กลยุทธ์ที่ 24 สถานการณ์ปัจจุบัน
“ไอ้นั่นไม่ได้ถามฉันถามว่างานนายเสร็จรึยัง?”
“...ขออภัยที่ตอบไม่ตรงคำถามขอรับ งานที่ท่านวานไว้ให้เสร็จแล้วข้าว่างๆ ก็เลยรับมันมาเพิ่มอีก 2 งานจนตอนนี้งานอย่างที่เหลือก็กำลังจะเสร็จแล้วเหมือนกัน”
“งั้นมาทำให้มันจบๆกันเราจะไปจากที่นี่กันแล้ว” ว่าจบจักรพรรดิก็นำจอบออกมาจากหน้าต่างระบบของตน
จักรพรรดิตัดเริ่มบรรเลงเพลงจอบ?ลงสู่พื้นดินพร้อมๆ กับผู้ติดตามของเขา หลังจากที่เขารับเควสบ้านๆจากชาวบ้านที่ผู้เล่นปกติทั่วๆ ไปเขาไม่รับกัน
เควสที่ว่านั่นก็คือการทำไร่ไถนาช่วยชาวบ้านในจำนวนหลายไร่ 1 เควสก็ตีได้สักหลายสิบไร่แล้วเห็นจะได้ ด้วยเทคโนโลยีและวิทยาการที่เกมนี้ยังไม่พัฒนามากเกินไปการที่ทวนทำเควสเสร็จไป 2 และเกือบเสร็จอีก 1 นี่ถือว่าเป็สุดยอดคนแล้ว
พอจักรพรรดิช่วยอีกแรงไม่นานงานนี้ก็เสร็จใน่บ่ายของวัน เสียงขอบคุณของพวกชาวบ้านดังขึ้น ก่อนตัวผู้ใหญ่บ้านจะเดินมามอบรางวัลให้พวกเขา
สิ่งสิ่งนั้นก็คือเมล็ดพันธุ์พืชจำนวนหลายถุง ทั้งเมล็ดข้าว ถั่ว ฟักทอง แตกโม อื่นๆ อีกที่น่าจะหาซื้อเอาก็ได้ แต่จักรพรรดิกลับเลือกให้คนติดตามของเขามาทำงานแบบนี้ซึ่งแทบจะไม่ได้ค่าประสบการณ์อะไรเลย นี่ล่ะคือสิ่งที่ผู้เล่นคนอื่นๆไม่คิดจะทำเควสแบบนี้เพราะเห็นว่ามันนั้นไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย
ทว่าสำหรับจักรพรรดิแล้วมันเป็การปูทางสู่อนาคตของเขาได้อย่างดี
หลังจากเดินทางออกมาจากเมืองเริ่มต้นจักรพรรดิก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมา ก็แน่ล่ะสิชื่อของเขาตอนนี้ติดอันดับ 6 ของผู้ที่ร่ำรวยที่สุดในเกม แถมจู่ๆ ก็ขึ้นมาโต่งๆ อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ถึงจะไม่เคยมีใครเห็นใบหน้าแต่ถ้าหากเห็นชื่อของเขาแล้วละก็ต้องเกิดความข้องใจและข้อสงสัยไม่น้อย การที่เขาหลบมาอยู่ที่นี่ส่วนนึงเพื่อกันความวุ่นวายสักระยะแม้ว่าเขาจะจงใจเปิดเผยข้อมูลนั้นออกไปก็ตาม
แล้วนอกจากเื่ที่จู่ๆมีคนรวยคนใหม่ในเกมเกิดขึ้นมาจนเกิดกระทู้ตั้งคำถามของหลายๆ ฝ่าย และยังพยายามหาข้อมูลของเขา กระทู้ที่น่าแปลกใจอีกมากมายก็ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วพริบตาในเวลาไล่เลี่ยกัน
ทั้งเื่ของพวกอ็อคกลุ่มใหญ่ที่สุดละจากดินแดนเพนดราก้อนไปอยู่ดินแดนอากุม แล้วก็กระทู้เพิ่มเติมเื่ของพวกมันที่จู่ๆก็ยกทัพไปตีเมืองของพวกอากุมซะพังไปหลายเมือง
กระทู้นี้ยังไม่มีฝ่ายใดชี้แจงและถูกเปิดเผยจากใครว่ามันเกิดขึ้นมาได้ยังไง มันจึงเป็ปริศนาและมันยังเป็เสมือนข้อมูลที่ยากจะหาในเวลานี้สำหรับนักค้าข่าว
ด้วยจากปัญหาของพวกอ็อคเวลาต่อมาพวกกิลด์ใหญ่ๆที่อาณาจักรอากุมถึงกับเกิดปัญหาอย่างหนักซึ่งนั่นจักรพรรดิคิดว่าไม่รวมไทหยางแน่ เพราะทั้งชื่อไทหยางและไร้นามชื่อแฝงของเขาไม่ปรากฏในรายชื่อของกิลด์ใหญ่ๆพวกนั้นที่เขาพยายามค้นหาเลย ยังไงซะตัวตนของไทหยางก็ยังคงมีปริศนาระดับนึงในเกมนี้
ที่สุด กระทู้สุดท้ายที่สร้างความแปลกใจให้กับผู้เล่นทุกคนในเกมนี้เป็อันมากก็คือ ชื่อกระทู้ที่มีชื่อว่า 2 จักรพรรดิห้ำหั่น พร้อมกับมีคลิปประกอบ
ซึ่งเหตุการณ์นี้เล่ามาจากตัวผู้เล่นคนนึงว่าเขาได้ถูกเชิญให้มาช่วยกันป้องกันเมืองเมืองนึงจากพวกอ็อค ทว่าในขณะนั้นกลับมีคน 2 คนที่น่าจะอยู่ขั้นจักรพรรดิเข้าต่อสู้ห้ำหั่นกันเหนือฟากฟ้า
เนื่องจากไอเทมปกปิดและหน้ากากที่สวมใส่ทำให้เขาไม่รู้แน่ชัดว่า 2 คนนั้นเป็ใคร อีกคนนึงเขาเดาว่าเป็หวัง ไทหยาง ดาวรุ่งพุ่งแรงที่ผู้เล่นทุกคนอยากผูกมิตรเพราะเป็ถึงผู้ที่ร่วมสร้างเกมนี้ขึ้นมา
ส่วนอีกคนนั้นยังคงเป็ปริศนา ทั้งเขาและคนอื่นๆ ต่างหาข้อมูลเขาไม่ได้เลยแม้กระทู้จะโด่งดังก็กลับยังไม่มีชื่อเขาปรากฏมีก็แต่ผู้แอบอ้างน่ารำคาญ
ทั้ง 3 ข่าวนี้ถือว่าเป็สถานการณ์ปัจจุบันของจักรพรรดิ และเป็สถานการณ์ปัจจุบันของคนทั้งเกมที่เกิดข้อสงสัย
ถึงเวลาผ่านไปร่วมเกือบเดือนในเกมกระทู้พวกนี้ก็ยังไม่ตกอันดับ เล่นเอาพวกดารานักร้องดังๆบนโลกจริงที่เข้ามาเล่นเกมนี้จนกลายเป็กระทู้ดังติดชาร์ตมานานเป็แค่ตัวประกอบชั่วคราวไปเลย
นอกจากกระทู้ทั้ง 3 แล้วยังมีสิ่งที่น่าเซอร์ไพรส์สำหรับจักรพรรดิอยู่อีกอย่างนึง นั่นก็คือเขานั้นไม่ได้ถูกหมายหัวจากใครและอาณาจักรไหนเลย แม้แต่อาณาจักรอากุมที่เขาพาพวกอ็อคไปเล่นงานซะยับเยิน
แม้จะน่าเซอร์ไพรส์แต่มันก็ไม่เกินคาดสำหรับเขามากนัก เพราะเขาได้สวมหน้ากากปกปิดตลอดเวลาและยังใช้ไอเทมที่หาได้ตลอดทางยากต่อการตรวจจับ พร้อมทั้งยังไม่ติดต่อกับใครจึงไม่มีใครรู้นอกจากไทหยางว่าเขานั้นเป็ผู้อยู่เื้ัเหตุการณ์ทั้งหมด และการที่ไทหยางไม่บอกเื่ของเขาให้าาของอาณาจักรอากุมหรือคนอื่นๆ รู้ คงจะหนีไม่พ้นนิสัยของเขามากหรอก
แต่เื่ทั้งหมดนอกจากไทหยาง พวกไวท์ไนซ์เองก็ปะตัดปะต่อเื่จากข้อมูลที่จักรพรรดิส่งเป็รายงานเหมือนจดหมายรักให้เรด้วย จนทำให้พวกเขาเป็ 1 ในผู้ที่รู้สถานการณ์ทั้งหมดและในขณะเดียวกันจักรพรรดิก็ได้ถูกจับตามองมากยิ่งขึ้น
พอกินอาหารค่ำที่เป็เนื้อหนูขนฟูเมนูแนะนำของทางหมู่บ้านเสร็จเขาก็บอกให้ทวนไปนอน ส่วนตัวเขาไม่มีความจำเป็ที่จะนอนต่อหลังจากออกจากเกมนี้ไปเกือบเดือน ถึงเวลาแล้วที่เขาจะเริ่มทำอะไรเป็ชิ้นเป็อันสักที
ที่ท้ายหมู่บ้านมีลำธารสายเล็กๆไหลผ่านจักรพรรดิได้มานั่งขัดสมาธิอยู่ที่นี่เพราะที่นี่เป็จุดที่สงบที่สุด เพื่อฝึกฝนตัวเองจากภายใน แม้ร่างกายจะดูแน่นิ่งไม่ไหวติงทว่าภายในกลับเคลื่อนไหวไม่มีหยุดซึ่งสิ่งนี้เป็การใช้สกิลเรียนรู้สู่ตัวไทหยาง
คราวนั้นเพราะระดับพลังของเขามากมายพอๆกับไทหยางมันจึงดูใช้ได้ง่ายๆ มาคราวนี้เขาจำเป็ที่จะต้องเรียนรู้มันเพราะมันจะสามารถช่วยเหลือตัวเขาในอนาคตได้อย่างดี แม้จะยังไม่สามารถทำดาเมจโดยตรงได้ก็ตาม
สกิลปราณสกิลพื้นฐานของสายนักบู๊ โชคดีในความโชคร้ายที่จักรพรรดิได้เจอสุดยอดของสายนักบู๊ในขณะที่ตนเองอาจจะพลาดท่า เพราะตัวไทหยางนั้นใช้พลังปราณได้เหนือกว่าทุกๆคนที่อยู่ในเกมนี้โดยสิ้นเชิง การเรียนรู้จากไทหยางก็เปรียบเสมือนเป็ศิษย์ของคนที่แข็งแกร่งที่สุด
ถึงมันจะไม่ใช่่เวลาที่เรียนได้อย่างสบายๆและไม่ได้กินเวลานานนับหลายชั่วโมงแต่เขาก็พยายามนึกจำและดึงมันออกมาใช้สู่ตัวเขาเรื่อยๆ
ะเิ คล้อยตาม ควบคุม หยุดนิ่ง จักรพรรดิเริ่มจำกัดความของคำว่าปราณ 4 รูปแบบที่เป็พื้นฐานของสายนักบู๊ที่น้อยคนจะสามารถเรียนมันได้ครบ และไปจนถึงขั้นสุดยอดของแต่ล่ะสาย
ะเิคือการะเิพลัง ปราณพยัคฆ์ปราณเสริมพลังนั่นเอง
รูปแบบและััที่จักรพรรดิเรียนรู้จากการมองไทหยางก็คือ เขาะเิพลังในกายออกมาราวกับพลุไฟก่อนจะรวบรวมมันไว้ที่ส่วนที่จะโจมตีชั่วพริบตา ทำให้เกิดการทำดาเมจอย่างมหาศาล โดยแลกมาด้วยการสูญเสียมานาไปเป็จำนวนมาก และหากโจมตีพลาดผู้ใช้เองก็ต้องโดนผลสะท้อนของการใช้ระดับนึง ทว่ามันก็สามารถปรับใช้ได้หลากหลายรูปแบบอย่างอิสระ จากที่จักรพรรดิมองดูไทหยางที่บางครั้งเขายังนำมันไปเสริมความเร็วให้ตนจนเกิดความเร็วมหาศาล ยิ่งกว่าที่ใช้แค่ลมปราณวิหค
คล้อยตามคือการปล่อยร่างกายของตัวเองให้สอดผสานกับสิ่งที่อยู่รอบด้าน ปราณวิหคปราณเสริมความเร็ว
จากที่จักรพรรดิเห็นมันคือการปล่อยพลังของตัวเองให้ไหลในกายอย่างอิสระไม่ต่อต้านในกายไทหยาง เขาใช้มันทุกๆครั้งก่อนจะออกหมัดและไล่ตามเขาด้วยความรวดเร็วพอคิดว่าหมัดนั้นจะโดนแน่ๆจึงเปลี่ยนเป็ปราณพยัคฆ์ ดูเหมือนจะไม่ซับซ้อนในความคิดจักรพรรดิแต่พอจักรพรรดิมาสงบใจและตั้งใจคิดดูดีๆมันนั้นกลับซับซ้อนยิ่งกว่าที่คิด ปราณวิหคเรียกได้ว่าเป็พื้นฐานของการเคลื่อนไหวก็ไม่ผิด
ควบคุมคือการควบคุมทั้งจิตใจของตนเองและพลังที่ไหลเวียนอยู่ภายในเพื่อทำให้ก่อเกิดพลังในรูปแบบใหม่จากภายในสู่ภายนอก ปราณัปราณพลังพิเศษ จักรพรรดิคิดว่าปราณสายนี้เป็อะไรที่ซับซ้อนที่สุดพร้อมกับน่าค้นหาที่สุด เพราะมันนั้นยากที่จะควบคุมร่างกายของตนเองได้ดั่งใจโดยเฉพาะกับสิ่งที่เราไม่อาจััได้ รูปแบบของปราณนี้นั้นเป็สิ่งที่พิเศษจะใช้ยังไงจักรพรรดิยังคิดไม่ออก แต่สิ่งที่จักรพรรดิเห็นจากตัวไทหยางคือ เขาสามารถสร้างคลื่นพลังออกมาจากการโจมตีจนสามารถโจมตีระยะไกลได้โดยไม่มีดีเลย์สักครั้ง รวมถึงการยืนบนอากาศได้ดั่งยืนบนพื้นดิน มันถึงน่าค้นหาสำหรับจักรพรรดิที่สุด
หยุดนิ่งคือการหยุดร่างกายของตัวเองได้ดั่งใจคิดแม้แต่ลมหายใจหรือิั ปราณเต่าปราณเสริมการป้องกัน ในปราณนี้ไม่ได้หมายถึงการทำให้มันขยับแต่หมายถึงการทำให้มันหยุดนิ่งอย่างที่จักรพรรดิทำความเข้าใจ
ร่างกายของคนเรานั้นถูกสร้างขึ้นมาดุจดั่งเป็เกราะเหล็กกล้าอยู่แล้ว แต่ด้วยการเคลื่อนไหวของเรามันจึงทำให้เกราะนั้นคลายออกมา การใช้ปราณสายนี้เหมือนกับการควบแน่นพลังไว้ที่กายไม่ให้ถูกใช้ออกไปไหน แย่หน่อยที่จักรพรรดิไม่ค่อยได้เห็นไทหยางใช้นักเขาจึงไม่ได้มีความเข้าใจมากกว่านี้ ทว่าเขาก็รู้ว่าพื้นฐานของมันอยู่ที่การปรับใช้ลมหายใจมากที่สุด มากกว่าทุกๆ สายที่ใช้ลมหายใจเป็พื้นฐานเช่นกัน ซึ่งการใช้ลมหายใจนั้นจักรพรรดิมีพื้นฐานจากสกิลตัวเบาที่ตอนนี้อยู่ที่ระดับ 67 แล้ว
เวลาล่วงเลยไปเรื่อยๆจนจักรพรรดิไม่รู้ว่าเขานั่งอยู่ที่นี่นานเพียงใด เขาทำแต่เพียงหลับตาและโคจรพลังในหลายรูปแบบ บางครั้งก็รูปแบบเดียวเป็ชั่วโมงๆไม่รับรู้เสียด้วยซ้ำว่าระบบที่ช่วยประเมินตัวของเขานั้นจัดให้เขาอยู่ที่ระดับที่เท่าไหร่ของปราณสายไหนๆแล้ว
กระทั่งเขาลืมตาขึ้นมาขณะที่มีใบไม้รอบๆกายหมุนคว้างอยู่รอบตัวเขา แล้วปลิวหายไปตามสายลมเมื่อเขาลุกขึ้นยืน
“จะจ้องฉันอีกนานไหมออกมาได้แล้วฉันรู้นะว่าแกตามฉันมาั้แ่เมืองเริ่มต้น...”จักรพรรดิพูดขึ้นมากับบุคคลปริศนาที่ได้แต่สังเกตการณ์เขาตลอดโดยที่ไม่ทำอะไรเลย สกิลสังเกตการณ์ของเขานั้นอยู่ที่ 81 อีกไม่นานมันก็จะเต็ม
ที่เขาทำเป็ไม่สนใจก็เพราะไม่รู้สึกถึงอันตรายจากเขาเท่านั้นแต่จักรพรรดิเองก็มีขีดจำกัดเช่นกัน ขีดจำกัดบางอย่างที่ทำให้เขาคาใจสุดๆ
เสียงหัวเราะดังออกมาก่อนร่างๆนึงจะเดินออกมาจากเงาต้นไม้
“ฮึ รับรู้ได้ถึงตัวตนของฉันได้นายนี่เป็คนขี้ระแวงไม่เบา”เธอพูดขึ้นมาเรียบๆ ใช่เธอ เธอเป็หญิงสาวสูงโปร่งผมสีฟ้ารวบเป็หางม้าั์ตาสีฟ้าเฉกเช่นเดียวกันกับสีผม ผิวดูเรียบเนียนแววตาดูคมคายมีเสน่ห์ เธอสวมชุดผ้าของสายนักฆ่าสีขาวสลับน้ำเงินเข้ม บนใบหน้าสวมหน้ากากจักรพรรดิเหยี่ยวขาวเหมือนที่เขามี
พอเห็นและได้ยินซึ่งเสียงของเธอจักรพรรดิก็หมดเื่คาใจจึงนั่งขัดสมาธิต่อ เริ่มฝึกพลังของตน
ในเกมนี้นั้นไม่มีระบบเล่นสลับเพศ หากผู้ชายคนไหนนึกอยากเป็หญิงในเกมนี้ทำได้ก็แค่แต่งหน้าก่อนเข้าเกมนี้ให้สวยที่สุดเท่านั้น ทว่าน้ำเสียงจะไม่เปลี่ยนไปอย่างแน่นอน และหากยังไม่พอใจผู้เล่นประเภทนั้นมีวิธีเดียวก็คือหาวิธีเอาเองในเกมนี้ ที่อาจจะมีสักรูปแบบการเล่นตอบสนองพวกเขาได้
ตอนแรกก็นึกว่าเป็ผู้ชายหากเจอจ้องมากๆเขาคงรู้สึกขยะแขยง โชคดีไปที่เป็ผู้หญิงยิ่งทำให้เขานั้นรู้สึกว่าต้องโชว์ของมากยิ่งกว่าเดิม จนกระทั่ง
“ทำอะไรเนี่ย!!?”เขาต้องหลบคมมีดที่เฉียดปักเข้ากลางกบาลของเขา แล้วไปยืนพิงต้นไม้ด้วยความใ
“ก็รู้อยู่แล้วว่านายเป็พวกบ้า แต่ก็ไม่นึกว่าจะบ้าขนาดนี้”เธอพูดขึ้นมาเรียบๆ
จักรพรรดิยิ้มขึ้นมา
“แนะนำตัวกันก่อนไหมสาวน้อย”
“อายุจริงๆ ของฉัน 28 แล้วย่ะ”
จักรพรรดิเงียบรับแต่ยังคงยิ้มพูดมาเช่นเดิม
“....งั้นสาวน้อย เธอมีนามว่าอะไร?”
เธอที่ยังคงได้ยินนามนำหน้าเดิมค่อยๆชักมีดออกมาอีกเล่มถอนหายใจเบาๆ
“ฉันจะไม่บอกชื่อกับนายเด็ดขาด แต่ฉันจะบอกจุดประสงค์ของฉันให้นายฟัง”
“....”
“ฉัน้าเงิน เงินในจำนวนมากด้วย ซึ่งฉันคิดว่านายน่าจะมีมัน ในฐานะที่เล่นเป็โจรฉันจะขอปล้นนายตรงนี้ล่ะงานฉันจะได้เสร็จๆไปสักที”
ตอนแรกเขาก็คิดว่าจะใช้ฐานะทางการเงินของเขาล่อใครสักคนมาอยู่แล้ว พร้อมรับกับความเสี่ยงที่จะตามมาเช่นที่เกิดอยู่ตอนนี้ ในสถานการณ์แบบนี้สิ่งที่จักรพรรดิทำได้มีเพียงแค่ ยิ้ม โบกมือ แล้วก็วิ่งสุดฝีเท้า
“หยุดนะ!!” โจรสาว(รึเปล่า?)ที่คิดจะมาปล้นจักรพรรดิซึ่งๆหน้าต้องรีบเร่งฝีเท้าตามเขามา
“ฮะ ฮะ ฮะ ถ้าอยากให้ผมหยุดก็ถอดหน้ากากนั้นออกก่อนสิ”จักรพรรดิหันกลับมาพูดก่อนจะะโด้วยสกิลตัวเบาเสริมด้วยสกิลปราณวิหคขึ้นไปบนต้นไม้ด้วยความรวดเร็ว
โจรสาวได้แต่มองตามด้วยความทึ่ง จักรพรรดิอยู่แค่ขั้นชาวบ้าน แต่การเคลื่อนไหวระดับนั้นมันไม่ต่างจากเธอที่อยู่ขั้นดยุคสายนักฆ่าที่ขึ้นชื่อเื่ความเร็วที่แย่งอันดับ 1 กับสายนักธนูเลยแม้แต่น้อย
เธอกัดฟันแล้วเริ่มใช้สกิลจนสามารถตามจักรพรรดิทันในเวลาต่อมา
“นายหนีไม่พ้นหรอกส่งเงินมาซะดีๆถ้าไม่อยากตายซ้ำตายซาก”
“ถ้าคนทั้งโลกเชื่อคำโจรง่ายๆอย่างคุณหมดรับรองคงไม่มีใครคิดทำงานสุจริตหรอกครับ” จักรพรรดิหันมาพูดด้วยความชอบใจพอหันกลับไปมองทาง“แอ๊ก” เขากลับหัวโขกเข้ากับกิ่งไม้ที่ยื่นออกมาจนร่วงลงสู่พื้น
“....” จักรพรรดิที่นอนหงายท้องค่อยๆยกมือขึ้นมาก่ายหน้าผากแล้วคิดถึงความผิดพลาดของตน
โจรสาวะโขึ้นมาคร่อมตัวจักรพรรดิทันที 2 สายตาสอดผสานก่อนที่จักรพรรดิจะพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ
“ถ้าเป็หัวใจของผมผมโดนคุณปล้นไปตั้งนานแล้วล่ะครับ...”
และแล้วมีดก็ปักเข้าที่ข้างหัวของจักรพรรดิ
“เลิกพูดจาล้อเล่นสักทีแล้วส่งเงินมาซะ”
จักรพรรดิกลับยิ้มแล้วหัวเราะ
“ฮะ ฮะ ฮะ นี่คุณโจรสาวต่อให้เป็มหาเศรษฐีมีเงินเป็พันๆล้านในโลกแห่งความเป็จริง ก็ไม่มีใครพบเงินสดติดตัวไปไหนมาไหนตลอดเต็มจำนวนหรอกนะ”
ว่าจบจักรพรรดิก็หยิบเหรียญเงินไม่กี่เหรียญขึ้นมาโชว์
“นี่ล่ะทั้งหมดที่ผมมีในตอนนี้”
ก็จริงอย่างที่จักรพรรดิว่าเธอดึงตัวจักรพรรดิขึ้นมาแต่มีดยังจ่อที่คอเขาอยู่
“งั้นนายพาฉันไปเอามันสิ”
จักรพรรดิมองเข้าไปในแววตาของเธออีกครั้งก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง
“ไม่อ้าว~~”ว่าจบจักรพรรดิก็จับข้อมือของโจรสาวบิดและทุ่มร่างของเธอลงสู่พื้นด้วยความรวดเร็ว ก่อนเขาจะขึ้นไปคร่อมร่างของเธอพร้อมหยิบมีดขึ้นมาที่มือวางไว้ที่ลำคอเธอแทน
“แค่นี้ไม่ทำให้ฉันตายหรอก”โจรสาวว่า
“รู้แล้ว”จักรพรรดิตอบพร้อมเก็บมีดที่เพิ่งเอาออกมาแล้วดึงร่างของเธอขึ้นยื่น
ในความคิดของจักรพรรดินั้นไม่ว่าจะโจรในโลกแห่งความเป็จริงหรือในเกมนี้ ตรรกะของพวกนั้นย่อมมีพื้นฐานมาจากความเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ของตัวเองทั้งนั้น เพราะไม่มีถึงอยากได้ เพราะ้าถึงปล้น เพราะี้เีจึงหาทางลัด บางครั้งอาจจะอ้างเื่ศีลธรรมน้ำเน่าดราม่า แต่ความเป็จริงแล้วคุณก็แค่อยากได้ของสิ่งสิ่งนั้นหรือแค่สนองความ้าของตน ยังไงซะผิดก็คือผิด
“....ผมไม่รู้ว่าคุณคือใคร หรือ้าเงินจากผมไปทำไม แต่ผมจะรับฟังเื่ของคุณ และอาจจะช่วยคุณในการจัดการปัญหา”
เธอยกมีดขึ้นมาวางที่คอของจักรพรรดิอีกครั้ง
“ฉันไม่เห็นเข้าใจ นายจะทำไปทำไม?”
“....อื้ม พอดีผมคิดอะไรบางอย่างออกพอดี” เื่การมองคนนั้นจักรพรรดิไม่เคยพลาดหากพลาดจริงก็แค่เจ็บแต่ก็ไม่ตาย แต่เขาเชื่อในสิ่งที่แววตาของเธอสื่อออกมา แววตาที่คนไม่เคยลำบากจะไม่มีวันเข้าใจมันได้อย่างแน่นอน
โจรสาวจ้องมองจักรพรรดิด้วยความเงียบ เื่ของเธอไม่ใช่เื่ของเขาก็จริงแต่การเก็บตัวทำอะไรลับๆ ล่อๆจนไม่พบปะผู้คนเลยจะหาความสนุกใส่ตัวได้ยังไง หากความคิดของเขาพลาดก็ปล่อยให้มันพลาดไป แต่ถ้าหากมันถูกต้องมันคือผลการกระทำที่จะทำให้เขารู้สึกไม่เบื่อและมีแรงผลักดันในเกมนี้ได้อย่างดี
“เงินนะผมมีอยู่แล้วแต่ผมไม่ให้คุณฟรีๆหรอก ดังนั้นมาตกลงกันเถอะ...”
“ไม่ตกลงฉัน้าแค่เงิน ยังไงก็แล้วแต่เจอเหยื่อหวานหมูแบบนี้ฉันไม่ปล่อยให้หนีแน่”
ผู้เล่นที่มียศแค่ชาวบ้านแต่กับมีเงินหลักล้านเหรียญทองใน ไม่มีทั้งผู้คุ้มกันและองค์กรไหนหนุนหลัง เธอติดตามเขามาั้แ่เมืองเริ่มต้นถึงจะเคยเห็นกลุ่มที่ติดต่อกับเขาแต่มันนั้นก็ไม่น่าใช่มิตร มันจึงเป็เหยื่อที่หวานหมู
จักรพรรดิรู้สึกปลื้มนิดๆที่มีสาวอยากอยู่กับเขาถึงเพียงนี้
“...ชีวิตหรือเงินจะเลือกอันไหน?”เธอว่าอย่างเด็ดขาด
“ก็ต้องชีวิตอยู่แล้วสิ”
“งั้นก็พาฉันไปเอาเงินของนายซะ”
จักรพรรดิทำหน้าหน่ายๆดูเหมือนเธอจะสนใจเป้าหมายเบื้องหน้ามากเกินไปจนลืมคิดถึงระหว่างทางที่จะไปถึงจุดนั้น หากเธอควบคุมจักรพรรดิเข้าเมืองละก็จักรพรรดิมีแผน 108 ประการในการจัดการเธอให้อยู่หมัดอยู่แล้ว
การขู่กรรโชกเอาเงินหรือไอเทมในเกมนี้นั้นถือว่าไม่ผิด แค่อย่าทำต่อหน้าพวกเอ็นพีซีของอาณาจักรนั้นๆก็พอ ส่วนจะให้หรือไม่ให้ก็แล้วแต่คนที่ถูกขู่เอง ผู้เล่นเป็โจรนั้นจึงมีจำนวนไม่ลดลงเลยในเกมนี้แถมยังเพิ่มมาไม่หยุดหย่อน จะรุ่งหรือร่วงก็แล้วแต่ความสามารถของคนนั้นๆ
ดูท่าทางแม่โจรสาวคนนี้จะมั่นใจในฝีมือของตนเองมาก แม้ดวงตานั้นจะฟ้องถึงความหวั่นไหวในใจ
จักรพรรดินั่งลงไปที่พื้น
“ค่อยๆ คุยกันเถอะ เรามาทำธุรกิจกันดีกว่า ผมเข้าใจแล้วว่าคุณ้าเงินเพราะเงินมันทำให้หลายๆเื่ง่ายขึ้น แต่ผมเองก็ไม่ได้อะไรเลยจากการที่ผมให้เงินคุณไปฟรีๆ สิ่งที่ผมอยากจะพูดคือ หากผมได้สิ่งที่สมน้ำสมเนื้อเื่เงินที่คุณอยากได้ผมยินดีให้ตามเท่าที่คุณ้า”
“ฉันไม่มีเวลามากขนาดนั้น!!”เธอตวาดเสียงดังก่อนจะพุ่งมีดในมือตรงมาที่จักรพรรดิที่นั่งยิ้มอย่างชิวๆจนหยุดอยู่ที่ตรงหน้าเขา
ทั้ง 2 สบตากันอีกครั้ง
“ผมเข้าใจว่าเงินสำคัญสำหรับคุณ แต่สำหรับผมมันไม่ใช่สิ่งสำคัญผมยินดีให้คุณ...เื่นั้นผมบอกไปแล้ว มันเป็ข้อแลกเปลี่ยน ลองคิดดูดีๆ ผมตายกี่ครั้งก็ได้หากไม่ยอมยกเงินให้คุณแต่ผมยอมให้คุณฟรีๆหากคุณทำตามคำขอของผม....”
คำพูดจริงปนเท็จของจักรพรรดิทำให้เธอชั่งใจแล้วเธอก็ชักสีหน้าก่อนจะเก็บมีดของตน
“ “ธุรกิจ” นายพูดแบบนั้นใช่ไหม?”
“ใช่”
“อีกไม่ถึงครึ่งเดือนในเกมนี้ฉันต้องหาเงินจำนวนมากให้ได้ตามเป้าหมาย ถ้านายทำตามคำพูดของนายจริงฉันจะถือว่าฉันติดหนี้บุญคุณนายไปชั่วชีวิต แต่ถ้าหากนายบิดพลิ้วคำสัญญาฉันจะตามล้างแค้นนายไปทั้งชีวิตรวมทั้งจะตามหานายให้เจอในโลกแห่งความเป็จริง และจะฆ่านายซะ”
“...กับสาวๆไม่มีอยู่แล้วที่ผมจะผิดสัญญาเราตกลงกันได้แล้วใช่ไหม”