บ่ายวันศุกร์ธเนศรีบกลับคอนโดมิเนียม เขาอาบน้ำแต่งตัวและนั่งรอด้วยใจจดจ่อ ราเชนทร์ทักมาชวนให้ออกไปร้านประจำเขาก็ยังปฏิเสธ อีกฝ่ายนึกเคืองจึงได้ส่งข้อความมาประชด
‘เออ กูลืมไปว่าตอนนี้มีกลายเป็คนมีพันธะไปแล้ว’
ธเนศตอบกลับด้วยความไว ‘กูไม่ได้มีพันธะ กูมีลูกหนี้ต่างหาก’
‘มึงดูใส่ใจลูกหนี้คนนี้มากเลยนะ’
‘เออ กูจ่ายไปเยอะก็เลยต้องเอาคืนทั้งต้นทั้งดอก’
หนึ่งทุ่มตรง พรรษาก็เข้ามาในห้อง ชายหนุ่มที่สวมเสื้อยืดและกางเกงขายาวผ้านิ่มนั่งจิบไวน์อยู่โซฟาหรูริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ห้องของเขาอยู่ชั้นเกือบบนสุด ทำให้มองเห็นวิวด้านล่างที่มีแสงไฟระยิบระยับ พรรษาสังเกตว่าเขาแทบจะไม่เคยเปิดหน้าต่าง อาศัยการเปิดเครื่องปรับอากาศอยู่ตลอด
“มาแล้วเหรอ?”
พรรษารู้ว่าวันพรุ่งนี้เป็วันเสาร์ เธอคิดว่าเขาไม่น่าจะทำเหมือนอย่างวันอาทิตย์ที่แล้ว แค่คิดถึงคืนที่ต้องอยู่กับเขามาราธอน หญิงสาวก็หน้าแดง ผู้ชายตรงหน้าหื่นกว่าที่เธอคาดเอาไว้
เธอลากกระเป๋าไปตั้งไว้ที่ข้างประตูห้องนอน เดินไปนั่งข้างธเนศ ชายหนุ่มรินไวน์แล้วส่ง พรรษามองขวดไวน์แล้วกลืนน้ำลายเล็กน้อย ครั้งแรกที่เขากับเธอทำเื่อย่างว่ากัน เธอเป็คนเริ่มก่อนเพราะดื่มไวน์ยี่ห้อนี้เข้าไปจนได้ที่
“แค่ขวดเดียวก็พอ เืลมจะได้สูบฉีด”
เธอยิ้มแหยๆ เลื่อนแก้วมาตรงหน้า กระทั่งเขายกขึ้นเป็เชิงชวนให้เธอชนแก้ว หญิงสาวจึงจำใจทำตาม ไวน์ยี่ห้อนี้ดื่มไปแรกๆ ก็ไม่รู้สึกว่าฤทธิ์แรง แต่ครั้งนั้นเธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองเมาั้แ่ตอนไหน?
“จิบทีละนิดแบบนี้ กลัวจะเป็ฝ่ายเริ่มก่อนเหรอ?”
“กลัว...ไม่ได้กลัวค่ะ”
เขาหัวเราะคล้ายจะเยาะเธอ พรรษาเห็นอย่างนั้นก็โมโหปรี๊ดขึ้นหัว รีบยกแก้วขึ้นกระดกจนหมดแล้วยื่นไปตรงหน้าเขา
“คุณกล้ารับคำท้าผมไหม?”
เธอเชิดหน้าขึ้น “ว่ามาเลยค่ะ”
“จากแก้วที่สามไป ถ้าคุณดื่มคนเดียวจนหมดขวด นับเอาไว้ ผมจะให้แก้วละพัน”
พรรษามองผู้ชายตรงหน้า ระหว่างเธอกับเขาข้ามเส้นที่ต้องกลัวไปแล้ว สิ่งที่เธอต้องทำก็คือกอบโกยเงินทองจากเขาให้ได้มากที่สุดเพื่อครอบครัว ธเนศควักเอาเงินแบงก์พันขึ้นมาปึกหนึ่ง พรรษายิ้มกริ่มจ้องตาเป็มัน
“ได้ค่ะ! เราเริ่มกันเลย”
ธเนศอมยิ้ม เขารินไวน์ให้และมองดูเธอดื่มด้วยความพอใจ ลำโพงราคาแพงที่เขาเปิดเพลงบรรเลงไว้เบาๆ ทำให้การดื่มระหว่างคนทั้งสองคล้ายกับการนัดเดตของคู่รัก
พอถึงแก้วสุดท้าย แก้มสองข้างของพรรษาก็แดงก่ำ เธอจ้องชายหนุ่มด้วยดวงตาหยาดเยิ้ม ถลกกระโปรงที่อยู่เหนือเข่าจนร่นขึ้นสูง เดินไปนั่งคร่อมบนตักของธเนศ เขาเห็นท่าทางนั้นถึงกับผงะแต่ครู่เดียวก็หัวเราะออกมา
“คุณเมาแล้วเรื้อนเหรอ?”
เธอกระดกไวน์แก้วสุดท้ายลงลำคอ ใช้สองมือตะปบเข้าที่แก้มของเขาทั้งซ้ายขวาจนเสียงดังป้าบ แก้วก้มลงจูบเขาอย่างดุดัน
ธเนศที่ดื่มมาก่อนที่เธอจะมาถึงพอสมควรตั้งตัวแทบไม่ทัน แผ่นหลังของเขาเอนไปพิงกับพนักโซฟา ปล่อยให้เธอจูบเขาตามใจ พรรษาถอดเสื้อยืดของเขาออกด้วยความร้อนใจ มือของเธอลูบไล้ต้นคอและแผ่นอกแกร่ง ขณะที่ปากก็พึมพำว่าชอบ ธเนศฟังแล้วรู้สึกอิ่มเอมใจ เขาหาวิธีทำให้เธอเป็ฝ่ายกระโจนเขาหาเขาได้แล้ว เพียงแต่ต้องระวังอย่าให้เธอไปเมากับผู้ชายคนอื่น
ในห้องรับแขกมีเสียงดนตรีคลอเบาๆ กับเสียงหายใจฟืดฟาดสลับเสียงครางกระเส่าของหญิงสาวผู้เร่าร้อน ธเนศจมลงไปในคลื่นธารแห่งความปรารถนาเขารู้สึกอยากให้เวลาที่อยู่คลอเคลียกับพรรษายาวนานขึ้น
ธเนศงัวเงียตื่นในตอนเจ็ดโมง เมื่อคืนเขาไม่ได้ดื่มมากแต่หลังจากร่วมรักกับพรรษาไปได้หลายครั้งเขาก็หลับสนิท ชายหนุ่มผงกศีรษะมองไปรอบห้อง เงี่ยหูฟังเสียงฝีเท้าก็ไม่ปรากฏว่ามีคนอยู่ด้วย เขาจึงลุกขึ้นร้องเรียกหาเธอ พอเดินไปถึงโซฟาที่นั่งดื่มอยู่เมื่อคืน เงินแบงก์พันกองนั้นก็หายไปแล้ว เขาจำได้ว่าตอนที่เธอขึ้นมานั่งบนตัก เธอไม่ได้แตะเงินกองนั้น แต่ตอนนี้แม้แต่แบงก์ที่เขาไม่ได้บอกว่าจะให้ก็ยังไม่เหลือ
“หนีกลับไปแล้ว! ผู้หญิงหน้าเงิน” เขาสบถก่อนจะเข้าห้องน้ำ
เขาแต่งตัวใกล้จะเสร็จ ราเชนทร์ก็โทรมาหาพอดี
“เนศ ออกมากินเที่ยงด้วยกันหน่อยสิ อยู่ร้านเปิดใหม่ๆ ถนนใกล้ๆ นี่เอง” ราเชนทร์ส่งพิกัดร้านมาให้ในโทรศัพท์มือถือ
“เออ กูกำลังเซ็งอยู่พอดี อีกสิบห้านาทีเจอกัน”
ร้านอาหารแบบฟิวชั่นที่ใช้การตกแต่งแบบมินิมอลดูน่ารักสะอาดสะอ้าน ธเนศเดินตรงเข้าไปยังโต๊ะด้านในที่ราเชนทร์นั่งรออยู่ โดยมีวิษณุไปนั่งสังเกตการณ์อยู่โต๊ะด้านนอก
“หน้าตามึงเหมือนมีเื่อยากจะพูดจนตัวสั่น”
“เลิกเป็ประธานบริษัทแล้วไปเป็หมอดูดีไหมมึง?” ราเชนทร์ค้างมือที่กำลังจะตักอาหาร หันมาพูดประชดเพื่อน
“ว่าแล้ว เสียงมึงดูเร่งกูชอบกล”
“เออ กูมีเื่จะพูด แต่กูก็หิวมาก ให้อิ่มก่อนจะได้เล่ายาวๆ”
“มึงดูหิวจริงๆ งั้นกูกินด้วย”
หลังจากจัดการอาหารตรงหน้าเกือบหมด ราเชนทร์วางช้อนก่อน เขายกแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วเริ่มเปิดปาก
“เมื่อเช้า นักสืบเพิ่งส่งข้อมูลมาให้กู มึงรู้ป่ะ? เื่ที่กูเสียใจแทบบ้าเมื่อหลายปีก่อน ที่จริงมันเป็เื่เข้าใจผิด”
ธเนศยกมือขึ้นห้ามไม่ให้เพื่อนพูดต่อ เขารีบรวบช้อนแล้วดื่มน้ำ
“เข้าใจผิด?”
“ก็ทีกูไปเห็นเขามากับผู้หญิงท้องแล้วคิดว่าเป็เมียเขาไง? ที่จริงผู้หญิงคนนั้นเป็ลูกของน้า ท้องไม่มีพ่อ เขาก็เลยไปคอยดูแล”
ธเนศขมวดคิ้ว “มึงแน่ใจนะ?”
“สืบชัดเจนแล้ว กูหลงเสียอกเสียใจอยู่ตั้งนาน เมาเละแทบไม่เป็ผู้เป็คน ที่ไหนได้ ดันเป็แค่น้องสาว ตอนนี้เขายังโสดอยู่เหมือนเดิม”
“คนคุยล่ะ?”
“ไม่มี”
“มึงเล่าเองว่าเขาเหมือนจะมีใจให้มึง บางทีตอนนี้เขาเองก็อาจจะยังไม่ลืมมึงก็ได้” ธเนศให้กำลังใจเพื่อน
“เออ กูตัดสินใจแล้วว่ากูจะไปหาเขา ไปจีบเขา”
“กูเห็นด้วย เขาอยู่ที่ไหนล่ะ?”
“ราชบุรี”
“อ๊ะ! จังหวัดเดียวกันซะด้วย”
“เออ ก็ดีนะ เราจะได้ไปด้วยกัน”ราเชนทร์พยักหน้าหงึกหงัก
“กูไม่ไป เขาต้องมาหากูสิ”
“เนศ กูว่ามึงต้องไปเป็เพื่อนกูนะเพราะคนที่กูชอบก็คือแทนพงษ์ พี่ชายของพรรษา”
ธเนศตะลึง “ใครนะ?”
“กูบอกว่าคนที่กูชอบก็คือพี่ชายของคุณพีช แทนพงษ์ มุ่งกิจวัฒนา”
ชายหนุ่มนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาจนกระเดียดไปทางสวยและรูปร่างสะโอดสะองของญาติผู้พี่ของพรรษาแล้วก็นึกสบายใจ เห็นแทนพงษ์ดูแลเอาใจใส่พรรษากับแสนรักแล้วเขากลัวว่าญาติผู้พี่อาจจะแอบชอบพรรษาเพราะครอบครัวของพรรษาไม่ได้ไปหาสู่กับคนในฟาร์มแสนรักสิบกว่าปี กระทั่งเธอขึ้นชั้นมัธยมปลาย บิดาของเธอจึงพาไปเยี่ยมญาติ ญาติผู้พี่ที่อายุสามสิบกว่าไม่ยอมมีแฟนช่างดูผิดปกติ
“มึงแน่ใจว่าเขาชอบผู้ชาย?”
“เนศ ก็เหมือนมึงที่เห็นสายตาพวกผู้หญิงแล้วดูออกว่าเขาชอบมึงนั่นล่ะ กูรู้สึกนะว่าเขาเองก็ชอบกู แต่เพราะตอนนั้นกูมีคู่หมั้นเขาก็เลยพยายามหลีกเลี่ยง ตอนที่มีข่าวว่ากูกำลังจะแต่งงาน แทนก็ลาออกไป”
ธเนศยิ้มบางๆ ในเมื่อราเชนทร์กับแทนพงษ์มีความหลังที่ต้องสะสาง เขาเองก็ต้องส่งเสริม
“เออ อีกอย่าง วันนั้นที่มึงไม่ไปกินเหล้ากับกู เกียรติมันก็มานะ ยังเพ้อถึงเด็กมึงอยู่เลย น้องพีชยังงั้น น้องพีชยังงี้”
***************

