บทที่ 32 ใคร ๆ ก็กลัวศิษย์น้องหญิงเล็ก
ไม่ว่าใครที่เคยใช้โทรศัพท์มือถือมาก่อน ก็คงไม่แปลกใจที่นางใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว แต่เยี่ยหลิงหลงไม่ได้พูดอะไร นางยังคงเพลิดเพลินกับสายตาที่เหล่าศิษย์พี่มองมาที่นาง
หลังจากที่ศิษย์พี่ทั้งสามอึ้งงันไปครู่ใหญ่ ก็ค่อย ๆ ยอมรับความจริงนี้ได้
"พวกข้าไม่มีตำราลับที่้าหาอย่างชัดเจน ยิ่งไปกว่านั้น นอกจากตำราพื้นฐานและตำราทั่วไปแล้ว ตำราลับของแต่ละสำนักล้วนเป็เอกลักษณ์เฉพาะตัว เราไม่รู้ว่าสำนักชิงเสวียนมีตำราลับอะไร ดังนั้นจึงไม่รู้จะค้นหาจากที่ใด"
เผยลั่วไป๋พูดจบ หนิงิเฉิงและจี้จื่อจั๋วก็พยักหน้า พวกเขาไม่เคยได้รับคำสอนสั่งใด ๆ จากอาจารย์ และไม่รู้ว่าสำนักชิงเสวียนมีตำราวิชาที่เก่งกาจอะไรบ้าง จึงไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหน
"ไม่เป็ไร หาแบบนี้ก็ได้"
เยี่ยหลิงหลงพูดจบก็รีบกดจานกลมอีกครั้ง ในไม่ช้าแสงสีทองก็สว่างวาบ ตรงกลางจานปรากฏหนังสือเล่มหนึ่ง นางหยิบมันส่งให้เผยลั่วไป๋
"ศิษย์พี่ใหญ่ ลองดูเล่มนี้สิว่าเป็อย่างไร"
เผยลั่วไป๋รับหนังสือจากมือเยี่ยหลิงหลง เมื่อเห็นชื่อ ดวงตาของเขาก็เป็ประกาย แทบอดใจเปิดดูเนื้อหาด้านในไม่ไหว
ยิ่งอ่านยิ่งเพลิน ใบหน้าเ็าของเขาฉายรอยยิ้มอบอุ่นราวแสงตะวัน สุดท้ายเขาก็เงยหน้ามองเยี่ยหลิงหลง
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก เ้าหาตำราเล่มนี้ได้อย่างไร เหมาะกับข้ามาก! นี่เป็วิชาขั้นเจ็ดเลยนะ!"
ในโลกแห่งการฝึกตนระดับล่าง สิ่งที่พบเห็นมากที่สุดคือวิชาขั้นหนึ่งและขั้นสอง โดยทั่วไปวิชาขั้นสามขั้นสี่ก็ถือเป็วิชาลับเฉพาะตัวของสำนักทั่วไปแล้ว ถือว่าสำคัญมาก
สำนักใหญ่อย่างสำนักเจ็ดดาราจะมีวิชาขั้นสามสี่ แต่วิชาขั้นห้าก็หายากแล้ว ถือเป็วิชาสำคัญของสำนัก ส่วนวิชาขั้นหกนั้นหายากยิ่งกว่าขนวิหคเพลิงและเขากิเลนเสียอีก แค่เล่มเดียวก็เป็สมบัติล้ำค่าของสำนักแล้ว
ส่วนวิชาขั้นเจ็ด ทั้งโลกแห่งการฝึกตนระดับล่างมีเพียงสี่สำนักใหญ่เท่านั้นที่มี แต่ละที่มีเพียงเล่มเดียวเท่านั้น ทั้งหมดล้วนเป็สมบัติล้ำค่าของสำนัก
แต่เยี่ยหลิงหลงกลับหยิบตำราวิชาขั้นเจ็ดจากชั้นหกของหอตำราสำนักชิงเสวียนมาให้เผยลั่วไป๋อย่างง่ายดาย
เขาได้รับสมบัติล้ำค่าของคนอื่นอย่างง่ายดาย หากฝึกวิชานี้สำเร็จ ก็จะสามารถเดินไปทั่วโลกแห่งการฝึกตนระดับล่างได้อย่างไม่มีปัญหา!
เผยลั่วไป๋จะไม่ตื่นเต้นได้อย่างไร?
ที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ สิ่งที่สามารถเป็สมบัติล้ำค่าของสำนักอื่น ๆ กลับสามารถหาได้ที่ชั้นหกของหอตำราสำนักชิงเสวียน ภูมิหลังของสำนักชิงเสวียนช่างน่าสะพรึงกลัวนัก กล่าวได้ว่ามันไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกับสำนักอื่น ๆ เลย
แล้วทำไมมันถึงตกต่ำลงมาถึงขั้นนี้ได้?
"ข้ารู้ว่าศิษย์พี่ใหญ่มีรากิญญาทองเดี่ยว และศิษย์พี่ใหญ่ยังเป็ปรมาจารย์กระบี่อีกด้วย ข้าตั้งใจเลือกวิชาที่เหมาะสมกับระดับการฝึกฝนของท่าน จึงได้พบวิชากระบี่วารีทองเล่มนี้"
เมื่อเห็นตำราขั้นเจ็ดเล่มนี้ หนิงิเฉิงและจี้จื่อจั๋วอิจฉาจนตาแทบถลน พวกเขารีบเข้าไปเกาะขาเยี่ยหลิงหลง
"ศิษย์น้องหญิงเล็กที่รักของข้า รีบช่วยข้าหาดูว่ามีวิชาที่เหมาะสมกับพวกข้าหรือไม่"
"ได้เลย"
เยี่ยหลิงหลงรีบค้นหาอย่างรวดเร็ว แล้วหยิบตำราธาตุไฟให้หนิงิเฉิง และตำราธาตุน้ำสองเล่มให้จี้จื่อจั๋ว ทั้งสองเล่มก็เป็ตำราขั้นเจ็ดเช่นกัน
"ท่านลองดูว่าเป็อย่างไร ถ้าไม่ได้ข้าจะลองเลือกเล่มอื่นดู"
"ดีเกินคาดทีเดียว! ข้าติดขอขวดมานาน ตามหาวิชาใหม่อยู่พอดี ไม่คิดว่ามันจะมาได้เหมาะเจาะเช่นนี้!" หนิงิเฉิงพูดอย่างตื่นเต้น รีบเปิดตำราในมือทันที
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก ของขวัญชิ้นใหญ่นี้ ศิษย์พี่ขอรับไว้ก่อน แล้วจะตอบแทนเ้าด้วยของขวัญที่ดียิ่งกว่านี้!" จี้จื่อจั๋วกอดตำราทั้งสองเล่มอย่างตื่นเต้น แล้วนั่งลงข้าง ๆ เพื่ออ่าน
ขณะนั้น ศิษย์พี่ใหญ่ที่ได้รับตำราเป็คนแรกก็เริ่มฝึกฝนแล้ว
เยี่ยหลิงหลงมองพวกเขาทุ่มเทอย่างเต็มที่ พลันรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมาอย่างยิ่ง พวกเขามุมานะเช่นนี้ เมื่อสำนักชิงเซวียนกลายเป็สำนักที่แข็งแกร่งที่สุด ใครจะยังกล้ามาท้าทายอีก!
ด้วยความซาบซึ้งใจ นางจึงเปลี่ยนเลือกตำราที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันมาอีกหลายเล่ม
ศิษย์พี่ทั้งสามยังคงจมอยู่ในความตื่นเต้นและปีติที่ได้รับวิชาใหม่ อดใจไม่ไหวนั่งลงฝึกฝนทันที จู่ ๆ ก็เห็นรองเท้าสีแดงสวยงามคู่หนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า ้ายังปักลายดอกบัวงดงามอีกด้วย
โอ้ ศิษย์น้องหญิงเล็กมาแล้ว
ทั้งสามคนพร้อมใจกันเงยหน้าขึ้น เห็นเยี่ยหลิงหลงอุ้มตำรากองสูง จนบดบังใบหน้าของนางไว้เสียมิด
ทั้งสามคนพลันใจนหน้าซีด ลางสังหรณ์ร้ายร้องเตือนอยู่ในหัวอย่างพร้อมเพรียง
อึดใจต่อมา เยี่ยหลิงหลงก็วางตำราทั้งหมดในอ้อมแขนลงตรงหน้า พลางฉีกยิ้มน่ารักให้พวกเขา
"ศิษย์พี่ นี่คือตำราที่ข้าหามาให้พวกท่าน ไม่ได้มีมากมายอะไร แค่คนละสิบกว่าเล่ม ด้วยพร์และความขยันของพวกท่าน ต้องเรียนรู้ทั้งหมดนี้ได้ในเวลาอันสั้นแน่ ไม่ต้องเสียดายนะ พอเรียนจบ ข้าจะหาตำราเล่มใหม่ให้อีก ข้ามีเยอะมาก ไม่ต้องห่วง!"
...
มือที่ถือตำราของเผยลั่วไป๋สั่นเทิ้ม
หนิงิเฉิงเผลอทำตำราหลุดมือตกพื้น
จี้จื่อจั๋วสำลักกระอักไอจนน้ำตาไหล ไม่รู้ว่าเป็เพราะไอหรือซาบซึ้งใจเกินไปกันแน่
ตำราเหล่านี้ล้วนเป็ของหายาก และยังเป็ขั้นเจ็ดขึ้นไป บางเล่มเป็วิชาขั้นแปดด้วยซ้ำ!
วิชาที่ทรงพลังเหล่านี้ บางคนใช้ชีวิตทั้งชีวิตก็ฝึกไม่จบสักเล่ม ศิษย์น้องหญิงเล็กกลับให้พวกเขามากมายขนาดนี้ ที่พูดนั่นก็คงล้อเล่น… ใช่หรือไม่?
ไม่จริงน่า? นางคิดจริง ๆ หรือว่าการฝึกวิชาหายากพวกนี้ให้สำเร็จจะง่ายเหมือนกินข้าวดื่มน้ำ? นางจริงจังหรือ?
ทั้งสามมองไปที่เยี่ยหลิงหลงอย่างงงงัน แต่ก็ไม่ขัดขวางที่นางจะแบ่งตำราให้พวกเขา เหมือนกับแจกการบ้าน
"ข้าคำนวณวันเวลาแล้ว ยังเหลืออีกครึ่งปีก่อนจะถึงการประชันยอดฝีมือที่จะจัดทุกห้าปี ครึ่งปีนี้พวกท่านเรียนรู้พวกมันทั้งหมดได้แน่นอน ถึงตอนนั้นหน้าตาของสำนักชิงเสวียน ก็ขึ้นอยู่กับพวกท่านแล้ว!"
"ศิษย์น้องหญิงเล็ก ถึงแม้สำนักชิงเสวียนจะเป็หนึ่งในสำนักพันธมิตร แต่พวกเราไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันยอดฝีมือเลยนะ"
"มิน่าเล่า คนข้างนอกถึงไม่มีใครรู้จักสำนักชิงเสวียนของพวกเราเลย ผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ไม่มีใครเข้าร่วม แม้แต่อันดับยังไม่มี! เื่นี้ท่านอาจารย์ไม่จัดการด้วยหรือ?"
"ไม่จัดการ เขาบอกว่าชื่อเสียงเป็เพียงสิ่งนอกกาย"
"เขาพูดแล้วท่านก็เชื่อหรือ? เขายังแอบขึ้นชั้นหกโดยไม่บอกพวกเราเลย! ถึงแม้พวกเราจะขึ้นชั้นหกโดยไม่บอกเขาเช่นกัน แต่ว่า! ชื่อเสียงของสำนักชิงเสวียนนั้นสำคัญมาก"
"เพราะเหตุใด?"
"พวกท่านลองคิดดู ครั้งก่อนที่ดินแดนลับหุบเขาประจิม หากศิษย์พี่เจ็ดเอ่ยนามสำนักชิงเสวียน และสำนักชิงเสวียนลือนาม พวกเขาจะกล้าตราหน้าท่านว่าเป็หัวหน้าปีศาจได้อย่างไร? แน่นอนว่าไม่กล้าสิ!"
จี้จื่อจั๋วชะงักไปครู่หนึ่ง สิ่งที่พูดมานั้นมีเหตุผล สำนักเจ็ดดาราอาศัยการไม่เปิดเผยตัวตนของเขา ตราหน้าว่าเขาเป็หัวหน้าปีศาจ แล้วก็แย่งวิหคเมฆาเพลิงไปอย่างเปิดเผย