บทที่ 3 ประทับโลหิต
“ท่านบังคับให้หมอผู้เฒ่าเลาะใบหน้าข้าไปสวมให้ตนเอง แล้วเลาะใบหน้าท่านมาสวมให้ข้าอย่างนั้นหรือ จากนั้นท่านก็จะหนีไปพร้อมกับทาสเลี้ยงม้า แล้วปล่อยให้ข้าไปเป็ภรรยาบรรณาการแทนท่าน สวมบทบาทเป็ภรรยาของท่านราชเลขาธิการแทนท่านอย่างนั้นหรือ?”
อ้ายฉิงน้อยพยายามทวนสิ่งที่ตนเองเข้าใจ สื่อสารกับเจียวจื้อหลินอย่างตรงไปตรงมา
“เข้าใจได้ถูกต้อง สิ่งที่ข้า้าก็มีเท่านี้ ส่วนเ้าก็ได้มีชีวิตเป็สตรีที่มีกินมีใช้ไปชั่วชีวิต ตามที่ปรารถนาไว้ อย่างนี้คุ้มค่านักมิใช่หรือ”
เจียวจื้อหลินพูดเหมือนทุกอย่างดูง่ายดายไปหมด แล้วเด็กเร่ร่อนข้างถนนที่ไม่รู้วรยุทธ์ จะไปสวมบทบาทเป็เจียวจื้อหลิน นักฆ่าที่าาแคว้นต้าหยางเลี้ยงไว้ได้อย่างไร
ยิ่งคิด...อ้ายฉิงก็ยิ่งปวดหัวแทบะเิ
นางเอาแต่โทษทวยเทพที่กลั่นแกล้งนางเช่นนี้ ไม่ทราบว่าเทพเซียนทั้งหลาย เห็นนางเป็สัตว์ภูตที่เลี้ยงไว้หรืออย่างไร ถึงให้นางวิ่งเล่นบทฝ่ามือไร้ที่สิ้นสุด จะสุขก็ไม่สุขให้สุด จะให้ตายก็ไม่พรากชีวิตไปจากนางเสียให้รู้แล้วรู้รอด
“ท่านกำลังส่งข้าไปตายต่างหาก!” อ้ายฉิงน้อยตวาดเสียงอย่างก้าวร้าว!
ท่าทางต่อต้านของนางหนูอ้ายฉิง สมควรทำให้เจียวจื้อหลินตัวจริงโกรธยิ่งนัก หากแต่เจียวจื้อหลินกลับหัวเราะฉาดอย่างพึงพอใจ พร้อมกล่าวส่งเสริมอย่างสำราญใจว่า
“ดี! ดีมาก! ท่าทางก้าวร้าวของเ้า แสดงได้เหมือนตัวตนของข้าตั้งหนึ่งส่วน ส่วนเื่ที่เ้าไม่อยากตายมันก็ง่ายนิดเดียว เ้าก็แค่อย่าทำให้หลี่ฮั่นเหลียงระแคะระคาย จากนิสัยของคนผู้นี้เดาได้ไม่ยากว่า หากรู้ว่าเ้าคือสตรีที่สวมบทบาทมาอยู่ข้างกาย จะต้องสังหารเ้าอย่างไม่ลังเลเป็แน่”
เจียวจื้อหลินกล่าวต่อไปอีกว่า
หลังจากพบกันในราตรีที่หนาวเหน็บ ขอทานน้อยในสายตาของจื้อหลิน สิ้นลมหายใจ...ตายไปแล้ววูบหนึ่ง แต่โชคดีที่ตัวนางมียาคืนถวิลปราณหนึ่งเม็ด ที่สามารถกระตุ้นชีพจรให้ผู้ที่ใกล้ตาย ฟื้นคืนชีพกลับมาหายใจได้อีกครั้ง จื้อหลินไม่ลังเลที่จะสละยาวิเศษของตนเอง มอบให้ขอทานน้อยผู้น่าสงสาร
“หากจะกล่าวให้ถูกต้องก็คือ เ้าติดหนี้บุญคุณข้า แล้วสองเดือนที่เ้านอนหลับไป ข้าก็เสียเงินจ่ายหยูกยาไม่ใช่น้อย ๆ หากอยากตอบแทนก็แค่สวมบทบาท เป็ภรรยาของท่านราชเลขาธิการให้ดี ๆ”
ว่าไปตามนี้...เจียวจื้อหลินหยิบสัญญาที่ร่างไว้แล้วแผ่นหนึ่งออกจากชายเสื้อ แล้วถากปลายนิ้วมือของอ้ายฉิงน้อย กดเข้าที่หมุดอันแหลมคม จากนั้นสองฝ่ายประทับโลหิตลงบนหนังสือสัญญา ก็ถือเป็อันเสร็จสิ้น
เจียวจื้อหลินไม่สนใจว่าอ้ายฉิงจะยินยอมหรือไม่ ขอเพียงมีหนังสือสัญญาแผ่นนี้ กับบุญคุณที่ช่วยชีวิต แม้อยากอ้าปากแย้ง นางหนูเ้าของใบหน้าก็ไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้อีก...
.
.
สามวันต่อมา
เจียวจื้อหลินตัวจริงหายไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือไว้ก็แต่อ้ายฉิงน้อยที่เปรียบเสมือนตัวแทนของนาง ยามนี้ผู้ใดที่พบหน้าต่างเรียกนางว่าคุณหนูสี่เจียว คนในบ้านเรียกนางว่าหลินเอ๋อร์ แม้ตระกูลใหญ่โตโอ่อ่า เป็ถึงบุตรสาวใต้เท้าเจียว แต่เจียวจื้อหลินถูกเลือกปฏิบัติอย่างโจ่งแจ้ง
อ้ายฉิงที่อยู่ในบทบาทของเจียวจื้อหลิน เริ่มเกิดความเห็นอกเห็นใจ ต่อพี่สาวแซ่เจียวทีละเล็กทีละน้อย แม้แต่วันออกเรือน เกี้ยวเ้าสาวจวนจะออกเดินทางไกล ผู้เป็บิดาหรือแม้แต่พี่น้องร่วมสกุล ไม่มีผู้ใดโศกเศร้าหรืออาวรณ์ต่อนาง แม้แต่เงาหัวของคนที่ออกมายืนส่งก็ไม่มี
ช่างเป็การจากลาที่น่าเศร้าใจนัก เช่นนั้นก็ไม่ควรแปลกใจ...ที่ทำไมพี่สาวแซ่เจียวถึงได้ตัดสินใจ หนีไปใช้ชีวิตกับชายคนรักที่เป็เพียงทาสเลี้ยงม้า
ตลอด่การเดินทางบนเส้นทางที่ยากลำบากนี้ เจียวจื้อหลินคนใหม่ไม่ปริปากบ่นแม้แต่คำเดียว นางอดทนเก่ง เจียมเนื้อเจียมตัวและระวังตัวเป็พิเศษ หากว่าความลับรั่วไหลเมื่อใด เมื่อนั้นก็เท่ากับความตายลงมาเยือนที่นาง
หากมองในแง่ดี บางทีการได้เป็ภรรยาของท่านราชเลขาธิการ ก็อาจจะไม่ใช่เื่เลวร้ายเสมอไป ในสายตาของคนทั่วไปอาจจะมองว่าคนผู้นี้น่ายำเกรง ประดุจดั่งเทพาที่เชี่ยวชาญการห้ำหั่น หากผู้ใดเผลอไปทำให้ไม่พอใจเข้า ก็มีอำนาจชี้เป็สั่งตายได้ทุกเมื่อ
ด้วยเหตุนี้คนทั่วไปจึงหลีกเลี่ยงที่จะเข้าใกล้หลี่ฮั่นเหลียง ส่วนคนที่กล้าบากหน้าด้าน ๆ เข้าหา ต่างเป็ขุนนางเฒ่า พวกหว่านพืชหวังผลกันทั้งนั้น เรียกได้ว่าข้างกายหลี่ฮั่นเหลียงแทบหาความจริงใจจากใครไม่ได้เลย
พอนึกไตร่ตรองมาถึงตรงนี้ เหมือนว่าจื้อหลินน้อยเริ่มเข้าใจเหตุผล ที่คืนเทศกาลโคมไฟ หลี่ฮั่นเหลียงปลีกตัวออกมาเดินเตร็ดเตร่ลำพัง ในถนนเส้นหลังอันเงียบเชียบแล้ว
คนผู้นี้ไม่เพียงน่าค้นหา แต่ยังหล่อเหลาประดุจเซียนจวินบน์เก้าชั้นฟ้า
คนอื่นมองว่าหลี่ฮั่นเหลียงน่ายำเกรงและน่าหวาดกลัว แต่ก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์แตกออกไปหลายแง่ แต่จื้อหลินที่เคยเป็อ้ายฉิงน้อย มั่นใจเหลือเกินว่าในส่วนที่ลึกลงไป หลี่ฮั่นเหลียงหาใช่บุรุษที่เืเย็นและร้ายกาจอย่างที่ใครหลายคนคิด
ยู้ว!! ฮรี่!!!
“เกิดอะไรขึ้น!!!”
เจียวจื้อหลินสะดุ้งหลุดจากห้วงแห่งความคิด ทั้งเสียงม้าและเสียงถกบังเหียนของสารถีหนุ่มดังสะท้านผิดปกติ ครั้นเ้าสาวป้ายแดงแหวกม่านมองด้วยสีหน้าตื่นกลัว จึงพบว่าสารถีหนุ่มถูกธนูไม้พุ่งทะลุลำคอจนขาดดิ้นทั้งที่นิ้วมือทั้งสิบยังคงกอบกุมใต้ลำคอของตน
โลหิตสีแดงฉานไหลทะลักน่าหวาดกลัวยิ่ง ทหารหกคนที่ร่วมขบวนมาส่งนาง ต่างมีสภาพเดียวกัน เหลียวมองรอบข้างไม่พบผู้ใด จะมีก็แต่ป่าไผ่ที่อื้ออึงไปด้วยเสียงเสียดสีกันของลำไม้ใหญ่ ชวนให้บรรยากาศรอบกายน่าขนลุกเข้าไปใหญ่
เจียวจื้อหลินในชุดสีแดงปักเลี่ยมทอง ตัดสินใจกระโจนลงจากเกี้ยวใหญ่ที่ประดับด้วยริ้วผ้าสีแดงสด...แซมด้วยบุปผาสีเหลืองงดงาม สาวเท้าวิ่งเร็วได้เท่าไหร่ยิ่งดี ท่าว่าการเดินทางไปเป็ภรรยาของท่านราชเลขาธิการคงสิ้นสุดลงที่นี่
หากว่านางรอดตายไปได้ คงเป็ปาฏิหาริย์ที่น่าเหลือเชื่อ!
“คนงาม! จะวิ่งหนีไปถึงเมื่อไหร่ หนีอย่างไรก็ไม่พ้นมือพวกเราหรอก อะฮ่า ฮ่า ฮ่า”
ฝีเท้าเล็กเรียวไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ชั่วขณะ
จู่ ๆ ชายโฉดจำนวนไม่น้อยโฉบตัวลงมาจากยอดไผ่ แล้วกล่าวกับนางอย่างยียวน สายตาของพวกมันไร้ซึ่งความบริสุทธิ์ ลักษณะการแต่งตัวไม่เหมือนพวกทหาร ไม่เหมือนชาวบ้านธรรมดา แต่เหมือนกลุ่มโจรูเาที่คอยออกอาละวาดปล้นชิงผู้ผ่านเส้นทาง
ตลอดมามีเพียงข่าวลือในยุทธภพ คาดไม่ถึงว่าโจรูเาพวกนี้จะมีตัวตนอยู่จริง
“พ…พวกเ้าไม่รักชีวิตแล้วหรือ แม้แต่เ้าสาวของหลี่ฮั่นเหลียงก็กล้ารังแก”
เจียวจื้อหลินตัวปลอมรวบรวมความกล้า ชี้นิ้วพร้อมตวาดไปที่กลุ่มโจร ชื่อของหลี่ฮั่นเหลียงก็เหมือนคาถาป้องกันตัว เพียงเอ่ยชื่อของคนผู้นี้ พวกโจรชั่วหน้าไม่อายจะต้องหวาดกลัวจนตัวสั่นอย่างแน่นอน
“อาศัยเอาความมั่นใจใดมาพูด แม่ทัพหลี่ไม่ปรารถนาแต่งภรรยา เื่นี้คนเขารู้ไปทั่วแคว้น จะมีก็แต่สตรีเช่นเ้า ที่บากหน้ามาเยือนจิ่วโจว โดยที่เ้าบ้านไม่ต้อนรับ”
สิ้นเสียงพูด หนึ่งในกลุ่มชายโฉดออกลวดลายวิ่งไล่ตามจับสาวงาม ที่ประดุจดั่งกวางน้อยในหุบเขาเซียน แววตาแทะโลมเ่าั้ช่างน่าสะอิดสะเอียนเกินคำบรรยาย พวกพี่น้องที่เหลือต่างยืนกอดอกมอง พร้อมดุนลิ้นในโพรงแก้ม บ้างออกเสียงเฮ ประหนึ่งกำลังชมสัตว์ตัวน้อยวิ่งวนในสังเวียน
สีหน้าตื่นกลัวของนางสร้างเสียงหัวเราะให้ชายนับสิบคนได้ง่าย ๆ
“แม่ทัพหลี่จะต้องตกรางวัลอย่างงามให้พวกเราแน่ ที่กำจัดภรรยาบรรณาการ ทั้งยังช่วยล้มเลิกงานมงคลให้จวนสกุลหลี่ เร็วเข้า! จับนางมาให้ข้า!”
ชายร่างสูงหนวดหนากล่าวอย่างหน้าไม่อาย ตะเบ็งเสียงลั่นป่าหมายให้ลูกน้องคนสนิท ลากตัวกระต่ายขาวตัวนั้นมาไว้ใต้วงแขนตน เขาหลงผิดคิดเข้าข้างตนเอง หมายจะได้ความดีความชอบจากท่านราชเลขาธิการผู้ยิ่งใหญ่
แต่หารู้ไม่…ว่าสิ่งที่เขากระทำเป็ดั่งชนวนเหตุที่พาชีวิตน้อย ๆ ดิ่งลงเหวได้ในชั่วพริบตา!
พรึ้บ!!!
ทวนอาบโลหิตพุ่งมาจากทิศใดก็ไม่ทราบ เสียงเฮเสียงหัวเราะดับสิ้น เหลือเพียงแต่ความงุนงงและความกรุ่นโกรธของหัวหน้ากลุ่มโจร ผู้ใดมันใจกล้าสังหารลูกน้องมือดีของชายผู้ขึ้นชื่อว่าเป็เ้าขุนเขา
“มันผู้ใดกล้าท้าทายข้า!”
หัวหน้ากลุ่มโจรหมาดคอกระแอมไอ ก่อนจะคำรามเสียงหลงลั่นป่า เชื้อเชิญคู่ต่อสู้นิรนามผู้ซ่อนเร้นจากรัศมีสายตา ให้ออกมาปะทะกันซึ่ง ๆ หน้า
นิยายเื่ : เมื่อต้องสวมบทบาทเป็ภรรยา ของท่านราชเลขาธิการ
อ่านรวดเดียวจบก่อนใครได้ที่ Meb ค่า