เราถูกขังที่โรงเรียนตำรวจแห่งหนึ่งพร้อมกับเพื่อนๆที่เป็ผู้หญิงอีกเกือบยี่สิบคน เราถูกขังมาเกือบจะหนึ่งเดือน เราทั้งเศร้าทั้งคิดถึงลูกแก้วแทบขาดใจเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมายังไม่มีใครถูกประกัน เราพยายามวานให้คนที่มาเยี่ยมไปสืบข่าวแต่ก็ไม่เป็ผลจนกระทั่ง........
ตำรวจ : ศศิกานต์
ปาย : ค่ะ
ตำรวจ : ท่านปลัดจังหวัดเรียกพบ
ปาย : พ่อ...........
เราเดินตามตำรวจไปยังห้องรับรอง เราทั้งสั่น ทั้งกลัว ทั้งกังวล ทุกอย่างในหัวมันสับสนจนเราไม่รู้ว่าจะมุดหน้าไปไหนแต่ต้องเผชิญหน้าอย่างเดียวและเมื่อเปิดประตูเราก็พบกับคนที่เราไม่อยากเจอ
ปาย : พ่อ.........
พ่อ : (ตบหน้าปาย) อีลูกสารเลว กูอุตส่าห์สอนมึงมาอย่างดี มึงไปเข้ากับพวกศูนย์ไปเป็คอมมิวนิสต์ทำไม ตอบ!
ปาย : หนู.........
พ่อ : กูจะพามึงไปลาออกแล้วกลับบ้าน พอกันทีกับนิสัยแย่ๆของมึง เสียแรงกูเลี้ยงมา คิดยังไงไปอยู่กับคอมมิวนิสต์
ปาย : ไม่ใช่คอมมิวนิสต์ซะหน่อย
พ่อ : หุบปาก! นี่แกคิดจะเถียงฉันหรอ?
ปาย : ก็พ่อเป็ซะแบบนี้ หนูถึงอยากมาเรียนที่ธรรมศาสตร์ อยากจะหนีออกมาจากบ้าน ดีกว่าอยู่ที่บ้านแล้วถูกทุกคนกดขี่ ถูกบังคับ ให้ทำนู้นทำนี่ รู้บ้างป่ะหนูก็อยากใช้ชีวิตเป็ของตัวเองบ้าง
พ่อ : อีปาย! (ตบหน้า)
ปาย : พ่อ!
ตำรวจ : เอ่อท่านครับ ผมว่าท่านพอก่อนเถอะครับ ส่วนเื่ถอดรายชื่อจากผู้ต้องหาเดี๋ยวผมจัดการให้เองครับ
พ่อ : ยังไงผมก็วานท่านตำรวจด้วยนะครับ ไปกลับ
เราเดินไปที่รถด้วยอาการเจ็บที่หน้าเพราะถูกตบถึงสองครั้ง ตลอดทางที่เราผ่านเรานั่งซึมจนสีหน้าของพ่อเริ่มที่จะกังวลขึ้น
พ่อ : ปาย ปาย ปาย
ปาย : ค่ะๆ พ่อมีอะไรรึเปล่า
พ่อ : ทำไมเหม่อลอยอะไรขนาดนั้น เป็อะไรรึเปล่า? เล่าให้พ่อฟังได้ไหม?
ปาย : พ่อจะให้หนูเล่าจริงๆหรอ?
พ่อ : เล่ามาเถอะพ่อรับฟังได้
ปาย : วันนั้นเพื่อนหนูแต่ละคนถูกยิง บางคนขนาดตายแล้วยังถูกทรมานต่อ หนูต้องกระเสือกกระสนคลานหลบะุ มันเป็ะุที่พ่อเคยสอนยิงด้วย ที่เขาบอกพวกหนูมีอาวุธถ้ามีจริงๆหนูคงเข้าป่าไม่กลับมาให้พ่อเห็นหน้าหรอก
หลังจากเราพูดจบตลอดทางพ่อกลับดูเงียบลง สายตาที่เต็มไปด้วยความโกรธในตอนแรกกลับกลายเป็สายตาที่เต็มไปด้วยความละอายใจและรู้สึกผิด ก่อนจะถึงหอพักพ่อก็ได้พูดถึงการเรียนของเราอีกครั้ง
พ่อ : ปาย พ่อเปลี่ยนใจแล้ว พ่อจะยังให้เราเรียกธรรมศาสตร์ต่อ
ปาย : พ่อพูดจริงหรอค่ะ
พ่อ : ใช่ แต่เราต้องกลับขอนแก่นกับพ่อก่อน แล้วอีกสองเดือนค่อยกลับมา
ปาย : แต่........
พ่อ : ไม่มีแต่ นี่มันความปลอดภัยของเราล้วนๆนะปาย พ่อให้เวลาสองวันเก็บของให้เสร็จ ออกจากหอ แล้วพ่อจะให้คนมารับเรา เข้าใจนะ?
ปาย : ค่ะ
เรายืนส่งพ่อขับรถออกไปจนพ้นสายตาเราก็รู้สึกโล่งที่การตัดสินใจของพ่อนั้นอย่างน้อยก็เข้าใจเรา แต่ภายในใจอีกอย่างที่เรายังห่วงตลอดเวลาจนถึงตอนนี้เราก็ยังรบกวนใจอยู่ไม่น้อย เรากลัว เรากลัวว่าแก้วจะตายกลางทาง เรากลัวว่าคำขอร้องนั้นจะกลายเป็คำขอร้องสุดท้าย
ปาย : (ก็อกๆ) แก้ว (ก็อกๆ) แก้ว เราเข้าไปนะ
เราเปิดประตูห้องเข้าไปด้วยความหวังที่ว่าจะเห็นลูกแก้วนอนหลับหรือไม่ก็พึ่งออกมาจากห้องน้ำหรือไม่ก็นั่งรอเรา แต่ภาพตรงหน้าเรา.........สภาพห้องเต็มไปด้วยของที่ถูกรื้อค้นทุกซอก ทุกมุม หนังสือบางส่วนหายไปเกือบหมด ร่องรอยทุกอย่างบ่งบอกว่า ' แก้วหายตัวไป ' เราแทบจะคลั่งสภาพห้องที่รกอยู่แล้วมันกลับทวีคูณความเละเข้าไปอีก ความโมโห ความเครียด ความรู้สึกผิด กำลังก่อตัวในใจของเรา เราเริ่มโทษตัวเอง เราไม่น่าปล่อยให้ลูกแก้วกลับมาคนเดียวเลย...........
/////
ผ่านมาเกือบสองวันเสียงนาฬิกาที่ฝาผนังห้องยังคงดังและหมุนไปเรื่อยๆ แต่เรากลับนอนจมปลักอยู่แต่กับที่นอน เอาแต่นอนกอดเสื้อของลูกแก้ว น้ำตาไหล ไหลออกมาจากความรู้สึกผิด ไหลออกมาเพราะความโง่ของตัวเองที่ไม่ยอมเชื่อคนที่รัก สมองทุกส่วนด้านชา คิดไม่ออก ลุกไม่ขึ้น ความรู้สึกผิดในใจยิ่งทวีคูณเมื่อได้กลิ่นเสื้อของลูกแก้ว เราแทบอยากจะตายั้แ่ในมหาวิทยาลัย อยากโดนยิงั้แ่ที่หลบอยู่ หรือไม่ก็ถูกแขวนคอไปกับคนอื่นๆก็ได้ เราไม่น่ารอดกลับมาให้ตัวเองเสียใจด้วยซ้ำ..........
" เหนื่อยไหม? "
ปาย : เหนื่อยสิ เหนื่อยมากด้วยๆ
" คิดถึงเราไหม "
ปาย : คิดถึงสิ คิดถึงมากๆ คิดถึงทุกวันจนไม่อยากห่างจากแก้วอีกเลย
" งั้นก็ลืมตาสิ "
ลูกแก้ว : ไงปาย
ปาย : แก้ว........
ปาย : แก้วจริงๆใช่ไหม เราไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?
ลูกแก้ว : แล้วที่จับนี่ตัวจริงไหมล่ะ?
ปาย : แก้วหายไปไหนมา อึก หายไปไหน เรากลับมาทำไมไม่เจอ
ลูกแก้ว : เราหนีตำรวจ ปายก็เห็นหนิว่าห้องถูกค้นเละขนาดไหนปายน่าจะดูออกนะ ว่าแต่ปายนั้นแหละหายไปไหนเกือบเดือน รู้ไหม อึก เรารอปายนานขนาดไหน เราทั้งกลัวเราทั้งหวั่น เรากลัวว่าปายจะถูกยิงตาย ปายทำไมไม่เชื่อเราเลย ทำไม ทำไม! (ทุบอกปาย)
ปาย : แก้ว แก้ว เราขอโทษ เราขอโทษ
ลูกแก้ว : ปายอย่าทำแบบนี้อีกนะ เราไม่อยากเสียปายไป ถ้าปายตายไปเราไม่รู้แล้วว่าเราจะอยู่ยังไง
ปาย : เราอยู่นี่แล้ว เราไม่ไปแล้ว เราไม่ไปแล้ว ไม่ร้องนะแก้ว ไม่ร้อง
เราสองคนนั่งกอดกันแทบจะแกะออกจากกันไม่ได้ ลูกแแก้วก็เอาแต่ร้องไห้แล้วซบหน้าอกเรากอดเราแน่นเอาซะเหมือนลูกลิงขี้แยที่เขาดินจนเราแทบจะอดหัวเราไม่ได้และใช่แก้วโกรธจนหูตั้งตอนได้ยินเสียงหัวเราะ
ลูกแก้ว : ปายหัวเราะทำไม เราร้องไห้แล้วมันน่าตลกหรอ? นี่แหนะ (จิกแขน)
ปาย : โอ๊ย! เราเจ็บนะ
ลูกแก้ว : เจ็บก็ดีสิ จะได้เลิกหัวเราะเราสักที
ปาย : เราขอโทษก็มันอดไม่ได้จริงหนิ
ลูกแก้ว : ออ
ปาย : เราขอโทษ ให้อภัยเรานะ
ลูกแก้ว : อืมก็ได้ เอ่อ.......
ปาย : แก้วมีอะไรหรอ?
ลูกแก้ว : คือ....เรามีเื่จะบอกปาย
ปาย : เราก็มีเหมือนกัน
ลูกแก้ว : งั้นปายเล่าก่อน
ปาย : คือเราต้องกลับขอนแก่นพรุ่งนี้ แล้วเราจะไม่ได้กลับมาที่กรุงเทพอีกสองเดือน
ลูกแก้ว : ........
ปาย : แล้วเื่ของลูกแก้วล่ะ? เื่อะไรหรอ?
ลูกแก้ว : ปายเราลาออกจากมหาลัยแล้วนะ
ปาย : ห้ะ! แก้วลาออกทำไม แล้วแก้วจะไปเรียนไหนล่ะ?
ลูกแก้ว : พ่อแม่เราบังคับให้ลาออก แล้วเราต้องกลับไปชุมพรไปเรียนวิทยาลัยครูที่นั่น
เราได้แต่อึ้งจนพูดออก เราไม่ตอบอะไรเพราะรู้ว่าคงไม่มีสิทธิ์ที่จะรั้งลูกแก้วไว้ เราสองคนได้แต่นั่งซึม เราไม่รู้ต้องทำอะไรต่อไป เราได้แต่มองหน้ากัน ได้แต่จับมือกันไว้เพราะวันนี้ก็เป็วันสุดท้ายแล้วที่เราจะได้เจอกันเป็วันสุดท้ายก่อนที่เราจะไม่ได้เจอลูกแก้วอีก..............ตลอดไป
ปาย : (ก็อกๆ) ค่ากำลังไปค่า (เปิดประตู) พี่นิศา!
นิศา : หวัดดี หายหน้าหายตาไปเลยนะเราปาย
ปาย : ก็ถูกจับั้แ่วันนั้นนั่นแหละ หนูอุตส่าห์ยังรอดมาได้เลยนะคะเนี่ย
นิศา : โชคดีนะเนี่ยที่ยังไม่ถูกยิงตาย
ปาย : จะถือว่าเป็คำชมแล้วกันค่ะ แล้วพี่นิศามานี่มีธุระอะไรรึเปล่าค่ะ
นิศา : คือพี่กับคนอื่นๆในศูนย์กับองค์การตกลงกันว่าจะเข้าป่า เลยกะว่าจะมาชวนพวกเราไปด้วย
ปาย : ทำไมพวกพี่รีบตัดสินใจกัน เรายังไม่แพ้ พวกเรายังสู้ไหวไม่ใช่หรอค่ะ ทำไมต้องรีบไปพึ่ง พคท. ด้วยไม่สมเหตุสมผลเลย
นิศา : ปาย ครั้งนี้เราแพ้จริงๆ เราแพ้เขาแล้วจริงๆปาย ตอนนี้เราโดนล่าหนักกว่าทุกครั้งมากพวกพี่ตัดสินใจเพราะมันเป็หนทางสุดท้ายแล้วจริงๆ
ปาย : แต่............
นิศา : ที่พี่มาพูดวันนี้พี่แค่อยากถามว่าจะไปกับพวกพี่ไหม? ถ้าไปก็พรุ่งนี้สี่โมงเย็นที่หัวลำโพง แต่ถ้าไม่ไปพี่ก็ขอให้พวกเราใช้ชีวิตรอดต่อไป
ปาย : พี่นิศา...........
นิศา : หวังว่าพวกเราจะไปกันนะ ยังไงไม่ว่าพวกเธอจะตัดสินใจยังไงพี่ก็ขอให้พวกเราโชคดีนะ พี่ไปล่ะ (ปิดประตู)
เรานั่งคิดหนัก เพราะการที่เราเข้าป่าไปมันอาจจะเสี่ยงหลายๆด้านและเราก็ไม่แน่ใจว่าระหว่างไปจะถูกจับไหมด้วยซ้ำ แต่ก็ดูเหมือนว่านี่อาจจะเป็หนทางสุดท้ายและเป็วิธีการที่น่าจะดีที่สุด
ลูกแก้ว : ปาย ปายจะเข้าป่าไปกับพวกพี่นิศาจริงๆหรอ?
ปาย : ไม่รู้สิ เราไม่รู้เหมือนกันแก้ว เราไม่อยากจะเสี่ยงนะ แต่บางทีมันอาจจะเป็ทางสุดท้ายและเป็ทางเดียวที่เราจะรอดตายจากพวกรัฐก็ได้
ลูกแก้ว : ถ้าปายจะไปเราก็จะไปด้วย
ปาย : แก้วคิดดีแล้วใช่ไหม?
ลูกแก้ว : นี่คงเป็.............
" ทางสุดท้ายสำหรับเราสองคนแล้วจริงๆ "