บทที่18
เื่ราวทะเลาะกลางเมือง
หลี่หยุนเดินทางมาถึงบริเวณนี้เท้าทั้งสองข้างหยุดชะงักลงบริเวณภายในตรอกดวงตาเมื่อมองเห็นซากศพของสำนักกระบี่ราชันย์ที่นอนตายเกลื่อนกลาดอยู่ด้านหน้า
หลี่หยุนต้องยกมือของตนขึ้นมากุมขมับอย่างรวดเร็ว“ เวรกรรม… "
สิ่งที่เขากำลังหนักใจอยู่ในที่สุดมันก็เกิดขึ้นจนได้เขาได้มามองเห็นสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้
หลี่หยุนเดินตรงเข้าไปด้วยท่าทางที่หนักใจกวาดสายตามองร่างของคนพวกนั้นที่นอนตายเกลื่อนกลาดอยู่ตามพื้น
พวกนี้โดนสังหารด้วยฝ่ามือเดียวเท่านั้นมือเดียวทะลวงเข้ากันิญญาสังหาราเ็ภายใน
“ เป็อย่างที่ตัวของข้าคิดเอาไว้ไม่ผิดอันที่จริงภายในใจที่วิ่งตามมาอย่างรวดเร็วไม่ได้กังวลว่านายจะเป็อันตรายแต่กำลังกังวลว่านางจะสังหารพวกมันหมด… ”หลี่หยุนพูดกับตนเองภายในใจด้วยความหนักใจ
เมื่อมองเห็นว่าภายในสถานที่แห่งนี้ผู้คนมากมายของสำนักกระบี่ราชันย์ ตอนนี้นอนตายเกลื่อนกลาดอยู่ตามพื้น
สิ่งที่เขากำลังกังวลที่สุดเกิดขึ้นแล้วตอนแรกเขาไม่คิดว่าจะให้คนพวกนี้โดนสังหารตาย
ตอนแรกที่เขาพบเจอคนพวกนี้ก็มองเห็นระดับพลังมันอยู่แล้วมันเป็เพียงแค่คนสำรวจที่ให้มาหาเขาเท่านั้น
แม้จะเป็สำนักขนาดใหญ่อย่างสำนักกระบี่ราชันย์ท้ายแล้วเหล่าศิษย์ก็ไม่ได้แข็งแกร่งทั้งหมดอย่างพวกคนที่มาสำรวจในตอนนี้เป็เพียงแค่เหล่าศิษย์ระดับล่างของสำนักมีความแข็งแกร่งอยู่ในระดับต้นๆ
ลมปราณขอบเขตของพวกมันอยู่ในระดับเพียงแค่สูงกว่าเขาประมาณ3-4 ขั้น
เพราะแบบนั้นในตอนนี้พวกมันจะโดนนางสังหารฝ่ายด้วยฝ่ามือเดียวก็ไม่ได้แปลกอะไรหลี่หยุนพักสายตาไปมองร่างกายของพวกมันอีกครั้งตรวจสอบดูร่างกายของพวกมันในตอนนี้
มองเห็นร่างกายและตรวจสอบร่างกายอย่างชัดเจนเพราะรู้ได้ในทันทีว่าความคิดของเขาไม่ผิด
เพียงแค่ฝ่ามือเดียวเท่านั้นโดยสารภายในทันทีหลี่หยุนลุกขึ้นอย่างช้าๆ “ ข้ามาไม่ทันจริงๆด้วยในที่สุดก็ต้องผ่านมันไป… ”
“ มีอะไรอย่างนั้นหรือเ้าคะนายท่านคนพวกนี้เดินทางมาเพื่อที่จะสืบหาตัวของนายท่านข้าเลยโดยสังหารพวกมันในทันที ” นางตอบกลับมาอย่างรวดเร็วด้วยแววตาที่จริงจัง
หลี่หยุนสูดหายใจเข้าไปลึกๆก่อนที่จะถอนหายใจเครื่องไก่ออกมาแล้วก็ตอบกลับไป“ ไม่เป็อะไรหรอกในเมื่อสังหารไปแล้วสุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้… ”
“ ในตอนแรกของข้าไม่อยากจะให้เ้าสังหารคนพวกนี้เพราะว่าจะเป็เื่ราวถ้ามีคนพบพวกมันโดนสังหารภายในเมืองแห่งนี้เ้าสำนักกระบี่ราชันคงเดินทางมาที่เมืองแห่งนี้อย่างแน่นอนและมันเองก็จะกลายเป็สถานการณ์ที่ลำบากสำหรับพวกเรา”
“ แต่ว่าในตอนนี้เมื่อลงมือสังหารไปเรียบร้อยแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ตอนนี้มีอย่างเดียวที่ทำได้ก็คือการทำลายหลักฐานพวกนี้ซะ ”
“ เสี่ยวซาน.. ” หลี่หยุนส่งเสียงเรียกผู้ที่อยู่บริเวณด้านหลัง
“ ขอรับท่านประมุข!!! ” ผู้ที่อยู่บริเวณด้านหลังคุกเข่าลงอย่างรวดเร็วรับคำสั่งผู้เป็นายที่อยู่ด้านหน้า
“ เ้านำร่างของคนพวกนี้ขนใส่รถม้าสักคันแล้วก็มุ่งตรงไปยังเมืองที่อยู่ไกลออกไปจากสถานที่แห่งนี้2 เมืองทิ้งศพของพวกมันไว้ในสถานที่แห่งนั้น ”หลี่หยุนออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ทำอย่างไรก็ได้ให้พวกนี้ไม่ได้อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ตัวของเขาคงจะถูกสงสัยว่าอาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้อย่างแน่นอน
หลี่หยุนเขาไม่ได้อยากขาดซึ่งทรัพยากรที่สำคัญภายในเมืองแห่งนี้เขาเรียกเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ก็เป็เพราะว่าอยากจะได้ทรัพยากรที่ครบครันภายในเมืองแห่งนี้
เพื่อที่จะบ่มเพาะตัวเองแต่เขาต้องกลายเป็ว่าต้องขาดซึ่งทรัพยากรเ่าั้ไปมันเองก็จะทำให้ตัวของเขาสามารถฝึกฝนให้เชื่องช้าลงไปอีกระดับ
ตัวตนของเขาในตอนนี้มีแต่ผู้คนอยากตามสังหารพวกพรรคธรรมะที่ปล่อยข่าวออกไปว่าต่อมานั่นตายแล้วอยากจะสร้างชื่อเสียงและสร้างสมดุลให้กับยุทธภพ
เพราะแบบนั้นพวกมันเองก็คงอยากจะให้เขานั้นตายจริงๆตอนนี้พวกมันเริ่มรู้ข่าวสารคร่าวๆเกี่ยวกับเื่ที่เขายังคงมีชีวิตอยู่
ถ้าเป็เช่นนี้ต่อไปอีกสักพักพวกมันคงจะตามสืบเจออย่างแน่นอนถ้ายังไม่ปกปิดตนเองอย่างสมบูรณ์
“ รับคำสั่งขอรับ!! ”
หลังจากนั้นก็ทำการจัดการศพของพวกคนเ่าั้อย่างรวดเร็วเสี่ยวซานรับหน้าที่เป็คนที่จัดการศพของสำนักกระบี่ราชันย์
…
่ยามบ่ายของวันหลี่หยุนและซินซินเดินอยู่ภายในเมืองหลังจากที่เพิ่งผ่านพ้นเหตุการณ์เช่นนั้นมาทั้งสองทำใบหน้าราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พวกเขากำลังจะเดินตรงกับไปที่บ้านของตนเองที่ตั้งอยู่บริเวณชานเมือง
บนถนนที่ลากยาวไปบริเวณด้านหน้าเหล่าผู้คนมากมายสัญจรพรุ่งพล่านทั้งสองเดินอยู่บริเวณ้าถนน ในขณะที่กำลังเดินอยู่นั้นบนถนนเส้นหลักของเมืองมันกำลังมีกลุ่มคนสองกลุ่ม คนกลุ่มใหญ่หนึ่งคนเป็กลุ่มคนกลุ่มเล็กกำลังยืนทะเลาะกันอยู่บริเวณกลางถนน
สองฝ่ายกำลังยืนเผชิญหน้ากันแล้วก็กำลังปะทะวาจากันอย่างดุเดือดสองฝ่ายกำลังปะทะวาจากันดุเดือดท่ามกลางสายตาของเหล่าผู้คนมากมาย
หลี่หยุนและซินซินหยุดเท้าของตนเองใช้ลวงตามองตรงไปที่คนพวกนั้นที่กำลังปะทะว่าจะรักกันอย่างดุเดือด
หลี่หยุนมองไปที่กลุ่มคนกลุ่มใหญ่เป็กลุ่มคนชายหญิงที่รวมตัวกันสูงใส่ชุดสีขาวเช่นเดียวกันหมดมองเห็นว่าเป็เครื่องแบบของสำนักส่วนอีกทางกลุ่มนึงเป็กลุ่มคนที่รวมตัวเช่นเดียวกันพวกเขามีสมาชิกเพียงแค่ประมาณ 4-5คนสวมใส่ชุดสีดำด้วยเครื่องแบบเช่นเดียวกันหมด
กลุ่มทั้งสองกำลังยืนถกเถียงกันอย่างดุเดือดด้วยท่าทางที่เต็มไปด้วยความจริงจัง
“ พวกเ้าสำนักคุ้มกันทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรไม่เทียบเท่ากับว่าจะทำการปิดกั้นพวกข้างั้นรึ?” ตัวแทนของกลุ่มที่น้อยกว่าเป็บุรุษไว้ประมาณยี่สิบต้นๆมีท่าทางห้าวหาญทำการกล่าวขึ้นมาด้วยความจริงจัง
เขาทำการพูดขึ้นแล้วก็ะโใส่หน้าผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเองในยามนี้
ในขณะเดียวกันผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้าเป็ชายฉกรรจ์ที่มีร่างกายสูงใหญ่สวมใส่ด้วยชุดสีขาวบริเวณหน้าผากโคกท่าคาดหัวเอาไว้ คนผู้นี้มีร่างกายที่ใหญ่โตแข็งแรงดวงตาทั้งสองข้างมองตรงไปที่ผู้ที่ขึ้นเสียงด้านหน้า
“ พวกข้าทำอันใดข้าเองก็เพียงบอกแค่ว่าต่อจากนี้ถ้าอยากจะทำการขนส่งของเข้าภายในเมืองล่องนภาจำเป็จะต้องผ่านพวกข้าเท่านั้น” ตัวแทนจากฝั่งสีกล่าวขึ้น
หลี่หยุนมองเห็นกลุ่มคนทั้งสองที่อยู่ด้านหน้าเขารู้ได้ในทันทีว่าเป็ผู้ใดเพราะว่าความรู้ในการเขียนนิยายเื่นี้ขึ้นมา
เลยทำให้เขารู้ได้ว่าผู้ที่อยู่ด้านหน้ากลุ่มสีขาวที่มีกลุ่มคนมากกว่าเป็สำนักคุ้มกันที่ใหญ่ที่สุดภายในเมืองมันเป็สำนักคุ้มกันที่มีขนาดใหญ่ภายในสำนักมีสมาชิกอยู่ประมาณสองร้อยคน
ถือว่าเป็สำนักที่ใหญ่โตภายในเมืองขนาดกลาง
เมืองแห่งนี้มีสำนักอยู่ประมาณสามถึงสี่สำนักก็จริงแต่ว่าสำนักที่พอจะมีชื่อให้รู้จักภายในยุทธภพก็มีเพียงแค่2 สำนัก 1 ก็คือสำนักคุ้มกันของเมืองล่องนภาที่เป็กลุ่มคนใส่ชุดสีขาว
ส่วนอีกหนึ่งมันเองก็คือคนที่สวมใส่ชุดสีดำสนิทโดยกลุ่มคนที่สวมใส่ชุดสีดำสนิทเ่าั้เป็พรรคแห่งหนึ่งที่เคยมีชื่อเสียงภายในอดีต
โดยมันมีชื่อว่าพรรคเทพปฐี..
สำนักนี้เคยยิ่งใหญ่ภายในอดีตภายในเมืองแห่งนี้ควรจะเรียกว่าเป็พักแห่งหนึ่งที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดภายในอาณาจักรแห่งนี้เมื่อหลายสิบปีก่อนเลยก็ว่าได้
ทว่าใน่กาลเวลาที่เปลี่ยนผันไปผู้คนที่มาเข้าร่วมก็มีอัจฉริยะที่น้อยลงเลยทำให้ความเก่งกาจนั้นเริ่มลดทอนลงไปเรื่อยๆ
ขณะเดียวกันทางด้านของสำนักคุ้มภัยพวกมันเองก็มีจำนวนคนที่มีความเก่งกาจเพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆจนกลายเป็สำนักอันดับ1 ของเมืองแห่งนี้
ทั้งที่เมื่อก่อนสำนักเทพปฐีเป็สำนักขนาดใหญ่ที่สุดภายในอาณาจักรและก็เป็ที่รู้จักกันดีภายในสถานที่แห่งนี้
แต่ใน่เวลาหลายปีที่ผ่านมาสำนักแห่งนี้กลับตกต่ำลงอย่างต่อเนื่องจนสุดท้ายก็กลายเป็สำนักที่เหลือเพียงแค่ชื่อกลายเป็ว่ามีเพียงแค่ชื่อเท่านั้นที่ผู้คนรู้จักแต่ว่าจำนวนของศิษย์ภายในสำนักมีน้อยยิ่งนัก
เพราะแบบนั้นในตอนนี้ผู้คนที่กำลังเถียงอยู่บริเวณด้านหน้าก็คือ2 สำนักภายในเมืองแห่งนี้ที่ถือได้ว่าเป็ที่รู้จักกันดีในหมู่ของผู้คน
หลี่หยุนกำลังยืนแล้วใช้ดวงตาของตนเองต้องมองเขากำลังมองว่าพวกมันกำลังทำอะไรกันอยู่
หลี่หยุนหลังจากที่ยืนจับใจความอยู่ใกล้ๆเสียงที่พวกมันพูดคุยกันแม้ว่าจะดังแต่กับเจี๊ยวจ๊าวปะปนกันมั่วซั่วไปหมดจนทำให้เขานั้นแทบจะจับใจความเนื้อหาไม่ได้เลยสักนิด
ในขณะที่พยายามจับใจความและเนื้อหาอยู่นั้นยังไม่ทันได้คำตอบดวงตาของเขามองตรงไปด้านหน้า ของเขามองเห็นร่างของผู้ที่อยู่ด้านหน้ากลุ่มคนชุดขาวที่เป็คนของสำนักคุ้มภัย
พวกมันเริ่มทำการขยับร่างกายของพวกมันก้าวเท้าเข้าไปเริ่มจากคนที่มีร่างกายใหญ่โตที่เป็ผู้นำของกลุ่มนั้น
ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ๆบ้างของผู้ที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าของสำนักเทพปฐี
ก่อนที่ใช้ร่างกายใหญ่โตผู้นั้นที่สวมใส่ชุดสีขาวแล้วก็มีผ้าคาดหน้าผากเอาไว้ มันจะทำการยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมาแล้วก็เตรียมพร้อมที่จะลงมือ
มันทำการง้างฝ่ามือของตนเองออกพร้อมตั้งใจจะปล่อยตรงไปที่คนผู้นั้นหลี่หยุนยังคงไม่ขยับมองเห็นการโจมตีนั้นตั้งท่าเตรียมปล่อยไป
ท่ามกลางสถานการณ์ที่วุ่นวายที่เกิดขึ้นเสียงของคนผู้หนึ่งดังขึ้นมาท่ามกลางสถานการณ์วุ่นวายเ่าั้“ หยุด!!! ”
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในยามนี้ราวกับโดนหยุดชะงักดวงตาของผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆเต็มไปด้วยความสับสนต้องมองไปที่ต้นเสียงที่มันดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
จบบท