แสงแดดสีทองยามเช้าตรู่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างกระจกใสทรงโค้งสูง เข้ามากระทบกับพื้นหินอ่อนขัดมันวับภายในห้องรับประทานอาหารอันโอ่อ่าของคฤหาสน์สิรินทรา บรรยากาศยามเช้าของศูนย์กลางอำนาจแห่งเครือบริษัทอุตสาหกรรมหนักอันดับหนึ่งของภูมิภาค ดูสงบเงียบและเต็มไปด้วยความผ่อนคลายอย่างที่ไม่ค่อยจะได้เห็นบ่อยนัก
ที่หัวโต๊ะอาหารไม้มะฮอกกานีตัวยาว เ้าสัวสิรินทร์ ประธานใหญ่ผู้ก่อตั้งอาณาจักรแห่งนี้ กำลังนั่งเอนหลังอยู่บนเก้าอี้บุนวมผ้ากำมะหยี่สีแดงเข้ม ชายชราอยู่ในชุดลำลองยามเช้าที่ดูสบายตา มือข้างหนึ่งประคองถ้วยชาเอิร์ลเกรย์ร้อนกรุ่นที่ส่งกลิ่นหอมหวน ส่วนมืออีกข้างกำลังถือหนังสือพิมพ์ธุรกิจฉบับเช้ากางอ่านอย่างอารมณ์ดี ใบหน้าที่เคยเหี่ยวย่นและอมทุกข์มานานนับสิบปี บัดนี้ดูมีเืฝาดและสดใสราวกับเด็กลงไปเป็สิบปี
เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งที่ก้าวเดินเคียงคู่กันเข้ามาภายในห้องโถง ทำให้ชายชราต้องละสายตาจากหน้ากระดาษหนังสือพิมพ์
ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า คือหลานชายสายเืแท้ๆ อย่าง 'ธีร์' และหลานสาวบุญธรรมผู้เพียบพร้อมอย่าง 'เพียงฟ้า' ที่เดินเคียงคู่กันเข้ามา
แม้ว่าลุคของทั้งสองคนจะดูแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ธีร์มาในมาดนิ่งขรึม ดิบเถื่อน และมีแววตาคมกริบดุจหมาป่า ในขณะที่เพียงฟ้ามาในลุคนางพญาที่ดูสง่างาม เย่อหยิ่ง และสูงส่ง ทว่าเมื่อทั้งสองเดินเคียงข้างกัน กลับมีออร่าบางอย่างที่ดูเหมาะสมและลงตัวอย่างน่าประหลาดในสายตาของคนเป็ปู่
เ้าสัวสิรินทร์พับหนังสือพิมพ์วางลงบนโต๊ะ ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างจนตาหยี รอยยิ้มกรุ้มกริ่มแบบฉบับคนแก่ที่ผ่านโลกมามากฉายชัดอยู่บนใบหน้า ชายชราเอ่ยทักทายหนุ่มสาวทั้งสองด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัดและแฝงไปด้วยความหมายแฝง
"อ้าว! ตื่นกันมาแล้วรึพวกหนู?" เ้าสัวเอ่ยแซวพลางหรี่ตามองหลานชายและหลานสาวสลับกัน "ตื่นกันไวจังเลยนะลูก ทำไมไม่นอนพักผ่อนกันต่ออีกสักหน่อยล่ะสิ... เมื่อคืนคงจะ 'เหนื่อย' กันแย่เลยสินะ?"
คำทักทายยามเช้าที่จงใจเน้นคำว่า 'เหนื่อย' ทำเอาเพียงฟ้าที่เดินเชิดหน้าเข้ามาถึงกับชะงักฝีเท้า
หญิงสาวผู้มีออร่าความกดดันสูง นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนที่เธอลงทุนเปลี่ยนชุดชั้นในซีทรูสุดเซ็กซี่ นอนเกร็งรอรับััจนตะคริวแทบกิน แต่สุดท้ายผู้ชายหน้าตายข้างๆ กลับชิงหลับปุ๋ยทิ้งให้เธอนอนนับแกะะโข้ามรั้วจนตาค้างถึงเช้า... พอได้ยินคำแซวของคุณปู่ที่คิดไปไกลลิบ นางพญาสาวก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหมั่นไส้คนตัวโตที่ยืนหน้ามึนอยู่ข้างๆ
เพียงฟ้าแสร้งทำหน้ามุ่ย ทำปากยื่นเล็กน้อยแบบงอนๆ ซึ่งเป็กิริยาที่หาดูได้ยากยิ่งจากซีอีโอสาวผู้เยือกเย็น เธอทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ฝั่งขวาของคุณปู่ ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่จงใจกระแทกกระทั้นเล็กน้อย
"ไม่เหนื่อยเลยสักนิดค่ะ คุณปู่!" เพียงฟ้าตอบเสียงแข็ง ั์ตาสีเข้มตวัดไปค้อนวงใหญ่ใส่ธีร์ที่เพิ่งจะนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม "เมื่อคืนนี้... ฟ้า 'หลับสบาย' ดีมากเลยล่ะค่ะ หลับสบ๊ายสบายยยย ไม่มีใครมารบกวนเลยสักนิดเดียว!"
ทันทีที่ได้ยินคำว่า 'หลับสบาย' รอยยิ้มกรุ้มกริ่มที่ประดับอยู่บนใบหน้าของเ้าสัวสิรินทร์ก็พลันแข็งค้าง ชายชราเบิกตาตากว้างด้วยความประหลาดใจสุดขีด คิ้วที่เริ่มมีสีดอกเลาเลิกขึ้นสูงราวกับได้ยินเื่ที่ผิดธรรมชาติที่สุดในโลก
"หะ... หา!? หลับสบาย?" เ้าสัวทวนคำเสียงหลง ั์ตาฝ้าฟางหันขวับไปจ้องหน้าหลานชายตัวโตที่กำลังนั่งรินน้ำเปล่าใส่แก้วหน้าตาเฉย "อย่าบอกนะ... ว่าเมื่อคืนนี้ พวกหนูสองคน 'ไม่ได้ทำอะไรกันเลย' น่ะ!?"
ธีร์ยกแก้วน้ำขึ้นจิบช้าๆ ชายหนุ่มไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้านหรือเขินอายกับคำถามที่แสนจะโจ่งแจ้งนั้น เขาทำเพียงแค่วางแก้วลง แล้วมองหน้าผู้เป็ปู่ด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ราวกับว่าการไม่ได้ล่วงเกินคู่หมั้นในคืนแรกเป็เื่ที่ถูกต้องและสมควรที่สุดแล้วตามหลักตรรกะของเขา
ปฏิกิริยาอันแสนนิ่งเฉยของหมาป่าหนุ่ม ทำเอาเส้นเืที่ขมับของเ้าสัวสิรินทร์แทบจะเต้นตุบๆ ชายชราตบโต๊ะเบาๆ ด้วยความขัดใจ
"อะไรกันเนี่ย ธีร์! นี่แกเป็ผู้ชายประสาอะไรฮะ!?" เ้าสัวเริ่มบ่นกระปอดกระแปดด้วยความหงุดหงิดที่แผนการอุ้มเหลนต้องสะดุดลง "หนูฟ้าออกจะสะสวย เพียบพร้อม หุ่นดีราวกับนางแบบ แถมยังมีเสน่ห์ดึงดูดใจถึงขนาดนี้... แล้วแกปล่อยให้ค่ำคืนแรกมันผ่านไปเฉยๆ โดยที่ไม่ทำอะไรเลยได้ยังไง! นี่แกไม่รู้เลยหรือไงฮะ... ว่าหนูฟ้าเขาเฝ้ารอคอยแกมานานขนาดไหนน่ะ!"
ชายชราเน้นย้ำถึงความทุ่มเทของเพียงฟ้า หญิงสาวผู้ซึ่งเลือกที่จะปิดตายหัวใจ ครองความบริสุทธิ์ผุดผ่อง และปฏิเสธผู้ชายทั้งแวดวงสังคมมาตลอดชีวิต เพียงเพื่อรักษาคำสัญญาและรอคอยการกลับมาของทายาทตัวจริง... แต่ไอ้หลานชายบื้อคนนี้กลับทำลายโอกาสทองไปอย่างหน้าตาเฉย
ธีร์ปรายตามองไปที่เพียงฟ้าเล็กน้อย ชายหนุ่มยังคงปิดปากเงียบสนิท ไม่เถียง ไม่แก้ตัว และไม่ได้อธิบายถึงหลักการให้เกียรติผู้หญิงในแบบฉบับของเขาให้ใครฟัง เขาปล่อยให้ความเงียบเป็คำตอบสำหรับทุกสิ่ง
เมื่อเห็นหลานชายเอาแต่นั่งทำหน้าตายเหมือนรูปปั้น เ้าสัวสิรินทร์ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ชายชราหันมาทางหลานสาวบุญธรรมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
"หนูฟ้า... ปู่ต้องขอโทษแทนไอ้หลานชายคนนี้ด้วยนะลูก ที่มันดันเกิดมาเป็คนทื่อมะลื่อ ไม่รู้จักเอาใจผู้หญิงแบบนี้" เ้าสัวเอื้อมมือไปตบหลังมือบางของเพียงฟ้าเบาๆ เป็การปลอบใจ
ก่อนที่ในวินาทีต่อมา ั์ตาของประธานใหญ่แห่งสิรินทรา กรุ๊ป จะทอประกายวาบวับอย่างมีเลศนัย ชายชราลดระดับเสียงลงเล็กน้อย แต่ก็ยังดังพอที่จะให้ธีร์ได้ยินอย่างชัดเจนทุกถ้อยคำ
"เอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะลูก..." เ้าสัวยื่นข้อเสนอที่ทำเอาคนฟังแทบจะตกเก้าอี้ "ถ้ามีโอกาส... หรือถ้าหนูฟ้าทนความบื้อของมันไม่ไหวแล้วล่ะก็... 'จับปล้ำ' มันได้เลยนะลูก! จัดการรวบรัดตัดตอนมันซะ! ปู่อนุญาตอย่างเป็ทางการเลย!"
คำอนุญาตสุดโต่งที่ให้ฝ่ายหญิงเป็ฝ่ายบุกทะลวงทำลายกำแพงพรหมจรรย์ ทำเอาคนที่กำลังดื่มน้ำอยู่อย่างธีร์แทบจะสำลัก!
แต่สิ่งที่ทำให้หมาป่าเดนตายถึงกับขนลุกซู่ ไม่ใช่คำยุยงของคุณปู่... แต่เป็ปฏิกิริยาตอบรับของนางพญาสาวต่างหาก!
"ได้เลยค่ะคุณปู่..." เพียงฟ้าตอบรับข้อเสนอนั้นอย่างรวดเร็วและหน้าไม่อาย หญิงสาวคลี่ยิ้มหวานล้ำลึก ก่อนจะตวัดสายตาคู่คมที่ถูกกรีดอายไลเนอร์มาอย่างเฉียบกริบ พุ่งตรงมาเสียบทะลุร่างของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม "ความจริงแล้ว... ฟ้าก็ตั้งใจว่าจะทำแบบนั้นอยู่พอดีเลยค่ะ... รับรองได้เลยนะคะ ว่าอีกไม่นาน... คุณปู่จะต้องได้อุ้มเหลนแน่นอนค่ะ!"
เฮือก!
ธีร์สะดุ้งสุดตัว ั์ตาคมกริบของเขาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงตาของเพียงฟ้า
ในฐานะของ 'ร้อยโทธีรภัทร' แนวหน้าทะลวงฟันผู้เชี่ยวชาญการต่อสู้ระยะประชิด (CQC) ในระดับสูง ผู้ซึ่งเคยใช้มือเปล่าหักคอศัตรู และใช้มีดพกแทงตัดขั้วประสาทศัตรูมาแล้วนับไม่ถ้วน ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออันทรงพลังและแข็งแกร่งกว่าหญิงสาวบอบบางตรงหน้าหลายสิบเท่า
แต่ทว่า... ในวินาทีที่เขาถูกสายตาของเพียงฟ้าจ้องมองมา สัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขากลับร้องเตือนเสียงหลง สายตาของเธอมันไม่ใช่สายตาของผู้หญิงทั่วไป แต่มันคือสายตาของ 'นายพราน' ที่กำลังหิวโซและจ้องมอง 'เหยื่อ' อันโอชะที่ไร้ทางหนีรอด!
ชายหนุ่มผู้เคยเป็ผู้ล่าในสนามรบมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับรู้สึกหนาวเยือกไปถึงไขสันหลัง เขาเริ่มตระหนักได้ว่า ตัวเองกำลังตกเป็รองและกำลังจะถูกจัดการในสมรภูมิรบสวาทที่เขาไม่มีวันเอาชนะนางพญาคนนี้ได้อย่างแน่นอน
เพียงฟ้ายกยิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัยเมื่อเห็นความประหม่าที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของหมาป่าหนุ่ม หญิงสาวผู้ชาญฉลาดรู้ดีว่าเมื่อไหร่ควรจะรุก และเมื่อไหร่ควรจะผ่อนปรน เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนหัวข้อสนทนาเพื่อไม่ให้เหยื่อตื่นตูมไปเสียก่อน
"เอาล่ะค่ะ ทานมื้อเช้ากันเถอะค่ะคุณปู่ ปล่อยให้เื่พรรค์นั้นเป็หน้าที่ของฟ้าเองก็แล้วกันนะคะ" เพียงฟ้าเอ่ยตัดบทอย่างอารมณ์ดี
สิ้นคำสั่งของนางพญา เหล่าสาวใช้ในชุดเครื่องแบบเรียบร้อยที่ยืนสแตนด์บายอยู่รอบๆ ก็เริ่มทยอยเข็นรถเข็นอาหารเข้ามาเสิร์ฟ มื้อเช้าของคฤหาสน์สิรินทราเป็การผสมผสานระหว่างอาหารตะวันตกและตะวันออก มีทั้งชุดอเมริกันเบรกฟาสต์ระดับพรีเมียม โจ๊กเป๋าฮื้อร้อนๆ และผลไม้สดนำเข้าที่ถูกปอกและแกะสลักอย่างวิจิตรบรรจง
ในระหว่างที่ทุกคนกำลังลงมือทานมื้อเช้ากันอย่างเงียบเชียบ เ้าสัวสิรินทร์ที่ทานโจ๊กไปได้ครึ่งชามก็เอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง
"จริงสิ หนูฟ้า..." ชายชราวางช้อนลงแล้วเช็ดปาก "ตกลงว่าแผนการสำหรับวันนี้ หนูฟ้าตั้งใจว่าจะพาธีร์ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาที่ไหนบ้างล่ะลูก?"
เพียงฟ้าวางส้อมลงบนจาน ก่อนจะหันมาตอบผู้มีพระคุณด้วยความฉะฉาน "ฟ้าตั้งใจว่า วันนี้จะพาเขาออกไปทำความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยในปัจจุบันสักหน่อยน่ะค่ะคุณปู่..."
หญิงสาวหันไปมองหน้าธีร์ที่กำลังหั่นไส้กรอกวากิวเข้าปาก "ถ้าฟ้าจำไม่ผิด... ธีร์น่าจะใช้ชีวิตเป็ทหารรับจ้างอยู่ที่ต่างประเทศมาหลายปีติดต่อกัน จนไม่ได้กลับมาเหยียบแผ่นดินประเทศไทยเลยสินะคะ?"
ธีร์หยุดเคี้ยวอาหารไปชั่วขณะ ชายหนุ่มนึกย้อนกลับไปถึง่เวลาที่เขาต้องหลบหนีจากการปลดประจำการ และไปเข้าร่วมกับองค์กรใต้ดินอย่างวูลฟ์แฟง (Wolf Fang) เขาใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่แต่ในค่ายทหารกลางทะเลทรายตะวันออกกลาง และต้องบินไปทำภารกิจเสี่ยงตายทั่วโลก จนแทบจะลืมไปแล้วว่าความศิวิไลซ์ของกรุงเทพมหานครมันหน้าตาเป็อย่างไร
ชายหนุ่มพยักหน้ารับช้าๆ แทนคำตอบ
"ถ้าอย่างนั้น..." เพียงฟ้ายิ้มรับ "ก็ถือโอกาสลองออกไปเที่ยวดูซะหน่อยก็ดีนะคะ จะได้รื้อฟื้นความจำและคุ้นเคยกับถนนหนทางในประเทศไทยให้มากขึ้นด้วย"
หญิงสาวเว้นจังหวะไปเล็กน้อย ก่อนจะแจ้งกำหนดการสำคัญที่เธอวางแผนเอาไว้ "และเป้าหมายแรกของวันนี้ ฟ้าว่าจะพาธีร์ไปที่ 'ร้านตัดเสื้อ' ระดับไฮเอนด์ที่ฟ้าเป็ลูกค้าประจำอยู่ค่ะ... เพราะว่า ธีร์ของฟ้า จะต้องสวมใส่ชุดที่ดูดีและสมบูรณ์แบบที่สุด ในงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของเขาค่ะ"
เมื่อได้ยินแผนการนั้น เ้าสัวสิรินทร์ก็พยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง ชายชราตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่
"อ้อ! ใช่ๆ! นั่นสินะ ปู่ก็มัวแต่ดีใจจนลืมคิดเื่การตัดชุดสูทไปซะสนิทเลย!" เ้าสัวหัวเราะร่วน ก่อนจะหันไปอธิบายความยิ่งใหญ่ของงานให้หลานชายฟัง "นี่ธีร์... ในงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของหลานที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้นะ ปู่ได้สั่งให้คนส่งบัตรเชิญไปให้แขกวีไอพีระดับแนวหน้าของประเทศมากมายเลยนะลูก ทั้งรัฐมนตรี นายพล และพวกนักธุรกิจมหาเศรษฐี... ปู่ตั้งใจจะใช้โอกาสนี้ แสดงให้พวกมันได้เห็นกับตา ว่าสายเืแท้ๆ และหลานชายเพียงคนเดียวของสิรินทรา กรุ๊ป ยังมีชีวิตอยู่ และกลับมายืนหยัดอย่างแข็งแกร่งแล้ว!"
แววตาของประธานใหญ่ทอประกายมุ่งมั่น "และที่สำคัญที่สุด... ปู่ตั้งใจว่า จะใช้พื้นที่ในงานเลี้ยงคืนนั้น เป็การ 'ประกาศหมั้น' ระหว่างหลานกับหนูฟ้า อย่างเป็ทางการต่อหน้าสาธารณชนด้วย!"
คำประกาศเจตนารมณ์อันยิ่งใหญ่ของคุณปู่ ดังก้องกังวานไปทั่วห้องรับประทานอาหาร
แต่สำหรับหมาป่าหนุ่มผู้มีโลกส่วนตัวสูงอย่างธีร์ เขากลับไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น หรือยินดีกับงานเลี้ยงประกาศหมั้นระดับประเทศนี้เลยสักนิด สำหรับอดีตทหารรับจ้างที่คุ้นชินกับการซ่อนตัวอยู่ในเงามืด และเกลียดชังความวุ่นวายของการเข้าสังคม เื่พวกนี้มันเป็สิ่งที่น่ารำคาญและน่าอึดอัดใจที่สุด แต่ด้วยความี้เีจะต่อล้อต่อเถียง และรู้ดีว่าถึงคัดค้านไปก็เปล่าประโยชน์ ธีร์จึงเลือกที่จะปิดปากเงียบ เขาทำเพียงแค่พยักหน้ารับแกนๆ และปล่อยให้เ้าสัวกับเพียงฟ้าเป็คนตัดสินใจและจัดการทุกอย่างตามใจชอบไปเลย
...
หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จสิ้น ปฏิบัติการแปลงโฉมหมาป่าก็เริ่มต้นขึ้น
เพียงฟ้าจัดการ 'ลาก' ตัวธีร์ขึ้นมาที่ห้องแต่งตัวแบบวอล์คอินโคลเซ็ต (Walk-in Closet) ขนาดมหึมาภายในห้องนอนมาสเตอร์สวีท ที่บอกว่าลาก ก็เพราะชายหนุ่มออกอาการดื้อดึงและบ่ายเบี่ยง โดยให้เหตุผลแบบผู้ชายทื่อๆ ว่า "เสื้อตัวไหนมันก็เหมือนกันนั่นแหละครับ ใส่ๆ ไปเถอะ ไม่รู้จะมานั่งเลือกนั่งเปลี่ยนชุดอะไรให้มันวุ่นวายทำไม"
แต่สุดท้าย ทหารเดนตายผู้ผ่านศึกมาโชกโชน ก็ต้องยอมจำนนพ่ายแพ้ให้กับความเผด็จการของนางพญาสาว และยอมปล่อยให้เธอจับเขาแต่งตัวแต่โดยดี
วันนี้ เพียงฟ้าเลือกสวมใส่ชุดเดรสรัดรูปดีไซน์เรียบหรูสีครีมที่ขับเน้นทรวดทรงองค์เอวอันสมบูรณ์แบบของเธอให้ดูโดดเด่น แม้สไตล์จะดูเรียบง่ายและทะมัดทะแมงเพื่อให้เหมาะกับการออกไปเดินเที่ยว แต่เสื้อผ้าทุกชิ้น เครื่องประดับทุกอย่าง รวมถึงกระเป๋าสะพายใบเล็ก ล้วนแต่เป็ของแบรนด์เนมระดับไฮเอนด์ที่มีราคาแพงระยับ สมฐานะผู้บริหารสูงสุด
ส่วนทางด้านของธีร์...
หลังจากที่เพียงฟ้าพยายามรื้อค้นตู้เสื้อผ้าและจับเขาแมตช์ชุดนู้นชุดนี้อยู่เกือบครึ่งชั่วโมง แต่ด้วยความที่ชายหนุ่มไม่ชอบสวมใส่อะไรที่มันอึดอัด รุ่มร่าม หรือจำกัดการเคลื่อนไหวของร่างกาย สุดท้าย ข้อสรุปของชุดออกเดทแรก จึงมาลงเอยที่ความเรียบง่ายที่สุด
ธีร์เลือกสวมเพียงแค่เสื้อเชิ้ตคอปกสีดำสนิทที่ปลดกระดุมบนออกสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและรอยแผลเป็จางๆ เล็กน้อย จับคู่กับกางเกงขายาวเนื้อผ้าดีที่ยืดหยุ่นได้สูง และปิดท้ายด้วยรองเท้าผ้าใบสีดำทรงสปอร์ตที่เน้นความคล่องตัวเป็หลัก แม้จะดูเป็ชุดธรรมดาๆ แต่เมื่อมันมาอยู่บนเรือนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อและใบหน้าที่ดิบเท่ของเขา มันกลับขับเน้นเสน่ห์อันตรายของผู้ชายแบดบอยออกมาได้อย่างน่าประหลาด
เพียงฟ้ายืนกอดอกประเมินผลงานการแต่งตัวของเขาอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ หญิงสาวพยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจ แม้จะขัดใจที่เขาไม่ยอมสวมแจ็คเก็ตสูททับอีกชั้น แต่แค่นี้เขาก็ดูหล่อเหลาบาดใจจนเธอแอบหวงขึ้นมานิดๆ แล้ว
ทว่า... ในจังหวะที่สายตาของหญิงสาวกวาดมองไปทั่วร่างกายของชายหนุ่ม ั์ตาสีเข้มของเธอก็ไปสะดุดเข้ากับ 'วัตถุประหลาด' ที่โผล่พ้นปลายแขนเสื้อเชิ้ตสีดำของเขาออกมา
มันคือ 'นาฬิกาข้อมือ'
เพียงฟ้าขมวดคิ้วมุ่น เดินเข้าไปคว้าข้อมือหนาของธีร์ยกขึ้นมาดูใกล้ๆ สิ่งที่รัดอยู่บนข้อมือของทายาทหมื่นล้านแห่งสิรินทรา กรุ๊ป ไม่ใช่นาฬิกาแบรนด์เนมฝังเพชร หรือนาฬิกากลไกทูร์บิญองราคาแปดหลัก แต่มันกลับเป็นาฬิกายุทธวิธี (Tactical Watch) สายเรซินสีดำด้านทรงทะมัดทะแมง หน้าปัดมีรอยขีดข่วนจากการใช้งานอย่างหนักหน่วง บ่งบอกถึงการผ่านสมรภูมิและคราบฝุ่นดินมาอย่างโชกโชน
ซีอีโอสาวผู้คุ้นชินกับการประดับนาฬิกาเรือนละหลายสิบล้านบนข้อมือ เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าเรียบเฉยของคู่หมั้นหนุ่ม ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความขัดใจและไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง
"คุณธีร์คะ..." เพียงฟ้ากะพริบตาปริบๆ ชี้ไปที่นาฬิกาบนข้อมือของเขา "คุณคิดจะใส่ไอ้ 'นาฬิกาเด็กเล่น' สภาพเยินๆ เรือนนี้... ออกไปเดินข้างนอกกับฟ้าจริงๆ เหรอคะ?"
ธีร์ก้มลงมองวัตถุสีดำทะมึนบนข้อมือซ้ายของตนเอง มันคือนาฬิกายุทธวิธี (Tactical Watch) สายเรซินที่ผ่านการสมบุกสมบันมาอย่างโชกโชน หน้าปัดมีรอยขีดข่วนจากการกระแทก ตามซอกมุมยังมีคราบฝุ่นทรายจากตะวันออกกลางฝังลึกอยู่จางๆ ชายหนุ่มใช้นิ้วโป้งลูบหน้าปัดของมันเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นตอบสตรีผู้รักความสมบูรณ์แบบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ผมเน้นการใช้งานครับ"
เพียงฟ้าทอดถอนใจ หญิงสาวเดินไปที่เตียงนอนคิงไซส์ซึ่งบัดนี้มีกล่องบุกำมะหยี่สีแดงและสีดำวางเรียงรายอยู่ ภายในกล่องเ่าั้บรรจุนาฬิกาแบรนด์เนมระดับซูเปอร์ลักชัวรี ทั้ง Patek Philippe, Audemars Piguet และ Rolex รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน ที่เธอสั่งให้เลขาไปกว้านซื้อมาเตรียมไว้ต้อนรับคู่หมั้นโดยเฉพาะ
"แต่นาฬิกาหรูหราพวกนั้น มันก็ใช้ดูเวลาได้เหมือนกันนะคะ" เพียงฟ้าชี้มือไปยังเรือนเวลาที่ส่องประกายวิบวับทะลุตา "แถมมันยังดูภูมิฐาน เข้ากับชุดของคุณ และที่สำคัญ... มันดูสมฐานะกับการเป็หลานชายสายเืแท้ๆ ของประธานใหญ่แห่งสิรินทรา กรุ๊ปด้วยค่ะ"
ข้อเสนอของนางพญาผู้กุมบังเหียนเครือบริษัทระดับประเทศ ล้วนเต็มไปด้วยเหตุผลทางสังคมและภาพลักษณ์ ทว่าสำหรับผู้ชายที่เติบโตมากับการเอาชีวิตรอดข้างถนนและสมรภูมิเดือด ภาพลักษณ์คือสิ่งสุดท้ายที่เขาจะนำมาใส่ใจ
ธีร์คลี่ยิ้มบางๆ ออกมาที่มุมปาก... เป็รอยยิ้มที่หาดูได้ยากยิ่งจากคนพูดน้อยอย่างเขา ชายหนุ่มยกข้อมือขึ้นมาตรงหน้าหญิงสาว ก่อนจะอธิบายเหตุผลด้วยความซื่อตรง
"พอดีว่า... ผมชอบอะไรแบบนี้น่ะครับ" ธีร์ใช้นิ้วเคาะลงบนกรอบเรซินของนาฬิกาคู่ใจ "นอกจากมันจะใช้ดูเวลา ดูวัน ดูเดือน และจับเวลาได้อย่างแม่นยำแล้ว... นาฬิกาเรือนนี้มันยังมี 'เข็มทิศ' ในตัวด้วยนะครับ"
สำหรับทหารหน่วยทะลวงฟันที่ต้องลอบเร้นเข้าไปในแดนศัตรู หรือทำภารกิจในพื้นที่ทุรกันดารที่ไม่มีสัญญาณจีพีเอส เข็มทิศคือเครื่องมือชี้ชะตาความเป็ความตาย การสวมใส่นาฬิกาที่มีฟังก์ชันเอาชีวิตรอด จึงกลายเป็สัญชาตญาณที่ฝังลึกอยู่ในจิติญญาของเขาไปเสียแล้ว
เพียงฟ้ายืนมองรอยยิ้มบางๆ และเหตุผลอันซื่อทื่อของเขา หญิงสาวกะพริบตาปริบๆ เมื่อตระหนักได้ว่า ตรรกะของนักธุรกิจที่ใช้ของแบรนด์เนมเพื่อแสดงอำนาจ ไม่มีทางเอาชนะตรรกะของทหารรับจ้างที่เน้นการเอาชีวิตรอดได้เลย นางพญาสาวจึงได้แต่ถอนหายใจยาวๆ ยอมยกธงขาวให้กับความดื้อรั้นของหมาป่าหนุ่ม
"เฮ้อ... ถ้าคุณว่าอย่างนั้น ก็ตามใจคุณก็แล้วกันค่ะ" เพียงฟ้าส่ายหน้ายิ้มๆ แม้จะขัดใจนิดหน่อย แต่เธอก็ไม่อยากบังคับเขาในเื่เล็กๆ น้อยๆ ั้แ่วันแรก "ถ้าแต่งตัวเสร็จแล้ว... ก็ตามฟ้ามาเลยค่ะ"
พูดจบ หญิงสาวก็หมุนตัวเดินนำหน้าชายหนุ่มออกจากห้องแต่งตัว ธีร์ก้าวเดินตามแผ่นหลังบางที่ตั้งตรงสง่างามของเธอไปอย่างเงียบเชียบ
ทั้งสองคนเดินลงบันไดวนคู่ที่ปูด้วยหินอ่อนหรูหรา ผ่านโถงต้อนรับหลักที่มีแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับ ก่อนจะก้าวออกจากตัวคฤหาสน์สิรินทรา มุ่งหน้าไปยังอาคารจอดรถส่วนตัวที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากลานน้ำพุศูนย์กลาง
เมื่อบานประตูโรงรถระบบอัตโนมัติเลื่อนเปิดออก ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าก็ทำเอาคนที่ไม่ได้สนใจเื่ฐานะอย่างธีร์ ถึงกับต้องหยุดชะงักไปชั่วขณะ
ภายในโรงรถปรับอากาศขนาดใหญ่ที่สว่างไสวด้วยไฟฟลูออเรสเซนต์ เรียงรายไปด้วยรถยนต์ซูเปอร์คาร์ (Supercar) และไฮเปอร์คาร์ (Hypercar) ตัวท็อปจากหลากหลายแบรนด์ดังระดับโลก ทั้ง Ferrari สีแดงเพลิง, Lamborghini สีเหลืองสด, Porsche สีเงินเมทัลลิก และ Aston Martin สุดคลาสสิก ทุกคันถูกขัดสีฉวีวรรณจนเงาวับราวกับเพิ่งหลุดออกมาจากโชว์รูม
เพียงฟ้าหันมายิ้มหวานให้ชายหนุ่ม พลางผายมือไปยังคอลเลกชันรถหรูที่ประเมินมูลค่าไม่ได้
"คุณธีร์... ชอบรถสีอะไรคะ?"
ธีร์กวาดสายตาคมกริบมองยานพาหนะราคาแพงระยับเ่าั้ แม้เขาจะยืนยันว่าตนเองไม่เคยมองเห็นคุณค่าของทรัพย์สมบัติ หรือสนใจเื่ฐานะความร่ำรวยเลยแม้แต่น้อย แต่ในฐานะ 'ผู้ชาย' คนหนึ่งที่มีสัญชาตญาณความดิบเถื่อนอยู่ในสายเื การได้เห็นเครื่องยนต์ V12 ที่พร้อมจะคำรามและปลดปล่อยความเร็วทะลุขีดจำกัด มันก็อดไม่ได้ที่เขาจะมองพวกมันด้วยความสนใจลึกๆ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็พวกคลั่งไคล้รถยนต์ตัวยงก็ตาม
ชายหนุ่มพิจารณาอยู่เพียงครู่เดียว ก่อนที่ปลายนิ้วหยาบกร้านจะชี้ตรงไปยัง ซูเปอร์คาร์รุ่นเรือธงดีไซน์ดุดันโฉบเฉี่ยว ที่ถูกสาดสีด้วยสีดำด้าน (Matte Black) สนิททั้งคัน มันดูดุดัน ลึกลับ และอันตราย ราวกับสัตว์ร้ายที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืด
"ผมชอบสีดำครับ" ธีร์ให้เหตุผลสั้นๆ ตามสไตล์ "เพราะมัน... เลอะยากดี"
เพียงฟ้าแทบจะหลุดหัวเราะออกมากับเหตุผลการเลือกรถราคาหลายสิบล้านที่แสนจะเรียบง่ายและติดดินของเขา ชายหนุ่มไม่รอช้า เขาเดินตรงเข้าไปหาซูเปอร์คาร์คันสีดำด้านนั้นทันที ก่อนจะหันกลับมาหาหญิงสาวที่ยืนถือพวงกุญแจรถอยู่
"ผมขอเป็คนขับได้ไหมครับ?" ธีร์เอ่ยถาม
เพียงฟ้าเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "คุณจากประเทศไทยไปตั้งหลายปี ั้แ่ยังเป็แค่เด็กวัยรุ่น... คุณยังจำเส้นทางและถนนหนทางในกรุงเทพฯ ได้อีกเหรอคะ? แล้วอีกอย่าง... ร้านเสื้อผ้าไฮเอนด์ที่ฟ้าตั้งใจจะพาคุณไป ฟ้ามั่นใจว่าทหารรับจ้างอย่างคุณ ไม่น่าจะเคยไปเหยียบแถวนั้นแน่ๆ ค่ะ"
ธีร์ไม่ได้เอ่ยปากปฏิเสธความจริงข้อนั้น และเขาี้เีเกินกว่าจะเถียง ชายหนุ่มทำเพียงแค่ยืนพิงประตูรถซูเปอร์คาร์ แล้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"คุณก็คอยบอกทางผมไปเรื่อยๆ ก็ได้นี่ครับ"
เพียงฟ้าได้ยินดังนั้นก็คลี่ยิ้มกว้างออกมา หญิงสาวเดินเข้าไปหาเขาพร้อมกับโยนสมาร์ทคีย์ (Smart Key) ให้หมาป่าหนุ่มรับไว้อย่างแม่นยำ
"ก็เอาสิคะ... เพราะถึงยังไง รถพวกนี้ทั้งหมด มันก็เป็ 'ของคุณ' อยู่แล้วนี่คะ"
...
ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงเครื่องยนต์คำรามต่ำๆ ทรงพลังก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ รถซูเปอร์คาร์สีดำด้านแล่นเคลื่อนตัวออกจากโรงรถอย่างนุ่มนวล มันค่อยๆ ขับผ่านสวนสไตล์ยุโรปที่ประดับประดาด้วยพุ่มไม้ดัดรูปสัตว์ต่างๆ โดยมีพุ่มไม้รูป 'หมาป่า' ตัวใหม่ที่เพิ่งถูกตัดแต่งเสร็จหมาดๆ ยืนตระหง่านต้อนรับอยู่ริมทาง
ยานพาหนะสุดหรูแล่นผ่านลานน้ำพุเทพเ้าโพไซดอน มุ่งตรงไปยังบานประตูรั้วอัลลอยด์สีทองอร่ามที่เลื่อนเปิดออกโดยอัตโนมัติ
ที่บริเวณระเบียงหน้ามุขชั้นสองของตัวคฤหาสน์ เ้าสัวสิรินทร์กำลังยืนกอดอกทอดสายตามองรถซูเปอร์คาร์สีดำที่แล่นออกไปสู่ถนนใหญ่ด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขและความภาคภูมิใจ
"ไปเที่ยวกันให้สนุกนะหลานรัก..." ชายชราพึมพำกับตัวเองเบาๆ แววตาฝ้าฟางฉายแววความมุ่งมั่น "ปู่รอแทบไม่ไหวแล้ว... ที่จะประกาศให้ทุกคนในประเทศนี้ได้รับรู้ ว่าเืเนื้อเชื้อไขเพียงหนึ่งเดียวของปู่ยังมีชีวิตอยู่ และหลานชายของสิรินทรา กรุ๊ป ยังไม่ได้ตายจากโลกนี้ไปไหน!"
...
ภายในห้องโดยสารของซูเปอร์คาร์ที่ถูกหุ้มด้วยหนัง Alcantara สีดำขลับ
ธีร์จับพวงมาลัยรถด้วยท่าทางที่ผ่อนคลายทว่ากระชับมั่นคง ชายหนุ่มเหยียบคันเร่ง ควบคุมจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ และบังคับพวงมาลัยหักเลี้ยวลัดเลาะไปตามสภาพการจราจรของกรุงเทพมหานครได้อย่างคล่องแคล่วและลื่นไหลราวกับเป็นักแข่งรถมืออาชีพ
เพียงฟ้าที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเบาะข้างคนขับ ลอบสังเกตเสี้ยวหน้าด้านข้างที่คมคายและเส้นเืที่ปูดนูนบนท่อนแขนแกร่งของชายหนุ่มด้วยความชื่นชมปนสงสัย
"คุณดูคุ้นเคยและชำนาญกับการขับรถซูเปอร์คาร์แรงๆ แบบนี้จังเลยนะคะ" หญิงสาวเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นมา
ธีร์ละสายตาจากกระจกมองหลัง หันมาตอบคำถามของคู่หมั้นสาวด้วยน้ำเสียงปกติ "เมื่อก่อน... ผมเคยรับภารกิจ 'คุ้มครองบุคคลสำคัญ' (VIP Protection) มาบ้างน่ะครับ เื่การขับรถสมรรถนะสูงเพื่อหลบหนีหรือคุ้มกันแบบนี้ ผมก็เลยพอจะมีประสบการณ์อยู่บ้าง"
เพียงฟ้าขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ "คุณเคยรับทำภารกิจคุ้มกันแบบนั้นด้วยเหรอคะ? ฟ้าได้ยินมาว่ากลุ่มวูลฟ์แฟง (Wolf Fang) เป็ทหารรับจ้างระดับ S-Class ฟ้าก็นึกว่าคุณจะเน้นจับปืนต่อสู้และเอาชีวิตรอดอยู่แต่ในสมรภูมิรบที่ดุเดือดซะอีก"
"พวกเราเป็ 'ทหารรับจ้าง' นะครับฟ้า" ธีร์อธิบายด้วยตรรกะของโลกใต้ดิน "พวกเราเอาชีวิต ทักษะ และเืเนื้อ เข้าแลกกับ 'เงิน'... ถ้าจำนวนเงินที่นายจ้างเสนอมามันถึงเกณฑ์ที่น่าพอใจ จะให้พวกเราไปเสี่ยงตายวิ่งฝ่าดงะุในสนามรบ หรือจะให้สวมสูทไปยืนเป็บอดี้การ์ดคุ้มกันวีไอพี... พวกเราก็ทำได้ทั้งนั้นแหละครับ"
เพียงฟ้าพยักหน้าช้าๆ เริ่มเข้าใจถึงระบบการทำงานของโลกทหารรับจ้างมากขึ้น หญิงสาวรู้สึกทึ่งในความสามารถที่หลากหลายของชายหนุ่ม
"จริงสิคะ..." นางพญาสาวตั้งคำถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น "แล้ว 'บุคคลสำคัญ' ที่คุณเคยถูกจ้างให้ไปคุ้มกันมา... ส่วนใหญ่เป็ใครบ้างเหรอคะ? เป็พวกนักการเมืองระดับสูง ผู้นำระดับประเทศ หรือว่ามหาเศรษฐีข้ามชาติคะ?"
ธีร์นิ่งคิดทบทวนความทรงจำในหัวอยู่พักหนึ่ง ภาพของภารกิจต่างๆ ที่เคยผ่านมาไหลวนเข้ามาในสมอง ก่อนที่ชายหนุ่มผู้พูดน้อยและไม่เคยคิดจะปิดบังความจริง จะเอื้อนเอ่ยคำตอบออกมาตามตรง
"พวกนักการเมือง หรือเศรษฐีพวกนั้น... ก็มีเข้ามาจ้างเรื่อยๆ ตามปกติครับ" ธีร์ตอบเสียงเรียบ สายตายังคงจับจ้องไปที่ถนนเบื้องหน้า "แต่ส่วนใหญ่แล้ว... ผมมักจะถูกเบื้องบนสั่งให้ไปทำหน้าที่คุ้มกันพวก 'ลูกสาว' ของบุคคลสำคัญเ่าั้ซะมากกว่าน่ะครับ"
กึก...
ราวกับมีใครไปกดปุ่มหยุดเวลาเอาไว้ บรรยากาศภายในห้องโดยสารของซูเปอร์คาร์หรูที่เคสอบอุ่นและผ่อนคลาย พลันลดฮวบลงจนแทบจะติดลบในเสี้ยววินาที
เพียงฟ้าที่กำลังนั่งพยักหน้าฟังอย่างเพลิดเพลิน ชะงักค้างไปทันที ร่างระหงของเธอแข็งทื่อ รอยยิ้มละมุนที่ประดับอยู่บนริมฝีปากจางหายไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อกี้... เขาพูดว่าอะไรนะ? คุ้มกันใครนะ? ลูกสาว? ลูกสาวของคุณหนูไฮโซ ลูกสาวมหาเศรษฐี ลูกสาวรัฐมนตรีงั้นเหรอ!?
ผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลาดิบเถื่อน หุ่นล่ำบึ้กน่าซบ แถมยังมีฝีมือเก่งกาจระดับปกป้องชีวิตพวกเธอได้... ต้องไปคลุกคลี ใช้ชีวิตอยู่ใกล้ชิด และคอยคุ้มกันความปลอดภัยให้กับพวกผู้หญิงสาวๆ รวยๆ พวกนั้นตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยอย่างนั้นสิ!?
"เบื้องบน... มักจะสั่งส่ง 'คุณ' ไปเหรอคะ?"
น้ำเสียงของเพียงฟ้าที่เอื้อนเอ่ยออกมาในประโยคนี้ มันราบเรียบ เย็นเยียบ และไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ เจือปนอย่างเห็นได้ชัด มันคือโทนเสียงแห่งความหึงหวงระดับรุนแรงของนางพญาที่พร้อมจะเชือดคอใครก็ตามที่เข้ามาเจาะแยะสมบัติของเธอ
ทว่า... ธีร์ ผู้ซึ่งมีไอคิวและอีคิวสูงลิบลิ่วเฉพาะในด้านยุทธวิธีการเอาชีวิตรอดในสมรภูมิ แต่กลับสอบตกอย่างย่อยยับในวิชาจิตวิทยาอิสตรี กลับไม่สามารถััได้ถึง 'รังสีอำมหิต' และน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของคู่หมั้นสาวเลยแม้แต่น้อย
หมาป่าหนุ่มยังคงหักพวงมาลัยเลี้ยวรถด้วยท่าทีสบายๆ ก่อนจะตอบคำถามนั้นกลับไปหน้าตาย ไร้ซึ่งความรู้สึกผิดใดๆ
"ใช่ครับ..." ธีร์ตอบพร้อมกับอ้างอิงถึงเพื่อนร่วมทีมอย่างเป็ธรรมชาติ "พอดีเหมือนว่า ผู้บัญชาการอีวาน่า เขาจะไม่ค่อยไว้ใจ 'ความเ้าชู้' ที่ชอบแจกขนมจีบไปทั่วของไอ้แซม... แล้วก็ไม่ค่อยไว้ใจ 'ความบ้าเื' ชอบใช้ความรุนแรงของไอ้โลแกนสักเท่าไหร่น่ะครับ... หวยมันก็เลยมักจะมาตกที่ผม ให้ต้องไปคอยตามดูแลพวกผู้หญิงพวกนั้นอยู่บ่อยๆ น่ะครับ"