เทือกเขาเฟิ่งหวง คือสถานที่ซึ่งผู้าุโหัตถ์เทพแห่งตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่างได้ใช้พละกำลังมหาศาล ย้ายูเาถมทะเลปรับเปลี่ยนผืนดินและลำน้ำขึ้นมาใหม่เพื่อเป็สถานที่ฝึกตนให้แก่คุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนหลังจากที่นางได้เป็ศิษย์หลัก ในเทือกเขาสายนี้
นอกจากองครักษ์ตระกูลจีนับร้อยและข้ารับใช้นับพันแล้ว คนนอกหากไม่ได้รับการรายงานย่อมไม่สามารถก้าวเข้ามาได้แม้แต่ก้าวเดียว และที่นี่คุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนคือผู้กุมอำนาจชี้เป็ชี้ตายเหนือทุกสรรพสิ่ง
จีเฟิ่งเหยียน คือฟ้า คือระเบียบ คือความชอบธรรมเพียงหนึ่งเดียวของโลกใบนี้ หากเปรียบเทือกเขาเฟิ่งหวงเป็ค่ายกลขนาดมหึมา ตำหนักหลักที่คุณหนูใหญ่พำนักอยู่ก็คือตาค่ายกลที่คอยสยบวาสนาเอาไว้เป็แกนกลางเหนือแกนกลางทั้งปวง
ตลอดสามปีที่ใช้ชีวิตในเทือกเขาเฟิ่งหวง นี่นับเป็ครั้งที่สองที่เฉินฉางอันเดินทางมายังตำหนักหลักที่ประทับของคุณหนูใหญ่
ครั้งแรกที่มาเขามาพร้อมกับความกล้าหาญที่ยอมสละชีวิต ตอนนั้นในหัวคิดเพียงว่าต้องสังหารผู้ดูแลสามโม่เซิ่งให้ได้ ไม่ว่าตนเองจะเป็หรือตายก็ไม่สนใจ ทว่าไม่นึกเลยว่าการมาตำหนักหลักครั้งที่สองนี้ก็ยังคงเป็สถานการณ์ที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายเช่นเดิม
หากหาวิธีประสานฤทธิ์โอสถของบัวขาวเมฆาวารีและเม็ดบัวอัคคีโลกันตร์ไม่ได้ นั่นย่อมเป็การหลอกลวงคุณหนูใหญ่… ซึ่งมีโทษถึงตาย!
‘ไม่นึกเลยจริง ๆ ไม่นึกเลย! เพียงห้าวันสั้น ๆ ข้าก็ทะลวงจากขอบเขตสามัญระดับสองขั้นโลหิตหลอมรวมปราณ เข้าสู่ขอบเขตสามัญระดับหกขั้นพลังเทพจุติภายในเรียกได้ว่าวันเดียวทะลวงหนึ่งระดับชั้น แต่ข้าก็ยังคงไม่สามารถลิขิตชะตาชีวิตของตนเองได้!’
เมื่อเดินมาถึงหน้าตำหนักหลักที่โอ่อ่า เฉินฉางอันกำหมัดทั้งสองข้างแน่นในใจเต็มไปด้วยความไม่ยินยอมอย่างลึกซึ้ง
‘ต้องมีสักวัน! ต้องมีสักวันที่ข้าจะแข็งแกร่งจนสามารถลิขิตชะตาชีวิตของตนเองได้ ข้าจะกลายเป็ศิษย์หลักของตำหนักเก้าชั้นฟ้าไท่ซ่างและให้ผู้าุโหัตถ์เทพเปิดเทือกเขาเพื่อเป็สถานที่ฝึกตนให้แก่ข้าเพื่อให้ข้าได้ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับคุณหนูใหญ่!’
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบอารมณ์ที่ไม่ยินยอมนั้น ก่อนจะก้าวเท้าเข้าสู่ตำหนักที่ยิ่งใหญ่เกรียงไกรเพื่อเผชิญหน้ากับโชคชะตาของตนเอง
"คารวะผู้ดูแลสาม!"
ทันทีที่เฉินฉางอันปรากฏตัว ข้ารับใช้และองครักษ์นับสิบในตำหนักต่างพากันโน้มตัวทำความเคารพอย่างนอบน้อมยิ่ง
เมื่อกวาดสายตามองไปทั่วตำหนักที่กว้างใหญ่ กลับไม่พบเงาร่างของคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนและสาวใช้คนสนิทลวี่จูเอ๋อร์ ทว่าตาเฒ่าผู้ดูแลใหญ่และผู้ดูแลรองกลับมายืนรออยู่ก่อนแล้ว
"ผู้ดูแลสาม มาช้าไปนะ!"
ผู้ดูแลใหญ่ยิ้มพลางพยักหน้าให้เฉินฉางอัน ท่าทางสุภาพนอบน้อม เห็นได้ชัดว่าเขายอมรับความจริงที่เฉินฉางอันขึ้นเป็ผู้ดูแลสามแล้ว
"สวนสมุนไพริญญาของข้าอยู่ไกลจากตำหนักหลักที่สุด ย่อมไม่อาจนำไปเปรียบกับหอคุมกฎของผู้ดูแลใหญ่ได้"
ผู้ดูแลใหญ่ปกครองหน่วยองครักษ์ตระกูลจี นอกจากจะดูแลเหมืองแร่หลายแห่งในเทือกเขาเฟิ่งหวงแล้ว ปกติเขายังรับหน้าที่จัดการและลงโทษข้ารับใช้รวมถึงองครักษ์ที่ทำความผิดเรียกได้ว่ามีอำนาจล้นมือ
"ไม่หรอก เป็เพราะผู้ดูแลสามมีแผนการเหนือชั้น เพิ่งจะรับตำแหน่งก็ฟาดไม้ข่มขวัญใส่ข้าและผู้ดูแลรองเสียแล้ว"
ฟาดไม้ข่มขวัญอย่างนั้นหรือ? เฉินฉางอันเลิกคิ้วขึ้น เขาย่อมรู้ดีว่าผู้ดูแลใหญ่กำลังหมายถึงเื่ที่จางเถาและหลินหย่งโซ่ว
"ะโหน้าผาฆ่าตัวตาย เหอะ! ผู้ดูแลสามข้าขอเตือนไว้คำหนึ่ง"
ผู้ดูแลรองถลึงตามองเฉินฉางอันด้วยความอาฆาต พลางเอ่ยเยาะเย้ยอย่างเ็า
"จงจำไว้ว่าทำอะไรให้เหลือทางถอยไว้บ้าง วันหน้าจะได้มองหน้ากันติด!"
เฉินฉางอันทำราวกับฟังคำถากถางของผู้ดูแลรองไม่เข้าใจ เขาเดินเข้าไปหาด้วยสีหน้าที่ดูเป็ห่วงเป็ใยยิ่งนัก
"ผู้ดูแลรอง เหตุใดสีหน้าท่านจึงดูไม่ดีเช่นนี้? หรือว่าเป็เพราะตอนกลางคืนออกแรงมากเกินไป? ไม่ใช่ว่าข้าจะตำหนิท่านนะ แต่อายุก็ไม่ใช่น้อย ๆ แล้ว เพลา ๆ เื่พรรค์นั้นลงบ้างเถิด"
คำพูดนี้ประหนึ่งแทงใจดำผู้ดูแลรอง ใบหน้าชราโกรธจนแดงก่ำ เขาชี้นิ้วมาที่เฉินฉางอันด้วยความโมโหจนพูดไม่เป็ประโยค
"เฉิน… เฉินฉางอัน เ้ามัน... มันพล่ามไร้สาระ!"
ภายในเวลาห้าวัน
สัตว์อสูรที่เลี้ยงไว้ในสวนสัตว์อสูรกลับหายสาบสูญไปเกือบครึ่งโดยไม่รู้สาเหตุ ผู้ดูแลรองอย่างเขาจะข่มตาหลับลงได้อย่างไร?
นั่นคือสัตว์อสูรถึงหนึ่งร้อยสามสิบกว่าตัวเชียวนะ ในนั้นยังมีสัตว์อสูรขนาดมหึมาอย่างหมีดำปฐี ช้างงาั์ สิงโตวายุอัคคี และอีกมากมาย ต่อให้ถูกใครฆ่ากินอย่างน้อยก็น่าจะเหลือเศษเนื้อหรือซากกระดูกไว้ให้เห็นบ้างไม่ใช่หรือ? ทว่ากลับไร้ร่องรอย
ต่อให้พลิกเทือกเขาเฟิ่งหวงหาจนทั่ว ก็ไม่พบแม้แต่รอยเท้าเดียว อีกเดี๋ยวหากคุณหนูใหญ่ถามขึ้นมา เขาจะทำอย่างไรดี? จะทำอย่างไรดีล่ะนี่! เพียงแค่คิดถึงเื่นี้ เหงื่อก็ไหลซึมเต็มตัวแล้ว ชีวิตแก่ ๆ ของเขาในวันนี้เกรงว่าคงจะ…
"ผู้ดูแลสาม เื่ก่อนหน้านี้"
เมื่อนึกได้ว่ายามนี้ตนเองมีความผิดติดตัวอยู่ ผู้ดูแลรองที่เคยโอหังก็กลายเป็ไก่ชนที่พ่ายแพ้ เขาถึงขั้นโน้มตัวประสานมือคำนับเฉินฉางอันเพื่อกล่าวขอขมา
"ก่อนหน้านี้ข้าล่วงเกินท่านไปมาก หวังว่าผู้ดูแลสามจะช่วยพูดให้ความดีความชอบแก่ข้าต่อหน้าคุณหนูใหญ่บ้าง"
เฉินฉางอันแสร้งทำท่าทางตระหนกใอย่างยิ่ง เขามองผู้ดูแลรองด้วยความสงสัย
"ผู้ดูแลรองพูดเื่อะไรกัน เหตุใดข้าต้องช่วยพูดให้ความดีความชอบแก่ท่านด้วยเล่า?"
ช่วยพูดให้ความดีความชอบอย่างนั้นหรือ? ตาเฒ่าเอ๋ย เ้าคงไม่รู้ล่ะสิว่าสัตว์อสูรพวกนั้นถูกใครสูบกลืนไป ข้าจะจัดการเ้าให้จมดินเลยคอยดู!
"ผู้ดูแลสาม ไม่ปิดบังท่านเลย สวนสัตว์อสูรของข้าเกิดปัญหาขึ้น หลายวันนี้ไม่รู้ว่าเป็เพราะเหตุใด…"
ครืน!
คำพูดของผู้ดูแลรองยังไม่ทันจบ ทั่วทั้งตำหนักพลันะเิแรงกดดันที่มหาศาลออกมาอย่างกะทันหัน แรงกดดันนี้ไร้รูปลักษณ์ไร้ร่องรอย แต่พลุ่งพล่านออกมาจากส่วนลึกของจิตใจทุกคน ราวกับถูกท้องนภากดทับลงมา
เพียงชั่วพริบตาเดียวก็สยบทุกสรรพสิ่งในโลก ในขณะนี้ไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยปากพูด ข้ารับใช้นับสิบต่างคุกเข่าลงกับพื้นทันที ผู้ดูแลใหญ่ ผู้ดูแลรอง รวมถึงเฉินฉางอันต่างก็โน้มตัวประสานมือคำนับพร้อมกัน
ไม่ต้องอาศัยสมองในการตัดสินใจ ภายใต้แรงกดดันลึกลับนี้ร่างกายตอบสนองไปตามสัญชาตญาณเองทันที ราวกับว่ามันสมควรจะเป็เช่นนั้นอยู่แล้ว
ปรากฏการณ์เช่นนี้ย่อมมีคำอธิบายเพียงอย่างเดียว ไม่ต้องสงสัยเลยคุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียน… มาถึงแล้ว!
ตึก! ตึก!
คุณหนูใหญ่จีเฟิ่งเหยียนเท้าเปล่าเปลือยร่างลอยคว้างกลางความว่างเปล่า ทุกก้าวที่เดินราวกับเหยียบลงบนผิวน้ำพร้อมกับระลอกคลื่นมิติที่แผ่กระจายออกไป
นางค่อย ๆ เดินเข้ามาอย่างช้า ๆ ชุดสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ เส้นผมสีดำขลับดุจน้ำตกกลิ่นอายหลุดพ้นจากโลกีย์บริสุทธิ์ราวกับเทพธิดาจากเก้าชั้นฟ้าจุติลงมา งดงาม ช่างงดงามเหลือเกิน!
ในโลกนี้จะมีหญิงงามที่ตราตรึงใจถึงเพียงนี้ได้อย่างไร? ไม่ว่าจะมองกี่ครั้ง ทุกครั้งที่พบคุณหนูใหญ่ เฉินฉางอันมักจะรู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันเสมอ ราวกับว่าโลกมนุษย์ที่แปดเปื้อนนี้ไม่คู่ควรกับคุณหนูใหญ่แม้แต่น้อย
สตรีอย่างคุณหนูใหญ่ควรจะโบยบินสู่โลกเซียน ไม่ควรจะต้องมาเปื้อนธุลีในโลกมนุษย์เช่นนี้ หญิงงามนางนี้มีเพียงบน์เท่านั้น ในโลกมนุษย์ยากจะได้พบนางสักครั้ง
"คารวะคุณหนูใหญ่!"
จีเฟิ่งเหยียนนั่งลงบนบัลลังก์จักรพรรดิ สาวใช้คนสนิทลวี่จูเอ๋อร์ยืนอยู่ด้านข้าง นางแอบขยิบตาให้เฉินฉางอันเล็กน้อยถือเป็การทักทายโดยไม่ให้ผู้อื่นสังเกตเห็น
เฉินฉางอันพยายามรวบรวมสมาธิอย่างหนัก เขาเกรงว่าหากยังจ้องมองคุณหนูใหญ่เช่นนี้ต่อไปเขาอาจจะถูกตบจนตายได้ทันที
"ผู้ดูแลรองว่ามาสิ!"
ทันทีที่คุณหนูใหญ่เอ่ยปาก ผู้ดูแลรองก็รีบทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นทันที
"คุณหนูใหญ่ข้าน้อยสมควรตาย ข้าน้อยสมควรตายยิ่งนัก เพียงแต่ข้าน้อยไม่รู้เลยจริง ๆ ว่าสัตว์อสูรเ่าั้หายไปที่ใด ข้าน้อยขอเอาชีวิตเป็ประกันว่าไม่มีการยักยอกผลประโยชน์อย่างแน่นอน! ไม่มีอย่างแน่นอนขอรับ!"
สิ้นคำพูดนี้คุณหนูใหญ่ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เฉินฉางอันกลับแสดงความสงสัยออกมาทันที
"ผู้ดูแลรองนี่มันเื่อะไรกัน หรือว่าสัตว์อสูรที่เลี้ยงไว้ในสวนสัตว์อสูรหนีหายไปอย่างนั้นหรือ?"
เมื่อเห็นเฉินฉางอันแสดงท่าทางมึนงงไม่รู้เื่ราว คุณหนูใหญ่ก็เหลือบมองลวี่จูเอ๋อร์แวบหนึ่ง ลวี่จูเอ๋อร์จึงอธิบายตามความเข้าใจให้ฟัง
"สวนสัตว์อสูรภายใต้การดูแลของผู้ดูแลรอง ใน่หลายวันนี้มีสัตว์อสูรหายสาบสูญไปเป็จำนวนมากโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ดูแลรองบกพร่องต่อหน้าที่ย่อมต้องถูกลงโทษ"
เฉินฉางอันถามต่ออย่างจริงจัง "หายไปเป็จำนวนมาก แล้วหายไปเท่าไหร่กันหรือ?"
"วันแรกพยัคฆ์เพลิงชาดหายไปสิบสองตัว ผู้ดูแลรองทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อตระกูลจีของข้ามานานถึงจะไม่มีความดีความชอบ แต่ก็มีความพากเพียรพยายาม"
เฉินฉางอันประสานมือกล่าวกับจีเฟิ่งเหยียนด้วยท่าทางจริงใจยิ่งนัก
"ก็แค่สัตว์อสูรหายไปเพียงสิบกว่าตัว ขอคุณหนูใหญ่โปรดละเว้นการลงโทษด้วยเถิด!"
ฮือฮา!
ทันทีที่คำนี้หลุดออกมา ทุกคนในตำหนักต่างตกตะลึง แม้แต่จีเฟิ่งเหยียนเองก็มองเฉินฉางอันด้วยความประหลาดใจ
ส่วนผู้ดูแลรองนั้นซาบซึ้งใจจนน้ำหูน้ำตาไหลนองหน้า ต้องรู้ว่าเมื่อห้าวันก่อนในตำหนักแห่งนี้เอง ผู้ดูแลรองเป็คนพยายามจัดการเฉินฉางอันให้ถึงตาย นี่คือการใช้คุณธรรมตอบแทนความแค้นโดยแท้!
เด็กหนุ่มผู้นี้ช่างมีใจคอกว้างขวาง อนาคตไกลไร้ขีดจำกัดจริง ๆ
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ลวี่จูเอ๋อร์ก็กล่าวต่อ
"วัน... วันที่สองช้างงาั์หายไปอีกสิบห้าตัว!"
เฉินฉางอันยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงฮึกเหิม ปกป้องผู้ดูแลรองอย่างเต็มที่
"ต่อให้รวมสองวันเข้าด้วยกัน ก็แค่สัตว์อสูรสามสิบตัวเท่านั้น ขอคุณหนูใหญ่โปรดให้อภัยผู้ดูแลรองด้วยเถิด"
"วันที่สาม หมีดำปฐีหายไปอีกสิบแปดตัว!"
"เื่นี้สัตว์อสูรเดิมทีก็ซุกซนจัดการได้ยาก ผู้ดูแลรองในครั้งนี้คงจะประมาทไปบ้าง"
"วันที่สี่สิงโตวายุอัคคีหายไปยี่สิบห้าตัว นกกระเรียนเซียนสามสิบเจ็ดตัว กวางิญญาห้าสิบเก้าตัว"
ลวี่จูเอ๋อร์สูดลมหายใจเข้าลึก นางมองดูผู้ดูแลรองที่คุกเข่าอยู่กับพื้นแล้วกล่าวเรียบ ๆ
"เพียงเวลาไม่กี่วันสวนสัตว์อสูรที่ผู้ดูแลรองรับผิดชอบ สัตว์อสูรกลับหายไปถึงหนึ่งร้อยสามสิบกว่าตัว ต้องรู้ว่าในสวนสัตว์อสูรมีสัตว์อสูรทั้งหมดเพียงสามร้อยกว่าตัวเท่านั้น!"
"ผู้ดูแลรอง นี่คือความผิดของท่านแล้ว!"
เมื่อได้ยินดังนั้นเฉินฉางอันที่คอยพูดขอความเมตตาให้ผู้ดูแลรองมาตลอด ก็ชะงักไป
ทันใดนั้นเฉินฉางอันก็เปลี่ยนท่าทีทันที เขาชี้นิ้วไปที่ผู้ดูแลรองที่คุกเข่าอยู่พร้อมตวาดลั่น
"ยักยอกผลประโยชน์อย่างหน้าไม่อายถึงเพียงนี้ ช่างไร้มโนธรรมสิ้นดี! ผู้ดูแลรองท่านมีความขุ่นเคืองต่อตระกูลจี หรือว่ามีความขุ่นเคืองต่อคุณหนูใหญ่กันแน่?"
นี่มันฆ่าคนปลิดดวงใจโดยแท้!