
ในวังหลวงคึกคัก ผู้คนทั้งในวังและนอกวัง ต่างคนต่างคึกคักตื่นเต้นกับเทศกาลโคมลอยซึ่งหนึ่งปีจะมีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าพลาดแล้ว ต้องรออีกปีต่อๆไป ซึ่งบางคนก็ตื่นแต่เช้า เพื่อเตรียมงาน บางคนก็ เพื่อค้าขาย เทศกาลงานคนคึกคักค้าขายดี ทั้ง แคว้นซิงและต่างแคว้นที่มาอาศัยอยู่ในแคว้นซิงทั้งมาค้าขาย มาอาศัยอยู่ถาวรและชั่วคราว ต่างก็รอเทศกาลนี้ ยิ่งคู่หนุ่มสาว ก็ไม่ควรพลาดเทศกาลนี้ ส่วนคนไร้คู่ก็ต้องมางานเทศกาลโคมลอย เผื่อเจอใครสักคนถูกใจในงานเทศกาล พอท่านอ๋องเห็น ได้ยินบ่าวรับใช้ พูดคุย กันจึงได้สอบถามว่า คุยอะไรกัน งานอะไร ทำไมถึงดูตื่นเต้นกัน ขนาดนี้บ่าวรับใช้คนหนึ่งพูดไปว่า
ท่านอ๋องคง จำไม่ได้หรอเพคะ ว่า ทุกๆปี ของเดือนนี้ จะมีงานเทศกาลโคมลอย ท่านอ๋องถามอีก มันเกี่ยวกับอะไร บ่าวรับใช้พูดต่อไปว่า คนมีคู่ก็พาคู่ของตน นั่งเรือชมจันทร์ ชมโคม คนไร้คู่ ก็จะพบคู่ของตนเพคะ และมี การค้าขายแปลกตาที่สุด มี
ดอกไม้ไฟ พลุไฟ มีการแสดง หลากหลาย ชมฟรีเพคะ ซึ่ง 1 ปี จะมีเพียงครั้งเดียว
ส่วนพวกเราอยู่ในวัง ได้เพียงมอง ผ่านและรอชมดอกไม้ไฟ พลุไฟเพคะ ออกไปไม่ได้หรอกเพคะ จะออกได้ ก็ต้องได้รับอนุญาติ เมื่อ ท่านอ๋องได้ฟังดังนั้น จึงเข้าใจ และ พูดบ่าวรับใช้ ขอบใจมาก ไปได้ละ เพคะ
ท่านอ๋อง จึงเรียกคนใช้เอาม้ามา แล้วรีบเข้าวัง มาขอกราบทูล ฝ่าา ลูกอยากขอกราบทูล เสด็จพ่อ ให้เหล่ากำนัน และ บ่าวรับใช้ทั้งหลายได้ออกไปชม งาน เทศกาลโคมลอยนอกวัง ได้ไหมเพคะ 1 ปี
มีเพียงครั้งเดียว บางคนก็อยู่แต่ในวัง มานานไม่เคยเห็น นอกวังเป็เช่นรัย ลูกอยากให้พวกเขาได้ออกไปชม งานและผ่อนคลายบ้างเพคะ ฝ่าาได้ยินดังนั้น ก็ ใ
แล้วพูดว่า เ้านะเ้า นึกว่าจะเป็เื่อะไร ได้ ข้าอนุญาติ แต่ต้องกลับมาก่อนประตูวังปิด
เ้าช่างมีน้ำใจจริงๆ ขนาดแค่เหล่ากำนัน บ่าวรับใช้เ้ายังใจดี มีน้ำใจให้พวกเขา ข้า อนุญาติ กงกง ไปบอกพวกเขา ข้าอนุญาติ แต่ต้องกลับมาก่อนประตูวังปิด รับทราบเพคะฝ่าา ฝ่าาตรัสเสร็จ
ขอบพระทัยเสด็จพ่อ
ท่านอ๋อง ทูลขอเสร็จ ก็ กลับตำหนัก เรียกองค์รักษ์มาแล้วออกจากวังไปชมเทศกาลโคมลอย
พอออกมานอกวังก็เห็นผู้คนแต่งตัวหลากหลาย ทั้งการค้าขาย คึกคัก ทั้งลูกค้าก็คึกคัก จนท่านอ๋องยิ่งเข้าใจว่า ถ้าพลาดแล้ว ต้องรออีกนานจริงๆ เลยถามองค์รักษ์ว่าเ้าเป็องค์รักษ์ข้ามานานเท่าไหร่แล้ว เคยมางานแบบนี้ไหม
องค์รักษ์ตอบท่านอ๋องไปว่า ั้แ่จำความได้ก็มาอยู่คุ้มกันท่านอ๋องแล้วเพคะ แต่งานแบบนี้ ไม่เคย พึ่งเคยมาครั้งแรกกับท่าน แต่ก่อนข้า ไม่ไปไหนเลยหรอ ท่านอ๋องถาม ใช่เพคะ ท่านอ๋องอยู่แต่ในจวน ไม่อ่านหนังสือ วาดรูปก็ ฝึกวิทยายุทธ ไม่ได้ออกนอกวัง นอกจาก ไปออกรบ เพคะ
เช่นนั้นหรือ ท่านอ๋องกล่าว
จากนั้นท่านคู่ก็เดินมา สะดุดร้าน อยู่ร้านหนึ่ง ซึ่งท่านอ๋องเองเห็นดอกไม้ คล้ายที่ แล้วนึกขึ้นได้
ดอกไม้นี้คุ้นตาจังเลย เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน ซึ่ง ได้เข้าดูใกล้ๆก็พบว่าเป็แม่นางหลี่ฉางจริงๆด้วย ท่านอ๋องเลย บอกองค์รักษ์ว่า ให้เรียกข้าว่า คุณชายนะ ถ้า อยู่กับแม่นางคนนี้ ซึ่งองค์รักษ์ก็รับทราบ
ทันใดนั้น แม่นางก็เรียกลูกค้า เชิญค่ะ ดอกไม้สดๆ ค่ะ เลือกได้ค่ะ คุณชายจะเอาอะไรคะ
ซึ่งแม่นางหลี่ฉางเองจำ ซีเฉิงไม่ได้
ตอนเดินเข้าร้าน ซีเฉิงกะจะดล่าวทักทาย แต่แม่นางจำไม่ได้ เลยได้ชี้ นิ้วไปยังดอก เหมยกุ้ย สีขาว
ซึ่งคือ ดอกกุหลาบสีขาวนั่นเอง
ท่านอ๋องออกมาจากร้าน องค์รักษ์ก็ถาม ท่านอ๋อง นางจำท่านไม่ได้ ท่านอ๋องเลยพูดไปว่า ตอนนั้นข้าไม่ได้หล่อเหมือนตอนนี้ นางคงจำข้าไม่ได้หรอก ทำเอาองค์รักษ์ หัวเราะเบาๆ แล้วจากนั้น ทั้งคู่ก็เดินชมงาน มีทั้ง การแสดงความสามารถ ตอบบทกลอน ยิงธนู
ร่ายรำ ดอนตรี เห็นผู้คนมากมายถึง กระทงไฟ เพื่อใช้อธิษฐาน ลอยในแม่น้ำ ท่านอ๋องเลยถามองค์รักษ์ว่า สิ่งเ่าั้ ใช้ทำอะไร
ซึ่ง องค์รักษ์ ตอบกลับไปว่า
อธิษฐาน ขอพร โชคลาภ หรือ ขอสิ่งที่ตนปราถนา ทิ้งสิ่ง ที่ผ่านมาไปกับ แม่น้ำซึ่งเชื่อว่า เ้าแม่ทีบทิมจะรับรู้ในสิ่งที่ตนขอและให้อภัย ในสิ่งที่ได้ผิดพลาดไป
ซึ่งท่านอ๋อง เองก็ให้องค์รักษ์ ไปซื้อมา 2 กระทง องค์รักษ์ อันหนึ่ง
ท่านอ๋องอันหนึ่ง ท่านคู่ก็ อฐิษฐาน และลอยกระทงในน้ำ จากนั้น ก็มีขบวนเปิดงาน มีการเล่นงิ้ว เล่นละคร ต่างแห่กันไปดู จนร้านค้า ว่างเปล่า เพราะลูกค้า แห่กันไปดู งิ้วและละคร ร่ายรำกันหมด
พอท่านอ๋องเห็นดังนั้น จึงได้กลับไปหาแม่นาง หลี่ฉางที่ร้าน แล้วกล่าวทักทาย วันนี้เป็อย่างไรบ้าง
แม่นางก็ตอบ ค้าขายดี เฉพาะ ลูกค้าที่เป็คู่รัก ท่านอ๋องจึง ถามดลับ แล้วเ้าจำข้าไม่ได้หรอ
จนทำใก้แม่นางหลี่ฉาง เงยหน้ามามอง ท่านอ๋อง แล้วถามว่า คุณชายเป็ใครคะ หลายเดือนก่อน เ้าเคยช่วยข้าไว้ ข้ายังไม่ได้ตอบแทนเลย ถ้าอย่างนั้น เ้าจำข้าไม่ได้แล้ว ก็ไม่เป็รัย แค่ข้าจำเ้าได้ก็พอ พอท่านอ๋องพูดจบ แม่นางหลี่ฉางเลยนึกได้ อ่อ คุณชายที่ หุบเขาหรอคะ เมื่อเ้าจำข้าได้แล้ว ข้าอยากจะถามเ้าว่า วันนี้เ้า ได้รับดอกไม้หรือยัง พอดีข้า ถือดอกไม้นี้ นานแล้วก็ยังไม่มีใครที่ข้าจะให้สักที ดอกไม้คงเสียใจ
ข้าขอมอบให้เ้าละกัน
แม่นางเลยรับดอกไม้กลับคืนมา แล้วท่านอ๋องก็ ถามอีกว่า เ้ามาคนเดียวหรอ บ้านเ้าอยู่ไกล เมืองหลวง หรือพ่อเ้ามาด้วยละ
แม่นางหลี่ฉางเลยตอบกลับไปว่า
ท่านย่า เสีย ท่านพ่อ ล้มป่วนหนัก
เสียมา2เดือนแล้ว ที่บ้านญาติๆก็ยึดบ้านที่ดิน หมด ให้ ข้าแต่งงาน ข้าไม่อยากแต่ง เลย กลับไปอยู่ที่หุบเขา ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นได้เดือนหนึ่งแล้ว
ท่านอ๋องได้ยินดังนั้น จึงรู้สึกโกรธมาก จึงได้พูดกับแม่นางว่า เสียใจด้วยนะเื่ย่า กับท่านพ่อของเ้า ขอบใจคุณชายมากที่ยังมีน้ำใจ แม่นางหลี่ฉางกล่าว
จากนั้นก็มีเสียงพลุ ดอกไม้ไฟ ดังขึ้น ต่างคนต่างตื่นเต้น ออกมาดู
ดอกไม้ไฟ และพลุไฟ จากนั้นก็อล่อยโคมลอยกัน ท่านอ๋องเห็นดังนั้น เลยให้องค์รักษ์ไปซื้อ มาอันหนึ่ง ซึ่งให้แม่นางหลี่เฉิง เป็คนปล่อย บางคนก็ และบอกแม่นางว่าให้เ้า ย่าและท่านพ่อของเ้า จะได้รุ้ว่าเ้าสุขสบายดีแม่นางหลี่ฉางเลยรับมา ท่านอ๋อง เลยให้องค์รักษ์ถือและและจุดไฟ ให้แม่นางหลี่ฉางอธิษฐานจากนั้นก็ปล่อยโคม ท่านอ๋องมองแม่นางหลี่ฉางด้วยรอยยิ้มอย่างมีความสุขจนองค์รักษ์ ยิ้มตามไปด้วย องค์รักษ์กระซิบท่านอ๋อง ท่านอ๋อง ใกล้เวลาประตูวังปิดแล้วเพคะ ท่านอ๋องซีเฉิงเลยพูดคุยกับแม่นางหลี่ฉางสักพักแล้ว ท่านอ๋องก็กลับเข้าวังเช้าวันต่อมา เหล่ากำนัน และบ่าวรับใช้ นำของขวัญ มาขอบคุณท่านอ๋อง ซึ่งบางคนอยู่ในวังกลายสิบปี ยังไม่เคยออกนอกวัง ไม่เคยไปเห็น ข้างนอกวังมานาน บางคนก็ออกไปแล้วพบ คนรัก ญาติพี่น้องของตน จึงมีความสุข เมื่อรู้ว่า ท่านอ๋องไปทูลขอ จากฮ่องเต้
เสียง องค์รักษ์ และบ่าวรับใช้ในจวน ท่านอ๋องแย่แล้ว มีคนเอาสิ่งของมาให้ท่าน เยอะแยะเลย เมื่อวันท่านไปทูลขอท่านอ๋อง เหล่ากำนันบ่าวรับใช้เลยมาขอบคุณท่าน ท่านอ๋องเลยออกไปดู และกล่าว พวกเ้า ควรจะไปขอบคุณ ฮ่องเต้ ที่ได้ทรงอนุญาติพวกเ้า ส่วนข้าแค่ไปทูลขอ เท่านั้นเอง ข้าเห็นพวกเ้า อยู่ในนี้มานาน จะได้ไปเปิดหูเปิดตาบ้างแล้วท่านอ๋องก็ให้ องค์รักษ์เอาสิ่งของเ่าั้ ไปให้ฝ่าา ซึ่งฝ่าาก็ได้ตรัสกับท่านอ๋องว่า สิ่งเหล่านี้เขาให้เ้า เพราะเ้ามาขอทูลเอง ส่วนเสด็จพ่อ อย่างข้าจะไม่อนุญาติได้ยังไงเมื่อเ้า ปีละครั้ง เ้ามาทูลขอ ฝ่าาตรัสเสร็จ ท่านอ๋องก็กลับจวน