ผู้ชมในห้องไลฟ์สตรีมตอนแรกตั้งใจฟังกันมาก แต่ยิ่งฟังไปจนจบก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
[ลูกพี่อวี่ แค่นี้เหรอเนี่ย! ฉันนึกว่าจะได้เห็นการต่อสู้ด้วยมือเปล่ากับสัตว์ป่าสักสามร้อยยกซะอีก!]
[หมายความว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับโชคชะตาอย่างนั้นเหรอ!]
[แล้วมันต่างอะไรกับการรอความตายล่ะ? รู้สึกว่าไม่มีประโยชน์อะไรเลย]
[ลูกพี่อวี่อย่าปอดแหกสิ พุ่งเข้าไปลุยเลย!]
หวังอวี่เหลือบมองคอมเมนต์แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจังว่า "ไม่ใช่ว่าไม่มีประโยชน์นะ ถ้าคุณไม่ทำอะไรเลย โอกาสรอดชีวิตจะมีแค่หนึ่งในสิบ แต่ถ้าคุณทำตามวิธีที่ผมสอน โอกาสรอดชีวิตจะเพิ่มขึ้นเป็สองในสิบ แน่นอนว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ต้องดูว่าหมาป่าสีเทาตัวนี้อยู่ในสถานะหิวโหยหรือไม่ ต้องรู้ไว้ว่าหมาป่าสีเทาที่หิวโหย แม้แต่พวกเดียวกันเองมันก็ไม่ละเว้น"
ขณะที่พูด หมาป่าสีเทาก็เคลื่อนไหว ร่างกายที่แข็งแรงะโพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า
เวลาล่าสิ้นสุดลงแล้ว!
เพียงชั่วพริบตาเดียว เมื่อหมาป่าสีเทาปรากฏในสายตาของหวังอวี่อีกครั้ง ในปากของมันก็คาบลูกกวางตัวหนึ่งไว้แล้ว
เืสีแดงสดหยดลงบนพื้นอย่างต่อเนื่องตามซี่ฟันที่แหลมคมของหมาป่า
มันคาบลูกกวางไว้ในปาก หลังจากสำรวจรอบ ๆ หนึ่งรอบ ก็ก้าวเดินหายเข้าไปในป่า
จนกระทั่งเสียงและเงาของหมาป่าหายไปจากสายตา หวังอวี่จึงเดินออกมาจากพุ่มไม้และพูดกับห้องไลฟ์สตรีมว่า "พวกคุณก็เห็นฉากเมื่อกี้แล้ว ด้วยความเร็วระดับนั้น ถ้าผมเผชิญหน้ากับมัน จะไม่มีเวลาให้ตอบสนองเลย”
"ในป่า ภารกิจที่สำคัญที่สุดของผมคือการมีชีวิตอยู่ และเอาชีวิตรอดกลับสู่โลกศิวิไลซ์ให้สำเร็จ ทุกอย่างต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของการมีชีวิตรอด ดังนั้นเมื่อเจอสัตว์ป่าแบบนี้ ทางที่ดีที่สุดคือยอมอ้อมไปเงียบ ๆ นี่ไม่ได้เรียกว่าปอดแหก แต่เรียกว่าลูกผู้ชายที่รู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา มิฉะนั้นความวู่วามเพียงชั่วครู่ อาจทำให้คุณต้องทิ้งชีวิตทั้งชีวิตไว้ที่นี่"
หลังจากฟังสิ่งที่หวังอวี่พูดจบ ผู้ชมในห้องไลฟ์สตรีมก็ยังคงพิมพ์คำว่า 'ปอดแหก' กันรัว ๆ !
เมื่อเห็นคำว่าปอดแหกเต็มห้องไลฟ์สตรีม หวังอวี่ก็ได้แต่รู้สึกจนใจ
ด้วยแพ็กเกจของขวัญจากรายการ Man vs. Wild ที่ได้รับจากระบบ เขาย่อมรู้ดีว่าการต่อสู้กับหมาป่าสีเทาควรโจมตีจุดตายของศัตรูได้อย่างรวดเร็วอย่างไร
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เขามีเพียงความรู้ แต่สมรรถภาพทางกายยังตามไม่ทัน
‘รอให้ฉันสะสมค่าชื่อเสียงได้มากพอก่อน แล้วค่อยมาลองประชันกับพวกนายในโลกจริง!’
หวังอวี่คิดในใจเงียบ ๆ ก่อนจะรีบเดินไปข้างหน้า พร้อมกับพูดว่า "สัตว์ป่ามีสัญชาตญาณในการหวงถิ่นที่รุนแรงมาก ในเมื่อหมาป่าสีเทาตัวนี้ปรากฏตัวที่นี่ได้ นั่นแสดงว่าพื้นที่แถบนี้อยู่ในอาณาเขตของมัน ผมต้องรีบออกไปจากที่นี่"
พอหวังอวี่พูดจบ และเห็นคอมเมนต์ที่หลั่งไหลมาท่วมท้นในห้องไลฟ์ ทำเอาเขาหมดคำจะพูดโดยสิ้นเชิง
[ลูกพี่อวี่ สรุปสั้น ๆ คือปอดแหก!]
[ลูกพี่อวี่รีบหนีไปเถอะ ระวังหมาป่าตัวใหญ่จะตามมาจับกินนะ!]
[หมาป่าสีเทา : ในป่านี้ไม่มีใครสู้เป็สักคนเลยเหรอ?]
[พอเจอสัตว์ป่า ลูกพี่อวี่ทำได้แค่แอบในพุ่มไม้ตัวสั่นงก ๆ ]
ส่วนคำล้อเลียนของผู้ชมในห้องไลฟ์สตรีม หวังอวี่ไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลย
ตอนนี้จำนวนคนในห้องไลฟ์สตรีมใกล้จะถึงเก้าพันคนแล้ว!
ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้ชมครึ่งหนึ่งที่มาจากแพลตฟอร์มบีจ้าน
ตอนนี้ยังไม่ใช่่เวลาที่มีผู้ใช้งานสูงสุดของแพลตฟอร์มด้วยซ้ำ
ในสถานการณ์แบบนี้ ดูเหมือนว่าจำนวนคนในห้องไลฟ์สตรีมคืนนี้มีโอกาสสูงที่จะทะลุหลักหมื่นคน!
ไลฟ์สตรีมเพิ่งเริ่มได้เพียงสามวัน จำนวนผู้ชมก็ทะลุหลักหมื่นแล้ว ดูเหมือนหวังอวี่จะก้าวเข้าใกล้ความสำเร็จไปอีกก้าวสำคัญ
หลังจากเดินมาได้สองชั่วโมง หวังอวี่รู้สึกว่าเขาน่าจะอยู่ไม่ไกลจากเป้าหมายแล้ว
เนื่องจากไม่มีป่าบดบัง ทำให้หวังอวี่ต้องเดินตากแดดสว่างจ้า จนตอนนี้เหงื่อท่วมตัวด้วยความเหนื่อยล้า
เขาจำเป็ต้องหยุดพัก ถอดเสื้อแจ็กเก็ตกันลมที่สวมไว้ออก พลางหยิบกระติกน้ำขึ้นมาดื่มสองอึก แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังจุดหมายต่อไป
เบื้องหน้าของเขาคือป่าโปร่ง หวังอวี่รีบเดินเข้าไปทันที ก่อนจะนั่งลงในที่ร่มแล้วพูดว่า "ตอนนี้ผมอยู่ห่างจากจุดหมายปลายทางไม่ถึงยี่สิบกิโลเมตร ด้วยความเร็วระดับนี้ ผมคาดว่าวันนี้มีโอกาสสูงที่จะต้องพักค้างคืนในพื้นที่แถบนี้"
หลังจากนั่งพักในที่ร่มครู่หนึ่ง หวังอวี่ก็เริ่มออกเดินทางอีกครั้ง
เดินไปได้ไม่ไกล ก็พบต้นไม้ใหญ่ขนาดเท่าเอวคนล้มลงบนพื้น ลำต้นผุพังอย่างหนัก
"สำหรับคนทั่วไป นี่อาจจะเป็แค่ขอนไม้ผุ ๆ ที่ล้มลง แต่ในสายตาของผม มันคือคลังอาหารชั้นดี คุณสามารถหาอาหารได้มากมายจากในนี้ ถ้าโชคดีอาจจะเจอเห็ดป่าบางชนิด ถ้าโชคปานกลาง อาจจะเจอหนอนเจาะไม้ที่คล้ายกับตัวอ่อนของด้วง ซึ่งเป็มื้อโปรตีนอันโอชะ แต่ขอนไม้ตายต้นนี้กลิ่นไม่ค่อยดีเท่าไหร่ หวังว่าหนอนข้างในจะไม่มีกลิ่นเหมือนไม้ผุนี้หรอกนะ"
หลังจากพบจุดที่น่าจะมีอาหาร หวังอวี่ก็เริ่มแกะเศษไม้ผุออก
ต้นไม้ต้นนี้ไม่ได้ผุพังหนักอย่างที่หวังอวี่คิดไว้
เขาต้องหยิบหินก้อนหนึ่งขึ้นมาจากพื้น มือหนึ่งใช้ทุบเปลือกไม้ อีกมือหนึ่งล้วงเข้าไปในลำต้น
ทันทีที่แกะเปลือกไม้และชั้นนอกของลำต้นออกจนหมด สิ่งมีชีวิตที่ปรากฏอยู่ข้างในก็สร้างความประหลาดใจอย่างยิ่งให้กับหวังอวี่
จุดสีขาวกลุ่มหนึ่งพากันทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่งเมื่อไม่มีเปลือกไม้คอยปกป้อง ปรากฏแก่สายตาของชายหนุ่ม
หวังอวี่กำปลวกที่ทะลักออกมาจากไม้ผุขึ้นมาหนึ่งกำมือ เขาเลือกตัวใหญ่ ๆ สองสามตัวโยนเข้าปาก เคี้ยวแห้ง ๆ สองสามทีแล้วกลืนลงไป
"รสชาติไม่ได้ดีอย่างที่คิด แต่ก็พอรับได้ ถ้าเอาไปทอด มันจะเป็อาหารเลิศรสเลยล่ะ น่าเสียดายที่ผมไม่มีอุปกรณ์ เลยต้องกินสด ๆ แบบนี้"
ยิ่งขุดลึกลงไปในไม้ผุ ปลวกก็ยิ่งทะลักออกมามากขึ้น
ปลวกชอบอยู่ในที่มืด เมื่อถูกหวังอวี่เขี่ยออกมาพร้อมกับเศษไม้ พวกมันจึงพยายามมุดกลับเข้าไปในลำต้นสุดชีวิต หวังอวี่ไม่ได้ขุดต่อ เนื่องจากในช่องว่างของลำต้นก็มีปลวกกองรวมกันเป็กลุ่ม ซึ่งสะดวกต่อการที่หวังอวี่จะจับพวกมันให้หมดในคราวเดียว
หลังจากกินปลวกไปหลายระลอก หวังอวี่ก็พบเป้าหมายของเขา นั่นคือนางพญาปลวกตัวอ้วนท้วน
เขาดึงนางพญาปลวกออกมาจากรัง วางไว้บนมือ และให้กล้องซูมภาพให้เห็นชัด ๆ
"ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า แมลงสีขาวตัวใหญ่ขนาดนี้จะเป็นางพญาปลวก ขนาดตัวของมันต่างกับปลวกทั่วไปมาก แต่ถ้าคุณสังเกตดี ๆ จะพบว่า ส่วนหน้าและหัวของนางพญายังคงมีลักษณะบางอย่างของปลวกอยู่
ในทุก ๆ วันเธอไม่ต้องทำอะไรเลยนอกจากกิน แล้วก็วางไข่ วันหนึ่งสามารถวางไข่ได้มากที่สุดถึงร้อยฟอง เชื่อว่ารสชาติของมันน่าจะดีกว่าหนอนเจาะไม้ทั่วไปในต้นไม้แน่ ๆ "
หวังอวี่หยิบนางพญาปลวกยัดเข้าปากทีเดียว เคี้ยวกร้วม ๆ สองสามทีแล้วกลืนลงไป สีหน้าของเขาดูแย่ลงเล็กน้อย
"ในต้นไม้ตายต้นนี้ เดิมทีน่าจะมีหนอนเจาะไม้ ของเสียจากหนอนเ่าั้อาจถูกฝูงปลวกนำมาใช้เป็อาหารป้อนให้นางพญาปลวก"