นายหัวครรชิต เป็ชายหนุ่มอายุอานาม 39 ปี เป็ผู้ชายที่ดูลึกลับน่าเกรงขาม น่ากลัว ชายหนุ่มเป็พวกชอบหลบซ้อนตัวเองไม่อยากออกมาเผชิญกับโลกภายนอก แต่ถ้าจำเป็ต้องออกชายหนุ่มก็จะออกมาอย่างสง่าผ่าเผย จึงทำให้ไม่มีใครได้รับรู้รับทราบ ถึงความเป็มาและความเป็อยู่ของชายหนุ่มได้เลย
“สร ไปย้ำเตือน นายเอกวิน สิว่าจะต้องชดใช้หนี้สินคืนให้ฉันแล้ว และหากยังไม่มีอะไรมาชดใช้ ก็ให้ยึดบ้านและที่ดินมันมาได้เลย” นายหัวครรชิต สั่งการกับลูกน้องคนสนิทให้ไปทำตามที่สั่ง
“ครับนายหัว เดี๋ยวผมไปจัดการตามที่สั่งครับ” สรชัย ซึ่งเป็ลูกน้องคนสนิทของนายหัวครรชิต ไปทำตามที่เ้านายสั่งทันที
“นายหัวบอกว่าหากลุงยังไม่มีเงินมาจ่ายหนี้ ก็ให้ยึดบ้านและที่ดินมาจ่ายแทน” สรชัย บอกกับ เอกวิน ซึ่งเป็ลูกหนี้ของ นายหัวครรชิต
“ไม่ได้นะ! หากยึดไปแล้วข้าจะอยู่ที่ไหน จะทำอะไรกินล่ะ ขอผลัดไปก่อนได้ไหม ตอนนี้ยังไม่มีเงินจริงๆ ขอร้องล่ะ พ่อคุณเอ่ย!..” เอกวิน กล่าวขอร้องอ้อนวอน ด้วยสีหน้าที่กลัดกลุ้มเป็อย่างยิ่ง
“ไม่ได้! หากไม่มีเงินยังไงก็ต้องยึดมาใช้หนี้ ตามคำสั่งของนายหัว ผ่อนผันไม่ได้เด็ดขาด” สรชัย กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
และในขณะเดียวกัน วิรดา ก็ได้เดินทางมาถึงที่บ้านพอดีและทันได้ยินบิดาและ สรชัย ถกเถียงกันเื่หนี้สินเข้าพอดี
“อะไรกันเหรอจ้ะพ่อ มีอะไรเหรอ?” หญิงสาวถามบิดาบังเกิดกล้า
“อ้าวดา เอ็งกลับมาทำไมไม่บอกพ่อ พ่อจะได้ไปรับ” เอกวิน เอ่ยถามลูกสาวสุดที่รัก ที่ได้ไปร่ำเรียนอยู่ที่กรุงเทพ และตอนนี้ก็ได้เรียนจบแล้ว และก็ว่าจะกลับมาหางานทำที่บ้านเกิดเมืองนอน
“มีอะไรหรือพ่อ เขามาทำอะไรที่บ้านเรา?” วิรดา เอ่ยถามบิดาผู้ให้กำเนิด
“ไม่มีอะไรหรอกนะ” เอกวิน เอ่ยปฏิเสธลูกสาวสุดที่รักเร็วไว
“ไม่มีอะไรได้ไง ดาเห็นเขากำลังทวงหนี้กับพ่ออยู่นี่/ ว่าไงล่ะ? มีอะไรก็พูดมาเลย ฉันเป็ลูกสาวเขา” หญิงสาวหันไปกล่าวกับ สรชัย
“ก็พ่อเธอเป็หนี้นายหัวครรชิตอยู่ แล้วก็ไม่ยอมจ่ายหนี้ เราก็เลยจะต้องยึดบ้านและที่ดินเพื่อใช้หนี้ไงล่ะ” สรชัย หันไปกล่าวกับหญิงสาวผู้มาใหม่
“หา!.. เป็หนี้เหรอ เท่าไร?” หญิงสาวถามต่อด้วยน้ำเสียงที่ใ
“หนึ่งล้านบาทไม่รวมดอกเบี้ย” สรชัย กล่าวตอบหญิงสาว ด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“หนึ่งล้านบาท พ่อเอาเงินมากมายนี้ไปทำอะไร?” วิรดา ต้องใกับจำนวนหนี้นั้นอีกรอบ หันไปถามบิดาบังเกิดเกล้าของตนทันที
“ก็.. แค่เอาไปเสี่ยงดวงเท่านั้นเอง ก็ข้าคิดว่ามันจะได้นี่น่า แต่มันดันเสียหมด” เอกวิน กล่าวกับลูกสาว โดยไม่มองหน้าสวยหวานซึ้งนั้นแม้แต่นิดเดียว
“พ่อ.. พ่อทำยังงี้ได้ยังไง รู้ไหมว่าเล่นการพนันมีแต่เสียกับเสียน่ะ” หญิงสาวกล่าวกับบิดาบังเกิดเกล้าด้วยความโมโหเป็ที่สุด
“รู้!.. แล้วจะทำยังไงได้วะ ก็เล่นไปแล้วและมันเสียหมดแล้ว พ่อขอโทษจริงๆ มันห้ามใจไม่อยู่จริงๆ ดาเอ่ย!” เอกวิน กล่าวกับลูกสาวอย่างสำนึกผิด
“แล้วจะทำยังไงเนี้ย! เขาจะมาเอาบ้านที่ดินเราแล้ว แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะทีนี้!” หญิงสาวพูดออกมาแล้วยกมือเรียวเล็กขึ้นกุมขมับอย่างคิดไม่ตกเลยทีเดียว
“ข้าก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน ไม่มีเงินจะไปใช้หนี้นายหัวเลยจริงๆ” เอกวิน ถอนหายใจออกมาแรงๆ อย่างจนปัญญา
“งั้น! เดี๋ยวดา จะไปเจรจาขอผ่อนผันเขาไปก่อน เขาคงไม่ใจจืดใจดำกับคนสิ้นไร้ไม้ตอกอย่างเราหรอกมั้ง” วิรดา กล่าวขึ้นพลางปลอบใจตัวเองไปพลาง
“ฉันขอไปคุยเ้านายของพี่ จะได้ไหมคะ?” หญิงสาวหันไปกล่าวกับ สรชัย
“อยากคุยก็ได้ งั้นเพื่อไม่ให้เสียเวลา เราไปกันเลยก็แล้วกัน จะได้รู้กันไปเลยว่าจะต้องทำยังไงกันต่อไป” สรชัย กล่าวกับ วิรดา พร้อมกับเดินนำไปขึ้นรถกระบะ และรถก็เคลื่อนออกไป มุ่งหน้าไปยังบ้านของชายหนุ่มที่ชื่อ นายหัวครรชิต ทันที
๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔๔
ฝากเื่นี้ด้วยนะค่ะ เื่นี้ก็จะดราม่าหน่อยๆ อ่ะค่ะ..... :)