนึ่งออกมาจากลิ้นชักใต้โต๊ะตรงหน้าขึ้นมากำไว้ในมือ แล้วตั้งคำถามขึ้นว่า "ก่อนที่จะพูดถึงตัวอย่างที่ 2 ของ ปฏิทรรศน์การเวียนซ้ำ ผมมีคำถามหนึ่งอยากจะถามทุกคนครับ"
"ทุกคนคิดว่า ‘เวลา’ แท้จริงแล้วคือเส้น วงกลม หรือเป็รูปแบบอื่นกันแน่?"
"แน่นอนว่าทุกคนสามารถตอบสิ่งที่คิดได้เลย โดยไม่จำเป็ต้องมีทฤษฎีมารองรับครับ! ขอเชิญผู้ชมในห้องไลฟ์สดทุกท่านร่วมลงคะแนน เพื่อให้ผมดูว่าทุกคนคิดอย่างไร" พูดจบ เขาก็เคาะหูฟังเป็สัญญาณให้ทีมงานหลังบ้านเริ่มการโหวต
ผู้ดูแลห้องส่งทำงานได้อย่างมืออาชีพมาก แทบจะส่งเนื้อหาเข้าไปในห้องไลฟ์สดได้ในทันที
[เวลาคืออะไร?
A. เส้น
B. วงกลม
C. ระบุเอง โปรดกรอกเนื้อหาที่คุณคิด]
ไม่มีอะไรเหนือความคาดหมาย 95% เลือกข้อ A มีเพียงส่วนน้อยที่เลือก B และ C รวมถึงระบุความคิดเห็นของตนเอง
[คอมเมนต์ : ต้องถามด้วยเหรอ เวลาต้องเป็เส้นอยู่แล้ว!]
[คอมเมนต์ : นั่นสิ ฉันไม่ได้เรียนภาคบังคับเก้าปีมาเสียเปล่า เวลาคือเส้น]
[คอมเมนต์ : ผมเป็นักศึกษาฟิสิกส์ ผมอยากจะบอกว่าจริง ๆ แล้วเวลาคือสถานะต่อเนื่องของการเคลื่อนที่ของสสาร หรือแม้แต่ปฏิกิริยาทางฟิสิกส์ที่เกิดจากการชนกันของอนุภาค แต่ผมคิดว่าถ้าพูดออกไปคงถูกพิธีกรหักล้างแน่ ๆ งั้นไม่พูดดีกว่า]
[คอมเมนต์ : ฉันคิดว่าเป็ ‘วงกลม’ หรือไม่ก็ทรงกลม จริง ๆ แล้วเวลาคือกระบวนการเคลื่อนที่และสถานะปัจจุบันของจักรวาลทั้งหมด]
[คอมเมนต์ : คุณข้างบน หลังจากเกิด ‘บิ๊กชิลล์[*1]’ แล้วล่ะ คุณจะอธิบายยังไง ในตอนที่ทุกอย่างในจักรวาลหายไปหมดแล้ว?]
[คอมเมนต์ : อย่าถามฉัน ฉันไม่รู้ ไปถามพิธีกรเจียงนู่น]
"..."
ในไม่ช้าคำตอบที่หลากหลายของผู้ชมก็ถูกผู้ดูแลห้องส่งรายงานให้เจียงเจ๋อทราบ
เมื่อเจียงเจ๋อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของเขาก็เผยรอยยิ้มที่คาดการณ์ไว้แล้ว "ผลโหวตออกมาแล้วครับ"
"95% ของผู้คนคิดว่าเวลาเป็เส้น สถานะของกระบวนการที่สสารทั้งหมดเคลื่อนที่อย่างไม่เป็ระเบียบไปทั่วทุกทิศทาง ซึ่งถูกมนุษย์บันทึกไว้ในชื่อ 'เส้นเวลา'"
"3% ของผู้คนคิดว่าเวลาเป็วงกลม เพราะวงกลมเวลาสามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้มากมาย และอีก 1.99% คิดว่าเวลาไม่มีสิ่งที่เรียกว่าเส้นหรือวงกลม"
"ส่วนอีก 0.11% คิดว่าเวลาดำรงอยู่โดยอิงจากจิตสำนึกของผู้มีปัญญา ซึ่งอิงตามกลศาสตร์ควอนตัม"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เจียงเจ๋อก็ยิ้มบาง ๆ "ดีมากครับ ทุกคนมีความเห็นที่โดดเด่นเป็ของตัวเอง การที่ทุกคนสามารถคิดวิเคราะห์ได้ด้วยตัวเองเป็จุดเริ่มต้นที่ดีมากครับ!"
ทันใดนั้นเขาก็เปลี่ยนน้ำเสียง "แต่ผมคิดว่าเวลาไม่ใช่ทั้งเส้น ไม่ใ่กลม และยิ่งไม่ใช่ทรงกลมอะไรนั่น แต่เป็อย่างอื่น!!!" ใบหน้าและน้ำเสียงที่มั่นใจเช่นนี้ของเจียงเจ๋อทำให้ความอยากรู้อยากเห็นของผู้ชมพุ่งสูงขึ้นทันที
เวลาเป็เส้นหรือวงกลม คือความรับรู้ของคนทั้งโลก แต่เจียงเจ๋อกลับพูดคัดค้านคนทั้งโลก?
ถังเยี่ยนยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย "เริ่มเผยจุดอ่อนแล้ว ดูซิว่าจะกู้หน้ากลับมายังไง"
เหลิ่งเฟยมีสีหน้าเย้ยหยัน "โอ้โฮ ตอนแรกนึกว่าจะมีฝีมือ ที่ไหนได้ กล้าปฏิเสธข้อสรุปของเหล่านักวิทยาศาสตร์รุ่นก่อนเลยเหรอเนี่ย พวกเก่งชั่วคราวสินะ"
ศาสตราจารย์หลี่เผยรอยยิ้มที่ประหลาดใจ "ฮ่า ๆ ๆ ๆ เพื่อที่จะพิสูจน์ว่าปฏิทรรศน์ของตัวเองโดดเด่น ถึงกับปฏิเสธการรับรู้ต่อโลกของเหล่านักวิทยาศาสตร์รุ่นก่อน ตอนแรกฉันก็นึกว่านายจะมีฝีมือ ที่ไหนได้เผยจุดอ่อนเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?"
คนประเภทพวกเขาที่มีความคิดเช่นนี้มีอยู่มากมาย แม้แต่ศาสตราจารย์เฝิงที่ชื่นชมเจียงเจ๋อเมื่อได้ยินเสียงดูแคลนจากเหล่านักศึกษาด้านล่าง ในใจเขาก็เริ่มเกิดความสงสัยขึ้นมาเช่นกัน
"เขาทำอะไรของเขานะ คงไม่ใช่ว่าเก่งแค่่แรกหรอกนะ ทั้งที่ในรายการก่อนหน้านี้เริ่มจากความเป็จริงแล้วแก้แกรนด์ฟาเธอร์ พาราด็อกซ์ ได้จริง ๆ แต่ทำไมตอนนี้ถึงเป็แบบนี้?"
วินาทีนี้ศาสตราจารย์เฝิงมีสีหน้าลำบากใจและเริ่มรู้สึกหวั่นไหวในใจ แม้แต่ในห้องประชุมผู้บริหาร เหล่าคุณจ้าวและคนอื่น ๆ ก็แสดงสีหน้าที่ดูไม่สู้ดีนัก
[1] Big Chill ในทางวิทยาศาสตร์คือทฤษฎีจุดจบของจักรวาล ดาวฤกษ์จะขยายตัวขึ้นและดับลงเมื่อพลังงานหมด จากนั้นทุกอย่างจะหยุดนิ่งและถูกเยือกแข็งไปตลอดกาล