ทั้งเขตหุ่นไม้เงียบสงบ
คิดไม่ถึงว่ามู่หรงฉินที่มองซูฮ่าวท่ามกลางแสงตะวันรอน จะเกิดความเลื่อมใสอยู่ภายในใจ
เดิมทีคิดว่าคำวิจารณ์ของซูฮ่าวก่อนหน้านี้ก็แค่สายตาสูงส่งแต่ฝีมือต่ำ ไม่มีทางที่เก่งกาจจริงๆ แต่หลังจากที่ได้เห็นกระบวนท่าที่ซูฮ่าวตีหุ่นไม้แล้วเธอเพิ่งจะเข้าใจว่าคำพูดในก่อนหน้านี้ของเธอมันน่าขำมากแค่ไหน
การตีหุ่นไม้ ถึงแม้จะเป็ขั้นพื้นฐานของคนที่ฝึกวิทยายุทธแต่ซูฮ่าวกลับสามารถผสานไท่เก๊กเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว การตีหุ่นไม้ก็ราวกับเด็ดดอกไม้ใบหลิวล้วนแสดงกำลังของวิทยายุทธที่ไม่ธรรมดาของเขาออกมาได้
เธออ้าปาก ้าพูดอะไร แต่พอจะพูดออกไปก็พูดไม่ออก
มู่หรงเหิงเต๋อที่อยู่ข้างๆ ก็รู้สึกเลื่อมใสเหมือนกัน
ในฐานะผู้าุโของตระกูลมู่หรง ทั้งชีวิตนี้ของเขาผ่านาความวุ่นวายเคยเห็นคนมีพร์มานับไม่ถ้วน คนพวกนี้บางคนได้กลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่ทางธุรกิจบางคนกลายเป็ผู้ยิ่งใหญ่ด้านการแพทย์ บางคนยิ่งได้กลายเป็ปรมาจารย์วิทยายุทธ
ซูฮ่าวที่ตรงหน้านี้เพิ่งอายุแค่ยี่สิบต้นๆแต่กลับรู้ถึงแก่นแท้ของไท่เก๊กอย่างลึกซึ้งแรงตอนที่ตีหุ่นไม้ก็เก็บหมัดปล่อยหมัดได้ดั่งใจ ต่อให้จะเป็คนมีพร์ในตระกูลเ่าั้ ก็ไม่อาจสามารถบรรลุถึงขั้นเขาได้
อิงตามแนวโน้มของการพัฒนานี้ต่อไป อนาคตของซูฮ่าวนับว่าสดใสมาก และเป็ไปได้ว่าจะได้กลายเป็ปรมาจารย์วิทยายุทธรุ่นหนึ่ง
“ติ๊งต่อง ยินดีด้วยโฮสต์จอมเสแสร้ง ทำให้เกิดการตื่นตระหนกได้ทั้งคู่ รางวัลแต้มเสแสร้งห้าสิบแต้ม ps : ชีวิตจะมีการเสแสร้งได้กี่แบบ หากไม่เสแสร้งตอนนี้แล้วจะไปเสแสร้งเวลาไหน? โฮสต์อายุน้อยขนาดนี้ก็บรรลุถึงขอบเขตการเสแสร้งที่สูงที่สุดแล้ว จากนี้ไป นอกจากจบชีวิตของตน โฮสต์ก็ไม่มีหนทางอื่นแล้ว”
ซูฮ่าว “ … ”
ระบบ นี่คุณกำลังชมผมหรือ?
หากใช่ ก็ขอให้พูดเสียงดังหน่อย!
มู่หรงเหิงเต๋อที่ข้างๆ มองซูฮ่าวออย่างลึกซึ้ง และพูดพลางถอนหายใจว่า“ช่างเป็คลื่นลูกใหม่ซัดคลื่นลูกเก่าจริงๆฝีมือการตีหุ่นไม้ของพ่อหนุ่มซู ทำให้ผมได้เปิดหูเปิดตาจริงๆหลานสาวของผมกับพ่อหนุ่มซูพอมาเทียบกันแล้ว ก็พูดได้เลยว่าต่างกันราวกับหิ่งห้อยกับดวงจันทร์ยามสว่าง”
“คุณชมเกินไปแล้ว ผมฝึกตีหุ่นไม้มาั้แ่เด็ก สิบปีเหมือนหนึ่งวันดังนั้นด้านการตีหุ่นไม้จึงมีความสำเร็จเล็กน้อยแต่ว่าหากพูดถึงกำลังด้านวิทยายุทธ จริงๆ แล้วคุณมู่หรงก็ไม่แพ้ผม” ซูฮ่าวทำมือคารวะแล้วก็พูดอย่างถ่อมตัว
มู่หรงเหิงเต๋อพยักหน้าเบาๆ ถึงแม้กำลังไม่ธรรมดาแต่อีกฝ่ายก็ยังไม่อวดเก่งไม่ใจร้อน ถือว่าได้ยอมรับนิสัยของซูฮ่าวแล้ว
ราวกับคิดอะไรออก เขาจึงถามว่า “ฉันอยู่ในฉวนโจวมานานขนาดนี้แต่ไม่เคยได้ยินชื่อพ่อหนุ่มซูหรือว่าพ่อหนุ่มซูไม่ใช่คนฉวนโจว?”
“ผมมาจากบ้านตระกูลซูของมณฑลจินหลิงมาที่ฉวนโจวเมื่อสองเดือนก่อนครับ”
“บ้านตระกูลซูของมณฑลจินหลิงหรือ?” มู่หรงเหิงเต๋อใและพูดพลางถอนหายใจว่า “ฝีมือการตีหุ่นไม้ของพ่อหนุ่มซูเหนือชั้นก็เพราะมาจากตระกูลสุดยอดนี่เอง”
ตระกูลซูคือหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ของมณฑลจินหลิง เป็สุดยอดทั้งวงการการเมืองและวงการธุรกิจเป็นักรบที่นี่มีอำนาจยิ่งใหญ่เกรียงไกรกำลังโดยรวมก็อยู่ในอันดับสองของสี่ตระกูลใหญ่
เมื่อเทียบกับบ้านตระกูลซู ตระกูลมู่หรงที่เป็ใหญ่ในเมืองไห่เป่ยก็ดูไม่มีค่าพอแล้ว
“ซูฮ่าว บ้านตระกูลซู?” มู่หรงฉินที่อยู่ข้างๆหรี่ตาลง และเผยสีหน้าเข้าใจทันที “ฉันนึกออกแล้ว นายก็คือคนไร้ประโยชน์ที่ถูกบ้านตระกูลซูขับไล่ออกมานี่เอง”
ทันทีที่พูดเช่นนี้ออกมา เธอก็รู้ตัวว่าตนเองใช้คำพูดไม่ถูกจึงรีบเปลี่ยนคำพูด “ฉันไม่ได้ความหมายอย่างนั้น ก็แค่… ”
“ไม่เป็ไร ตอนที่ผมอายุยังน้อยก็ทำตัวสำมะเลเทเมา ทำเื่ที่โง่เขลามากมายแต่ตอนนี้ก็รู้จักปรับปรุงตัวหลังหลงผิดมานานแล้ว ผมรู้ว่าคำพูดของคุณมู่หรงก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะล่วงเกิน ก็เข้าใจได้” ซูฮ่าวโบกมือและพูดเพื่อบรรเทาอาการอึดอัดของมู่หรงฉิน
คำพูดพวกนี้ทำให้มู่หรงเหิงเต๋อประเมินซูฮ่าวสูงขึ้นอีก
เขาก็เคยได้ยินเื่ที่ซูฮ่าวถูกบ้านตระกูลซูไล่ออกจากบ้านแต่ซูฮ่าวในตำนานคือเศรษฐีรุ่นที่สองที่แท้จริง เอ้อระเหยลอยชายทั้งวันไม่เอาการเอางาน แทะเงินทองของคู่หมั้นไปวันๆ
แต่ซูฮ่าวตรงหน้านี้คือคนเจียมเนื้อเจียมตัว ท่าทางสง่างาม มีมารยาทวางตัวดี ต่างจากซูฮ่าวที่เล่าลือค่อนข้างมาก
เขามองซูฮ่าว ราวกับเห็นตนเองในเวลานั้น ก็เลยทอดถอนใจว่า “พ่อหนุ่มซูพูดเกินไปแล้วใครเล่าตอนหนุ่มไม่เคยทำผิด ผมก็เคยทำเื่ผิดพลาดมากมายดังนั้นก็เลยได้รับกรรมอย่างนี้ ได้แต่โทษตอนที่ยังหนุ่มเป็คนชอบเอาชนะ ทำให้ผู้คนผิดหวัง… แค่กๆ … ”
ยังพูดไม่ทันจบ เสียงไออย่างฉับพลันก็ดังออกมาจากปากของเขาบนหน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ สีหน้าก็ซีดเผือด
“คุณปู่เป็อะไร?” สีหน้าของมู่หรงฉินเปลี่ยนไปมากและรีบเข้าไปประคองมู่หรงเหิงเต๋อ ด้วยสีหน้าดูรีบร้อน
มู่หรงเหิงเต๋อปัดมือ แต่อาการไอกลับรุนแรงขึ้น สุดท้ายก็ไอออกมาเป็เืมู่หรงฉินเห็นแล้วก็ปวดใจเหมือนถูกมีดทิ่มแทง ร้อนรนเหมือนมดที่วิ่งบนกระทะร้อน
“ไม่… ไม่เป็ไรนี่คือกรรมที่ปู่ต้องรับ… ” มู่หรงเหิงเต๋อโบกมือ วินาทีนี้ตัวเขาราวกับแก่ชราลงไปมาก
เขามองท้องฟ้า แสงตะวันรอนส่องลงบนหน้าเขาสะท้อนความเสียใจออกมา
ซูฮ่าวตัวสั่น ท่าทางของมู่หรงเหิงเต๋อในเวลานี้ไหนเลยจะไม่เหมือนตนเองในชาติก่อนที่มีแต่ความละอายใจ?
เขาเงียบไปสักพัก ก็เข้าไปสังเกตมู่หรงเหิงเต๋อ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว “คุณ คุณถูกวางยาพิษหรือครับ?”
ทันทีที่พูดอย่างนี้ออกมา มู่หรงเหิงเต๋อก็ตัวสั่นและมองซูฮ่าวด้วยสายตาเหลือเชื่อทันที
“พ่อหนุ่มซู ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะเข้าใจวิชาการแพทย์ด้วย?”
“ก็เข้าใจนิดหน่อยครับ ระหว่างคิ้วของคุณมีไอดำที่เกิดจากหนอนพิษลอยออกมา หากผมมองไม่ผิด ที่คุณโดนน่าจะเป็พิษงู คือหนึ่งในแปดพิษของชนเผ่าม้งพิษนี้พอเข้าสู่ภายในตัวจะประกอบกันเป็งู แล้วกัดไปทั่ว ดูดเืเนื้อทำให้คนเ็ปจนทนไม่ไหว ตอนกลางคืนจะยิ่งรุนแรง” ซูฮ่าวพยักหน้าและพูดอธิบาย
เขาวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลเช่นนี้ได้ เพราะเข็มเทพเหลยหั่วที่เขาจับได้เป็รางวัล เทคนิคการแพทย์ถาวรจากทางระบบภายใต้การสะสมความรู้ทางการแพทย์ที่ระบบเพิ่มให้ ก็มองพิษงูที่รัดตัวมู่หรงเหิงเต๋อออกแล้วเมื่อครู่นี้
มู่หรงเหิงเต๋อจ้องซูฮ่าวอยู่นาน สีหน้ามีความซับซ้อนมาก “ช่างเป็อภิชาตบุตรจริงๆพ่อหนุ่มซูไม่ใช่แค่มีพร์ด้านวิทยายุทธ กระทั่งด้านการแพทย์ก็ยังเข้าใจถ่องแท้เช่นนี้ ผมเลื่อมใสจริงๆ ”
มู่หรงฉินได้ยินแล้วก็ตาแดงมองมู่หรงเหิงเต๋ออย่างไม่เข้าใจ “คุณปู่ ทั้งๆ ที่คุณพ่อบอกว่าคุณปู่ได้รับาเ็แค่ที่ปอด ต้องกินยาตลอดชีวิตทำไมตอนนี้กลับกลายเป็พิษงูได้ล่ะคะ?”
“เสี่ยวฉิน พ่อของหลานไม่อยากให้หลานเป็ห่วงปู่ ดังนั้นก็เลยหลอกหลานแบบนั้น” มู่หรงเหิงเต๋อถอนหายใจและพูดอย่างขมขื่นว่า “ไหนๆ เื่มันก็มาถึงขั้นนี้แล้ว ปกปิดไปก็ไม่มีประโยชน์ ปู่จะบอกเื่นี้กับหลานเอง”
เดิมทีแล้วตอนที่มู่หรงเหิงเต๋ออายุยังน้อยเคยหมั้นหมายกับหญิงสาวของชนเผ่าม้งท่านหนึ่งเป็การส่วนตัว
ั้แ่โบราณมาผู้หญิงเผ่าม้งใจอ่อน ผู้หญิงในูเาไร้เดียงสากล้ารักกล้าแค้น จะรู้ถึงความน่ากลัวของจิตใจคนเสียที่ไหนบางครั้งคำมั่นสัญญาที่ไม่จริงใจก็จะถือว่าเป็การสารภาพรักอย่างสุดหัวใจของผู้ชายดังนั้น เพื่อปกป้องผู้หญิงเผ่าม้งที่งดงามั้แ่โบราณมาคนเผ่าม้งก็มีวิชาเฉพาะที่ถ่ายทอดให้ผู้หญิงไม่ถ่ายทอดให้ผู้ชาย นั่นก็คือทักษะพิษ
มู่หรงเหิงเต๋อในเวลานั้นรักชอบหญิงสาวม้งท่านนี้มากก็เลยยอมให้หญิงสาวเผ่าม้งท่านนี้นำพิษงูมาใส่ตัว หากต่อไปเขาไม่จริงใจ หลงใหลเพียงแรกๆ แต่สุดท้ายก็ทอดทิ้งก็จะถูกพิษงูทรมานไปตลอดชีวิต
แต่สมัยนั้นมีาต่อเนื่อง ทั้งสองคนไม่ได้อยู่ด้วยกันกลับต้องแยกจากกันเพราะาความวุ่นวาย และไม่ได้พบกันอีก
หลังจากที่าความวุ่นวายสงบลงแล้ว มู่หรงเหิงเต๋อก็ตามหาหญิงสาวเผ่าม้งท่านนั้นอยู่ทุกคืนวันแต่สุดท้ายก็ไม่ได้อะไรกลับมา
เขาในเวลานั้นก็สร้างชื่อเสียงสำเร็จแล้ว แต่ติดที่คำขอร้องของคุณพ่อคุณแม่ ประกอบกับหาหญิงสาวเผ่าม้งท่านนั้นไม่พบจึงทำได้แค่แต่งงานกับคนอื่น และกลายเป็สามีของหญิงอื่น
ก็เพราะเหตุนี้ พิษงูที่หญิงสาวเผ่าม้งท่านนั้นใส่ไว้จึงเริ่มออกฤทธิ์ทรมานเขาวันแล้ววันเล่า
สำหรับเื่นี้ ภายในใจของมู่หรงเหิงเต๋อกลับไม่เคียดแค้นหญิงสาวเผ่าม้งท่านนั้นได้แต่รู้สึกผิดอยู่ในใจ และละอายใจกับการที่ตนเองไม่ได้ทำตามคำมั่นสัญญาที่ให้ไว้
มู่หรงฉินที่รู้ทุกอย่างแล้วดวงตาก็แดงก่ำและมองมู่หรงเหิงเต๋ออย่างโกรธเคือง “คุณปู่ เื่ร้ายแรงอย่างนี้ทำไมไม่บอกหนู? คุณปู่ยังเห็นหนูเป็หลานสาวอยู่ไหม?!”
เธอพูดๆ อยู่ก็น้ำตาคลอ ไม่รู้ว่าเพราะเป็ห่วงหรือเพราะโมโห
“คุณมู่หรง ที่ท่านปกปิดเื่นี้ ก็ไม่อยากให้คุณเป็ห่วงท่านในสมัยนี้พิษงูรักษายากมาก เทียบเท่ากับยาพิษเรื้อรังมันจะค่อยๆ ผลักให้คนลงไปในหลุมลึกแห่งความตายทีละก้าวท่านก็กลัวว่าหลังจากที่คุณรู้เื่นี้แล้ว จะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ แล้วทำอะไรที่เกินกว่าเหตุไป” ซูฮ่าวเห็นอย่างนี้แล้วก็พูดไกล่เกลี่ย
“ความรักของคนรุ่นก่อนล้วนไร้เสียงพวกเขายอมเสียสละอายุขัยเพื่อแลกกับความสุขของพวกคุณ กระทั่งไม่ยอมยืดอายุขัยเพื่อจะมองสีหน้าที่กลัดกลุ้มใจของพวกคุณหวังว่าคุณจะเข้าใจได้”
มู่หรงฉินซาบซึ้ง น้ำตาไหลพราก และกอดมู่หรงเหิงเต๋อไว้
“ขอโทษค่ะคุณปู่ หนูผิดเอง หนูไม่ควรพูดกับคุณปู่อย่างนี้”
“ไม่เป็ไร เสี่ยวฉินในที่สุดหลานก็โตแล้ว” มู่หรงเหิงเต๋อส่ายหน้าและลูบหัวมู่หรงฉิน บนใบหน้าเต็มไปด้วยความชื่นใจ
มู่หรงฉินเม้มปาก และพูดเสียงสะอื้นว่า “คุณปู่หนูไม่อยากให้คุณปู่จากหนูไปเลย… ”
“เด็กโง่ คนเราก็ต้องตาย เห็นหลานจนโตได้ขนาดนี้ ปู่ก็พอใจแล้ว”มู่หรงเหิงเต๋อหัวเราะเสียงดัง กลัวแต่ว่าจะอยู่ไม่ถึงวันแต่งงานของมู่หรงฉินไม่ได้เห็นหลานสาวของตนเองแต่งงานเป็ฝั่งเป็ฝา นั่นก็คือความเสียใจอย่างหนึ่ง
ความสัมพันธ์ของปู่กับหลานสองคนอย่างมู่หรงเหิงเต๋อกับมู่หรงฉินทำให้ซูฮ่าวซาบซึ้งใจเขาหยุดไปชั่วครู่ก่อนจะพูดว่า“ถึงแม้พิษงูจะรักษายากมากแต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีวิธีรักษา”
ทันทีที่เอ่ยเช่นนี้ออกมา ทั้งสองก็ตะลึงงันแล้ว
หลังจากนั้น มู่หรงฉินก็พุ่งเข้ามาจับมือของซูฮ่าวราวกับเป็บ้าไปแล้วเธอถามอย่างตื่นเต้นว่า “นาย… นายมีทางช่วยคุณปู่หรือ?”
ซูฮ่าวถูกเล็บมือของมู่หรงฉินจิกจนเจ็บ แต่เขาก็ฝืนพูดว่า “มีสิ… ”
“จริงหรือ? นายไม่ได้หลอกฉันใช่ไหม?” มู่หรงฉินหายใจถี่และพูดยืนยันอีกครั้ง
ซูฮ่าวพยักหน้าอย่างจริงจัง “ไม่หลอกแน่นอน”
“เข็มเทพเหลยหั่ว” คือเทคนิคการแพทย์ที่ขาดการสืบทอด ใช้กับคนตายก็ยังสามารถเรียกิญญากลับมาได้ แล้วนับประสาอะไรกับพิษงูเล่า
“คุณปู่ได้ยินหรือเปล่าคะ? เขามีทางรักษาพิษงูของคุณปู่!”มู่หรงฉินดีใจเป็บ้า และเอียงหน้ามองมู่หรงเหิงเต๋อพลางร้องะโอย่างดีใจ
มู่หรงเหิงเต๋อยังงงอยู่ เขามองซูฮ่าว พลางถามว่า “พ่อหนุ่มซู ไม่ทราบว่านายจะรักษาพิษงูให้ฉันอย่างไร?”
หลายปีมานี้เขาก็ไปหาหมอดังทั้งในและต่างประเทศมากมายแล้วหาพบแค่วิธีการระงับพิษงู แต่กลับไม่มีใครหาวิธีรักษาพิษงูได้แม้แต่คนเดียว
ดังนั้นเขายังคงสงสัยกับคำพูดของซูฮ่าวอยู่บ้าง
ซูฮ่าวจึงพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “ขั้นตอนการรักษามันอธิบายยากคุณอาจจะไม่เข้าใจศัพท์ทางการในด้านนี้ ผมช่วยขจัดความเ็ปของพิษงูในเวลานี้ให้คุณก่อนหลังจากนั้นคุณค่อยตัดสินใจดีไหม?”
มู่หรงเหิงเต๋อเงียบไปสักพัก ก็พยักหน้าตกลงทันที
ผ่านมาหลายปีขนาดนี้ เขาก็ยังไม่ทิ้งความหวังที่จะรักษาพิษงูแต่ความหวังนั้นค่อยๆ เลือนราง ตอนนี้เขาก็อยากลองสักครั้ง
ซูฮ่าวเห็นอย่างนี้แล้วก็ไม่ลังเล เขาให้มู่หรงเหิงเต๋อนั่งลงบนม้านั่งหิน ก่อนจะโคจรลมปราณมาที่ปลายนิ้ว ใช้นิ้วเป็เข็ม
เข็มเทพเหลยหั่วต้องผ่านเข็มเงินจึงจะสำแดงกำลังที่แท้จริงออกมาได้ภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีเข็มเงิน ก็ทำได้แค่ใช้ของแหลมแทนเข็มเงินมารักษาโดยผ่านวิธีการจี้จุด
ถึงแม้วิธีการอย่างนี้จะแสดงผลลัพธ์ของเข็มเทพเหลยหั่วออกมาได้แค่หนึ่งในห้าส่วนแต่การขจัดความเ็ปที่พิษงูนำมาให้มู่หรงเหิงเต๋อ ก็เพียงพอแล้ว
“คุณถอดเสื้อก่อนครับ”
มู่หรงเหิงเต๋อทำตามโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เห็นรอยแผลเป็ที่อยู่บนตัวอีกฝ่ายหลายแผลถึงซูฮ่าวจะข่มใจไว้แล้ว ก็อดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้า
รอยแผลเป็พวกนี้ไม่ได้เกิดจากพิษงู แต่เป็แผลที่ถูกมีดฟัน หรือถูกะุ
พอจะมองออกแล้วว่าทั้งชีวิตนี้ของมู่หรงเหิงเต๋อผ่านอุปสรรคมามากเท่าไร
มู่หรงฉินมองรอยแผลเป็พวกนั้นก็ปวดใจมาก คุณปู่ของเธอทำศึกามาทั้งชีวิตปกป้องประเทศชาติจากา ถึงมีเกียรตินับไม่ถ้วน แต่ก็ทนความเ็ปนับไม่ถ้วนมาอย่างเงียบๆ เหมือนกัน
“คุณทนหน่อย แรกๆ อาจจะเจ็บหน่อย” ซูฮ่าวเตือนเล็กน้อย ในดวงตาลึกล้ำพลันเปล่งแสงประกาย
เห็นแค่มือขวาของเขางอนิ้วมือทั้งห้ากดลงบนหน้าอกของมู่หรงเหิงเต๋อราวกับฟ้าแลบตำแหน่งจุดที่จี้ไม่เอนเอียง ความแรงไม่หนักไม่เบา
ถึงนิ้วทั้งห้านิ้วของเขาจะสลับกัน บนล่างสลับกัน หน้าหลังสลับกัน โคจรพลังลมปราณออกมาจากในตันเถียน ค่อยๆผสานเข้าสู่ร่างกายของมู่หรงเหิงเต๋อ
หลังจากนั้น มืออีกข้างของเขาก็วางอยู่บนไหล่ขวา กลั้นลมหายใจตั้งสติและกดลงไปอย่างรุนแรง
แค่ฉับพลัน มู่หรงเหิงเต๋อขมวดคิ้วสีหน้าบิดเบี้ยวทันที บนหน้าผากมีเหงื่อเม็ดใหญ่ไหลออกมา ริมฝีปากเริ่มขาวซีดก็เห็นได้ว่าเขากำลังแบกรับความเ็ปที่ยิ่งใหญ่
แต่หลังจากที่ความเ็ปนี้ออกมาจากไอร้อนที่เห็นอยู่ตรงหน้าอกอย่างรำไรแล้วก็หายไปทันที
ซูฮ่าวจี้จุดไปมาไม่หยุด กดและอัดเข้าไป ภายใต้การทำซ้ำไปซ้ำมาลมหายใจที่ยุ่งเหยิงของมู่หรงเหิงเต๋อก็สงบลง คิ้วที่ขมวดก็คลายออกอาการขาวซีดบนใบหน้ายิ่งมีสีแดงระเรื่อ
จนกระทั่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ซูฮ่าวก็กดตำแหน่งจี้จุดอีกหลายครั้ง หลังจากผ่านไปสิบนาทีถึงได้หยุดลง
เขาเช็ดเหงื่อที่ร้อนบนหน้าผาก พูดพลางหัวเราะว่า “เอาล่ะ อาการพิษของคุณจะบรรเทาลงชั่วคราว เย็นนี้คุณก็หลับสบายได้แล้ว”
“คุณปู่รู้สึกอย่างไรบ้าง?” มู่หรงฉินเห็นซูฮ่าวกดไปเรื่อยก่อนจะหยุดลง เธอจึงเป็ห่วงมาก
มู่หรงเหิงเต๋อสูดหายใจลึก และหัวเราะ “พ่อหนุ่มซูคือหมอเทวดาจริงๆตอนนี้ผมไม่รู้สึกเจ็บแม้แต่น้อยแล้ว รู้แค่ว่าทั้งตัวเบาสบายมาก การหายใจก็ราบรื่นไม่น้อย ดีกว่าทานยาระงับเยอะเลย”
คำพูดนี้ก็พูดออกมาจากใจ การจี้จุดของซูฮ่าวได้ผลอย่างมหัศจรรย์จริงๆ
“เยี่ยมไปเลย!” มู่หรงฉินตื่นเต้นจนยากจะควบคุมตัวเอง แทบจะะโขึ้นมาทันที
หลายปีมานี้ทุกๆ เย็นคุณปู่ของเธอก็จะไออย่างรุนแรง เพราะความเ็ปก็เลยนอนไม่หลับถึงมียาทาน แต่ก็ทำได้แค่บรรเทา ไม่มีทางขจัดความเ็ปออกไปให้หมดได้
วันนี้ได้ซูฮ่าวช่วยเอาไว้ ในที่สุดคุณปู่ของเธอก็ได้พักผ่อนอย่างสบายสักคืนแล้ว
มู่หรงฉินฝืนทนอาการดีใจและรีบมองซูฮ่าว น้ำเสียงเปลี่ยนเป็ให้ความเคารพ “คุณซูตระกูลมู่หรงของฉันถึงไม่ใช่ตระกูลสุดยอดแต่อยู่ในเมืองไห่เป่ยก็ยังคงมีอำนาจอยู่บ้าง ได้โปรดมารักษาพิษให้คุณปู่ฉันจนหายขาดได้ไหม ถึงตอนนั้นตระกูลมู่หรงของฉันจะตอบแทนอย่างงาม”
จริงๆ แล้วมีคำพูดถ่อมตัวอยู่ในน้ำเสียงของเธอ ด้วยกำลังที่อยู่ในเมืองไห่เป่ยของตระกูลมู่หรงถือว่าเป็ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ เหตุที่พูดไม่เต็มที่ก็กลัวว่าซูฮ่าวจะเรียกราคาสูง และขอร้องเื่ที่ทำได้ยาก
“คุณมู่หรงไม่จำเป็ต้องทำเช่นนี้ ท่านเป็คนรักความยุติธรรมอุทิศตนให้ประเทศชาติไม่น้อย ก็มีค่าพอที่ผมจะยินดีรักษาให้ เื่ตอบแทนไม่ได้สำคัญนัก” ซูฮ่าวส่ายหน้าเล็กน้อยและพูดอีกว่า “วันนี้ผมยังไม่ได้เตรียมของรักษาพิษงู หรือไม่คุณมู่หรงก็ทิ้งเบอร์ติดต่อและที่อยู่ไว้พรุ่งนี้ผมจะไปรักษาให้ถึงที่ดีไหม?”
“ได้สิๆ ” มู่หรงฉินไม่บังคับ เธอพยักหน้ารัวๆ หลังจากนั้นก็ทิ้งเบอร์โทรศัพท์กับที่อยู่ไว้
“คุณซู ถ้าอยากได้อะไรก็โทรมาเบอร์นี้ได้ ถ้ามีปัญหาก็ติดต่อมาเบอร์นี้ได้ทุกเมื่อ เมืองไห่เป่ยไม่พูดถึงแต่ในฉวนโจว ยังไม่มีเื่ที่ฉันมู่หรงฉินจัดการไม่ได้”
ซูฮ่าวใ
ฉวนโจวคือศูนย์กลางเศรษฐกิจและการเมืองของเมืองไห่เป่ยตระกูลที่ร่ำรวยจำนวนไม่น้อยล้วนตั้งอยู่ที่นี่ คิดไม่ถึงว่ามู่หรงฉินจะพูดโอ้อวดเช่นนี้ซึ่งก็เห็นได้ว่าอีกฝ่ายมีที่มาไม่ธรรมดาจริงๆ
ดูท่า วันนี้ตนเองก็พบกับสุดยอดคุณหนูแล้ว
“ได้ ถึงเวลาผมจะติดต่อคุณอีกที”
พอพูดจบ เขาก็จดเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ของมู่หรงฉินเอาไว้ เขาคุยกับทั้งสองคนอีกสักหน่อยหลังจากนั้นก็เดินไปอีกด้านหนึ่งเพื่อทำสมาธิให้ตบะมั่นคง โดยให้เหตุผลว่าจะฝึกวิทยายุทธ
มู่หรงฉินกับมู่หรงเหิงเต๋อเห็นซูฮ่าวมุมานะอย่างนี้ ก็แอบพยักหน้าแต่ไม่รบกวนเขา ไม่นานท้องฟ้าก็มืดลง จึงเดินออกไปจากสวนสาธารณะม้าหินแล้ว
ระหว่างทางทั้งสองคนยังคุยกันเบาๆ
“เสี่ยวฉิน ซูฮ่าวคนนี้หลานคิดว่าเป็อย่างไร?” มู่หรงเหิงเต๋อที่ผ่านการจี้จุดของซูฮ่าวแล้วสภาพก็ดีขึ้นไม่น้อยดูแล้วก็ผ่อนคลายมาก
“ไม่เลว วางตัวดี มีความหนักแน่นแบบที่ไม่สอดคล้องกับอายุ” มู่หรงฉินหวนคิดครู่หนึ่ง จากนั้นก็พูดชม
น้อยมากที่จะมีคนมีค่าพอให้เธอยอมรับอย่างนี้ ตอนที่คุยกับซูฮ่าวเธอรู้สึกถึงท่าทางที่ไม่อวดดีไม่รีบร้อนและวางตัวดีของซูฮ่าวได้อย่างชัดเจนถึงตนเองจะยอดเยี่ยมมาก แต่ก็จะไม่หยิ่งผยอง แค่จุดนี้ ก็เหนือกว่าพวกลูกไฮโซแล้ว
“หลานพูดถูก แต่ยังมีอีกหนึ่งจุดที่ปู่ยังไม่พบ”
มู่หรงฉินตะลึงงัน “จุดไหนคะ?”
“ซูฮ่าวคนนี้ รู้จักซ่อนความสามารถที่แท้จริงเหมือนเสือที่ซ่อนเล็บ!” มู่หรงเหิงเต๋อพูดทีละประโยค
“ตอนที่เห็นเขาแรกๆ ปู่แค่รู้สึกว่าเขาธรรมดามากถึงวางไว้สถานที่ใดก็ล้วนไม่สะดุดตาแม้แต่น้อย แต่ตอนที่สายตาของปู่สบตากับเขาเขากลับดูสงบนิ่งมาก กระทั่งสงบนิ่งจนน่ากลัว”
“หลานก็รู้ว่า ด้วยความน่าเกรงขามของปู่คนธรรมดาทั่วไปแค่มองปู่แวบเดียวก็ล้วนจะมีความรู้สึกเกรงกลัวอย่างน่าแปลกแต่ในสายตาของซูฮ่าว ปู่กลับมองไม่เห็นจุดนี้เลย”
“ตรงกันข้าม ความรู้สึกที่เขาทำให้ปู่รู้สึกได้ ก็เหมือนกับมหาสมุทรที่กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาแค่ภายนอก มองไม่ออกหรอกว่าเขากว้างใหญ่มากแค่ไหนและลึกมากแค่ไหน”
พอได้ยินคำพูดนี้ของมู่หรงเหิงเต๋อแล้วมู่หรงฉินนึกขึ้นมาอย่างละเอียด ก็คิดว่าในด้านอุปนิสัยซูฮ่าวก็สุขุมเกินไปจริงๆราวกับว่าต่อใหู้เาไท่ชานถล่มตรงหน้า เขาก็ยังสงบนิ่งได้
“คุณปู่ สืบเื่ของซูฮ่าวคนนี้หน่อยดีไหมคะ?”
มู่หรงเหิงเต๋อหรี่ตา เขาเงียบไปสักพักก็พูดว่า “สืบได้แต่ต้องมีขอบเขต ปู่ดูคนมาหลายปีขนาดนี้กว่าจะมีเด็กที่เข้าตาปู่สักคน ปู่มีความรู้สึกว่าอนาคตของเ้าเด็กคนนี้จะมีชื่อเสียงอย่างแน่นอนถึงจะเป็มิตรไม่ได้ แต่ก็ล่วงเกินไม่ได้เด็ดขาด”
มู่หรงฉินมองท่าทางที่เคร่งขรึมของมู่หรงเหิงเต๋อแล้ว ในดวงตาที่งดงามนั้นก็มีแสงสว่าง
ซูฮ่าวหรือ?
ทำให้คุณปู่ให้ความสำคัญอย่างนี้ได้ นายก็ไม่ธรรมดาจริงๆ
ฉันอยากรู้จริงๆ ว่านายเป็คนแบบไหน!