“อะไรกัน ตาแก่พวกนั้นหาศิษย์ได้แล้วหรือยิ่งไปกว่านั้นผ่านไปถึง 6 ปีแล้วสงสัยข้าคงต้องไปดูหน้าศิษย์ใหม่ของพวกเขาสักหน่อยใช่หรือไม่แม่ทัพเงา” ชายร่างสูงโปร่ง ใบหน้าคมเข้มเผยรอยยิ้มออกมา ส่วนคนที่ยืนอยู่ด้านข้างนั้นคือแม่ทัพเงาคนสนิทของเขา
เช้าวันถัดมาจอมมารพร้อมกับแม่ทัพเงาก็มาเยือนหุบเขาของสามผู้าุโ
“ที่นี้ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะครั้งสุดท้ายที่ข้ามาคือเมื่อพันปีที่แล้ว สภาพไม่ต่างจากเดิมเลยสักนิด”เสียงจอมมารดังขึ้นั้แ่อยู่หน้าประตูใหญ่
“เ้าคงไม่ได้มาขัดขวางการฝึกของศิษย์พวกข้าหรอกใช่ไหม”
“ผู้าุโดาบคิดมากเกินไปสัญญาของเราคือสิบปีหลังจากท่านรับศิษย์ ข้าย่อมต้องรักษาสัญญาอยู่แล้ว”
“ข้าหวังให้เป็แบบนั้น” จอมมารเดินมานั่งลงตรงข้ามกับผู้าุโดาบ
“ศิษย์คนที่ท่านว่าอยู่ไหนข้าอยากเห็นหน้าเขาสักหน่อยได้หรือไม่” ใบหน้าที่เหมือนเปื้อนรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลานั้นเอ่ยถามขึ้นผู้าุโดาบเหลือบตามองเพียงชั่วครู่
“เขาไม่อยู่หรอก”
“หือ....ไม่อยู่หมายความว่ายังไง”
“เขาลงเขาไปแล้ว”
“คงไม่ได้หมายถึงลงไปกับผู้าุโพิษหรอกใช่หรือไม่”
“เ้าเข้าใจถูกแล้ว”
“เขตป่านี้ยังไม่ปลดผนึกผู้าุโพิษออกไปได้อย่างไร”
“เขาออกไปไม่ได้ใช่ว่าศิษย์ของพวกเราจะออกไม่ได้สักหน่อย”ผู้าุโดาบยิ้มอ่อนโยน ไม่ได้สนใจท่าทางของจอมมาร เขาวางถ้วยชาลงลุกขึ้นยืนหันหลังกลับ
“งั้นข้าคงต้องไปหาเขาเองแล้วละ”
“เ้าคงไม่คิดทดสอบเขาก่อนถึงเวลาใช่หรือไม่”
“ข้ารักษาสัญญาเสมอ ท่านอย่าได้กังวลใจไปเลย”เสียงที่ดังกลับมาทำให้ผู้าุโดาบถอนหายใจ
“คนอย่างเ้า คงไม่แค่มองเฉย ๆ แน่”
“ฮ่า ๆ ท่านรู้ใจข้าเสียจริง”เสียงที่ลอยมาตามลมนั้นแสดงให้เห็นว่าจอมมารผู้นี้้าสิ่งใด
“พี่ใหญ่แบบนี้ดีแล้วหรือ”
“อย่าได้ห่วงเลย เขาไม่ได้ทำอะไรรุนแรงหรอก”
“ท่านแน่ใจหรือ”
“ที่ผ่านมาเขายังไม่เคยผิดสัญญาไม่ใช่หรือ”
“....” ผู้าุโหมัดได้แต่ถอนหายใจ
..........
“แม่ทัพเงา ข้า้ารู้ว่าศิษย์ของพวกเขาอยู่ที่ใดเมื่อเจอแล้วรายงานข้าที่หอคอยใต้”
“ขอรับท่านจอมมาร”ร่างของแม่ทัพเงาหายไปชั่วพริบตา ส่วนทางด้านจอมมารนั้นตรงไปยังหอคอยผู้พิชิตแดนใต้
“ท่านแม่ทัพใต้ ท่านจอมมารขอรับ” ลูกน้องคนหนึ่งเข้ามารายงานแม่ทัพใต้ลุกขึ้นด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม พอดีกับจอมมารเดินเข้ามา
“คารวะท่านจอมมาร”
“การพิชิตหอคอยของเหล่าจอมยุทธเป็ยังไงบ้าง”เขาเอ่ยถามพลางเดินไปนั่งบนเก้าอี้ด้วยท่าทางเฉื่อยชา
“ชั้นสูงสุดที่มีสามารถพิชิตได้คือชั้นที่ 70เ้าค่ะ”
“หือ...ผ่านมาตั้งหลายร้อยปีเพิ่งมีคนผ่านระดับ70 งั้นหรือ ฝีมือพวกนั้นใช่ระดับปรมาจารย์แน่หรือ ช่างเถอะ เื่อื่นละ”
“ตอนนี้เหล่าองค์หญิงและองค์ชายของแดนใต้กำลังเข้าสู่หอคอยแดนใต้เ้าค่ะ”
“มาช้ากว่าที่ข้าคิดเสียอีกแล้วเ้าละเป็อย่างไรบ้าง มีอะไร้าเพิ่มเติมหรือไม่”แม่ทัพใต้เงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แววตาที่มองจอมมารนั้นเต็มไปด้วยความหลงใหล
“ข้า...”
“หือ?” จอมมารเงยหน้าขึ้นมองเขาลุกขึ้นมาหยุดตรงหน้าอีกฝ่าย คางของนางถูกนิ้วเรียวดันขึ้นให้สบตาเขาโบกมือเป็สัญญาณให้คนอื่นออกไปให้หมด
“เ้า้าอะไรงั้นหรือ”แม่ทัพเงาเม้มริมฝีปากแน่น ท่าทางของนางบ่งบอกให้ชัดเจน จอมมารแสยะยิ้มออกมา
“ท่านจอมมาร...” เสียงสั่นกระเส่าดังออกมาจากหลังม่านเสียงเนื้อกระทบกันดังไปทั่วห้อง
“ไม่พอใจหรือ”
“ปะ...เปล่า อ๊ะ ๆๆ เ้า..คะ อื้อออ” มือของนางกำขอบโต๊ะแน่น บั้นท้ายถูกอีกฝ่ายกระแทกหนักหน่วงครั้งแล้วครั้งเล่า
ตับ ตับ ตับ
จอมมารนั่งอยู่บนเก้าอี้บนตักของเขามีแม่ทัพใต้กำลังกระแทกบั้นท้ายตามแรงอารมณ์แววตาจอมมารมองด้านหลังของแม่ทัพใต้ที่กำลังขย่มแท่งเนื้อของเขานิ่ง
“อ๊ะๆ อ่า...ท่านจอมมาร....”
“เอาสิ ข้าอนุญาต” เขาพูดเหมือนคนไร้อารมณ์ความ้าของร่างกายและอารมณ์ของเขามันช่างแตกต่างกันเหลือเกิน
“อร๊า!!!” แม่ทัพใต้กระตุกเกร็ง รู้สึกเสียวซ่านในร่างนางลุกขึ้นยืนอย่างเสียดาย เขาหลุบตามองคนที่กำลังดูดกลืนแท่งเนื้อของเขานิ่งไร้ซึ่งอารมณ์พิศสวาทต่างจากสีหน้าแม่ทัพใต้
“รายงานท่านจอมมาร”
“ว้าย!” แม่ทัพใต้สะดุ้งร้องออกมาจอมมารโบกมือเป็สัญญาให้นางออกไป
“แต่ว่า...”
“กล้าขัดคำสั่งข้างั้นหรือ”
“ปะ...เปล่าเ้าค่ะ”นางรีบลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าเดินออกไป ก่อนผ่านแม่ทัพเงานางหันมามองด้วยความไม่พอใจ
“ว่ามา เจอเขาแล้วหรือไม่”
“เจอแล้วขอรับ ศิษย์ผู้นั้นชื่อจ้าวยูร์อยู่ที่ป่าอสูรขอรับ”
“ข้าจะไปเจอเขาสักหน่อย”
“ขอรับ” ภายในห้องกลับมาเงียบสงบเหมือนเดิมภายในชั่วพริบตา
[ป่าอสูร]
จ้าวยูร์กำลังเก็บแก่นอสูรพิษตามคำสั่งของผู้าุโพิษที่ให้เขาออกมานอกเขตป่าของหุบเขา
“ใคร!”
“โห..ไม่คิดว่าเ้าจะรู้สึกตัวด้วย” จ้าวยูร์หันไปมองตามเสียงเขาไม่ได้ลดการป้องกันลง
“ท่านเป็ใคร ้าอะไร”จอมมารมองคนตรงหน้านิ่ง คิ้วของเขาเลิกขึ้นมองอย่างแปลกใจ
“เ้าคือจ้าวยูร์สินะ” คิ้วของจ้าวยูร์กระตุก
“แปลว่าข้าเดาถูก เ้ามาทำอะไรที่ป่าอสูรแห่งนี้”
“ท่าน้าอะไร”
“ไม่ได้้าอะไรข้าอยากรู้จักศิษย์ของพวกาุโแค่นั้นไม่ได้หรือ” เขาพูดอย่างใจเย็น ไม่ได้สนใจท่าทีระแวดระวังของจ้าวยูร์สักนิด
“หรือว่าท่านเป็คนที่ข้าต้องประลองด้วย”
“ฉลาดเหมือนกันนี่แต่ข้าไม่ใช่คนที่เ้าต้องประลองด้วยหรอกนะ เป็คนอื่นต่างหาก”
“มันยังไม่ครบกำหนดสิบปีเลยไม่ใช่หรือไงท่าน้าอะไรกันแน่” จอมมารเดินเข้ามาใกล้ จ้าวยูร์ไม่ได้ลดการป้องกันลงและไม่ได้ถอยหนี
“ข้าบอกแล้วว่าข้าเพียงแค่้ารู้จักเ้า...ไม่เชื่อข้าหรือ”จอมมารหายไปจากสายตาของจ้าวยูร์ เขามาปรากฏกายอีกครั้งทางด้านหลังของเขา ใบหน้านั้นอยู่ใกล้จนรับรู้ถึงลมหายใจอีกฝ่าย
จ้าวยูร์หันกายกลับมาทันที จอมมารเผยรอยยิ้มออกมาสะบัดพัดในมือโบกสะบัดเบา ๆ มองอีกฝ่ายนิ่ง แววตาของเขาเป็ประกาย
“ไม่ต้องกลัวข้าขนาดนั้นก็ได้ข้าไม่ทำอะไรเ้าหรอก วันนี้ข้ามาทักทายแค่นั้นดูท่าเ้ากำลังยุ่งไว้วันหลังข้าค่อยมาใหม่ก็แล้วกัน” จ้าวยูร์หรี่ตามองด้วยความระวังจอมมารยิ้มออกมา สะบัดพัดในมือ ชั่วพริบตาป่าอสูรก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
จ้าวยูร์มารู้ทีหลังว่าคนที่เขาเจอในป่าอสูรนั้นคือ“จอมมาร” ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในดินแดนวรยุทธและเป็คนที่ไม่มีใครกล้าต่อกรแม้กระทั่งเหล่าเทพเซียน
“อาจารย์รอง ข้าต้องล่าอสูรพิษเพิ่มหรือไม่ขอรับ”
“อือ...ไม่ต้องแล้วละหลายวันมานี้เ้าล่าได้มาเยอะแล้ว เ้าดูดซับพวกมันได้ดีทีเดียว”ผู้าุโพิษเดินสำรวจร่างกายของจ้าวยูร์
“อาจารย์ ข้าขอถามอะไรหน่อยได้หรือไม่ขอรับ”
“ว่ามาสิ” เขาพูดพลางปรุงยาไปด้วย
“จอมมารคนนี้เป็คนยังไงขอรับ”
“อย่าบอกนะว่าเขามาขัดขวางการฝึกของเ้า”
“ไม่ใช่ขอรับ” ถึงตอบไปแบบนั้น เวลาที่เขาออกล่าจอมมารผู้นั้นมักปรากฏตัวให้เขาเห็นอยู่เสมอ บางทีก็เข้ามาคุย บางทีเพียงแค่ยืนมองอยู่เฉยๆ อยู่ด้านหลังเขาไม่รู้ว่าอีกฝ่าย้าอะไรจึงได้ทำแบบนี้
“อย่างนั้นก็ดี เ้าไม่ต้องห่วงหรอก สนใจการฝึกของเ้าไปเดือนหน้าเ้าต้องไปฝึกกับพี่ใหญ่ เตรียมตัวให้ดีแล้วกัน”
“ศิษย์ทราบแล้วขอรับ”