หลังจากสังหารจื่อซานแล้วฉินจุนก็ได้วาปมาหาฉินเทียนเพื่อพูดคุย
"ฉินเทียนหลังจากจบศึกที่นี้แล้วเ้าจงนำกำลังไปทำลายตระกูลหูที่เหลือด้วยล่ะ" ฉินจุนกล่าวบอก
"ขอรับท่านบรรพบุรุษ แล้วท่านบรรพบุรุษไม่ไปด้วยหรอขอรับ?" ฉินเทียนถามอย่างสงสัย
"ไม่ล่ะ ข้ามีที่ที่ต้องไปอย่างสำนักพิษมาร ข้าอยากจะไปเยี่ยมเยียนพวกเขาใจจะขาดอยู่แล้ว" ฉินจุนกล่าวอย่างขี้เล่น
"ท่านบรรพบุรุษจะไปเพียงลำพังหรอขอรับ แบบนี้ไม่อันตรายหรอขอรับ" ฉินเทียนกล่าวอย่างเป็กังวล
"ไม่อันตรายหรอก เ้าไม่ต้องกังวลข้าไม่ใช่คนที่ประมาทอะไรแบบนี้หรอกที่ข้าไปเพราะข้ามั่นใจและอีกอย่างถึงพวกเ้าจะไปในตอนนี้ก็ช่วยอะไรข้าไม่ได้มากนักหรอก" ฉินจุนกล่าวออกมา
อันที่จริงที่ฉินจุนพูดมานั้นก็ถูกต้องทุกประการตระกูลฉินไม่อาจเทียบชั้นกับสำนักพิษมารได้เลย อย่าว่าแต่สำนักพิษมารเลยแม้แต่ตระกูลหูด้วยกันพวกเขาก็เทียบไม่ได้ ถ้าไม่มีฉินจุนพวกเขาไม่มีทางเป็กองกำลังระดับหนึ่งได้แน่ๆ
ตัวของฉินเทียนก็ทราบเื่นี้ดี ตัวเขารู้สึกผิดมากที่ทั้งตัวเองและตระกูลฉินนั้นไร้พลังไม่อาจเป็พลังให้ท่านบรรพบุรุษได้ ถ้าตระกูลฉินไม่มีฉินจุนพวกเขาก็ไม่อาจจะเรียกตัวเองว่าตระกูลใหญ่ได้หรือไม่มีใครในทวีปหยุนเซียวแห่งนี้อิจฉาหรือให้เกียรติพวกเขาแบบนี้เป็แน่ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าท่านบรรพบุรุษไม่ได้เป็นักบุญแล้วล่ะก็ตระกูลฉินตอนนี้จะเป็ยังไง
"ขอรับ ท่านบรรพบุรุษโปรดระวังตัวด้วยนะขอรับ" ฉินเทียนเอ่ยออกมา
"อืม พวกเ้าเองก็เช่นกัน แปปเดียวเดี๋ยวข้าก็กลับแล้ว" ฉินจุนกล่าวด้วยเสียงอ่อนๆ เขารู้ดีว่าฉินเทียนรู้สึกไร้กำลังและเป็ห่วงเขาแต่อีกไม่นานด้วยทรัพยากรที่เขาได้จากระบบนั้นแม้แต่หมูเขาก็เปลี่ยนให้มันเป็เซียนได้ แล้วนับประสาอะไรกับตระกูลของเขา จากนั้นฉินจุนก็บินหายไปอย่างรวดเร็ว
...
สำนักพิษมารนั้นมีประวัติศาสตร์มาหลายหมื่นปี ผู้ก็ตั้งสำนักเป็ยอดฝีมือขอบเขตนักบุญขั้นสมบูรณ์(ขั้นสิบ)กันเลยทีเดียว ถึงในปัจจุบันเ้าสำนักผู้ก่อตั้งจะได้ตายลงแล้วก็ตาม แต่ตอนที่เขาก่อตั้งและมีชีวิตอยู่เขาก็ได้ทำให้สำนักนั้นยิ่งใหญ่มากเช่นกัน ปัจจุบันสำนักพิษมารนั้นเป็กองกำลังระดับสูงมีระดับนักบุญถึงสองคนแล้วสองคนนี้ยังเป็ศิษย์ของเ้าสำนักผู้ก่อตั้งอีกด้วยปัจจุบันทั้งสองคือบรรพบุรุษของสำนักพิษมารนั้นเอง
"ข่าวจากจื่อซานมาถึงรึยัง" ประมุขคนปัจจุบันไห่ฮุ้ยเอ่ยขึ้น
"ยังเลยขอรับท่านเ้าสำนัก" ผู้าุโขึ้นหนึ่งตอบกลับมา
สำนักพิษมารนั้นมีผู้าุโทั้งหมดสิบคนแต่ในห้องมีอยู่เก้าคนเพราะจื่นซานที่เป็หนึ่งในผู้าุโนั้นไปจำตาดูสนามรบอยู่นั้นเอง และที่สำคัญจื่อซานนั้นยังเป็ผู้าุโที่เด็กที่สุดอีกด้วย ผู้าุโทุกคนในสำนักพิษมารนั้นต่างก็อยู่ในขอบเขตปราการ์ทั้งสิ้น นี้แสดงให้เห็นถึงอำนาจและความแข็งแกร่งของสำนักพิษมารได้ดีเลยทีเดียว
"อืมช่างแปลกนัก นี้ก็นานแล้วด้วยสิทำไม่จื่อซานยังไม่ติดต่อกลับมาอีก" ไห่ฮุ้ยพูดออกมา
"ท่านเ้าสำนักจื่อซานอาจจะคันไม้คันมือหรือไม่ก็อย่างจะอยากเห็นหน้าของาาสยบฟ้าฉินจุนสักครั้งก็ได้ขอรับ" ผู้าุโคนหนึ่งพูดขึ้นเพื่อตอบท่านเ้าสำนัก
"อืม ก็มีความเป็ไปได้" ไห่ฮุ้ยพูดออกมา
"หือ ข้าไม่เข้าใจจริงๆว่าทำไมคนในทวีปหยุนเซียวถึงบอกว่าฉินจุนเก่งนัก ทั้งๆที่ตัวของไอ้ฉินจุนมันยังไม่ได้เป็นักบุญเลยด้วยซ้ำ" ผู้าุโคนหนึ่งกล่าวออกมาอย่างเสียงดัง
"ข้าก็เห็นด้วยกับเ้านะ คนในทวีปหยุนเซียวอวยเ้าฉินจุนกันเกินจริงจนข้าหมั่นไส้มันมากยิ่งนัก" ผู้าุโอีกคนกล่าวออกมา
"เอาน่าๆ พวกเ้าไม่ต้องของขึ้นอารมณ์เสียกันหรอก เพราะยังไงตระกูลฉินกับฉินจุนก็ไม่รอดหรอก หูเจียงหลงต้องทรมานฉินจุนก่อนฆ่าเป็แน่เพราะความแค้นและความขายหน้าจากครั้งก่อนไงล่ะ"
"ใช่ พวกเ้าคิดไปก็เสียอารมณ์ป่าวๆ พวกเรามารอดูโลกใบเล็กที่จื่อซานจะเอากลับมาดีกว่าว่ามันจะเป็ของวิเศษมากเพียงใด" ผู้าุโอีกคนกล่าว
"ใช่ตัวข้าก็อยากเห็นโลกใบเล็กมากเหมือนกัน ว่ากันว่ามีแต่กองกำลังระดับโบราณเท่านั้นที่จะมีมันใน เ้าฉินจุนโชคดีจริงๆที่ได้มันและไม่มีใครไปแย่งจากมันอีกต่างหากทั้งๆที่ฉินจุนเป็แค่ระดับครึ่งก้าวนักบุญเท่านั้น"
"ใช่มันเป็เื่แปลกมากที่ตระกูลฉินไม่ถูกทำลายและแย่งชิงโลกใบเล็กมาหรือมันจะมีกองกำลังอื่นหนุนหลัง"
"เป็ไปไม่ได้หรอกน่า ถ้ามันมีกองกำลังหนุนหลังจริง ไอ้กองกำลังหนุนหลังนั้นทำไมไม่เอาโลกใบเล็กไปล่ะ นี้มันเป็สมบัติหายากที่แม้แต่กองกำลังระดับโบราณก็ใช่จะมีทุกกองกำลังนะ"
"แล้วเ้าคิดว่าอะไรเล่าที่ทำให้มันไม่ถูกแย่งไปจากตระกูลฉินน่ะ"
"ใครที่แย่งไปคงกลัวการประนามล่ะมั้งเพราะฉินจุนถือว่าเป็ผู้มีชื่อเสียงมากในทวีปหยุนเซียว"
ไห่ฮุ้ยนั่งฟังผู้าุโในสำนักพูดคุยกันอย่างออกรส เขาเองก็ฟังและคิดตามด้วยเช่นกันแต่เขาก็ไม่อาจคิดออกว่าทำไมตระกูลฉินถึงไม่ถูกแย่งโลกใบเล็กไป
ในระหว่างที่พวกเขาพูดคุยกันนั้นก็ได้มีแรงกดดันและเสียงอันยิ่งใหญ่ดังขึ้นทั่วทั้งสำนัก
"ข้าฉินจุนผู้นี้มาเยี่ยมเยียนสำนักพิษมารแล้ว!!" เสียงประกาศลั่นของฉินจุนทำให้เหล่าศิษย์และผู้าุโรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาทันที
"ฉินจุน าาสยบฟ้าแห่งตระกูลฉินน่ะรึทำไมเขาถึงมาอยู่ทีนี้ไม่ใช่ว่าต้องทำากับตระกูลหูรึ" ไห่ฮุ้ยเอ่ยขึ้น
"แล้วมันมานี้ทำไมหรือว่ามันจะมาสู้กับเรา เพราะเราร่วมมือกับตระกูลหูกัน หรือมาขอเจรจากันแน่" ผู้าุโคนหนึ่งพูดขึ้น
"ไม่ว่ามันจะมาด้วยเหตุผลอะไรแต่มันกำลังมาใช้อำนาจในสำนักของเรา เราต้องสั่งสอนให้มันรู้ซะแล้วว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงคืออะไรไม่ใช่ให้คนอื่นอวยจนเกินจริง!!" ผู้าุโอีกคนกล่าว
"ใช่ออกไปแสดงให้มันรู้ว่าฟากฟ้าของจริงมันคืออะไร ไม่ใช่ฟากฟ้าปลอมๆที่มันสยบแล้วได้ฉายาที่ยิ่งใหญ่แบบนั้นมา!!"
"เอาล่ะพวกเราออกไปดูกันหน่อย
เถอะว่าเ้าคนอวดดีนั้นมาที่นี้ทำไม" ไห่ฮุ้ยกล่าวออกมาด้วยแรงสังหาร