สูติหน้าใสกับยัยจอมเพ้อ (แก้วใจ&หมอฟิกส์)

    Chapter.3 นางในฝัน

    3.​ผมเดินกลับมาที่ห้องพักด้วยสภาพที่โคตรเซ็ง รู้สึกแสบตรงบริเวณช่วงล่าง น้องชายของผมกับลูกสมุนทั้งสองได้รับผลกระทบจากน้ำร้อนไปเต็มๆช่วงแขนกับขาไม่เท่าไหร่  กะว่าจะกลับมาซดมาม่าร้อนๆให้โล่ง อยู่ๆก็มีผู้หญิงวิ่งมาชนผม ผมจำเธอได้ เพื่อนสาวสุดแปลกของภรรยาเพื่อนผม เธอดูมีความมั่นใจ แปลกๆดูจากการแต่งตัวก็น่าจะมีโลกส่วนตัวค่อนข้างสูง ไม่ค่อยจะเหมือนชาวบ้านพูดง่ายๆ ใส่ชุดนอนมาโรงพยาบาล ผู้หญิงอะไรไปเอาความมั่นใจพวกนี้มากจากไหน ชุดนอนก็ต้องใส่นอนดิวะ  มาม่าคัพที่บรรจุน้ำร้อนเอาไว้หกรดช่วงล่างของผมเปียกเซอะไปหมด แถมยังพ่วงด้วยความทรมาน ผิวหนังโดนน้ำร้อนจะต้องประคบเย็นเพื่อช่วยไม่ให้เกิดอาการพุพอง แล้วผมจะต้องทำยังไงในฐานะที่เป็นหมอสูติ "หมอคะ ทำไมเดินแบบนั้น  แล้วนี่ไปทำอะไรมาคะทำไมเปียกเซอะแบบนี้ ก็ไหนบอกจะออกไปซื้อมาม่า แล้วไหนมาม่าล่ะคะ "  ผมยื่นถุงให้คุณป้าพยาบาลดู ในนั้นบรรจุเส้นมาม่าที่หกลงพื้นเอาไว้ ผมไม่อยากให้แม่บ้านจะต้องมาลำบากในช่วงเวลานี้ก็เลยนั่งเก็บเศษเส้นใส่ถุงเอามาทิ้งเอง"แบบแห้งหรอคะ" "ครับ ""โถ ล้อเล่นค่ะ ป้ามีเหลืออยู่ที่เคาน์เตอร์เดี๋ยวป้าไปกดน้ำร้อนมาให้นะคะ " อาหารหลักของผมส่วนใหญ่ก็มาม่าคัพนี่แหละครับ พอดีที่ซื้อตุนเก็บไว้มันหมด ก็เลยต้องเดินออกไปซื้อที่ร้านสะดวกซื้อข้างหลังโรงพยาบาล   แต่มันก็เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้นซะก่อน "ไม่เป็นไรครับ ผมว่าจะขอพักสายตาสักหน่อยก่อนออกเวร ""ฝันดีค่ะหมอ"  ผมเดินเข้าห้องพักปิดประตูล๊อคลูกบิดอย่างแน่นหนา ทดสอบว่าจะไม่มีใครเปิดเข้ามาได้ จากนั้นก็ถอดกางเกงสแลคตัวนอกออก ก่อนที่จะดึงกางเกงชั้นในตัวสีขาวออกตามมาติดๆ ผิวหนังส่วนที่เคยขาวกลับกลายเป็นสีแดงเพราะถูกฤทธิ์ของน้ำร้อนเล่นงาน ผมเดินไปเปิดตู้เย็นกวาดน้ำแข็งในช่องฟีดออกมาจนหมด ผ้าขนหนูสีขาวสะอาดถูกใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการห่อน้ำแข็ง จากนั้นผมก็นอนพิงกับโซฟาใช้ผ้าขนหนูห่อน้ำแข็งโปะลงไปที่ส่วนล่างอย่างสบายใจ "อ่าาา แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย ทนหน่อยนะไอ้หนูลูกพ่อ "  นึกแล้วก็โมโห แต่จะโทษเธอก็ไม่ถูก เพราะช่วงทางเดินตรงนั้นมันค่อนข้างมืด เธออาจจะรีบจนมองไม่เห็น  แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีอยู่บ้าง น้องชายของผมถูกเพศตรงข้ามสัมผัสในรอบหลายปีเลยก็ว่าได้ แอบหวงอยู่หน่อยๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัสผ่านชั้นนอกของกางเกงก็รับรู้ได้ถึงความนุ่มละมุนของผิวกายเธอ  ละเมอคิดฝันไปไกลว่ามือนุ่มๆของเธอกำลังนวดเฟ้นอยู่บริเวณสมุนทั้งสองของผมอย่างเบามือ "อ่าาา มือนุ่มจังเลย "  ผมหลับตาพริ้มให้กับรสสัมผัสที่วาบหวามเบาสบายเหมือนนอนอยู่บนก้อนเมฆที่กำลังผมล่องลอยไปบนท้องฟ้าอย่างช้าๆ อยากหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้"ลามกที่สุด"  "ฝันไปหรอวะ เชี้ยแล้ว น้่ำแข็งละลาย  หมด นี่มันวันอะไรวะ  "   เผลองีบไปแป๊บเดียว หมดเลยน้ำแข็งในผ้าละลายเปียกไปทั้งโซฟา ส่งท้ายวันแห่งความซวย ผมยกนาฬิกาข้มมือขึ้นมาดู จะแปดโมงแล้วไม่ใช่แค่งีบหลับ แต่มันคือการหลับลึกฝันเป็นตุเป็นตะ ผู้หญิงคนนั้นตามมาหลอกหลอนผมถึงในฝัน แล้วมันก็เป็นฝันที่ทำให้ผมมีความสุขซะด้วยสิ ..."ไปทำอะไรมาวะเป้าถึงได้เปียกขนาดนี้  อ่ะเอาไป  แล้วไม่ต้องเอามาคืน กูให้  "  ผมรับกางเกงตัวใหม่มากจากไอ้หมอสิงห์ ทนใส่ตัวเก่าไม่ไหวจริงๆดีที่มันมีกางเกงติดมาด้วย ไม่อย่างนั้นสาวๆคงต้องมองผมไปในทางที่ไม่ดีแน่ๆ" เดี๋ยวกูซักมาคืน  ขอบใจ""กูเพิ่มวันลาพักร้อนให้มึงแล้วนะ  เห็นสภาพมึงแล้วควรหยุดยาว เรื่องงานไม่ต้องห่วงมีหมอเข้าแทนเยอะ เลิกโหมงานแล้วหันมาดูแลตัวเองบ้าง  " "เออ ขอบใจ " ผมรีบสวมกางเกงตัวใหม่ทันทีที่ไอ้หมอสิงห์ยื่นให้ ไซต์ผมกับมันใส่ด้วยกันได้ ผมรู้ว่ามันก็รู้สึกไม่ค่อยดีเกี่ยวกับเรื่องที่มันเกิดขึ้น ผมเป็นคนผิดเองทั้งหมด แพรไหมไม่ผิด ผมยอมรับการตัดสินใจองเธอแต่ผมอยากให้เธอรู้เอาไว้ว่าผมไม่เคยคิดมีคนอื่นในขณะที่คบังคบกับเธอ................................." แก้ว แก้ว ""อีแก้วโว้ย ถึงหน้าคอนโดมึงแล้ว " "มึงจะตะโกนทำไมเนี่ย  " ฉันสะดุ้งโหยงกับเสียงเรียกแปดหลอดของอีเฟย์  ในขณะที่กำลังนั่งคิดอะไรเพลินๆ "กูเรียกมึงนานแล้ว แล้วกูถามหน่อยมือมึงอ่ะ จะจิกหัวตุ๊กตาหมีกูอีกนานมั้ย ไส้จะทะลักออกมาอยู่แล้ว " ฉันรีบปล่อยตุ๊กตาหมีของมันทันที ฉันก็ว่าฉันจับมันเบาๆนะ  " เออๆ ขอบใจกูลงแล้ว อ่ะหมีมึงเอาไป  " "เดี๋ยว  มึงเป็นอะไรแก้ว กูเห็นมึงนั่งเหม่อมาตั้งแต่โรงพยาบาลแล้ว" "คิดเรื่องหลาน เรื่องงาน เรื่อยเปื่อย " เป็นเพื่อนกันมาตั้งนาน ถ้าใครคนใดคนนึงมีอาการผิดปกติทุกคนในกลุ่มจะรู้ทันที "มึงคงไม่คิดแผนชั่วๆไปจัดการหมอทำคลอดของอีฟางหรอกนะ  มึงอย่าทำอะไรเขาเลยนะเขาก็แค่พูดไปตามหน้าที่ของหมอ" "เออๆ กูไม่เอาไม้ไปดักตีหัวเขาเลือดสาดเหมือนพี่ทอร์หรอกหน่า กลับบ้านไปได้แล้ว " กว่าจะมาถึงคอนโดก็หกโมงเช้าพอดี ขอนอนยาวๆ แล้วค่อยตื่นขึ้นมาทำงานต่อ สิ้นเดือนนี้จะต้องส่งต้นฉบับให้ทัน ชีวิตนักเขียนต๊อกต๋อยอย่างฉัน อาศัยเงินจากการเขียนนิยายหาเลี้ยงตัวเองเพราะไม่ชอบการเป็นนักธุรกิจเหมือนพ่อ ฉันเป็นลูกสาวคนเดียว พ่อกับแม่ทำธุรกิจอยู่ต่างประเทศ ฉันโดนพ่อตัดหางปล่อยวัดเพราะไม่ได้เรียนตามที่ท่านต้องการ แต่ฉันก็ยังมีแม่ที่คอยส่งค่าขนมให้ทุกเดือน ไม่รู้ว่าพ่อจะจับได้เมื่อไหร่ โดนจับได้ก็คงแย่ พ่อฉันเป็นนักธุรกิจแนวหน้าของเมืองไทย ไปเติบโตอยู่เมืองนอกจนเป็นนักธุรกิจตัวท๊อปของโลกไปแล้วเรียบร้อย พ่อคาดหวังในตัวฉันไว้มาก แต่ฉันไม่สามารถทำอะไรที่ท่านหวังไว้ได้เลย "ค่อยโล่งอกหน่อย อย่าทำนะ กูไปและ" กลัวประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไง เหอะ คนเลวมันก็ต้องโดนแบบนั้น ส่วนหมอหน่ะหรอฉันไม่ได้คิดอะไรมากหรอกกับคำพูดแบบนั้น "เออๆ"..........................​อาทิตย์สิ้นเดือน อีแก้วเหมือนสิ้นใจ" งานเขียนของคุณดูน่าสนใจ แต่สิ่งที่มันขาดก็คือ อารมณ์คล้อยตาม  แก้ว พี่ช่วยเต็มที่แล้วนะ ทุกอย่างดีหมด บทดีพล็อตดี พี่แค่อยากให้เราทำให้คนอ่านรู้สึกเหมือนในบท ไม่ใช่แค่อ่านเพื่อให้มันผ่านๆไป " "พี่เอื้อ แก้ว เต็มที่แล้วนะคะ ""พักหน่อยมั้ย   ไปหาอะไรใหม่ๆ  แก้วไปได้อีกไกลนะ งานเขียนของแก้วเป็นเบสท์เซลเลอร์ติดร้านหนังสือตัวท๊อปอยู่ตลอด  พี่อยากให้แก้วรักษามาตรฐานของตัวเอง  เข้าใจพี่นะ"  ฉันเข้าใจสิ่งที่พี่เอื้อพูดทุกอย่าง  คงจะต้องพักแล้วจริงๆ"เข้าใจค่ะ"........................."โหลมีอะไร " "อีเฟย์ ไปเสม็ดกัน" ..............................................