หลังจากที่มันนำข้ามาถึงลานประลอง มันก็หายไปโดยบอกว่าจะไปตามอาจารย์มาให้การ
ทดสอบ จนผ่านมา 1 ก้านธูป มันและ ผู้ดูเหมือนจะเป็นอาจารย์เดินนำมายังแท่นนอกลานประลองโดยมีศิษต่างๆมาด้วย ซึ่งทุกคนล้วนแต่อยู่ในระดับสูงกว่าหลอมรวมแล้วทั้งนั้น"คารวะ ท่านอาจารย์ ผู้เยาว์อยากที่จะเข้ารับทดสอบเพื่อขอคำชี้แนะในการเป็นศิษสายนอกของทีียี่ โปรดเลือกศิษของท่านมาให้คำชี้แนะแก่ข้าด้วยขอรับ!!"
"หื้มม ?? ในตลอดทุกชั่วอายุดูเหมือนว่าเจ้าจะเป็นมนุษย์คนแรกสินะ ที่ได้จุติเป็นเซียนเห้อ ... เอาหล่ะ หวู่ชิน เจ้าจงไปสั่งสอนผู้เยาว์ซะ!!!""ขอรับ ท่านอาจารย์ !!!"
หวู่ชินผู้นี้มีอาวุธเป็นกระบี่หนึ่งเล่มดูเหมือนจะมีความสามารถด้านการใช้กระบี่และมีระดับอยู่ที่ชั้นพิชิสวรรค์ ขั้นที่ 4 กระบี่ของมันมีแสงสีทองเรืองรองปล่อยออร่าสง่าออกมามีสีขาวปนเล็กน้อยเหมือนสีทองขาว ของเหรียญบนโลกมนุษย์เพียงแต่มันเหมือนเป็นเพียงออร่าของกระบี่
"ข้าหวู่ขิน ยินดีที่จะให้คำชี้แนะแก่เจ้า !!!""ข้า ป่ายซือ ขอคำชี้แนะด้วย !!" "รับดาบ!!!" ปลายดาบกระบี่พุ่งมาพร้อมกับคำกล่าวอย่างรวดเร็วกระบี่นับร้อยสายหมุนเวียนอยู่รอบตัวมันผู้นี้ ข้าจะงเริ่มใช้ดูดกลืนมวลสาร ทำให้กระบี่ที่พุ่งมาสลายไปต่อหน้าต่อตา ผงสีทองออร่าของกระบี่ หายวับ สร้างความแปลกใจให้รอบลานประลองแม้นแต่อาจารย์ เพราะการทำให้กระบี่หายไปแบบนี้หากไม่ใช่ตัวผู้ใช้ ก็เป็นไปไม่ได้เลยแถมดูเหมือนจะถูกดูดกลืนวิชาแบบนี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่น่าจะควรเกิดขึ้น
หลังจากนั้นข่จะงเริ่มใช้พลังสวรรค์รอบๆสร้างกระบี่หลายหมื่นเล่มออกมา มีแสงออร่าสีทองเป็นประกายมากมายตามกระบี่นับหมื่น ทำให้ผู้อยู่รอบลานประลองรวมถึงผู้ที่อยู่ในลานประลองก็ยังคงต้องอ้าปากค้างกับสิ่งที่เห็น
"ร้ายกาจ !!!! ดูเหมือนว่าเจ้า จะสามารถคัดลอกความสามารถของข้าโดยการดูดกลืนสิ่งที่ใช้ไปสินะร้ายกาจยิ่งนัก !!!! เอาหล่ะทีนี้ข้าจะสู้ด้วยวรกายของข้าดูซิเจ้าจะทำยังไงอีก!!!"
มันเริ่มที่จะปล่อยลมปราณและพลังสวรรค์รอบให้ปกคลุมร่างของแม้นทั้งร่างและเริ่มทะยานตัวมายังตัวข้าด้วยใช้ข้าเตะเข้ายังร่างของข้า ข้าจึงเริ่มใช้กล้ามเนื้อนิรันดร์เพิ่มความแข็งแกร่งไปยังแขนขวาทั้งแขนก่อนจะเริ่มดีดลมรอบๆ ทำให้หวู่ชินที่พุ่งมาเพื่อจะโจมตีด้วยกายภาพ กระเด็นออกไปชนกับกำแพงที่มองไม่เห็นที่ ผู้คลุมการแข่งขันกางไว้เพื่อกันอันตรายแก่ศิษผู้อื่น แต่การที่หวู่ชินกระเด็กไปชนกำแพงด้วยแรงดีดเพียงนิ้วเดียวของข้าทำให้กำแพงเริ่มปริแตกออก จนแตกขึ้นมาเผล้งงง !!!!
"บะ บ้าหน่าา แค่ดีด... ทำลายกำแพงที่ผู้ใช้อยู่ระดับชั้นนักรบสวรรค์ ขั้น ที่ 6 ได้ นี่มันสัตว์ประหลาดประเภทไหนกัน หากมันใช้ทั้งหมัดทั้งร่างกายผู้ระดับแก่นแท้สวรรค์บางคนก็ยังเอาไม่อยู่เป็นแน่ !!!!!!"
ผู้คนมากมายรายล้อมล้วนแต่จดจ้องกับเหตุการณ์ที่เกิดตรงหน้า ผู้เยาว์ที่เป็นเพียงแค่มนุษย์กลับสามารถทำำลายกำแพง ระดับนักรบสวรรค์ ขั้น 6 และล้มระดับพิชิตสวรรค์ ขั้น 4 ได้ด้วยการดีดลมเพียงแค่ครั้งเดียว !!!! นี่มันคือความอัปยศที่แท้จริงของชาวเทพเลยก็ว่าได้
"เจ้า ป่ายซือใช่หรือไม่ !!! ต่อแต่ยี้เจ้าคือศิษหลักของสำนักนี้ !!! สำนักสวรรค์บุกเบิกยินดีต้อนรับผู้มีฝีมือเก่งกาจ !!!"
เสียงของผู้หนั่งที่เปล่งออกมาจากท้องฟ้า เสียงของผ้านี้มีระดับพลังที่หนาแน่นเป็นอย่างมากอาจจะเป็นเจ้าสำนัก ผู้มีระดับอยู่ในชนชั้นเทพิทักษ์สวรรค์ขั้นที่ 9 ก็ได้ ดูเหมือนจะเห็นเหตุการณ์ทั้งสิ้น และดูเหมือนจะออกมาต้อนรับเองด้วยตนเองเลย
"ช่างเป็นเกียรติผู้เยาว์ยิ่งนักที่ท่านเจ้าสำนัก ที่เป็นผู้กล่าวตัดสินข้าด้วยตัวเอง"หลังจากนั้นมีร่างหนุ่มวัยกลางคนลอยลงมายังจากฟ้าก่อนจะส่งชุดศิษหลัก มายังข้าพร้อมป้ายศิษหลัก ที่ดฟุเหมือนว่า จะมีแค่ 10 คนเท่านั้นที่จะได้ป้ายศิษหลัก ป้ายนี้
"นี่ของเจ้า หลังจากนี่เจ้าตามข้ามายัง ตำหนักพิรุณด้วยหล่ะ !!!""ขอบคุณขอรับ !!!" หลังจากนั้นร่างชายวัยกลางคนก็หายไป ข้าึงเริ่มกวาดตามองรอบๆก่อนที่จะเริ่มผลัดชุดต่อหน้าผู้คนจนมองไม่เห็นว่าข้านั้นใส่ชุดยังไงแต่รู้ว่าใส่เร็วมากๆพอเสร็จข้าจึงทะยานตัว และท่องอักขระสวรรค์ "นำทาง!!!" มันเหมือน GPS ในโลกเก่าของเราที่จะบอกถึงเส้นทางที่จะเราจะไป สิ่งนี้ก็เช่นกัน เมื่อกล่าวจบ ก็จะมีสายลมพัดบอกทางไปยังสถานที่นั้นๆ สักพักข้าจะงมาถึงตำหนักพิรุณ ที่ว่า มันมีเรือนตำหนักเป็นรวดลายเมฆครามสีฟ้าสีขาวสีครามต่างๆนานาสวยงาม พอมาถึงข้าจึงเริ่มสาวเท้าเข้าไปยังห้องจนมาถึง
ข้างในห้องมีผู้หนึ่งนั่งจิบชาอยู่ยังโต๊ะที่ดูมีรวดลายสวยงาม ข้าจึงกล่าวไปว่า"ท่านเจ้าสำนักเรียกข้ามีเหตุอันใดหรือ ขอรับ?""อื้มมม ฮ่าๆ ดูเหมือนเจ้าจะมาที่โดยมีจุดประสงค์สินะ ถ้าให้ข้าทายล่ะนะ !!?""เป็นอย่างที่ท่านว่านั่นแหละขอรับ !!""ไหนเจ้าลองบอกสิว่าเจ้า ต้องการจะทำอะไรในสวรรค์แห่งนี้?""ข้า... ข้านั้นเพียงแค่ตามล่าเผ่าเทพที่ล้างตระกูลข้าเมื่อ 10000 ปี ที่แล้วเองขอรับ?"ข้ารู้สึกว่าคนผู้นี่มีความน่าเชื่อใรเป็นอย่างมาก ดูเหมือนจะเป็นเซนจ์อย่างนึงในร่างกายข้า !!!ที่ได้ติดมาเมื่อยังอยู่บนโลกเก่าแห่งนั้น
"อื้มมม ... ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเมื่อไม่นานนี้เองสินะ !!! ข้าก็อยู่ มา 3 ถึง 4 แสนปีแล้วเรื่องพวกนี้อาจจะรู้บ้าง แต่ไม่รู้จะใช่เรื่องเดียวกับเจ้ารึเปล่า นะ ""ท่านลองเล่าดูก็ได้ขอรับ ?""เมื่อ 11000 ปีก่อนมีมนุษย์ผู้หน่งมีสายเลือดครึ่งอสูรก้าวข้ามขึ้นระดับทวยเทพ โดยได้รับระดับ พระเจ้า จึงทำให้เหล่าพวกระดับพระเจ้าจักรวาล เคลื่อนไหว มีพระเจ้าผู้นึงเป็นพระเจ้าแห่งกาลเวลา ผู้นี้เริ่มจุดชนวนการฆ่าฟัน เนื่องจากประสงค์คิดว่ามนุษย์นี้อาจจะนำภัยขึ้นมา ทำให้เหล่าพระเจ้าเห็นพ้องกันว่าควรแก่การกำจัด หลังจากนั้นไม่นาน พระเจ้ากาลเวลาจึงสั่งทหาร ระดับแก่นแท้สวรรค์มากมายไปล้มล้างตระกูลของผู้นี้ จนการกวาดล้างตระกูลผ่านไปด้วยดี แต่การฆ่าล้างครั้งนี้กลับไม่ได้ฆ่าล้างผู้ที่อยู่ในระดับทวยเทพชั้นพระเจ้านั้นและไม่มีพระเจ้าองค์ใดทราบถึงการมีอยู่ของมนุษย์ผู้นั้นอีกเลย แต่พระเจ้าทุกคนล้วนแต่รู้ว่ามนุษย์กึ่งอสูรผู้นั้นยังไม่ตายอย่างแน่นอน นี่คือสิ่งที่ข้ารู้มาจากผู้อยู่ในระดับทวยเทพของชั้น6 มาอีกที "
"ขอบคุณท่านเจ้าสำนักมากขอรับ ไม่ทราบว่ามนุษย์ผู้นั้นชื่ออะไรหรือ?ขอรับ?""ข้าก็ไม่รู้หรอกนะ แต่ดูเหมือนว่าชื่อของเขาจะเป็นชื่อต้องห้ามเสียแล้วเพราะหากระดับที่ต่ำกว่าระดับทวยเทพเอ่ย จะถูกประหารทันที โดยพิพากษาจากสวรรค์ มันคือสิ่งโทษที่จะเกิดผลโดยทันทีมันคือทัณสวรรค์ที่เกิดผลในทันทีหากเอ่ยขึ้น แต่พวกที่อยู่ในระดับทวยเทพจะไม่ได้รับผลจากทัณที่นี้เนื่องจากเป็นผู้ที่แข็งแกร่งพอจะรู้ว่าอะไรเป็นอะไรแล้ว"
"ขอบคุณท่านเจ้าสำนัก ขอรับ มิทราบว่าข้าทำอะไรบ้างหากข้าเป็นศิษหลักเช่นนี้?""โอ้ ฮ่าๆ เจ้าจะทำอะไรก็เรื่องเข้าเจ้าสิ เจ้าจะทดลองปรุงยา ล่าสัตว์อสูร เก็บขายเจ้าก็ทำได้ืเพียงแต่ อย่าให้ขายหน้าในฐานะศิษหลักของสำนักสวรรค์บุกเบิกก็เพียงพอแล้ว"
"เอาหล่ะ เรามิมีอะไรที่ข้องใจกับเจ้าแล้ว เชิญเจ้าไปพักเถิด เรือนของเจ้าต้องสร้างเองหล่ะเพราะที่นี่ยึดถือกำลังของตนเอง พื้นที่เจ้าก็จำเป็นต้องจ่าย เจ้าจำเอาพื้นขนาดเท่าใดเล่า? บอกข้ามาเลย ข้าจะสรรหาให้"
"ผู้น้อยต้องการ 100 ไร่ ขอรับมิทราบว่า ประมาณกี่เหรียญขอรับ?""โฮะ ฮ่าๆๆ ไม่กี่เหรียญเองศิษของข้า เพียง 100 เหรียญเทพขาว เจ้าคงจะมีเงินของเทพบนสวรรค์สินะ แต่เงินเท่านี้เจ้าจะมีพอหรือ ไม่ หรือให้ข้าออกให้ก่อน?ข้ายินดี และไม่เกี่ยงหรอกหนา...!!!"
"ฮ่าๆ ท่านเจ้าสำนัก ข้ามีมากกว่าร้อยเสียอีก นี่ขอรับ" ข้ากล่าวจบก็โปรยเงินหนึ่งร้อยเหรียญเทพขาวลงบนโต๊ะ "ถ้างั้นผู้น้อยข้ารับภารกิจในการปรุงยารักษาหน่อยหน่ะขอรับ มิทราบว่ามีที่ใดบ้างขอรับ??"
"โอ้...เจ้ามีความรู้ด้านการแพทย์ดีวยหรือ เช่นนั้น... เจ้าลองไปที่พระราชตำหนักหลวงของราชวงศ์อ้าย ดูล่ะกัน มีพระราชธิดาองค์หนึ่งท่านมีปราณหยางในร่างกายมากเกิดจากการพบเจออสูรศักดิืสิทธิ์ระดับน่าหวาดกลัวอยู่จนทำให้นางทนแรงพิษปราณหยางความร้อนแผดเผานางตลอด 1000 ปีที่ผ่านมา [1 วันโลกมนุษย์=10 ปีบนสวรรค์]เผื่อเจ้าจะช่วยได้ก็ลองไปขอพระราชโองการเข้าตรวจสอบหรือรักษาดูโดยการใช้ป้ายศิษของราชสำนักของข้าก็ได้ !! ในสวรรค์ ตั้งแต่ ชั้น 1 ถึง 5 มิมีใครรักษานางได้แต่ถ้าทว่าเป็นเจ้าข้าจะลองเชื่อใจดูสักหน่อยหล่ะกัน แม้นแต่ระดับ แก่นแท้สวรรค์ เจ้ายังสามารถล้มได้ หากเจ้ายืนยันที่อยากจะหาภารกิจที่ทำการปรุงยารักษาหรืออะไรเช่นนี้หล่ะก็หมายความว่าด้านนี้เป็นด้านที่เจ้าถนัดที่สุดล่ะสินะ !!!!"
"ขอบพระคุณ ขอรับ !!! ข้าจะทำให้เต็มที่ขอรับ ว่าแต่ท่านจะช่วยแนะนำตลาดดีๆให้ข้าสักที่หน่อยได้หรือไม่? ขอรับ?"
"อืม... หากเจ้าออกจากตำหนักไปและเดินไปตามทางทิศเหนือสัก 1 ลี้ เจาก็จะเจอบริเวณของที่มีอยู่ที่สุดและคุณภาพดีที่สุดของสวรรค์แล้ว !!!"
"ขอบคุณอีกครั้งขอรับ ท่านเจ้าสำนัก เช่นนั้นข้าขอตัวไปทำธุระเสียด่อนน่ะขอรับ !!!"
สักพักข้าจึงออกจากสำนักและมุ่งหน้าไปยังทางที่ท่านเจ้าสำนักให้มา เมื่อมาถึงสิ่งที่อยู่ตรงหน้าทอดยาวไกลออกไปมีร้านค้าการค้าขายมากมาย ดูมีสีสัน สมกับเป็นสวรรค์หล่ะนะ
ข้าเดินไปเรื่อยๆซื้อของมากมาย และจนมาติดตากับสิ่งหนึ่ง ซึ่งสิ่งนี้มีรูปร่างคล้ายมนุษย์มีปีก 8 ปีก ร่างกายสูงเท่ากับฝ่ามือมนุษย์ มีรอยช้ำมากมายในสายตาของนักปรุงยาระดับจักรพรรดิโอสถ สามารถทำให้เห็นได้ว่า ภูติตัวนี้ทั้งร่างแหลกละเอียดแม้แต่ ปีกก็ยังหักครึ่งไปซะเกือบทุกปีก !!! ตัวมันอยู่ในกรงเล็กๆ จะแตกไม่แตกดี"นี่... กี่เหรียญหรือ??""โฮะโอ่ คุณลูกค้า สิ่งนี้ เพียแค่ 1000 เหรียญทองเทพ เท่านั้นเองขอร~"ก่อนที่มันจะพูดจบข้าโยนเหรียญเทพขาว ไปยังพ่อค้าหนึ่งเหรียญทำให้ทางนั้นมีกิริยาตอบรับอย่างรวดเร็วพร้อมกับเบิกตากว้าง ในตอนนั้นขอาจึงยกกรงและเก็บเข้ามิติของข้า และเดินชมและหาซื้อสิ่งของจำเป็นต่อ สักพักข้าก็ไปยังร้านรับจ้างสร้างเรือนพัก
"คุณลูกค้า ไม่ทราบว่าท่านมีอะไรให้ช่วยหรือไม่...?""ข้าอยากได้คน สร้างบ้านจำนวน 100 คน และ ขอให้เสร็จภายใจวันนี้ !!! หรือ ภายใน 7 วัน !!!""คะ คุ คุณลูกค้าคะ เอิ่ม.. ทางเราให้บริการ คนล่ะ 10000เหรียญทองเทพต่อคนต่อวันนะคะ มิทราบว่าท่านตัดสินใจดีแล้วนะคะ??""ตกลง !!!"ข้า หยิบเหรียญเทพขาว ราว 11 เหรียญออกมาและโยนไปยังนาง"นี่คือเงินมัดจำสำหรับวันนี้ !!!""ทางเราจะทำให้ดีที่สุดค่ะ !!!!" หลังจากนั้นข้าจึงบอกกล่าวนางกับที่อยู่ของข้าและแบบแผนสร้างบ้าน สักพักข้าจึงออกจากที่นั่นและมุ่งหน้าหาบ้านเช่าสักพักจนมาถึงโรงเตี๊ยมดาราร ข้าเดินเข้าไปยังโรงเตี๊ยมและขอห้องพักดั่งปกติ จนไ้ห้องพักห้องหนึ่งซึ่งเป็นระดับสูงสุด ภายในห้องพักมีื ของหรูหรามามายประดับไว้ ดูมีสกุล
ห้องนี้เป็นห้องเก็บเสียงโดยเฉพาะเนื่องจากจะมีการพูดคุยประชุมกันของเล่าเทพต่างๆกันบ้างบ้างก็มาที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้
ข้าจ่ายค่าห้องไป 5000 เหรียญทองเทพ จึงได้ห้องนี้พัก 5 วัน ข้าเริ่มปิดประตูและนำภูติตัวนั้นที่ซื้อไปออกมารักษา ข้าเริ่มใช้เวทย์ฟื้นคืนสภาพ จนทุกส่วนของนางหายปกติโดยผ่านไปเพียงไม่ถึง 30 ลมหายใจ"ภูติน้อยตัวนี้ เป็นสัตว์เลี้ยงภูติ ในเผ่าภูติของเรา !!!" เสียงของเอลิสกล่าวออกมา"หืมม เช่นนั้นมันก็ต้องเป็นระดับทวยเทพสิ !!!?""ไม่หล่ะ นางเป็นแค่สัตว์ภูติจึงอยู่ในระดับไม่มากสักเท่าไหร่ยกเว้นเสียเจ้าจะช่วยเพิ่มให้กับตัวของเจ้าภูติตัวนี้ แต่เจ้าก็ช่างโชคดีมากๆเลยนะเพราะภูติตัวนี้เป็นจ้าวแห่งภูติเพราะมีปีกเยอะถึง 8 ปีก ปกติแล้ว แค่ 4 ปีกก็ถือว่าหายากแล้วแต่ทว่า 8 ปีก อาจจะมีแค่โดยนับนิ้วได้เลยล่ะมั้ง"ข้าเบิกตากว้างก่อนจะถามทวนไปอีกทีว่า "แล้วเหตุใด มันถึงขายในราคาที่ถูกขนาดนั้นหล่ะ!!?""เป็นเพราะภูติตัวนี้โดนทำร้ายจนร่างกายแหลกละเอียด จนทำให้ราคาที่ควรจะอยู่หลายร้อยล้านเหรียญเทพทองขาว กลับเหลือแค่ 1000 เหรียญเทพทอง"
"หืมมมม..!!!" ข้าดูเหมือนจะมีโชคอีกแล้วสินะ ฮ่าๆๆๆ . สักพักภูติตัวน้อยก็ลืมตาตื่นขึ้นก่อนจะชโงกดูข้าพลันทำสีหน้ามึนงงเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวออกมาด้วยเสียงที่เล็กจนมนุษย์หรือแม้แต่เทพก็ยังไม่ได้ยิน ข้าจึงใช้คลื่นแสนลี้ จึงได้ยินสิ่งที่นางกล่าว"นายท่าน !! นายท่าน ได้ยินหรือไม่ ?""อ่า. ข้าได้ยินแล้ว !!!""นายท่าน !!ข้าขอติดตามไปได้มั้ย??"ข้าไม่กล่าวแต่พลันพยักหน้าให้ก่อนจะกล่าวออกไปว่า "ข้าจะเข้าฌาณ อย่ารบกวนก้พอ!!""เจ้าค่ะ นายท่าน !!!" หลังจากนั้นข้าจึงเริ่มทำการเข้าสู่ห้วงแห่งความคิดนิรันดร์ และมีสิ่งที่เปลี่ยนไปมากมายนั่นก็คือ ประตูที่มิเคยเข้าได้ในครานี้กลับสามารถเปิดออกได้ข้าจึงเริ่มเปิด ประตูบานแรกถัดจาก ประตูศักดิ์สิทธิ์ ในครานี้มีประตูที่สามารถเข้าไปได้อีก 7 ประตู และอีก 3 ประตูใน 7 ประตูนั้นคือประตูมิติบานใหม่ที่โผล่ออกมา
ข้าเริ่มสาวเท้าเข้าไปยังประตูที่ข้าเปิดเมื่อครู่ จนมาถึงโลกแห่งหนึ่ง !!!!
ขอบคุณครับสามารถบริจาค ได้ที่True wallet : 0645303024