ธัชวินยังจำคืนนั้นได้ไม่ลืมเลือนภายใต้แสงสลัววับแวมจากกองไฟที่เริ่มมอดลงแล้ว ที่สนามหญ้าหน้าหอพักของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในวันปิดภาคเรียนของเด็กปีหนึ่งพะยองขิ่นนั่งถัดไปจากเขา รอยยิ้มที่มีเขี้ยวเล็กๆกับลักยิ้มบนแก้มเนียนทำหัวใจเต้นไม่เป็ส่ำคมเรียวหน้าของพะยองขิ่นดูหล่อปนสวย ให้ความรู้สึกแปลกตา อีกทั้งั์ตาที่ทอประกายลุ่มลึกนั่นด้วย
เวลานั้น ดีกแล้ว เพื่อนๆพากันทยอยกลับขึ้นห้องไปจนหมดเหลือเพียงหนุ่มน้อยสองคนนั่งอิงแอบอยู่เคียงกัน เมื่อหันมาสบตาธัชวินรู้สึกราวกับว่าโลกทั้งใบหยุดนิ่ง ในอกในใจนั้นเหมือนมีไอร้อนกรุ่นๆ หรือจะเป็ด้วยฤทธิ์ของเหล้ากลั่นของชาวบ้านที่เพื่อนๆพากันแอบเอาเข้ามาแจกให้ได้ดื่มได้ชิมกัน กระแสสายตาของพะยองขิ่นดูเว้าวอน สุดท้ายแล้วเขาจึงต้องเบือนหน้าหลบในวินาทีนั้นเองที่ปลายนิ้วเรียวของเพื่อนสนิทกลับแตะลงบนแก้มนวลของธัชวินให้หันกลับมาสบตาด้วยดังเดิม
เมื่อพะยองขิ่นประทับริมฝีปากลงมาแนบแก้มก่อนจะเคลื่อนมาประกบที่ริมปาก ตอนนั้นเมฆดำก้อนใหญ่ก็คล้อยเคลื่อนมาบังดวงจันทร์จนรอบบริเวณมืดสลัวมากกว่าเดิม ธัชวินกระถดขยับกายเอนหนีแต่พะยองขิ่นกลับไม่ปล่อยให้เขาเคลื่อนตัวไปได้ สองมือรวบร่างเขาเอาไว้แน่นใบหน้าเนียนนวลนั้นซุกไซ้เข้ามาทั่วใบหน้าจนเขาแทบขาดใจ วงแขนที่แข็งแกร่ง รัดรึง ส่วนมือเริ่มลูบไล้แผ่นหลังธัชวินทั้งเมาเหล้า ทั้งเมารัก ปลายลิ้นซุกซนของพะยองขิ่นซอกซอนไปทั่วโพรงปาก มือไม้ยิ่งกว่าหนวดปลาหมึก ลมหายใจของธัชวินเริ่มขาดห้วงความรู้สึกอยากให้มีใครสักคนเช้ามากอดเกี่ยวแผ่ซ่านไปทั่งร่าง แขนขาไร้แรงต้านทานได้แต่ปล่อยให้อีกฝ่าย กอดรัดเคล้าคลึงเอาไว้อย่างแแ่
“ธัชวิน” เสียงพะยองขิ่นครางกระเส่า
ธัชวินรับรู้ถึงกระแสความโหยหาที่เอ่อล้นเข้ามาสู่ใจ ความยับยั้งชั่งใจที่เคยมีถูกพังทลาย สายตาที่ทั้งคู่สบกันบอกถึงความเร้นลับที่ต่างคนต่างซ่อนไว้มานานแสนนาน
หลังเมฆคลุมฟ้าเริ่มเคลื่อนคล้อย ท้องฟ้ายามค่ำคืนกลับมากระจ่างใสดังเช่นเคย คืนนั้นฟ้าปลอดโปร่ง อากาศเย็นสบายไร้เสียงรบกวนด้วยเป็เวลาค่อนข้างดึกแล้ว ทั้งคู่เอนกายลงนอนเคียงกัน เมื่อแหงนมองฟากฟ้าโค้งครอบสีเข้มที่ประดับประดาไปด้วยดวงดาวระยิบระยับแสงจันทร์นวลใยสาดส่องลงมาบนผืนสนามหญ้า บรรยากาศเงียบสงบเหลือเพียงเสียงลมพัดผ่านใบไม้
ณ ใต้แสงจันทร์สองหนุ่มนอนอิงแอบแนบชิดกันดวงตาของทั้งคู่เปล่งประกายด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย พะยองขิ่นยื่นมือออกไปแตะใบหน้าของธัชวิน ััอันอ่อนโยนนั้นทำให้ธัชวินรู้สึกอบอุ่นหัวใจของเขาเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น
ธัชวิน พลิกตัวหันมารวบตัวพะยองขิ่นเข้ามาโอบกอดกลิ่นหอมจากเนื้อตัวผสมกลิ่นเหล้าทำให้พวกเขาเคลิบเคลิ้ม ริมฝีปากของทั้งคู่ประสานกัน แช่มชื่นหวานละมุน ดวงจันทร์เป็สักขีพยานแห่งรักของพวกเขา
นาทีนั้นทั้งธัชวินและพะยองขิ่นต่างรู้ดีว่าความรักของพวกเขาไม่ใช่สิ่งที่ผิดมันเป็ความรู้สึกที่บริสุทธิ์ เต็มไปด้วยความปรารถนาดีพวกเขาไม่สนคำนินทาของคนรอบข้าง ไม่สนสายตาที่จับจ้อง ไม่สนกฎเกณฑ์ของสังคมพวกเขาเลือกที่จะเดินตามหัวใจ เลือกที่จะรักกัน
ในคืนนั้นใต้แสงจันทร์ เกิดเป็อัศจรรย์แห่งรัก
อัศจรรย์ที่พิสูจน์ให้โลกเห็นว่าความรักนั้นไร้พรมแดน
อัศจรรย์ที่เติมเต็มหัวใจของพวกเขาให้เปี่ยมไปด้วยความสุข
อัศจรรย์ที่เปลี่ยนโลกทั้งใบของพวกเขาไปตลอดกาล
และกว่าที่ทั้งคู่จะจูงมือคลอเคลียกันกลับขึ้นหอพักก็เป็เวลาใกล้รุ่งเต็มทีแล้ว
ธัชวิน รู้ดีว่าความรักของพวกเขาคงต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายแต่เขาพร้อมที่จะฝ่าฟันทุกอุปสรรคไปพร้อมกับเพื่อนรัก ....
เขาจะไม่มีวันยอมแพ้
เขาจะต่อสู้เพื่อรัก
เขาจะพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าความรักของพวกเขานั้นสวยงาม
ความรักของพวกเขานั้นยิ่งใหญ่
ความรักของพวกเขานั้นไม่มีวันสิ้นสุด
หลังจากค่ำคืนในคราวนั้นทั้งคู่ก็ตัวติดกันยิ่งกว่าเดิม ไม่เคยได้แยกจากกัน ไปไหนไปกัน ทำอะไรก็ทำด้วยกัน
พวกเขาไม่เคยห่างหายไปจากกันจวบจนกระทั่งจบภาคการศึกษาปีที่สอง ทั้งคู่วางแผนกันไว้ว่าปิดภาคเรียนคราวนี้ ธัชวินจะไปเที่ยวบ้านบนเขาของพะยองขิ่น
ธัชวินกระพริบตาไล่ความชื้นจากอารมณ์หวามที่ถูกเว้าวอนจากภาพในอดีต
เมื่อถึง่ปิดภาคการเรียน ก่อนที่จะถึงวันเดินทางกลับบ้านที่ภาคเหนือของพะยองขิ่น เช้าวันนั้น ธัชวินตื่นขึ้นมาพบกับความว่างเปล่าข้างกายตนเอง ความรู้สึกแปลกเคอะเขินยังไม่เคยจางหายเขาคิดว่าพะยองขิ่นก็คงรู้สึกเช่นเดียวกัน เขาคิดถึงพะยองขิ่น คิดถึงรอยยิ้ม คิดถึงอ้อมกอดเขาลุกขึ้นจากเตียง เดินไปที่หน้าต่าง มองออกไปยังท้องฟ้าที่สดใส
ตอนสาย ธัชวินได้รับสายโทรศัพท์จากบิดา เรียกให้เขากลับบ้านด่วนเหตุเพราะคุณย่าจะต้องเข้ารับการผ่าตัดหัวใจแบบฉุกเฉินที่โรงพยาบาลของครอบครัว ขณะเดินทางกลับบ้าน ธัชวินพยายามโทรหาพะยองขิ่นแต่ก็ติดต่อไม่ได้ เขาร้อนรุ่มในใจมากขณะนั่งแท็กซี่กลับบ้านแต่่เวลานั้นก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก
เมื่อถึงบ้านจึงพบว่าคนทั้งครอบครัวเตรียมพร้อมที่จะออกเดินทางไปส่งคุณย่าเพื่อผ่าตัดหัวใจกับคุณหมอประจำตัวที่โรงพยาบาลในสหรัฐอเมริกา ตั๋วเดินทาง พาสปอร์ตและกระเป๋าเดินทางถูกตระเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ด้วยที่บ้านเขาเป็ครอบครัวนักธุรกิจการเดินทางเข้าออกประเทศจึงเป็เื่ธรรมดาเสียเหลือเกินส่วนอพาร์ทเมนท์ที่อเมริกาก็มีไว้นานแล้วเนื่องจากทั้งพ่อและแม่ก็เรียนจบจากที่นั่น
วันนั้นทั้งพ่อแม่และพี่ชายทุกคนรอแค่ตัวเขาคนเดียว คุณย่านั่งอยู่บนรถเข็นที่พี่ชายเข็นเข้ามา ท่านโอบกอดเขาแแ่เหมือนเคยมือเหี่ยวย่นลูบหลังลูบไหล่ปากก็พร่ำพูดว่า
‘ไปส่งย่าด้วยกันนะลูกไปเป็กำลังใจให้ย่าหน่อย ลูกธัช ....’
ธัชวินไม่คาดฝันว่านั่นจะเป็การเดินทางครั้งสุดท้ายที่ครอบครัวเขาจะได้ไปกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาเพราะขณะกลับที่พักหลังจากส่งคุณย่าเข้าโรงพยาบาล รถของครอบครัวที่ขับโดยคุณพ่อก็ประสบอุบัติเหตุชนเข้าอย่างจังกับรถบรรทุกสิบล้อบนถนนไฮเวย์ ทั้งคุณพ่อและคุณแม่เสียชีวิตคาที่ส่วนเขาและพี่ชายาเ็สาหัส ถูกนำส่งตัวไปโรงพยาบาลของรัฐ แต่พี่ชายทนพิษาแไม่ไหวจึงไปสิ้นใจที่โรงพยาบาล
่ชีวิตเขาตอนนั้นแทบจะหยุดนิ่งและขาดวิ่นไปโดยสิ้นเชิง เขาต้องอยู่ในห้องไอซียูด้วยสลบไปนานถึง 7วันหลังจากนั้น จึงตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงง ต้องเข้ารับผ่าตัดอีกหลายครั้งด้วยร่างกายเกิดการแตกหักหลายส่วน ต้องพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาลนานหลายเดือนพร้อมกับสติสัมปชัญญะ ความรู้ตัวที่ล่องลอยเลอะเลือนไปหมดกับความเ็ปและฤทธิ์ยา
หลังความเจ็บป่วยทั้งทางกายและทางใจในคราวนั้นธัชวินแทบจะกลายเป็คนไร้สมองไปเลย วันๆได้แต่นอนตาปริบๆอยู่ในเตียงของโรงพยาบาลพร้อมร่างกายที่พะรุงพะรังไปด้วยสายยางหลายเส้น
ในเวลาต่อมาเป็คุณย่าที่ต้องกลับมาเป็เสาหลักของครอบครัวหลังการผ่าตัดหัวใจประสบความสำเร็จด้วยดี คุณอาสาวต้องมาเป็ผู้ดูแลเขาขณะพักฟื้นที่สหรัฐอเมริกา ส่วนคุณย่าต้องเดินทางกลับมาเมืองไทยเพื่อดูแลกิจการทั้งหมดของครอบครัวอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เคยวางมือให้คุณพ่อของเขาบริหารไปแล้ว
สองปีผ่านไป ธัชวินต้องเริ่มทำกายภาพบำบัด เริ่มหัดเดินใหม่ ไม่มีข่าวคราวของพะยองขิ่นมาถึงเขาเลย เื่ระหว่างคนสองคนสูญหายไปพร้อมความทรงจำที่เว้าๆ แหว่งๆ
หลังออกจากโรงพยาบาลแล้วเขายังต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เ้าของไข้รวมถึงต้องเยียวยาด้วยจิตแพทย์ต่ออีกหลายเดือนคุณย่าจึงให้เขาเข้าเรียนต่อที่สหรัฐแทนการกลับมาประเทศไทย โชคดีที่คุณอาพอจะมีเส้นสายอยู่บ้างทำให้การเข้าเรียนใหม่เป็ไปอย่างราบรื่น แต่เขาต้องเปลี่ยนสายการเรียนไปเป็สาขาบริหารธุรกิจแทนสาขาการเกษตรพืชพันธุ์เช่นที่ตนเองชื่นชอบแต่เดิมด้วยคุณย่าสั่งมาว่าเขาต้องกลับไปสืบสานงานธุรกิจของครอบครัวด้วยว่าเหลือเขาเป็ทายาทสายตรงเพียงคนเดียวและคุณย่าอยากจะวางมือเต็มทีแล้ว