“พวกเธอรู้จักคำว่า Cyberbullying ไหม มีกฎหมายเอาผิดเื่พวกนี้ได้ด้วยนะ พวกเธอไม่กลัวว่าจะมีคนมาฟ้องพวกเธอเหรอ” เย่จื่อหานถาม
“นาย...นายอย่ามาขู่เราเลย ฉันกับลี่ลี่ไม่มีทางทำเื่ไม่ดีแบบนั้นหรอก” หานซูฉีรีบปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นเพื่อนร่วมชั้นเริ่มหันมามอง เธอก็เริ่มกลัว
“เธอคงยังไม่รู้ใช่ไหมว่าตอนนี้ฟอรั่มของโรงเรียนมีการเปิดเผยชื่อจริงของคนโพสต์กระทู้เอาไว้ด้วย ถ้าไม่เชื่อก็ลองเข้าไปดูสิ เธอกับหวงเหมยลี่เป็เ้าของโพสต์หลายโพสต์เลยล่ะ” เย่จื่อหานหันไปมองเพื่อนร่วมห้องด้วยสายตาเ็า “พวกเธอก็ควรจะรีบเข้าไปดูนะ บางทีเพื่อนที่พวกเธอไว้ใจอาจจะทำอะไรไม่ดีลับหลังไว้ก็ได้”
คราวนี้ไม่ใช่แค่หวงเหมยลี่กับหานซูฉีที่รีบเปิดเข้าไปดูกระทู้ต่างๆ ในโรงเรียน แต่เพื่อนร่วมชั้นคนอื่นก็เข้าไปดูด้วย และก็เป็อย่างที่เย่จื่อหานบอก กระทู้และคอมเมนต์ต่างๆ ไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ที่ทุกคนเคยโพสต์ไว้ ปรากฏชื่อคนโพสต์แทนไอดีที่พวกเขาตั้งขึ้นแล้วจริงๆ ทุกคนต่างก้มหน้าอ่านข้อความในมือถือ จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงทะเลาะและเสียงตบตีกันไปทั่ว
โจวต้าเหนิงหันมายกนิ้วโป้งให้เย่จื่อหาน “วิธีการของนายยอดเยี่ยมจริงๆ”
“แล้วเธอล่ะเหนิงเหนิง ไม่กลัวว่าจะมีคนรู้ว่าเธอไปโพสต์ต่อว่าใครไว้บ้างเหรอ” เย่จื่อหานยิ้มถาม
“ไม่กลัว” โจวต้าเหนิงยักไหล่ “เพราะฉันไม่เคยไปโพสต์ด่าใครไว้”
“ใช่ๆ เหนิงเหนิงของเราไม่เคยทำเื่ไม่ดีแบบนั้นหรอก เพราะเธอพิมพ์ชมตัวเองไม่หยุดเท่านั้นเอง ไม่ว่าจะเป็เหนิงเหนิงคนสวย เหนิงเหนิงสุด Cute เหนิงเหนิงเก่งที่สุด อะไรประมาณนี้” เจิ้งซิงอีพูดจบก็หันไปยิ้มให้หลิงผูเถา “เธอว่าครอบครัวหวงกับครอบครัวหานจะจัดการเื่นี้ยังไง”
“ไม่รู้สิ พวกเขาคงปิดฟอรั่มของโรงเรียนไปสักพักล่ะมั้ง แกก็รู้นี่ว่าพวกเขาบริจาคเงินสนับสนุนโรงเรียนไปไม่น้อย ไม่งั้นหวงเหมยลี่กับหานซูฉีจะได้อภิสิทธิ์เหนือคนอื่นในโรงเรียนไปมากมายขนาดนั้นได้ยังไงกัน คราวนี้พวกเขาก็คงใช้เงินแก้ปัญหาเหมือนเดิม”
ไม่เหนือจากความคาดหมายของหลิงผูเถา หลังจากฟอรั่มของโรงเรียนมีการเปิดเผยชื่อผู้โพสต์ แผนกไอทีของโรงเรียนก็ปิดระบบและแจ้งระงับการเข้าใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตทั้งหมดในโรงเรียนเป็การชั่วคราว
สองชั่วโมงให้หลังก็มีการนำประกาศขนาดใหญ่ไปติดไว้ตามบอร์ดประชาสัมพันธ์และยังมีข้อความแจ้งทางมือถือให้นักเรียนและผู้ปกครองในโรงเรียนทราบโดยทั่วกันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากฝีมือแฮกเกอร์ต่างประเทศที่เข้ามาก่อกวน โรงเรียนจะทำการตรวจสอบระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของโรงเรียนทั้งหมดให้ละเอียดอีกครั้ง คาดว่าในอีกสามวันระบบเครือข่ายของโรงเรียนจะกลับมาใช้งานได้เป็ปกติ
ถึงแม้จะมีคำชี้แจงอย่างเป็ทางการของโรงเรียนประกาศออกมา แต่บรรยากาศในโรงเรียนก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย โดยเฉพาะหวงเหมยลี่กับหานซูฉีที่มีชื่ออยู่ตามกระทู้และคอมเมนต์ต่างๆ ในฟอรั่มของโรงเรียนมากที่สุด และข้อความที่พวกเธอเคยโพสต์ไว้ก็ไม่ใช่เื่ดีอะไรนัก เพื่อนนักเรียนหลายคนแม้ไม่พอใจแต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ใครจะไปอยากมีปัญหากับคนรวยกันล่ะ
แต่ถึงอย่างนั้นหวงเหมยลี่กับหานซูฉีก็ต้องหยุดเรียนและให้เหตุผลในการลาว่าพวกเธอได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจที่มีคนจงใจใส่ร้าย หากสภาพจิตใจของพวกเธอดีขึ้นแล้ว พวกเธอจะกลับมาขอโทษเพื่อนๆ อีกครั้ง แม้ว่าข้อความเท็จทั้งหมดจะไม่ใช่ฝีมือของพวกเธอเลยก็ตาม อีกทั้งสกุลหวงและสกุลหานก็เพิ่มเงินบริจาคให้โรงเรียนไปอีกไม่น้อย เื่นี้จึงถูกปล่อยผ่านไปอย่างรวดเร็ว
“คราวนี้เราต้องเสียเงินไปเปล่าๆ ตั้งสองล้าน อย่าให้ฉันรู้ว่าเป็ฝีมือใครที่กล้ามาใส่ร้ายลูกสาวฉัน ฉันจะจับพวกมันเข้าคุกเสียให้เข็ด” หลี่ซูหว่านหันไปถามลูกสาว “ลูกไม่รู้จริงๆ เหรอว่าเป็ฝีมือของใคร”
หานซูฉีส่ายหน้า “หนูไม่รู้จริงๆ ค่ะแม่ แต่คนที่น่าสงสัยที่สุดคงเป็เย่จื่อหาน เพราะเขาเป็คนบอกหนูเองว่าฟอรั่มของโรงเรียนจะไม่ใช้ไอดีปิดบังตัวตน แต่จะแสดงชื่อจริงของเ้าของโพสต์แทน”
“แต่แม่ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าถ้าเป็ฝีมือของเขาจริง เขาจะทำเื่พวกนี้ไปทำไม อย่างมากก็แค่ทำให้เพื่อนนักเรียนทะเลาะกัน”
“คุณแม่คิดว่าเื่นี้เป็แค่เื่เล็กที่ทำให้นักเรียนในโรงเรียนทะเลาะกันเท่านั้นเหรอครับ” หานซ่งเฉวียนยิ้มเยาะน้องสาว “ดูก็รู้แล้วว่าเย่จื่อหานอยากปกป้องหลิงผูเถา ก็ไม่ใช่เพราะฉีฉีกับลี่ลี่ไปโพสต์กระทู้เปิดเผยสถานะครอบครัวกับใส่ร้ายว่าเถาเถาเป็เด็กในอุปการะของเศรษฐีเหรอครับ เย่จื่อหานก็คงอยากจะเอาคืนแทนเถาเถานั่นล่ะ”
“ถ้าเป็อย่างที่ลูกพูดก็แสดงว่านังหลิงผูเถาเป็เด็กในอุปการะของเศรษฐีจริง ถ้างั้นฉีฉีของเราก็ไม่ได้ทำอะไรผิดนี่”
“แม่ครับ แม่จำผู้ชายใส่หมวกแก๊ปที่สวนสาธารณะวันนั้นได้หรือเปล่าครับ”
“จำได้สิ วันนั้นลูกเกือบจะซวยไปพร้อมกับคนเ้าอารมณ์อย่างหวงิเฉินแล้ว” หลี่ซูหว่านทำหน้าใ “ลูกอย่าบอกนะว่าผู้ชายคนนั้นคือเย่จื่อหาน”
หานซ่งเฉวียนไม่ตอบแต่พูดอย่างอื่นแทน “แม่ใช้เส้นสายของแม่ช่วยสืบเื่นี้ให้ผมหน่อยได้ไหมครับ”
หลี่ซูหว่านหรี่ตามองลูกชาย “ลูกอยากรู้ความสัมพันธ์ของเย่จื่อหานกับหลิงผูเถาไปทำไม แม่คิดว่าไม่จำเป็ ยังไงลูกกับนังนั่นก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกันแล้ว ลูกลืมไปแล้วเหรอว่าลูกหมั้นกับหนูลี่ลี่แล้ว”
“ผมรู้ครับ แต่ที่ผมให้แม่สืบเื่นี้เพราะมันเกี่ยวกับฉีฉีของเราต่างหาก”
“เกี่ยวกับฉีฉี” หลี่ซูหว่านมองลูกชายกับลูกสาวสลับกันไปมา “เื่นี้จะเกี่ยวกับน้องได้ยังไง”
“แม่ยังดูไม่ออกอีกเหรอครับว่าฉีฉีชอบเย่จื่อหาน อีกอย่างก็ไม่ใช่ความ้าของแม่ด้วยเหรอที่อยากให้พวกเขาสนิทสนมเพื่อสานสัมพันธ์กันในอนาคต เพราะถ้าเย่จื่อหานกับหลิงผูเถาเกิดมีความรู้สึกพิเศษต่อกัน แม่คิดว่าความหวังของแม่ที่จะได้คุณชายเย่มาเป็ลูกเขยยังจะมีอยู่อีกเหรอครับ” หานซ่งเฉวียนอธิบายให้มารดาฟัง ถึงแม้เขาเป็คนที่อยากรู้เื่นี้และอยากขัดขวางความสัมพันธ์ระหว่างเย่จื่อหานกับหลิงผูเถาเอง แต่เขาจำเป็ต้องยกเอาน้องสาวขึ้นมาอ้าง เพื่อไม่ให้คุณแม่สงสัยว่าเขายังสนใจหลิงผูเถาอยู่
“ลูกก็คิดว่าตระกูลเย่รับหลิงผูเถาไปอุปการะใช่ไหม อย่างนั้นยิ่งไม่ต้องเสียเวลาไปสืบอะไรให้มากความ เพราะถ้าเป็เื่จริง หลิงผูเถาก็มีสิทธิ์เป็ได้แค่ตัวล้างซวยเท่านั้น”
“ผมว่าแม่อย่าเพิ่งมั่นใจไปเลยครับ ระวังไว้หน่อยดีกว่า อย่างน้อยก็พยายามทำให้เย่จื่อหานกับฉีฉีหมั้นกันไว้ก่อน ส่วนจะแต่งงานกันเมื่อไหร่ก็ค่อยว่ากันอีกที ทำอย่างนี้ฉีฉีถึงจะมีสิทธิ์เข้าไปเป็สะใภ้ตระกูลเย่โดยที่น้องจะได้ไม่ต้องมาเป็กังวลเพราะกลัวว่าจะมีสาวๆ คนไหนเข้ามาข้องแวะกับเย่จื่อหานยังไงล่ะครับ”
“ที่ลูกพูดมาก็มีเหตุผลเหมือนกัน” หลี่ซูหว่านหันไปยิ้มให้ลูกสาว “แล้วหนูล่ะลูก หนูคิดว่ายังไง หนูอยากให้แม่ช่วยสานสัมพันธ์กับเย่จื่อหานให้หรือเปล่า”
หานซูฉีนึกไปถึงท่าทางที่เย่จื่อหานคอยปกป้องและเอาใจใส่หลิงผูเถาอยู่ทั้งวันก็รู้สึกอิจฉา เธอเป็คุณหนูที่เกิดมาในตระกูลที่เพียบพร้อม เธอจะยอมแพ้ให้กับลูกสาวชาวสวนจนๆ ได้ยังไง อีกอย่างเย่จื่อหานก็เป็ผู้ชายที่ตรงตามมาตรฐานของเธอทุกอย่าง
“ตอนนี้หนูก็ยังไม่เห็นว่าจะมีใครเหมาะสมกับหนูเท่าเขาอีกแล้วค่ะแม่” หานซูฉีตอบออกไป
หลี่ซูหว่านจับมือลูกสาวแล้วยิ้ม “อีกไม่กี่วันจะเป็งานเปิดตัวไวน์ชนิดใหม่ของตระกูลหลิง เราได้รับบัตรเชิญให้ไปร่วมงานนี้ด้วย แม่ได้ยินมาว่าตระกูลหลิงกับตระกูลเย่สนิทสนมกันมากทีเดียว เพราะฉะนั้นลูกอาจจะใช้โอกาสนี้ทำความรู้จักกับเย่จื่อหานได้”
“แม่หมายถึงตระกูลหลิงที่เป็เ้าของไวน์ชื่อดังและยังเป็เศรษฐีที่ร่ำรวยเป็อันดับสามของประเทศเราน่ะเหรอครับ” หานซ่งเฉวียนถาม “ไม่ใช่ว่าคนตระกูลหลิงไม่ชอบออกสื่อเหรอครับแม่ ทำไมคราวนี้เขาถึงเชิญนักธุรกิจมากมายไปร่วมงาน ทั้งๆ ที่งานนี้เป็แค่งานเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ของเขาเท่านั้น”
“แม่ได้ยินมาว่างานเปิดตัวไวน์ที่ว่าไม่ใช่เื่หลัก แต่ที่เขาเชิญนักธุรกิจไปร่วมงานมากมายเพราะเขาอยากเปิดตัวลูกชายกับลูกสาวของพวกเขาต่างหาก ก็คงอยากเปิดตัวทายาทให้คนอื่นรู้จักนั่นล่ะ”
อยู่ดีๆ หานซ่งเฉวียนก็นึกถึงหลิงผูเถาขึ้นมา แต่จะเป็ไปได้ยังไง ในเมื่อพ่อแม่ที่แท้จริงของหลิงผูเถาเป็แค่คนสวน ถ้างั้นก็คงบังเอิญเป็คนที่ใช้ชื่อแซ่เดียวกันเท่านั้น
"ว่าแต่ลูกเถอะซ่งเฉวียน ลูกจะไปร่วมงานเลี้ยงกับแม่หรือเปล่า” หลี่ซูหว่านถามลูกชาย ความจริงเธอก็พอจะรู้คำตอบในใจอยู่แล้วว่าลูกชายคงปฏิเสธ แต่ไหนแต่ไรลูกชายก็ไม่ชอบออกงานสังคม ยิ่งต้องไปยืนปั้นหน้าทักทายกับพวกเสือสิงห์กระทิงแรดทั้งหลาย ลูกชายของเธอไม่ชอบเอาเสียเลย แต่คำตอบของลูกชายกลับทำให้เธอแปลกใจ
“ไปสิครับแม่ ผมจะไปร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้ด้วย”
“หืม...ปกติลูกไม่ชอบออกงานสังคมไม่ใช่เหรอ”
“ต่อไปผมต้องเข้ามาช่วยงานที่บริษัท เริ่มทำความรู้จักกับคนอื่นไว้ั้แ่ตอนนี้ก็ดีไม่ใช่เหรอครับ”
“พี่ใหญ่คงไม่คิดว่าหลิงผูเถาจะเกี่ยวข้องกับตระกูลหลิงหรอกนะคะ นังนั่นไม่มีทางเป็ลูกสาวเศรษฐีหรอก” หานซูฉีหัวเราะพี่ชาย
“ก็หวังว่าจะไม่ใช่อย่างที่พี่คิด” หานซ่งเฉวียนตอบน้องสาว หากหลิงผูเถาเป็เพียงลูกสาวคนสวน มีร้อยแปดวิธีที่เขาจะได้ตัวเธอมา แต่ถ้าเธอเป็ลูกสาวของมหาเศรษฐีก็จะเป็เื่ยุ่งยาก แม้เขาจะเป็ลูกชายคนเดียวของหานทรานสปอร์ต แต่กิจการขนส่งของเขาจะไปเทียบกับเ้าของโรงบ่มไวน์ที่มีชื่อเสียงในระดับโลกได้ยังไงกัน
“มันคงเป็เื่บังเอิญเท่านั้นล่ะลูก หลิงผูเถาจะไปเป็ลูกสาวเศรษฐีได้ยังไงกัน” หลี่ซูหว่านจ้องลูกชาย “ลูกคงไม่ได้เสียดายนังเด็กคนนั้นอยู่หรอกนะ ถ้าลูกแค่พอใจหล่อนเพราะเห็นกับความผูกพันสมัยเด็กแม่ก็ไม่ห้าม แต่ถ้าลูกคิดที่จะจริงจังกับหล่อน แม่ขอห้ามเด็ดขาด หล่อนไม่คู่ควรกับลูก”
หานซ่งเฉวียนหัวเราะกลบเกลื่อน “แม่อย่าห่วงเลยครับ ก็อย่างที่แม่พูดนั่นล่ะ ผมกับหลิงผูเถารู้จักกันมาั้แ่เด็ก และพวกเราก็เคยเป็คู่หมั้นกันมาก่อน ความสนิทสนมของเราก็เลยจะมีมากกว่าคนอื่นเป็ธรรมดา แต่ถึงยังไงสถานะลูกสะใภ้ตระกูลหานก็ไม่ใช่ของเธออยู่ดี ความรู้สึกของผมที่มีต่อเธอเป็แค่เพื่อนและคนรู้จักเท่านั้นครับ”
หลี่ซูหว่านถอนหายใจโล่ง “ลูกคิดได้อย่างนั้นก็ดี แต่ทางที่ดีก็ไม่ต้องไปติดต่อหรือพูดคุยกับหล่อนให้มากนักหรอก เดี๋ยวคนจนๆ แบบนั้นจะเข้าหาลูกเพื่อผลประโยชน์ ที่แม่พูดเพราะหวังดีกับลูกนะ”