เช้าวันเสาร์ในทุกๆ สัปดาห์สายป่านจะต้องขึ้นไปทำความสะอาดชั้นบนของตึกใหญ่ซึ่งถือได้ว่าเป็หน้าที่ประจำของเธอแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้นเนื่องจากเป็คำสั่งของภานุผู้เป็ประมุขใหญ่ของบ้านที่จะให้เธอขึ้นลงเข้าออกห้องทุกห้องได้โดยไม่ต้องขออนุญาต
วันนี้ก็เช่นกัน หญิงสาวมักจะตื่นแต่เช้าแล้วเข้าไปช่วยงานคนอื่นๆในครัวก่อนเสมอจากนั้นก็เตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดแล้วถือขึ้นไปบนตึกเพื่อทำหน้าที่ประจำของตัวเองซึ่งระหว่างที่อยู่ในครัวนั้นเธอได้ยินป้าลำดวนบอกกับนมอิ่มยายของเธอว่าเมื่อคืนนาวินกลับมาค้างที่นี่แสดงว่าตอนที่เขาโทรมาหาเธอเขาจะต้องมองเธออยู่ที่ระเบียบห้องของเขาแน่ๆและตอนนี้เขาก็คงยังนอนหลับอยู่ที่นั่น แค่คิดหัวใจดวงน้อยก็เต้นระส่ำขึ้นมาอย่างประหลาดและยิ่งคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่เขาอุตส่าห์โทรมาถามไถ่ถึงอาการาเ็ของเธอใบหน้าหวานก็ยิ่งเห่อแดงร้อนผ่าวขึ้นไปอีก
สายป่านเลือกทำความสะอาดที่ห้องของภานุก่อนและเธอก็รู้จากป้าลำดวนอีกเช่นกันว่าเมื่อคืนเขาไม่ได้กลับบ้านซึ่งมันไม่ใช่เื่ผิดปกติอะไรเพราะทุกคนต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่าหากสี่ทุ่มแล้วเขายังไม่กลับมาแสดงว่าชายหนุ่มจะไปค้างที่คอนโดส่วนตัวของเขา
เมื่อเสร็จจากห้องนี้แล้วร่างบางก็ก้าวมาหยุดที่ห้องฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็ห้องของนาวิน หญิงสาวอมยิ้มน้อยๆเมื่อคิดว่าเ้าของห้องที่กลับมายามดึกเมื่อคืนนี้คงยังไม่ตื่นเธอจึงเดินผ่านไปที่ห้องนอนใหญ่ซึ่งเป็ห้องของผู้มีพระคุณทั้งสองที่ล่วงลับไปแล้วกว่าสิบปี
แกร๊ก...
สายป่านเปิดประตูเข้ามาเหมือนเช่นทุกครั้ง หญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าก้มตาตระเตรียมอุปกรณ์ทำความสะอาดของตัวเองจึงไม่ทันสังเกตเห็นสิ่งผิดปกติที่อยู่บนเตียงกว้างจนกระทั่งร่างบางเดินเข้าไปใกล้
“ว๊าย!” หญิงสาวร้องออกมาด้วยความใแล้วรีบหันหลังให้กับคนที่นอนอยู่บนเตียงพร้อมทั้งยกมือขึ้นมาปิดหน้าเพราะแวบหนึ่งเมื่อกี้เธอมั่นใจว่าเห็นเขาไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้า
“หือ?... เห้ย! เธอ” นาวินที่กำลังนอนหลับอยู่สะดุ้งตื่นด้วยเสียงหวีดร้องของหญิงสาวก่อนจะรีบคว้าผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาคลุมท่อนล่างของตัวเองที่มีเพียงกางเกงขาสั้นตัวบางเบาเท่านั้น
แค่ได้ยินเสียงเธอก็รู้แล้วว่าเขาเป็ใครหญิงสาวจึงยิ่งทำอะไรไม่ถูกไปกันใหญ่ แข็งขาก็พานจะอ่อนแรงตามไปด้วย
“ปะ ป่าน ขอโทษค่ะ ป่านจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ” เสียงหวานบอกตะกุกตะกักแล้วเตรียมจะสาวเท้าไปที่ประตูแต่คนในห้องก็เรียกเอาไว้ก่อนอย่างรู้ทัน
“เดี๋ยว! เธอเข้ามาในนี้ทำไม” นาวินลุกขึ้นนั่งแล้วถามด้วยอาการงัวเงียเล็กน้อยพร้อมทั้งขยับบิดตัวไปมาเพื่อไล่ความง่วงงุน
“ป่านเข้ามาทำความสะอาดค่ะ” สายป่านตอบทั้งๆที่ยังหันหลังให้เขาเธอจึงไม่รู้ว่าสายตาคมเข้มนั้นกำลังกวาดมองเรือนร่างของเธอจากทางด้านหลังอย่างนึกชื่นชม
“ก็มาทำสิ หน้าที่ของเธอไม่ใช่เหรอ” ชายหนุ่มร้องบอกดวงตาคมฉายแววชอบใจไม่น้อยที่เห็นร่างเล็กของหญิงสาวอยู่ในชุดเสื้อยืดพอดีตัวกับกางเกงขาสั้นดูน่ารักเหมือนเด็กๆมากกว่าจะเป็สาวมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย
“เอาไว้รอให้คุณนาวินออกไปก่อนก็ได้ค่ะ” คนตัวเล็กบอกเสียงสั่นๆรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ ขึ้นมาอย่างประหลาด ใจหนึ่งก็อยากจะหันไปพูดคุยกับเขาแต่อีกใจก็รู้ดีว่าเขาอยู่ในสภาพที่ไม่น่ามองนัก
“ฉันไม่ออกไปเร็วๆ นี้หรอกน่า... รีบๆ ทำหน้าที่ของเธอซะสิ”
ความน่ารักของเธอทำให้เขานึกอยากแกล้งเล่นเล็กๆน้อยๆ แค่พอชุ่มชื่นหัวใจ และเมื่อนึกขึ้นได้ว่า่หลายวันมานี้เธอเอาแต่หลบหน้าเขาทำให้ชายหนุ่มเกิดความอยากรู้ในคำตอบของสาเหตุนั้นด้วย
“เอ่อ... คือ...” หญิงสาวเกิดความลังเลเมื่อได้ยินคำบอกของเขาจนชายหนุ่มต้องอมยิ้มให้กับอาการอึกอักของเธอ
“อะๆ งั้นช่วยไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้ฉันทีสิ ฉันจะได้ออกไปจากห้องนี้ให้”
“ค่ะ” สายป่านรับคำแล้วรีบตรงดิ่งออกไปอย่างรวดเร็วหัวใจดวงน้อยนั้นเต้นโครมครามจนแทบจะทะลุออกมานอกอกเสียให้ได้
หญิงสาวไปหยิบผ้าเช็ดตัวที่ห้องของชายหนุ่มไม่นานก็กลับเข้ามาร่างบางก้มหน้างุดแล้วหยุดยืนแค่ตรงประตู
“ได้แล้วค่ะ” เสียงหวานบอกพร้อมทั้งยื่นผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ให้เขา
นาวินขมวดคิ้วแล้วอมยิ้มให้กับความน่ารักขี้อายของเธอแต่ก็พยายามเก็บความรู้สึกไว้
“หือ เอามาให้ใกล้ๆ หน่อยสิ ยืนตรงนั้นแล้วฉันจะหยิบถึงหรือไง”
เมื่อได้ยินคำสั่งที่คล้ายว่าเขากำลังหงุดหงิด เท้าน้อยๆจึงรีบขยับเข้ามาแต่ก็เพียงก้าวเดียวเท่านั้น
“เอามาให้ถึงมือสิ หรือจะให้ฉันลุกขึ้นไปหา” คราวนี้คนตัวใหญ่ทำท่าจะลุกขึ้นจริงๆทำให้คนขี้อายต้องร้องห้ามทันควัน
“มะ ไม่ต้องค่ะ ไม่ต้อง ป่านเอาไปให้เองค่ะ” น้ำเสียงที่ห้ามนั้นติดจะงอนๆเล็กน้อยจนคนฟังต้องยิ้มกว้างอย่างชอบใจ
“ก็มาสิ” นาวินบอกแล้วก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่บนเตียงรอให้หญิงสาวเดินเข้ามาหา
สายป่านค่อยๆ ขยับเท้าก้าวเข้าไปช้าๆแล้วต้องเงยหน้าขึ้นมาเป็ระยะเพื่อมองว่าถึงจุดหมายหรือยังก่อนจะมาหยุดที่ข้างเตียงฝั่งตรงข้ามกับร่างกึ่งเปลือยของชายหนุ่มจากนั้นก็ยื่นผ้าเช็ดตัวในมือให้เขา
นาวินนั่งมองการกระทำของหญิงสาวอย่างขำๆอีกใจก็นึกเอ็นดูในความขี้อายไร้เดียงสาของเธอแต่อีกใจก็นึกหมั่นไส้ที่เธอทำท่าทางเหมือนรังเกียจเขา ‘กับแค่ผู้ชายเปลือยอกทำเป็ไม่กล้ามองทำอย่างกับไม่เคยเห็น ทั้งๆ ที่ตัวเองก็วางตัวสนิทสนมกับพี่ชายของเขาขนาดนั้น’ชายหนุ่มนึกต่อว่าหญิงสาวในใจ
ยิ่งเห็นอาการกล้าๆ กลัวๆ ของเธอแล้วทำให้คนอยากแกล้งยิ่งนึกสนุก
“อุ๊ย!”
เสียงหวานหลุดอุทานด้วยความใที่จู่ๆร่างบางของเธอก็ถูกฉุดลงไปบนเตียงกว้างแล้วเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มทันทีอย่างไม่ทันตั้งตัวก่อนที่ลำแขนใหญ่โตของเขาจะตวัดรัดเอวเล็กๆ ของเธอเอาไว้อย่างแ่า
“ทำไม... รูปร่างของฉันมันไม่น่ามองขนาดนั้นเลยเหรอ”
นาวินกัดฟันถามด้วยความมันเขี้ยวยิ่งใบหน้าหวานของคนในอ้อมกอดแดงขึ้นเรื่อยๆยิ่งทำให้เขาอดใจไม่ไหวอยากจะกดจมูกลงไปฟัดให้สาแก่ใจนัก
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ คุณนาวินปล่อยเถอะค่ะ”
คนตัวเล็กรีบปฏิเสธปากคอสั่นแล้วพยายามขัดขืนดึงตัวเองออกมาแต่ก็ไม่เป็ผลเพราะคนตัวใหญ่ยิ่งกอดรัดเธอแน่นขึ้นไปอีกหญิงสาวรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากแผงอกที่เปลือยเปล่าของเขาซึ่งเต็มแน่นไปด้วยมัดกล้ามทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นรัว
“ไม่ปล่อย จนกว่าเราจะคุยกันรู้เื่” ชายหนุ่มบอกเสียงเข้มก่อนจะก้มลงไปหอมแก้มเนียนของคนในวงแขนฟอดใหญ่อย่างอดใจไม่ไหว
“เอ๊ะ! แต่ป่านไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” คนถูกขโมยหอมหันขวับมามองตาเขียวอย่างเอาเื่ทีเมื่อก่อนเธออยากจะคุยด้วยเขาก็หาว่าเธออ่อยให้ท่า พอมาตอนนี้กลับเป็ฝ่ายอยากคุยกับเธอเสียเอง...เขาเพี้ยนหรือเปล่า
“หยุดดิ้นก่อนสิสายป่าน เธอกำลังจะทำให้ฉันหมดความอดทนนะ”
นาวินกดเสียงต่ำด้วยพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ปรารถนาบางอย่างที่ค่อยๆคืบคลานเข้ามาทีละน้อยยิ่งเธอดีดดิ้นมากเท่าไรเนื้อตัวนุ่มนิ่มนั้นก็ยิ่งถูไถัักับความแข็งแกร่งของเขาอย่างแนบสนิทมากขึ้นด้วย
คำบอกของชายหนุ่มทำให้คนตัวเล็กหยุดดิ้นทันทีแล้วนั่งตัวเกร็งอยู่ในวงแขนของเขาอย่างหวาดระแวง
“คุณมีอะไรก็รีบพูดมาสิคะ”
“เธอหลบหน้าฉันทำไม” นาวินถามพร้อมทั้งยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้แก้มเนียนของเธอ
“ไม่ได้หลบค่ะ” คนตอบเอียงแก้มหนีััของเขาด้วยใจที่สั่นรัว
“หรอ...? นึกว่าโกรธที่ฉันจูบเธอวันนั้นซะอีก”
นาวินยียวนใส่แต่กลับกระแทกใจคนฟังเข้าอย่างจังทำให้ใบหน้าหวานหันขวับมาส่งค้อนให้เขาอย่างนึกฉุน
“ก็โกรธค่ะ ป่านบอกไปแล้วว่าเกลียดคุณ”
เสียงหวานสะบัดน้อยๆอย่างแง่งอน มันดูน่ารักยิ่งนักในสายตาของคนมองแต่คำว่าเกลียดจากปากของเธอนั้นกลับทำให้ชายหนุ่มเกิดความไม่พอใจขึ้นมาเสียดื้อๆ ‘เธอเกลียดฉันจริงๆ น่ะหรือสายป่าน’ เขานึกถามหญิงสาวในใจ
“แล้วถ้าวันนี้ฉันจูบเธออีกล่ะ เธอจะโกรธจะเกลียดและก็ตบหน้าฉันอีกหรือเปล่า”
นาวินยิ้มร้ายไม่รู้อะไรดลใจให้เขาพูดออกไปแบบนั้น ทั้งๆที่รู้ว่าถ้าเขาทำอีกเธอจะต้องโกรธต้องเกลียดเขามากกว่าเดิมแน่ที่สำคัญเธอยังเป็ผู้หญิงต้องห้ามสำหรับเขาอีกด้วย
แต่เพราะหัวใจดวงแกร่งที่เต้นรัวแรงราวกองศึกอยู่ในอกมันร้องบอกว่าโหยหาความหอมหวานที่เขาเคยลิ้มลองมาแล้วครั้งหนึ่งและั้แ่วันนั้นมันก็ยังตราตรึงอยู่ในใจของเขาไม่จางหายมันทำให้เขาแทบจะหมดความอดทนทันทีเมื่อได้ัักับเธออย่างใกล้ชิดแบบนี้
“ยะ อย่านะคะคุณนาวิน”
สายป่านใกับคำบอกของเขาจนปากคอสั่นสองมือน้อยๆ รีบยกขึ้นมาผลักดันอกแกร่งของเขาเอาไว้อย่างสุดกำลังแต่ดูเหมือนเขาจะไม่สะทกสะท้านอะไรเลยกับแรงเท่ามดของเธอ
“ฮึฮึ” นาวินหัวเราะในลำคอก่อนจะก้มลงซุกไซ้จมูกโด่งลงไปที่แก้มเนียนนุ่ม
“ไม่... อื้อ!”
เสียงหวานส่วนที่เหลือถูกกลืนหายลงไปทันทีเมื่อริมฝีปากได้รูปของเขากดทับริมฝีปากของเธอนาวินบดจูบขบเม้มไปตามเรียวปากนุ่มที่เขาโหยหามานาน ก่อนจะค่อยๆแทรกปลายลิ้นอุ่นเข้าไปควานหาความหอมหวานในโพรงปากของหญิงสาวลิ้นหนาเกี่ยวกระหวัดรัดลิ้นเล็กๆ ของเธอเอาไว้อย่างช่ำชองสายป่านที่อยู่ในอาการใในตอนแรกเริ่มโอนอ่อนไปตามแรงชักจูงของเขาเรียวลิ้นนุ่มที่อ่อนประสบการณ์เริ่มตอบโต้หยอกเย้ากับลิ้นของเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆแต่มันกลับปลุกความปรารถนาในกายชายหนุ่มให้ลุกฮือ
นาวินจูบสายป่านอยู่นานจนแน่ใจว่าหญิงสาวไม่คิดต่อต้านเขาแล้วร่างหนาจึงค่อยๆโน้มตัวดันร่างบางให้นอนราบลงไปบนเตียงกว้างก่อนที่เขาจะตามลงมาทาบทับจนแนบสนิทนาวินถอนจูบแล้วจ้องมองดวงตาที่หวานหยาดเยิ้มของสายป่านจนอดใจไม่ไหวต้องก้มลงไปซุกไซ้ขบเม้มเบาๆั้แ่ติ่งหูซอกคอแล้วหยุดที่ริมฝีปากอิ่มสวยอีกครั้ง แต่คราวนี้รสจูบของเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยแรงปรารถนาที่ร้อนรุ่มสลับอ่อนหวานที่ล่อลวงให้หญิงสาวเผลอไผลหลงเตลิดไปกับััของเขาโดยไม่รู้ตัว
ชายหนุ่มลืมสิ้นในความรู้สึกผิดชอบเขารู้แค่เพียงตอนนี้ร่างกายของเขา้าเธอเท่านั้นมือหนาที่อ่อนนุ่มเพราะไม่เคยผ่านงานหนักเฝ้าลูบไล้บีบนวดผิวเนื้อเนียนละเอียดตามส่วนต่างๆอย่างหลงใหลจนร่างบางสั่นสะท้านด้วยความเสียวซ่านที่แปลกใหม่และไม่เคยได้รับจากใครมาก่อน
“อือ...”
เสียงหวานครางเล็ดลอดออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อเขาสอดมือเข้าไปในเสื้อยืดตัวเล็กแล้วลูบไล้แ่เบาที่แผ่นหลังเนียนลื่นมือของเธอก่อนจะขยับเลื่อนมาด้านหน้าแล้วกอบกุมทรวงอกอวบอิ่มที่ยังเบียดกันแน่นอยู่ในบราเซียร์ตัวสวย
“อา...”
นาวินครางต่ำด้วยความพอใจกับทรวงอกที่ขนาดเหมาะมือและนุ่มหยุ่นอย่างที่ไม่เคยได้ััจากผู้หญิงคนไหนมาก่อนมือหนาฟอนเฟ้นบีบนวดอย่างชำนาญจนร่างบางเผลอแอ่นหยัดให้เขาอย่างลืมตัว
ก่อนที่ฝ่ามือร้อนจะลากไล้ลงมาที่เรียวขาเนียนอ่อนนุ่มแล้วบีบนวดขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงขอบกางเกงขาสั้นที่เธอสวมใส่อยู่นิ้วแกร่งที่กำลังขยับขยุกขยิกตรงกระดุมทำให้เ้าของร่างบางหวนคืนสติอย่างฉับพลัน...อะไรกันทำให้เธอเผลอไผลไปกับเขาได้ถึงเพียงนี้
“ยะ อย่านะ” สายป่านยังควบคุมน้ำเสียงให้เป็ปกติไม่ได้ทำให้เสียงที่เปล่งออกมานั้นสั่นกระเส่าตามจังหวะการเต้นของหัวใจ
เสียงห้ามพร้อมแรงดีดดิ้นน้อยๆนั้นทำให้นาวินชะงักและเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวใต้ร่างอย่างสับสน ก่อนจะค่อยๆ ผละมือออกจากร่างบางของเธอช้าๆความรู้สึกผิดชอบเริ่มพรั่งพรูเข้ามาในห้วงความคิดปานสายน้ำ พร้อมๆกับหยาดน้ำตาของหญิงสาวที่เริ่มไหลรินอาบสองแก้มนวลเป็ทางยาว
สายป่านรีบลุกขึ้นนั่งทันทีเมื่อเขาขยับออกไปจากตัวของเธอแล้วจากนั้นก็ก้าวลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว เธอทั้งอายทั้งสับสนทั้งเสียใจปะปนกันไปหมด...แต่ที่แน่ๆ ครั้งนี้เขาไม่ใช่คนผิดแค่ฝ่ายเดียวเพราะเธอเองก็ยินยอมพร้อมใจไปกับเขาด้วย
“เดี๋ยวสายป่าน... ฉัน... เอ่อ” นาวินตะกุกตะกักด้วยอาการสับสนแล้วคว้าข้อมือเล็กของหญิงสาวเอาไว้ได้ทัน
“คราวนี้คุณจะคิดว่าป่านให้ท่าหรือว่าอ่อยคุณอีกล่ะคะ”
คนตัวเล็กที่ตอนนี้กำลังยืนหันหลังให้เขาพูดประชดประชันออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือและนั่นทำให้หัวใจดวงแกร่งปวดหนึบจนแทบทนไม่ไหว เขาทำให้เธอร้องไห้อีกแล้ว
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ คือฉันอยากจะขอโทษเธอ”
นาวินบอกอย่างคนสำนึกผิดแล้วพยายามดึงรั้งให้ร่างบางหันหน้ามามองเขาแต่เธอก็ขืนตัวเอาไว้
“ช่างมันเถอะค่ะ ยังไงคุณก็ไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้นอยู่แล้ว”
หญิงสาวกระแทกเสียงพูดกับเขาด้วยความรู้สึกเสียใจก่อนจะสะบัดมืออย่างแรงเพื่อให้หลุดจากการเกาะกุมของเขาแล้วก็วิ่งตรงดิ่งไปที่ประตูห้องทันที
“ดะ เดี๋ยว...”
นาวินร้องเรียกเอาไว้อีกครั้งแต่คราวนี้หญิงสาวไม่ได้หันมาสนใจเขาอีกเลยดวงตาคมเข้มจ้องมองหญิงสาวในดวงใจที่กำลังก้าวเท้าออกไปจากห้องอย่างไร้เยื่อใย
‘ครั้งนี้เธอคงจะโกรธเกลียดเขามากขึ้นไปอีก...ทำไมเขาถึงห้ามใจตัวเองไม่ได้สักทีนะรู้ทั้งรู้ว่าเธอไม่ใช่ของเขาแต่พอได้ใกล้เธอทีไรเขาต้องเผลอไผลไปกับเธอทุกที’ชายหนุ่มนึกต่อว่าตัวเองด้วยหัวใจที่ปวดร้าวก่อนจะลุกขึ้นแล้วหยิบผ้าเช็ดตัวที่ตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมาพันรอบเอวไว้หลวมๆจากนั้นก็เดินออกไปจากห้องเพื่อไปอาบน้ำที่ห้องของตัวเอง
สายป่านลงมาข้างล่างแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องครัวเพื่อจะเดินลัดออกไปที่เรือนเล็กหลังบ้านแต่สิ่งที่ตั้งใจก็ไม่ได้เป็ดังหวังเพราะผู้เป็ยายเรียกเอาไว้เสียก่อน
“ยัยป่าน ทำความสะอาดข้างบนเสร็จแล้วหรือลูก” นมอิ่มที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดจานกับข้าวคาวหวานให้เ้านายคนโปรดร้องทักขึ้นเมื่อเห็นหลานสาวเดินผ่านเข้ามา
“จ้ะยาย” สายป่านขานรับแล้วรีบเช็ดหน้าเช็ดตาให้ดูเป็ปกติที่สุดจากนั้นก็เดินเลี่ยงไปหยิบจับเก็บของใช้ในครัวให้เข้าที่
“อ้าว แล้วไม่เห็นถือไม้กวาดลงมาด้วยล่ะ” ผู้าุโขมวดคิ้วถามอย่างนึกสงสัยทำให้หลานสาวถึงกับอ้ำอึ้งไปนานกว่าจะหาข้อแก้ตัวได้
“อะ เอ่อ ป่านรีบลงมาเข้าห้องน้ำก็เลยลืม...เดี๋ยวป่านจะขึ้นไปเก็บลงมาอีกทีจ้ะยาย” สายป่านบอกด้วยรอยยิ้มเจื่อนๆ
“อืม... แล้วนั่นทำไมตาแดงๆ ล่ะลูก ไหนมาใกล้ๆ ให้ยายดูสิ” มือเหี่ยวย่นของผู้เป็ยายกวักเรียกหลานสาวให้เข้าไปหาด้วยความห่วงใย
“ไม่เป็ไรหรอกจ้ะยาย เมื่อกี้เศษผงมันปลิวเข้าตาตอนที่เก็บกวาดน่ะจ้ะ”คนเป็หลานโป้ปดแก้ตัวอีกครั้งเพื่อให้ยายสบายใจแล้วหันไปหยิบนั่นหยิบนี่ไปเรื่อยๆ
“งั้นก็อย่าลืมล้างให้สะอาดนะลูก... แล้วนี่คุณวินเขาตื่นหรือยังล่ะจะได้ตั้งโต๊ะรอ” นมอิ่มย้ำหลานสาวด้วยความเป็ห่วงก่อนจะถามถึงชายหนุ่มผู้เป็นายน้อยของบ้านที่นางแสนคิดถึงและดีใจที่เขามานอนค้างที่นี่เมื่อคืนนี้
ร่างบางชะงักนิดนึงแล้วตอบออกไปเรียบๆ “ตื่นแล้วจ้ะคงกำลังอาบน้ำอยู่” หวังว่าเขาคงจะไม่นอนต่อหรอกนะ
“ดีเลย งั้นป่านมาช่วยยายตั้งโต๊ะก่อนก็แล้วกันตอนขึ้นไปเก็บไม้กวาดจะได้เชิญคุณวินลงมาด้วย...วันนี้แม่สามลำเขาไปเดินตลาดนัดกันหมด” ผู้าุโบอกด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุขแล้วพูดถึงสาวใช้สามแม่ลูกที่พากันออกไปเดินตลาดนัดที่หน้าหมู่บ้านซึ่งจะมีเฉพาะวันเสาร์เท่านั้น
“จ้ะยาย”
หญิงสาวรับคำอย่างหนักใจเธอยังไม่อยากเจอหน้าเขาตอนนี้แต่ในเมื่อหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องจำยอมฝืนใจทำไปร่างบางเดินเข้ามาหยิบจานกับข้าวแล้วค่อยๆทยอยถือเข้าไปตั้งที่โต๊ะอาหารและจัดวางให้เป็ระเบียบตามคำสั่งของผู้เป็ยายเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธอก็เดินขึ้นไปชั้นบนอีกครั้ง
สายป่านขึ้นมาหยุดยืนตรงหน้าห้องของชายหนุ่มที่เขาเพิ่งทำให้เธอเสียน้ำตาไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน
ที่สำคัญความรู้สึกวาบหวามที่เขาก่อขึ้นมานั้นมันยังไม่จางหายไปจากหัวใจของเธอเลยทำให้ใบหน้าหวานแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้จริงๆ หญิงสาวยืนนิ่งตัดสินใจอยู่นานกว่าจะยกมือขึ้นเคาะประตูเบาๆสองสามครั้ง
รอเพียงไม่นานประตูบานใหญ่ก็เปิดออกด้วยมือหนาของชายหนุ่มเ้าของห้องที่ตอนนี้ร่างสูงอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนและกางเกงขาสั้นสบายๆในแบบที่เขาชอบ ดูเหมือนคนที่บ้านนี้จะจัดเตรียมเสื้อผ้าไว้ให้เขาอย่างเรียบร้อยคงเป็คำบอกกล่าวของทนายสมภพด้วยนั่นแหละ คนที่นี่ถึงได้จัดหาเสื้อผ้าให้เขาได้ถูกใจและตรงตามความ้าเพราะฝ่ายนั้นดูแลเขามาตลอดั้แ่เขาออกจากบ้านนี้ไป
นาวินอมยิ้มน้อยๆเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็หญิงสาวที่เขากำลังอยากเจออยู่พอดี
“ว่าไง” เสียงเข้มเอ่ยถามเรียบๆดวงตาคมฉายแววกรุ้มกริ่มเล็กน้อยยามจ้องมองใบหน้าหวานของเธอ
“ยายให้มาเชิญลงไปทานข้าวค่ะ” หญิงสาวก้มหน้าบอกกับเขาแล้วทำท่าจะเดินหนีไปเมื่อเสร็จธุระของเธอแล้ว
ท่าทางเ็าห่างเหินของหญิงสาวทำให้นาวินนึกไม่พอใจขึ้นมาตงิดๆจากที่คิดจะคุยด้วยดีๆ จึงกลายเป็อยากต่อว่าเธอเสียมากกว่า
“เดี๋ยว... ทำไมเธอชอบเดินหนีฉันนัก สายป่าน”
“ก็ป่านไม่มีอะไรจะพูดกับคุณแล้วนี่คะ” คนตัวเล็กหันมาตวัดเสียงอย่างแง่งอนเขาจะเอาอะไรกับเธอนักหนานะ
สองหนุ่มสาวจ้องตาแข็งๆ ใส่กันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ชายหนุ่มจะเป็ฝ่ายเบนสายตาหนีออกไปด้วยนึกละอายใจในการกระทำของตัวเองที่ล่วงเกินเธอไปเมื่อเช้านี้...ไม่ว่าอย่างไรเขาก็เป็คนผิดอยู่ดีที่ไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจตัวเองให้ได้
“พี่นุกลับมาหรือยัง” นาวินเอ่ยถามถึงพี่ชายขึ้นมาดื้อๆซึ่งเขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้กลับมาบ้านเมื่อคืนนี้อันที่จริงเื่ของภานุเขาก็ไม่ได้สนใจเท่าไรนักหรอกแค่อยากหาเื่มาพูดคุยกับเธอมากกว่า
“ยังค่ะ” หญิงสาวตอบสั้นๆด้วยเสียงที่บึ้งตึงเล็กน้อย
“หือ? แปลก... แล้วเขาไปค้างที่ไหนเธอรู้หรือเปล่า” ชายหนุ่มยังคงถามต่อแม้จะรู้ว่าคนตอบไม่ค่อยเต็มใจนัก
“ที่คอนโดค่ะ”
“รู้ดีจริงนะ” นาวินกระแนะกระแหนอย่างนึกหมั่นไส้นิดๆที่หญิงสาวทำเหมือนรู้เื่ของภานุเป็อย่างดี
“คุณนาวิน!” คนตัวเล็กแหวใส่ตาขวาง...เขาถามเธอก็ตอบในสิ่งที่รู้ แล้วเขาจะมาเหน็บแนมเธอทำไม คนบ้า
“อ่อ ลืมไป เธอเป็แฟนพี่นุนี่นะก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าเขาจะไปอยู่ที่ไหนบ้าง” ชายหนุ่มยิ้มเยาะเหมือนพูดบอกกับตัวเองแต่ก็ทำให้คนฟังอารมณ์เดือดขึ้นมาไม่น้อย
“ทุกคนในบ้านนี้ก็รู้ทั้งนั้นแหละค่ะเพราะพี่นุเคยบอกไว้ถ้าสี่ทุ่มแล้วไม่กลับมาแสดงว่าจะค้างที่คอนโดและมันก็ไม่ใช่เื่แปลกสำหรับคนที่นี่ด้วย” สายป่านชี้แจงให้เขาฟังยืดยาวแม้จะรู้สึกไม่ชอบใจที่เขาบอกว่าเธอเป็แฟนพี่นุแต่ในเมื่อเขาเข้าใจแบบนั้นมาตลอดก็ปล่อยเขาไปจากนั้นร่างบางก็หันหลังแล้วทำท่าจะเดินหนีไปอีก
“เดี๋ยวสิ ฉันยังพูดไม่จบ” คนตัวใหญ่รีบบอกพร้อมทั้งคว้าเรียวแขนเล็กๆเอาไว้ได้ทัน
“ก็รีบพูดมาสิคะ” สายป่านหันมามองเขาแล้วงอแขนฝืนแรงฉุดดึงของเขาอย่างสุดกำลัง
“เธอไม่กลัวพี่นุจะแอบนอกใจบ้างเหรอ ปล่อยให้เขาไปนอนค้างที่อื่นแบบนี้น่ะ”ชายหนุ่มยังคงยียวนอย่างนึกสนุก ยิ่งเห็นเธออวดดีต่อต้านเขาเขาก็ยิ่งอยากแกล้งเพื่อเอาชนะ
“อย่าคิดว่าคนอื่นจะมีนิสัยเหมือนตัวเองสิคะคุณนาวิน” คนตัวเล็กย้อนใส่อย่างเหลืออด...ไม่เข้าใจว่าเขาจะพูดเื่แบบนี้ขึ้นมาเพื่ออะไรกัน
“ทำไม ฉันมีนิสัยยังไง” นาวินกัดฟันข่มเสียงต่ำแล้วดึงหญิงสาวเข้ามาใกล้เพื่อข่มขู่ให้เธอกลัวแต่เปล่าเลย... นาทีนี้เธอก็โกรธเขาจนหน้ามืดแล้วเหมือนกัน
“ก็คุณมันมักมาก เ้าชู้ ไม่รู้จักพอ ทั้งๆที่ตัวเองมีแฟนอยู่แล้วก็ยังจะทำรุ่มร่ามกับคนอื่นอีก” หญิงสาวพรั่งพรูต่อว่าชายหนุ่มออกมาอย่างสุดกลั้นและรู้สึกอับอายไปพร้อมๆกัน... มันเป็สิ่งที่เธอนึกเจ็บใจและอัดอั้นมานานในเมื่อเขาเองก็มีผู้หญิงมาเปิดตัวว่าเป็เ้าข้าวเ้าของกันขนาดนั้น เขายังจะมาล่วงเกินเธออีก
นาวินถึงกับคิดอะไรไม่ออกเมื่อเจอคำพูดของหญิงสาวที่เขาไม่เคยคิดว่าเธอจะกล้าต่อว่าเขาได้ขนาดนี้มือหนาที่ฉุดดึงเธอไว้ค่อยๆ ผ่อนแรงและร่วงหล่นจากเรียวแขนของเธอด้วยอาการอึ้งๆ
“สายป่าน… นี่เธอกล้าว่าฉันเหรอ” เสียงเข้มตะคอกถามเมื่อรู้สึกว่าหญิงสาวถอยห่างออกไปแล้ว
“กล้าค่ะ” คนตัวเล็กแลบลิ้นยิงตาให้เขาเป็การยียวนแล้วรีบสาวเท้าวิ่งลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว
“เดี๋ยว หยุดเดี๋ยวนี้นะยัยตัวเล็ก” ชายหนุ่มร้องเรียกและทำท่าฮึดฮัดจะวิ่งตามแต่ก็ต้องหยุดหัวเราะชอบใจให้กับท่าทางที่ดูน่ารักน่าหยิกของเธอ
“หน๊อย... อย่าให้จับได้เชียว จะฟัดซะให้เข็ด” นาวินส่ายหน้าแล้วพึมพำหมายมั่นกับตัวเองอย่างนึกมันเขี้ยวคนตัวเล็กที่วิ่งหนีเขาลงไปข้างล่างแล้วก่อนที่รอยยิ้มแห่งความสุขนั้นจะค่อยๆ จางหายไปเมื่อรู้ตัวว่าเขาไม่ควรทำแบบนั้นกับเธอและมันก็ไม่สมควรแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ...ทำไมหัวใจถึงได้รู้สึกเ็ปแบบนี้นะ
เวลาล่วงเลยไปจนเที่ยงวันผู้บริหารสูงสุดแห่งสายการบินใหญ่ยังคงนอนหลับอยู่ภายในห้องชุดสุดหรูของตัวเองที่เขาใช้เงินก้อนโตซื้อไว้และปรับปรุงตกแต่งที่นี่ให้เหมาะสำหรับการพักผ่อนโดยเฉพาะ
แสงแดดที่เล็ดลอดเข้ามาทางช่องหน้าต่างทำให้ภานุปรือตาขึ้นมาช้าๆแล้วหันไปมองนาฬิกาที่ฝาผนัง ‘เที่ยงแล้วเหรอเนี่ย’ ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเองเหมือนไม่อยากเชื่อว่าเขาจะตื่นสายได้ขนาดนี้ก่อนที่ร่างสูงจะลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินตรงเข้าห้องน้ำไป
ร่างสูงยืนมองกระจกอย่างพินิจพิจารณา ใบหน้าที่ขาวจัดของเขามีรอยแดงปื้นเป็ทางยาวตามสันแก้มซึ่งเขาจำได้ดีว่าเป็ฝ่ามือตบของหญิงสาวที่ทำให้เขานอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
“ยัยแก้วตา... หน็อย ตัวเล็กแค่เนี้ยมือหนักชะมัด”
ชายหนุ่มจำได้ว่าเมื่อคืนเขามีปากเสียงกับเธอจนกระทั่งเขาเผลอดึงเธอเข้ามาจูบจึงได้รอยฝ่ามือนี้เป็รางวัลตอนนั้นเขาทั้งสับสนและไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงต้องหงุดหงิดขนาดนั้นเมื่อรู้ว่าเธอเป็เด็กของเสี่ยเ้าของผับหลังจากนั้นเขาก็หาหิ้วผู้หญิงหน้าตาดีคนหนึ่งไปขึ้นเตียงกับเขาที่โรงแรมหรูอย่างเคยแต่แปลกที่ครั้งนี้เขากลับไม่มีความสุขเหมือนที่ผ่านๆ มา ไม่ว่าหญิงสาวคนนั้นจะปรนเปรอสนองให้เขามากมายขนาดไหนแต่เขากลับไม่เต็มอิ่มและไม่พอใจกับมันเลยสักนิดหลังเสร็จกิจเขาก็ให้เงินจำนวนหนึ่งกับเธอแล้วแยกย้ายพาตัวเองกลับมาที่คอนโดส่วนตัว...เขารู้สึกเหนื่อยอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนแต่กลับนอนไม่หลับ
ภายในหัวมีแต่เื่ของแก้วตาฉายซ้ำวนเวียนจนเขาไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้โดยเฉพาะรสจูบที่ดูตื่นตระหนกเหมือนคนไม่เคยนั้นทำให้เขาติดใจและตราตรึงอยู่ในความรู้สึกจนถึงนาทีนี้
“อย่าบอกนะว่าฉันหลงใหลในรสจูบที่ไม่ประสีประสาของเธอ... แก้วตา”
ภานุพูดกับตัวเองในกระจกขณะยกนิ้วเรียวขึ้นมาลูบไล้ริมฝีปากอย่างคนคิดหนักและกำลังสับสนในตัวเอง
ก่อนที่ดวงตาคมเข้มจะฉายแววกระด้างขึ้นมาทันทีเมื่อคิดได้ว่าหญิงสาวมีอาชีพเสริมเป็เด็กลับๆของเสียเ้าของผับแม้จะได้ฟังไม่ชัดเจนนักจากปากของเจนนี่สาวสวยหัวหน้าคนงานในนั้น แต่คำว่าคนสำคัญประกอบกับพฤติกรรมที่มีพิรุธรวมถึงคำพูดที่ดูคลุมเครือของเธอมันทำให้เขาคิดเป็อื่นไปไม่ได้นอกจากเธอจะเป็เมียน้อยหรือเด็กที่เสี่ยเ้าของผับเลี้ยงดูไว้จริงๆ...จู่ๆ หัวใจดวงแกร่งก็รู้สึกปวดหนึบขึ้นมาอย่างประหลาดมันเหมือนกับว่าเขากำลังจะสูญเสียของมีค่าบางอย่างไป...แต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่
เมื่ออาบน้ำและทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้วร่างสูงก็เดินออกมาจากห้องน้ำแล้วหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาตัวยาวตรงมุมห้องในหัวนั้นมีแต่ความคิดสับสนวกวนจนหาทางออกไม่เจอเขาต้องรู้ความจริงในเื่นี้ให้ได้ เพราะหากเป็อย่างนั้นจริงเขาจะต้องกีดกันไม่ให้สายป่านว่าที่คู่หมั้นของเขาใกล้ชิดสนิทสนมกับแก้วตาอีกเขาไม่อยากให้อีกฝ่ายชักจูงคนของเขาไปในทางที่ไม่ดีและเสื่อมเสีย
“ใช่แล้ว...ที่เขาไม่สบายใจและเป็กังวลอยู่ตอนนี้ก็เพราะเป็ห่วงคนรักของเขาไม่ใช่เพราะมีใจหลงใหลเธอหรอกนะ ยัยแก้วแตก”
ภานุให้ความมั่นใจกับตัวเองก่อนจะล้มตัวลงนอนราบไปบนโซฟาที่เขานั่งอยู่ คืนนี้เขาต้องไปหาความจริงให้ได้เพราะคืนนี้เป็วันเสาร์หญิงสาวคงต้องไปที่ผับอีกแน่ๆ
ทางด้านหญิงสาวเ้าของฝ่ามือตบที่ทำให้ผู้บริหารหนุ่มถึงกับนอนไม่หลับซึ่งเธอเองก็มีอาการไม่ต่างจากเขาเลยแม้แต่น้อย
เพราะนอกจากจะนอนไม่หลับทั้งคืนแล้วหัวใจดวงน้อยของเธอยังเต้นโครมครามทุกครั้งยามที่คิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนนี้
“ฮึย!... อีตาท่านประธานบ้า มาปล้นจูบแรกของฉันไปได้ยังไงห๊า บ้าๆๆ”
แก้วตากระฟัดกระเฟียดตีอกชกลมอยู่คนเดียวภายในห้องพักของตัวเองปากก็ต่อว่าชายหนุ่มแต่ใบหน้าขาวจิ้มลิ้มกลับขึ้นสีระเรื่อขึ้นมาเรื่อยๆจนรู้สึกร้อนผ่าว
“แค่ตบนี่ยังน้อยไป คอยดูเหอะอีตาท่านประธานบ้ากาม...เจออีกทีจะอัดให้น่วมเลย”
หญิงสาวออกปากคาดโทษถึงผู้บริหารหนุ่มก่อนที่เสียงโทรศัพท์เครื่องจิ๋วที่วางอยู่ใกล้ๆ ตัวจะดังขึ้น
‘สวัสดีค่ะอานพ’ เสียงหวานกรอกลงไปเรียบๆแต่ในใจก็คิดระแวงไปด้วยเพราะทุกครั้งที่อีกฝ่ายโทรมาจะต้องขอให้เธอไปช่วยงานที่ร้านทุกที...ครั้งนี้ก็เช่นกัน
[คืนนี้มาช่วยอาที่ร้านอีกคืนนะหลานสาวคนสวย]
นั่นปะไร... ว่าแล้วเชียว
‘ฮื้อ... ไม่เอาง่ะ เหนื่อย ง่วงด้วย’ แก้วตาส่ายหัวปฏิเสธเหมือนกับว่าผู้เป็อายืนอยู่ตรงหน้า
[แหม่ จะทำใจร้ายกับอาได้ลงคอเหรอ นะๆ ช่วยอาอีกคืนเดียวเองพรุ่งนี้ก็หยุดไม่ใช่เหรอ]
‘วันหยุดทั้งทีแก้วก็อยากพักผ่อนนะคะไม่ใช่กลางค่ำกลางคืนให้ออกไปล่อตะเข้แบบนั้นน่ะ’ เสียงหวานเริ่มแสดงอาการไม่พอใจและงอแงเล็กน้อย
[นะๆ รับรองเลยคืนนี้จะให้เจนนี่คอยจัดการแขกที่งี่เง่าให้] คนเป็อาพยายามหว่านล้อม
‘หุย เชื่อได้ตายละ เดี๋ยวก็หาตัวไม่เจออีก’ หลานสาวย้อนให้อย่างรู้ทัน
[อะๆ คืนนี้ให้ค่าแรงสองเท่าเลยเอ้า] เ้าของผับชื่อดังบอกอย่างใจป้ำทำให้คนฟังถึงกับตาโตเป็ไข่ห่านด้วยอาการตื่นเต้นดีใจ
‘สองเท่า!’
[ใช่ สองเท่า]
แค่ได้ยินคำยืนยันเท่านั้นแหละ เสียงบึ้งตึงงอแงก็เปลี่ยนเป็อ่อนลงทันที
‘งั้นก็น่าคิดหน่อย’
[ไม่ต้องคิดแล้ว ตกลงตามนี้ก็แล้วกัน เดี๋ยวค่ำๆ อาจะไปรับ] ว่าจบก็รีบตัดสายไปอย่างรวดเร็วเพราะกลัวหลานสาวจะเปลี่ยนใจ
‘อ้าว... เอ้ย... เดี๋ยวสิคะ’ แก้วตาอึกอักอ้าปากค้างด้วยอาการมึนงงน้อยๆนี่เธอตอบตกลงไปตอนไหนกันเนี่ย
เฮ้อ... วันนี้คงไม่ซวยเหมือนเมื่อคืนอีกนะแต่คงไม่มีใครบ้ากามเท่าอีตาท่านประธานนั่นอีกแล้วหละ หวังว่าคืนนี้คงไม่ย้อนกลับมาเที่ยวที่นี่อีกหรอกนะ...ปากที่เอ่ยท้าทายเขาไปเมื่อสักครู่เริ่มสร้างความหวาดหวั่นให้เธอไม่น้อยแล้ว
หญิงสาวคิดกังวลอยู่ในใจพลางยกนิ้วเรียวขึ้นลูบไล้ปัดป่ายไปทั่วริมฝีปากนุ่มเพื่อหวังจะลบเลือนรสััของเขาที่ไม่ว่าจะล้างน้ำหรือบ้วนปากอีกกี่ครั้งมันก็ยังตราตรึงไม่จางหายไปสักที
.........................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ธัญวลัย ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
ขอบคุณค่ะ
^_^