ตอนที่ 25 ร่างกายที่พัฒนาก้าวข้ามขีดจำกัด
ร่างกายของัพุ่งเข้ามาโจมตีอย่างรวดเร็ว จนแม้ขนาดซินที่สามารถคาดเดาการโจมตีได้ด้วยการมองก็ยังไม่สามารถที่จะมองการโจมตีนี้ทันได้
ร่างกายของเขากระเด็นไปกระแทกหินจนแตกละเอียด แต่ัดินยังไม่หยุดแค่นั้นมันร่ายเวทมนตร์ก่อนที่จะปล่อยออกมาใส่ซิน
คมเขี้ยวปฐี!!
ดินแตกกระจายเป็แนวยาวก่อนที่จะส่งร่างของซินลอยขึ้นไปบนอากาศ ตอนนี้ซินได้รับาเ็จำนวนมากแม้แต่ลืมตาก็ไม่สามารถทำได้เลย
‘นี่มันบ้าอะไรกันนึกว่าเลื่อนระดับแล้วจะสู้ได้สูสีมากกว่านี้เสียอีก’ ซินกล่าวความผิดพลาดของตนเองในใจ เืไหลเข้าตาของเขาจนทำให้เขามองทุกอย่างเป็สีแดงฉาน
ัดินที่เอาจริงเขาไม่สามารถเป็คู่ต่อสู้กับมันได้แม้แต่น้อย ทั้งความเร็วและพละกำลังมันเหนือกว่าเขาทุกอย่าง
‘หนีไม่ได้แน่ต้องหาวิธีทำอะไรสักอย่าง’ ซินพยายามคิดแผนการมากมายในหัวแต่อยู่หน้าพลังที่แข็งแกร่งกว่ามันกลับใช้ไม่ได้เลย
‘ต้องใช้กริมมัวร์จริง ๆ เหรอ?’ ซินปฏิเสธความคิดนี้ทันทีก่อนที่เขาจะลุกขึ้นยืนอีกครั้ง
ร่างกายของเขาสั่นสะท้านหลังจากการโดนโจมตีอย่างหนังหน่วง ซินััได้ว่ามีการรวมมานาจำนวนมากอยู่ข้างหน้าของเขา
‘ัตัวนี้กำลังร่ายเวทอีกแล้ว’
ลมหายใจัดิน!!
ซินพุ่งหลบสุดตัวก่อนที่จะใช้ดาบทั้งสองป้องกันเวทมนตร์ที่เขามา
ก้อนหินหลายก่อนที่เกิดจากเวทมนตร์เข้าปะทะกับดาบทั้งสองเล่มของเขาก่อนที่จะปะทะกับร่างของเขาอย่างหนักหน่วง ซินไม่สามารถป้องกันการโจมตีทั้งหมดได้ทัน
“หืม ข้าไม่คิดเลยว่าเ้ายังสามารถป้องกันการโจมตีของข้าได้ทั้ง ๆ ที่การโจมตีของข้าควรที่จะปิดชีพเ้าเลยด้วยซ้ำ” ัดินตัวนั้นกล่าวขึ้นหลังจากเห็นซินยังรอดตายจากการโจมตีของเขา
มันเดินเข้ามาหาซินช้า ๆ ก่อนที่จะจ้องมองอย่างเหยียดหยาม มันไม่พูดพล่ามอะไรมากมายมันอ้าปากกว้างก่อนที่จะงับซินหวังที่จะกลืนเขาเข้าไป
ทันใดนั้นเองร่างของัก็กระเด็นออกมาไปด้วยความเร็วที่หยุดไม่ได้รอยหมัด หมัดหนึ่งปรากฏขึ้นตรงลำคอของมันหวัง้าบดกระดูกคอมันให้ป่นปี้
“แค็ก ๆ ” ซินยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะมองผลงานของตัวเขาที่ใช้พลังกายและออร่าทั้งหมดในร่างต่อยออกไปจนัดินนั้นตั้งตัวไม่ทัน
“แก!! แหวะ” ัดินคำรามลั่นก่อนที่จะร่างกายของมันจะเปลี่ยนเป็สีน้ำตาลเข้มราวกับกำลังที่จะกลายร่าง
มันถูกมนุษย์ต่ำต้อยโจมตีที่จุดตายของมันหลายครั้งจนอวัยวะภายในของมันสุดท้ายก็ทนไม่ไหว เมื่อร่างกายของมันถูกบังคับให้มาถึงขีดจำกัดก็ถูกบังคับให้จำศีลโดยไม่สามารถทำอะไรได้
ร่างัดินค่อยเปลี่ยนกลายเป็ร่างมนุษย์ครึ่งัช้า ๆ ก่อนดวงตาสีน้ำตาลนั้นจะจ้องมองมายังเขาอย่างโกรธแค้น
มัน้าวิวัฒนาการร่างของตนเองเมื่อมันพร้อมเท่านั้นแต่มนุษย์คนนี้กลับทำให้มันต้องฝืนวิวัฒนาการตนเอง
“เ้ามนุษย์เ้าชื่ออะไร” ัหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงแหบแห้งราวกับกำลังจะหลับได้ทุกเวลา
“อ้อชื่อสินะ” ซินยิ้มอย่างท้าทาย
“จำเป็ที่ต้องบอกด้วยเหรอ” เขาใช้คำกล่าวของักล่าวกับอย่างไม่แยแส
ตูม!!
เสียงะเิดังขึ้นก่อนที่จะเกิดรูขนาดเล็กข้างหัวของเขา ทำให้ซินได้แต่กลืนน้ำลายปนเืของเขาอย่างช่วยไม่ได้
‘เ้านั้นไม่ต้องร่ายเวทก่อนใช้แล้ว’ ซินมองไปที่ัดินอย่างเ็าแล้วัดินก็จ้องมองเขาอย่างเยาะเย้ยก่อนที่ร่างของัดินจะถูกก้อนกลมสีดำกลืนกินไปทั้งร่าง
‘ถ้าเกิดมันวิวัฒนาการเสร็จหวังว่าจะมีคนที่พอจะสู้กับมันได้นะ’ ซินไม่อยากเก็บเื่ัเวรนี่มาเข้าหัวของตัวเองแล้ว
ถ้าจะให้บ้านเมืองฉิบหายก็หวังว่ามันคงไม่มาบ้านของเขา
ร่างของซินทั้งดิ่งลงนอนกลับพื้นเขาไม่สนใจอะไรแล้วแม้ว่าจะโดนตัวห่าอะไรมาแดกเขาก็ตาม เขาหวังแค่ว่าเขาจะได้พักเสียที
หลังจากเขานอนลงไปซินก็หลับลงไปทันที
ก่อนที่จะมีชายชราคนหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยบนยอดต้นไม้ชายชราคนนี้มองเหตุการณ์ทั้งหมดั้แ่ต้นจนจบนานแล้วแต่เขาไม่คิดจะเข้ามาช่วยเหลือซินแม้แต่น้อย
ร่างกายของเขาราวกับไม่มีตัวตนแม้ว่าจะมองเห็นก็เหมือนกับราวกับอยู่คนละโลก
“เด็กน้อยนี่น่าสนใจจริง ๆ ” ชายชราหนวดเครารุงรังราวกับคนบ้ากล่าวขึ้น
“แม้ว่าร่างกายและระดับพลังจะอ่อนไปหน่อยแต่ก็สามารถที่จะต่อสู้กับัดินกลายพันธุ์ได้อย่าง เอ่อหวุดหวิดตาย ถ้านับความเ้าเล่ห์และสมองที่ฉลาดของเ้านี่ก็เหมาะจะเป็ลูกศิษย์ของของข้าพอดี ฮ่า ๆ ๆ ๆ ” ชายชรากล่าวคนเดียวราวกับคนไม่มีสติก่อนที่จะพาซินไปยังที่แห่งหนึ่งกับเขา
ในเวลาเดียวกันทางของเซม เธอได้เดินทางออกจากออกจากหมู่บ้านมาแล้วโดยที่มีเด็กน้อยที่ซินช่วยไว้ติดมาด้วยเพราะซินบอกให้เธอพามาฝึกฝน เธอคิดว่าซินคงเห็นอะไรบางอย่างที่เธอไม่เห็นแต่เด็กสาวที่อ่อนแอแล้วเบาะบางแบบนี้ จะสามารถช่วยเหลือพวกตนได้จริง ๆ เหรอ
แต่เวลานี่ที่จริงแล้วสิ่งที่เซมเป็ห่วงที่สุดย่อมเป็ซิน เพราะว่าเขาต้องต่อสู้กับัตัวคนเดียว แถมัตัวนั้นเธอรู้สึกได้ถึงความแตกต่างจากัทั่วไปด้วย แต่เธอไม่รู้ว่ามันแตกต่างจากัทั่วไปยังไง
‘ขอให้มันไม่เป็อย่างที่คิด’ เซมกล่าวภาวนาในใจก่อนที่จะมองย้อนออกไปทิศทางที่จากกับซินมา
“เ้าไม่ต้องเป็ห่วงนายท่าน” ซาร์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงสุดแสนเ็าของเธอ
ดูเหมือนเธอเห็นความกังวลในสายตาของเซม แม้ว่าดูเหมือนเธอจะขาดทักษะการสื่อสารที่ดีแต่เธอนั้นก็ทำให้เซมใจชื้นขึ้น
“ทำไมเธอถึงแน่ใจถึงขนาดนั้นเหรอ” เซมอดไม่ได้ที่จะถามนักฆ่าสาว
คำถามนั้นทำให้ซาร์ตัวสั่นด้วยความกลัวอย่างไม่หยุดยั้ง
“นายท่านมีบางสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ มันแข็งแกร่ง ราวกับพระเ้า” ซาร์กล่าวมาเบา ๆ ก่อนที่เธอจะหยุดกล่าวไปราวกับเธอนั้นไร้ตัวตนและหายไปในที่สุด
“สิ่งที่ไม่ควรมีอยู่บนโลกใบนี้?” เซมกล่าวคำนั้นซ้ำไปซ้ำมาก่อนที่จะขนลุกอย่างช่วยไม่ได้
‘นายท่านยังมีอีกหายเื่ที่ยังไม่เคยบอกกับเรา’ เซมน้อยใจเล็กน้อย แต่เธอก็เข้าใจเกี่ยวกับเื่แบบนี้ทุกคนย่อมมีความลับเป็ของตนเอง ไม่เว้นแม้กระทั่งเธอ
เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์เซมและทาสสาวก็มาถึงเมืองหลวงของอาณาจักรบริทาเนียด้วยความเร็วระดับนี้หลาย ๆ คนต้องอ้าปากค้างด้วยความใเป็แน่ แต่ถ้าไปด้วยเวทเคลื่อนย้ายก็อีกเื่หนึ่ง
โดยที่การจะเคลื่อนย้ายต้องจ่ายราคาที่แพงมากถ้าไม่ใช่ขุนนางก็คงเป็ไปไม่ได้เลยว่าจะได้ใช้มัน
เซมกำลังคุยกับยามเฝ้าหน้าประตูเมืองก่อนที่จะโชว์สัญญาลักษณ์สมาคมการค้าทำให้ทหารยามปล่อยผ่านทันทีไม่ได้ตรวจสอบอะไรมากมาย เื่แบบนี้ถ้าซินมาเห็นต้องด่าทหารสักสองสามทีด้วยซ้ำถ้าทหารเป็คนของเขา
การตรวจสอบสิ่งต่าง ๆ ที่ถูกนำเข้ามาใน่านั้นเป็เื่ที่สำคัญมาก ถ้าเกิดมีสปายนำะเิหรือบางสิ่งที่ทำลายล้างเข้าเมืองหลวงนี่มันเป็สิ่งที่เป็ต้นเหตุของการสูญเสียจำนวนมากอย่างแน่นอน
เซมมองทหารด้วยความสมเพชเมื่อเธอลองคิดดูถึงความสูญเสียที่เมืองหลวงจะได้รับเพราะความสะเพร่าของคนพวกนี้แล้ว เธอต้องสั่งสอนคนของเธอไม่ให้เป็แบบอย่าง
เซมเดินกลับรถม้าด้วยสีหน้าครุ่นคิดก่อนที่เซมจะเดินถึงรถม้า ทาสสาวก็เดินลงมาเรียงหน้ากันคุกเข่าข้างหน้าของเธอ
“ได้โปรดรับพวกเราเป็ทาสของนายท่านด้วยค่ะ!!”