บทที่ 21 หลังจากกินเนื้อกวางย่างถ่าน จักรพรรดิก็ยังไม่สำราญเท่าผม
สำหรับผู้พิทักษ์น้ำแข็ง ภารกิจลาดตระเวนเป็สิ่งที่จะต้องทำทุกวัน มันเทียบได้กับภารกิจประจำวันในเกม
ข้อมูลที่ได้รับจากการลาดตระเวนจะต้องนำมาสรุปเพื่อทำรายงานประจำสัปดาห์ จากนั้นจึงส่งให้กับระดับสูงขององค์กร
สถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ 249 เป็ส่วนหนึ่งของสถานีวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระดับฐานที่มั่น 009 และฮั่วอวี๋จำเป็จะต้องส่งรายงานประจำสัปดาห์ไปที่นั่น
ดังนั้นแม้ว่าเครื่องรักษาเสถียรภาพน้ำแข็งจะสามารถรักษาชั้นน้ำแข็งเอาไว้ได้ แต่ชายหนุ่มก็ยังต้องตรวจสอบความหนาของชั้นน้ำแข็งทุกวัน นี่เป็หน้าที่อันเข้มงวดของผู้พิทักษ์น้ำแข็งทุกคน
หลังจากพาเ้าตัวเล็กออกมาด้านนอกประตู เสี่ยวอวี๋ก็เหยียบไปบนพื้นหิมะใต้เท้าด้วยความตื่นเต้น มันทิ้งรอยเท้าเล็ก ๆ เอาไว้ตามทาง
ไม่ว่าอย่างไร มันก็คือหมาป่าอาร์กติก ดังนั้นเ้าตัวเล็กจึงชอบหิมะเข้ากระดูก
ตอนที่ได้เหยียบไปบนพื้นหิมะ ลูกหมาป่าจึงปล่อยตัวปล่อยใจวิ่งไปด้วยความเร็วสูง
เมื่อเห็นเสี่ยวอวี๋วิ่งออกไป ฮั่วอวี๋ก็ขมวดคิ้วเข้าหากันและะโ “เสี่ยวอวี๋ กลับมานี่!"
ราวกับรู้สึกได้ถึงความเข้มงวดในเสียงะโของชายหนุ่ม เสี่ยวอวี๋หยุดลง หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง มันก็วิ่งกลับมาหาเขา
ฮั่วอวี๋เห็นเช่นนี้ก็แย้มยิ้ม จากนั้นจึงลูบหัวของเ้าตัวเล็กเบา ๆ เป็รางวัล
โดยปกติเขาจะตามใจเสี่ยวอวี๋มาก แต่บางอย่างก็ไม่สามารถปล่อยไปได้ หมาป่าเป็สัตว์ที่มีลำดับชั้นที่เข้มงวด เสี่ยวอวี๋ควรจะคิดว่าฮั่วอวี๋เป็จ่าฝูงั้แ่ตอนที่ยังเด็ก
สำหรับเื่ที่ว่าจะทำอย่างไรต่อไปในอนาคต จะปล่อยเสี่ยวอวี๋กลับไปยังฝูงหรือจะเลี้ยงไว้ในสังคมมนุษย์
ว่ากันตามตรงผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มไม่ค่อยอยากจะแยกกับลูกหมาป่านัก แม้ว่าเขาจะได้ใช้เวลากับเ้าตัวเล็กเพียงไม่กี่วัน แต่เขาก็ถือว่าอีกฝ่ายเป็ส่วนหนึ่งของครอบครัวไปแล้ว
นอกจากนี้การจะส่งเสี่ยวอวี๋กลับไปยังฝูงก็ไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก หมาป่าจ่าฝูงตัวใหม่คือศัตรูของพ่อเสี่ยวอวี๋ และก็มีความเป็ไปได้ที่มันจะคิดถอนรากถอนโคน แม้ฮั่วอวี๋จะคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่สามารถเอาชนะเสี่ยวอวี๋ที่โตเต็มวัยได้ก็ตาม
แต่การเลี้ยงลูกหมาป่าให้อยู่ในสังคมมนุษย์เองก็ไม่ใช่ความคิดที่ดี ชายหนุ่มไม่อยากให้เสี่ยวอวี๋กลายเป็ของเล่นสำหรับเหล่าผู้ชมในสวนสัตว์ หมาป่าอาร์กติกควรจะได้วิ่งเล่นอยู่ในหิมะอย่างมีความสุข
อย่างแย่ที่สุด เขาก็จะอยู่ที่นี่กับเสี่ยวอวี๋จนกว่ามันจะตาย
หลังจากการผสมเทียม หมาป่าอาร์กติกสามารถมีชีวิตอยู่ได้นานกว่า 17 ปี
อย่างไรก็ตาม อายุขัยโดยเฉลี่ยของหมาป่าในทุ่งหิมะมีเพียงเจ็ดปีเท่านั้น
ปีนี้เขาเพิ่งอายุ 25 หากจะต้องอยู่กับเ้าตัวเล็กนี่เป็เวลา 20 ปี ก็ไม่เป็ปัญหาอะไร
ฮั่วอวี๋ไม่รู้เลยว่าด้วยความช่วยเหลือของระบบ เสี่ยวอวี๋ ผู้ที่ได้รับการส่งเสริมทางสายเืจะสามารถมีชีวิตได้ถึง 20 ปี และนี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น
เมื่อไปถึงจุดวัด ชายหนุ่มก็หยิบแท่งวัดออกมาและแทงมันลงไปในชั้นน้ำแข็ง
เสี่ยวอวี๋มองแท่งวัดยาวตรงหน้าด้วยความอยากรู้ระคนหวาดระแวง มันมีสีหน้าตื่นกลัวเล็กน้อย
จะมีใครรู้บ้างว่าลูกหมาป่าตัวเล็กสามารถแสดงสีหน้าออกมาได้ขนาดนี้?
ฮั่วอวี๋เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “อย่างงสิ หลังจากทำงานเสร็จ พ่อจะหาอาหารให้มื้อใหญ่!"
กวางเรนเดียร์เพิ่งตายได้ไม่นาน เนื้อของมันยังสดมาก
เสี่ยวอวี๋โตในระดับหนึ่งแล้วและร่างกายของมันก็แข็งแกร่ง วันนี้เขาจะลองให้เนื้อเป็อาหารมันดู
นมมีโภชนาการสูงมาก แต่นอกเหนือจากโปรตีนแล้ว เนื้อสัตว์ก็มีสารอาหารมากมายที่นมไม่สามารถทดแทนได้
ฮั่วอวี๋ยืดตัวขึ้นและเอ่ยกับกล้อง “งานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ถึงเวลาเพลิดเพลินกับเหยื่อแล้ว"
“เนื้อกวางเป็อาหารที่อร่อยมาก เต็มไปด้วยโปรตีน ไขมัน เกลืออนินทรีย์ น้ำตาล วิตามิน และสารอาหารอื่น ๆ ซึ่งเป็ประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์”
“นอกจากนี้เนื้อกวางยังมีความอุ่นโดยธรรมชาติ ช่วยในการบำรุงม้าม อุ่นไตและเสริมธาตุหยาง เหมาะมากสำหรับผู้ที่ไม่สามารถทำสิ่งที่ ‘้า’ ได้ในบางเวลา" ฮั่วอวี๋ขยิบตาให้กับกล้อง แสดงสีหน้าที่อีกฝ่ายจะต้องเข้าใจ
- เยี่ยม...
- อาจารย์อวี๋กลายเป็หมอแล้ว
- เพื่อนฉันฝากถาม สิ่งที่เ้าของห้องพูดเป็ความจริงรึเปล่า?"
- ให้ฉันลง นี่ไม่ใช่รถไปที่โรงเรียนอนุบาล!
- ฮ่า ๆ ๆ ๆ อาจารย์อวี๋ คุณรู้ดีจริง ๆ~
ฮั่วอวี๋ี้เีเกินกว่าจะสนใจกลุ่มชาวเน็ต เขาพาเสี่ยวอวี๋กลับไปที่สถานีหน้าด่าน
หลังจากที่ใช้เวลากับเ้าลูกหมาป่าภายในอาคารเสร็จ ชายหนุ่มก็วิ่งไปยังโกดังด้านนอกและค้นหาวัสดุรวมถึงเครื่องมือต่าง ๆ ที่สามารถใช้งานได้
ฮั่วอวี๋ขนย้ายวัสดุส่วนใหญ่ในโกดังไปยังห้องใต้ดิน เนื่องจากความปลอดภัยของห้องใต้ดินมีมากกว่า มันสามารถรักษาวัสดุไม่ให้รับความเสียหายในระดับสูงสุดได้
หลังจากจัดการกับเศษไม้หักเสร็จ ผู้พิทักษ์น้ำแข็งหนุ่มก็แบกพวกมันมาที่สนาม
เขาลากกวางมาและตัดต้นขาของมันด้วยมีดกรูข่า
"น่าเสียดายจริง ๆ หากจะไม่ได้ทำบาร์บีคิวเนื้อกวาง" ฮั่วอวี๋มองขากวางและเอ่ย “อย่างที่เรารู้กัน ทุกอย่างสามารถทำบาร์บีคิวได้"
“การย่างเป็หนึ่งในวิธีการทำอาหารแรกสุดที่มนุษย์เราเข้าใจ และวิธีการย่างก็แบ่งออกเป็ประเภทต่าง ๆ เช่น การย่างแบบเปิด การย่างในเตา การย่างโคลน การย่างด้วยไม้ไผ่ และอื่น ๆ..."
“แต่ที่นี่คือขั้วโลกเหนือ และผมทำได้แค่ย่างแบบเปิดเท่านั้น"
“เพื่อหลีกเลี่ยงการทำลายสิ่งแวดล้อม ผมจะใช้ไม้พวกนี้ทำที่ย่าง จากนั้นจึงย่างมันด้วยถ่านไร้ควัน"
ฮั่วอวี๋ผูกขาตั้งสองขาด้วยไม้และวางชิ้นไม้ในแนวนอนเพื่อเป็ที่ย่าง
“ความร้อนจากไฟของถ่านไร้ควันไม่ได้แรงนัก ดังนั้นผมจึงต้องย่างในระดับที่ใกล้กับพื้น หากคุณใช้ไม้เป็เชื้อเพลิงเมื่อทำการย่างเนื้อในป่า คุณจะต้องสร้างที่ย่างให้สูงขึ้น"
“นอกจากนี้การย่างด้วยหินเองก็มีรสชาติที่ค่อนข้างเป็เอกลักษณ์ พวกคุณสามารถลองดูได้"
ถ่านไร้ควันเป็สิ่งที่ได้มาจากกงล้อสุ่ม มันติดไฟง่ายและไม่จำเป็ต้องใช้ที่จุดไฟด้วยซ้ำ
ไม่นาน ถ่านไร้ควันที่ลุกไหม้ก็เริ่มแผ่คลื่นความร้อนและอุณหภูมิโดยรอบก็พุ่งสูงขึ้น ดังนั้นฮั่วอวี๋จึงพาเสี่ยวอวี๋ออกมาจากห้อง
การย่างบาร์บีคิวจะต้องมีส่วนประกอบหลายอย่าง
เขามองลูกหมาป่าในอ้อมแขนและพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
เป็การดีที่จะมีอาหารสำรองฉุกเฉิน...
แม้ว่าสถานีหน้าด่าน 249 จะมีอาหารสำรองอยู่มาก แต่เขาก็ไม่สามารถใช้อาหารฉุกเฉินอย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้นได้ ฮั่วอวี๋เตรียมขากวางที่หั่นเป็ชิ้น ๆ รวมไปถึงเนื้อแห้งและผักบางอย่างที่รักษาง่ายบางส่วนไว้เป็เสบียง
หากไม่ใช่เพราะสถานีหน้าด่าน 249 อยู่ห่างจากแถบชายฝั่งทะเล เขาคงจะจับปลามาด้วยสักตัวหรือสองตัว
เนื้อกวางบนที่ย่างอาบไปด้วยน้ำมัน ไขมันของมันหยดลงมาบนเปลวไฟเกิดเสียงดัง ‘ฉ่า’ แน่นอนว่าเนื้อที่ย่างบนถ่านที่เต็มไปด้วยน้ำมันจะอร่อยยิ่งขึ้น
ฮั่วอวี๋นั่งอยู่ข้างกองไฟ เขาอุ้มเสี่ยวอวี๋ไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง รอยยิ้มที่มีความสุขประดับบนใบหน้า
“หลังจากที่ทานเนื้อกวางย่างถ่าน จักรพรรดิก็ยังไม่สำราญเท่าผม!"
หยางเถียน ผู้ซึ่งกำลังดูการถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้าน เห็นชายหนุ่มยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาอุ้มลูกหมาป่าสีขาวเอาไว้ในมือและพูดกับกล้อง พลันภายในใจของเธอก็รู้สึกโหยหาอย่างอดไม่ได้
“ผมไม่รู้พวกคุณเคยอ่านเกี่ยวกับการหลั่งสารโดปามีนหรือเปล่า สารโดปามีนเป็สารสื่อประสาทของสมองส่วนกลาง ซึ่งจะส่งผลกับความรู้สึกของคนเรา ในทางทฤษฎีแล้ว การหลั่งสารเหล่านี้ออกมาในระดับสูงจะทำให้ผู้คนรู้สึกตื่นเต้น"
“การกินอาหารอร่อยจะช่วยให้ร่างกายหลั่งสารโดปามีนออกมาได้ 120 หน่วย สุนัขและแมวจะสามารถหลั่งสารโดปามีนออกมาได้ 40 หน่วยจากการโดนลูบ"
“เช่นเดียวกับผม ในขณะที่กำลังกินอาหารอร่อย ๆ และเล่นกับเสี่ยวอวี๋ ผมสามารถหลั่งสารโดปามีนออกมาได้ทั้งหมด 160 หน่วย แน่นอน ผู้ที่หลั่งสารโดปามีนออกมามากกว่า 158 หน่วยถือเป็กำไร!"
ฮั่วอวี๋มองกล้องและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ดังนั้นพวกคุณคิดว่าผมกำลังมีความสุขไหม?"
"ผิดแล้ว! พวกคุณไม่สามารถจินตนาการความสุขของผมได้เลยแม้แต่นิดเดียว!"