เื่ราวมันเริ่มต้นเหมือนอย่างที่เคยเป็ ยุทธภพมีผู้กล้า ในหมู่อวิชชาย่อมมีวิญญูชน ทุกครั้งที่มีคนเขลาย่อมมีผู้ฉลาด ทุกครั้งที่มีจอมปราชญ์ย่อมมีคนโง่งม ผู้คนอยากสำเร็จ
บรรดาเหล่าจอมยุทธทั่วยุทธภพจึงออกตามหาสุดยอดเคล็ดวิชาหากได้ย่อมได้เป็เ้ายุทธภพ และนี่เป็อีกครั้งที่ยุทธจักรปั่นป่วนเพราะสุดยอดวิชามิได้มาจากอาวุธ หากแต่เป็ สังคีต
ฟิ้ว!! เสียงลมสะบัดพัดเหนือยอดหญ้า ท่าร่างใช้เท้ามีชื่อเรียกว่า“บาทาเหยียบวายุ” ใบหน้าอันอ่อนเยาว์ของชายหนุ่มบ่งบอกว่าตัวเขานั้นอายุยังน้อยนักหากทว่ามีกำลังภายในล้ำลึก สีหน้าที่เคร่งเครียดแต่การก้าวเท้าเร่งรีบ จากยอดหญ้าพุ่งทะยานสู่ยอดไม้ รวดเร็วดังวิหคกำลังโผบิน อาภรณ์สีขาวที่สวมใส่คล้ายดังบัณฑิตหนุ่มตระกูลใหญ่ คราบโลหิตไหลเปรอะเปื้อนราวผ่านสมรภูมิรบมาก็มิปาน
ฟ้าว!! เสียงเกาทัณฑ์พุ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว เฉียดตัดเส้นผมจนปลิดปลิวตามลมที่พัดพุ่ง ขณะอีกฝ่ายก็ว่องไวดุจสายลมสามารถออกอาวุธจู่โจม บ่งบอกถึงฝืมือว่าผู้ไล่มีวรยุทธยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน
“ขลุ่ยเทพเหนือฟ้า เ้าหยุดและส่งสุดยอดเคล็ดวิชาของเ้าแก่ข้าเสีย การไล่ล่านี้จึงจะสิ้นสุด”
เสียงเปล่งจากกำลังภายในดังกังวานบ่งบอกถึงพลังปราณของผู้ใช้อย่างน่าเกรงขาม
เท้าของชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวหยุดลง ร่างค่อยๆเคลื่อนลอยแตะพื้นอย่างนิ่งสงบ พลันทันใดเบื้องหน้าก็ปรากฎร่างของเหล่าจอมยุทธ ๕-๖ คนกรูออกมาจากพุ่มไม้บริเวณรอบๆ ห้อมล้อมชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาว แต่ทว่าท่ามกลางสถานการณ์ชายหนุ่มกลับนิ่งสงบดังหิมะเยือกเย็น
จอมยุทธผู้หนึ่งในมือถือคันศรฉายา "ศรสยบทิศ" เอ่ยขึ้นหลังปรากฎกาย
“ ได้โปรดเถอะเ้า ข้ามาดีไม่ได้เจตนาสังหาร ส่งสุดยอดเคล็ดวิชาของเ้ามาแล้วข้าจะไม่ทำร้ายเ้า ”
“วาจาของเ้ากับกิริยาจิตสังหารที่ส่งมาแทบจะปะาคนจนตาย คำพูดปราศรัยแต่น้ำใจเชือดคอจริงๆ”
“ถือว่าไม่เลวที่รับรู้ได้ฮ่าๆๆ ฝืมือเ้าดังที่กล่าวขานกันจริงๆเ้าเทพขลุ่ย ”
“เ้าอ้างตนเป็ฝ่ายธรรมมะแต่ใช้คนมากรังแกคนน้อยเช่นนี้ข่าวกระจายไปทั่วยุทธภพเ้าคงมีชื่อแน่นอน”
จอมยุทธผู้หนึ่งใบหน้าขาวประดับไปด้วยหนวดเคราสวมอาภรณ์คล้ายคุณชายจากตระกูลสูง ในมือกระชับกระบี่ข้างกาย ก้าวออกมาจากกลุ่ม
“นามข้าคือกระบี่ไร้สามัญ ข้าคิดว่ากับคนพรรคมารใช้วิชานอกรีตการรุมล้อมถือว่าไม่ผิด ฮ่าๆๆ พวกเราพรรคเสือขาวช่วยกำจัดวิชานอกรีตของเ้าถือว่าช่วยคนในยุทธจักร น้องรองใช้ศรของเ้ายิงสกัดอย่าให้มันบรรเลงเพลงขลุ่ยได้”
หกทิศรอบทาง จอมยุทธทั้งเจ็ดบริเวณโดยรอบวิ่งกรูเข้าหาชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวกลางวงอย่างพร้อมเพรียงกระบี่ถูกชักอย่างว่องไวพุ่งชี้ตรงไปยังกลางวงอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มยังยืนนิ่งไม่ไหวติง คันศรธนูถูกน้าวจากสายไปตามแรงดีดขึงของคนดึงมันพุ่งผ่านไปยังคนกลางวงอย่างรวดเร็วกว่าฝีเท้าของเหล่าจอมยุทธที่กลุ้มรุมจู่โจม ชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวเกร็งลมปราณรอรับคว้าพลิกปัดเกาทัณฑ์ที่พุ่งเข้าหาอย่างว่องไว ซัดใส่ดวงตาของจอมยุทธนาม กระบี่ไร้สามัญราวจับวาง
กระบี่จากจอมยุทธทั้งหกพุ่งเข้าหาชายหนุ่ม เขาหมุนตัวขึ้นกลางอากาศเกิดคลื่นลมพายุสะบัดพัดจนเหล่าจอมยุทธที่แทงกระบี่ต่างกระเด็นกระดอนล้มลงคนละทิศละทาง เกาทัณฑ์อีกลูกยังพุ่งตรงเข้าใส่ ชายหนุ่มพลิกฝ่ามือรับและปัดซัดซ้ำเข้าที่ กระบี่ไร้สามัญ ที่นอนกุมดวงตาอยู่กับพื้น
และแน่นอนลูกศรปักเข้าที่ดวงตาอีกข้างอย่างแม่นยำ
“จะจะ เ้า! เ้า ! ขลุ่ยปีศาจ!!” จอมยุทธที่ขึ้นชื่อว่าเป็นักธนูมือฉมังลูกศรของเขากลับถูกปัดซัดใช้ทำร้ายศิษย์พี่ร่วมสำนัก ความโกรธแค้นทำให้แทบพูดไม่เป็ภาษา
“มีฝีมือก็รุมเข่นฆ่า สู้ไม่ได้ก็โทษว่าเป็ภูตผี ”
ชายหนุ่มในอาภรณ์สีขาวยืนสงบนิ่งท่ามกลางเศษซากการต่อสู้และเหล่าจอมยุทธที่ล้มนอนระเนระนาด ชั่วพริบตาเดียวก่อนเร้นกายเขาขยับเพียงแ่เบาก็ลอยตัวประดุจขนนกปลิว แต่ทว่าจากพลังปราณที่รวมไว้กลับก่อตัวเป็คลื่นพายุลูกใหญ่หมุนวนใต้ฝ่าเท้าที่เหยียบขึ้นไป ส่งผลให้บริเวณเบื้องล่างโดยรอบแปรปรวนเกิดกระแสลมพัดรุนแรงใบไม้แกว่งไกว กิ่งไม้ใหญ่ขยับเขยื้อนฝุ่นฟุ้งกระจายก่อนสงบลงในที่สุด ศรสยบทิศคุกเข่าประคองร่างศิษย์พี่ร่วมสำนักที่นอนสลบจากาแ สายตาจับจ้องไปที่ชายหนุ่มอย่างเคียดแค้น
“อย่าปรากฎกายมาให้ข้าได้เห็นอีก ไม่งั้นจะไม่มีคำว่าปราณี” เสียงจากพลังปราณภายในเปล่งออกมา
“ข้าจะไม่มีวันอภัยให้เ้า เ้าขลุ่ยปีศาจ” ศรสยบทิศ ะโก้อง