บทที่ 22 เธอขายได้ ฉันก็ขายได้
ช่วงบ่าย เสิ่นเสี่ยวเยว่ก็มาถึงที่ขายของตามปกติ รอบ ๆ มีร้านค้าอีกสองสามร้านที่ขายยำผักเลียนแบบเธอ แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
แต่ทำไมเย่ซู่ซู่ที่ไม่ได้เจอกันมานานถึงมาขายของที่นี่ด้วย?
และยังขายยำผักเหมือนกับเธออีก
แถมตั้งแผงขายอยู่ตรงข้ามกับเธอพอดีด้วย
บังเอิญจริง ๆ !
เมื่อรู้สึกถึงสายตาของเสิ่นเสี่ยวเยว่ เย่ซู่ซู่ก็เชิดหน้าขึ้นแล้วแค่นเสียงเย็นชา "มีอะไรหรือ? ของพวกนี้ไม่ใช่ของที่มีแค่เธอที่ทำได้คนเดียวนะ เธอขายได้ ฉันก็ขายได้"
เธอไม่เชื่อหรอกว่าตัวเองที่ทำอาหารมาหลายปีจะทำได้แย่กว่าเสิ่นเสี่ยวเยว่
แค่เอาผักมาคลุกเคล้ากับเครื่องปรุงนิดหน่อย เธอก็ทำได้!
"ตามใจเธอ"
เสิ่นเสี่ยวเยว่ไม่ได้ใส่ใจอะไร
ก่อนที่จะทำยำผักนี้มาขาย เธอก็เตรียมใจไว้แล้วว่าจะต้องมีคนทำเลียนแบบ ถ้าเย่ซู่ซู่สามารถแย่งลูกค้าไปได้จริง ก็ถือว่าเป็นความสามารถของเย่ซู่ซู่แล้ว
ไม่นานนัก ก็มีผู้คนทยอยเข้ามาในตลาดนัดเล็ก ๆ นี้
ยำผักที่เสิ่นเสี่ยวเยว่ทำในแต่ละวันมีจำนวนจำกัด บ่อยครั้งที่คนมาสายแล้วซื้อไม่ทัน ตอนนี้ถึงขั้นมีคนฝากคนอื่นมาซื้อ พอซื้อทีก็ซื้อหลายชุดพร้อมกัน
ในไม่กี่วันมานี้ ร้านเล็ก ๆ ของเธอเป็นร้านที่ขายหมดเร็วที่สุด
ไม่นานนัก หน้าร้านก็มีคนมาต่อแถวยาว
"น้องสาว ขอผักกูดป่าสามชุด กับมันฝรั่งผสมกะหล่ำปลีหนึ่งชุดด้วย"
ลูกค้าคนหนึ่งสั่งอาหารและจ่ายเงินอย่างใจป้ำ พลางมองผักกูดป่าที่วางอยู่ตาเป็นประกาย ที่บ้านของเธอมีคนเยอะ และชอบกินยำผักกูดป่าแบบนี้มาก
คนที่ยืนรออยู่ด้านหลังไม่พอใจเป็นอย่างมาก เสิ่นเสี่ยวเยว่แต่ละวันทำของมาไม่มาก แต่คนคนนี้กลับซื้อไปถึงสามสี่ชุด แล้วพวกที่รออยู่จะได้ซื้อไหม
"พี่สาวคะ คุณทำแบบนี้ไม่ยุติธรรมเลย ทำไมคนคนเดียวต้องซื้อเยอะขนาดนี้ด้วย"
แม่บ้านสาวคนหนึ่งร้องตะโกนขึ้น
"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณ ฉันจะซื้อเท่าไหร่ก็ได้" ลูกค้าคนนั้นไม่สนใจพวกเธอเลย พูดอย่างมั่นใจว่า "ฉันมาก่อน แถมมีเงิน ทำไมจะซื้อเยอะไม่ได้"
คนข้าง ๆ จำได้ว่าเธอเป็นใคร จึงดึงแขนเสื้อแม่บ้านสาวคนนั้นเบา ๆ เป็นเชิงบอกให้หยุดพูด
นั่นมันภรรยาผู้จัดการโรงงานนะ ใครจะกล้าไปหาเรื่องล่ะ
คนที่มาซื้อของที่นี่ส่วนใหญ่เป็นญาติของคนงานในโรงงาน ทุกคนล้วนทำงานใต้บังคับบัญชาสามีของเธอ
เสิ่นเสี่ยวเยว่ขมวดคิ้วด้วยความลำบากใจ รู้สึกว่ามันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ที่ลูกค้าคนนั้นพูดก็ไม่ผิด แถมการทำแบบนี้ยังทำให้ของเธอขายได้เร็วขึ้นด้วย
ทางด้านเสิ่นเสี่ยวเยว่ขายดิบขายดี แต่ทางด้านเย่ซู่ซู่กลับเงียบเหงา มีแค่ลูกค้าบางคนที่เบียดเข้าร้านเสิ่นเสี่ยวเยว่ไม่ได้ถึงจะมาดูที่ร้านของเธอ
แต่ก็แค่มาดูเท่านั้น เธอยังไม่ได้ขายสักอย่างเลย!
เห็นเสิ่นเสี่ยวเยว่ขายของไปเกือบครึ่งแล้ว เย่ซู่ซู่ร้อนใจจนเหงื่อผุดที่หน้าผาก ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป วันนี้เธอคงขาดทุนแน่
เธอกระทืบเท้าอย่างหัวเสีย ตัดสินใจแน่วแน่ แล้วตะโกนว่า "ขายยำผักสด ๆ รสชาติกรอบอร่อย หนึ่งเหมาต่อชุด หนึ่งเหมาต่อชุด—"
หนึ่งเหมา?
พอราคานี้ออกมา ก็ดึงดูดความสนใจผู้คนให้เข้ามาดูทันที
เย่ซู่ซู่เห็นอย่างนั้น จึงรีบเรียกลูกค้าอย่างกระตือรือร้น "ผักทั้งหมดเก็บสด ๆ วันนี้ ทั้งสดทั้งอร่อย รับรองว่ารสชาติดีกว่าร้านตรงข้ามแน่นอน!"
คนข้าง ๆมองดูผักของเธอแล้วถาม "ผักของคุณชิมได้ไหม?"
"ชิมก่อนเหรอ?" เย่ซู่ซู่งงงัน พูดอย่างหงุดหงิด "ฉันทำมาแค่นี้ จะให้คุณชิมได้ยังไง ถ้าจะซื้อก็รีบซื้อเลย!"
ให้ชิมก็เท่ากับแจกไปเลยไม่ใช่หรือ เธอไม่ยอมขาดทุนแบบนั้นหรอก
คิดจะเอาเปรียบเธอเหรอ?
ไม่มีทาง!
คนคนนั้นทำปากเบะ แล้วเดินจากไปโดยไม่ซื้ออะไรเลย
ร้านตรงข้ามให้ชิมได้ แต่ร้านเธอกลับไม่ให้ชิม ใครจะรู้ว่ารสชาติเป็นยังไง เขาขอยอมตื่นแต่เช้ามาต่อแถวที่ร้านตรงข้ามพรุ่งนี้ดีกว่า ยังดีกว่าซื้อร้านนี้
แต่ก็มีลูกค้าเข้ามาจ่ายเงินซื้อประปราย และยังดึงดูดลูกค้าใหม่ที่สนใจเข้ามาด้วย
เย่ซู่ซู่กำลังจะรู้สึกภูมิใจ แต่พอเงยหน้าขึ้นมอง เธอก็โกรธจนกระทืบเท้าแรง ๆ
ที่แท้เสิ่นเสี่ยวเยว่ก็ขายของหมดแล้ว กำลังเก็บร้านอยู่พอดี
แม้แต่คนที่ซื้อไม่ทันก็ยังวิ่งมาหา ถามว่าพรุ่งนี้จะมาขายกี่โมง และสามารถจองล่วงหน้าได้ไหม...
เสิ่นเสี่ยวเยว่ยิ้มพลางตอบทุกคำถามอย่างใจเย็น
เย่ซู่ซู่ที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ได้แต่จ้องมองคนที่เธอดูถูกประสบความสำเร็จ จนหน้าดำคล้ำไปด้วยความโมโห
แต่นั่นยังไม่พอ
เมื่อเสิ่นเสี่ยวเยว่เก็บของเสร็จแล้ว ขี่จักรยานผ่านหน้าแผงของเย่ซู่ซู่ เธอยังตั้งใจจ้องมองผักที่เหลืออยู่
แล้วพูดด้วยรอยยิ้มกวนประสาท "ซู่ซู่ ผักของเธอดูไม่น่ากินขนาดนี้ ไม่แปลกเลยที่จะขายไม่ค่อยดี วันนี้ถ้าอยากขายให้หมดก็พยายามหน่อยนะ อย่าให้ขาดทุนล่ะ"
พูดจบก็ปั่นจักรยานจากไป ทิ้งไว้เพียงเงาร่างสง่างาม
"ยายตัวแสบ..."
หยิ่งยโสไปให้ได้ตลอดเถอะ!
เย่ซู่ซู่แทบจะระเบิดด้วยความโกรธ อยากจะพูดอะไรออกมา แต่เมื่อเห็นผู้คนเดินผ่านไปมารอบข้าง เธอก็ต้องกัดฟันหุบปากเงียบไว้
เธอไม่อยากขายหน้าต่อหน้าผู้คนมากมายขนาดนี้อีก
ครั้งที่แล้วเพราะเรื่องพนันกับเสิ่นเสี่ยวเยว่ ทำให้เธอไม่กล้าออกไปพบหน้าผู้คนอยู่หลายวัน พอออกไปก็ถูกชี้นิ้วนินทา
พูดว่าเธอไม่รู้จักประมาณตน แถมยังพูดว่าเสิ่นเสี่ยวเยว่เป็นดาวนำโชค ทั้งขุดหาโสมได้ ทั้งทำการค้าเป็น ไม่เหมือนผู้หญิงธรรมดาในหมู่บ้าน
เธอกับเสิ่นเสี่ยวเยว่ก็เหมือนฟ้ากับดิน
ฮึ
ก่อนหน้านี้พวกแม่บ้านพวกนั้นไม่ได้พูดแบบนี้นี่นา
เธอจะต้องพิสูจน์ให้พวกนั้นเห็น ให้สวี่หนิงอันเห็น ว่าเธอไม่ได้ด้อยไปกว่าเสิ่นเสี่ยวเยว่เลยสักนิด และยังทำได้ดีกว่าผู้หญิงคนนั้นด้วยซ้ำ
ยำที่ทำยังเหลืออีกตั้งครึ่ง ได้แต่ต้องฝืนยิ้มขายต่อไป
อย่างไรก็ตาม มีคนเรียกร้องขอชิมมากขึ้นเรื่อย ๆ
พวกเขาเคยชินกับการที่จะได้ชิมยำก่อนตัดสินใจซื้อ ถ้าไม่ได้ชิม พวกเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าร้านใหม่นี้อร่อยหรือไม่
"คุณเสิ่นฝั่งตรงข้ามยังให้ชิมเลย ทำไมคุณถึงไม่ให้ชิมล่ะ?"
"ใช่ ๆ ให้ชิมนิดหน่อยจะขาดทุนสักเท่าไหร่กัน"
"หรือว่าจะเป็นพวกเปิดขายแค่วันเดียวแล้วหนี?"
เสียงต่าง ๆ มากมายดังก้องอยู่ข้างหูของเย่ซู่ซู่ ทำให้เธอรำคาญจนแทบจะทนไม่ไหว
ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของผู้หญิงคนนั้น เสิ่นเสี่ยวเยว่!
เธอจึงเลือกแบ่งอาหารออกมาอย่างตระหนี่
เย่ซู่ซู่พูดด้วยสีหน้าไม่เต็มใจ "แบบนี้ก็ได้แล้วนะ จะชิมก็ชิมไป แต่จำกัดแค่ชิ้นเดียวเท่านั้น"
ท่าทางแบบนี้ ดูแล้วน่ารำคาญกว่าคุณเสิ่นอีก
คุณเสิ่นนั้นทั้งกระตือรือร้นและใจกว้าง บางครั้งยังลดราคาให้พวกเขาด้วย แต่ผู้หญิงคนนี้กลับทำหน้าบึ้งตึง ดูแล้วทำให้หมดกำลังใจ
ราวกับว่าพวกเขาไม่ได้มาซื้อของ แต่ติดหนี้เธออยู่
มีคนลองชิมดู เคี้ยวไปไม่กี่คำก็ถ่มออกมา
"แหวะ ๆๆ รสชาติแย่เกินไปแล้ว!"
เย่ซู่ซู่ทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอตะโกนเสียงแหลมว่า "จะซื้อก็ซื้อ ไม่ซื้อก็ไปให้พ้น!"
พวกขี้งกพวกนี้ เธอยังไม่อยากจะขายให้พวกเขากินเลย
ทุกคนตะลึงกับเสียงตะโกนนั้น แต่พอได้สติก็ด่ากลับทันที
"อาหารของเธอทั้งเค็มทั้งฝาด ผักก็เละเทะไปหมด ทำออกมาแบบนี้ยังไม่ให้คนวิจารณ์อีกหรือ?"
"ฝีมือสู้คุณเสิ่นไม่ได้เลย ยังจะมาตั้งแผงขายเลียนแบบเขาอีก?"
"ซื้อกลับไปกินมีหวังท้องเสียแน่ ๆ ! "
"ถึงแจกฟรีฉันก็ไม่เอาหรอก!"
หลังจากที่ทุกคนด่าเสร็จก็ค่อย ๆ แยกย้ายกันไป
เย่ซู่ซู่กัดฟันแน่น อยากจะฉีกปากคนพวกนี้ให้แหลกคามือ ใบหน้างดงามของเธอค่อย ๆ บิดเบี้ยวด้วยความแค้น ทั้งตัวแทบจะมีออร่าดำมืดพวยพุ่งออกมา
ทำไมกัน!
ทำไมโชคดีทั้งหมดถึงไปอยู่ที่เสิ่นเสี่ยวเยว่?
เธอไม่เคยคิดเลยว่าอาหารของตัวเองจะมีปัญหา เธอแค่รู้สึกว่าเสิ่นเสี่ยวเยว่กำลังเล่นงานเธออยู่
ถ้าเสิ่นเสี่ยวเยว่รู้เข้า คงจะกลอกตาใส่เธอแน่ ๆ
'เธอเป็นใครกัน ถึงขั้นต้องให้ฉันคอยกลั่นแกล้งด้วยเหรอ?'
ท้องฟ้าค่อย ๆ มืดลง เย่ซู่ซู่มองดูยำที่ขายไม่ออก แล้วก็ร้องไห้ออกมาอย่างขัดใจ
การค้าแบบนี้ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิดเลย
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เสิ่นเสี่ยวเยว่ก็จ้องตาเขม็งไปยังโต๊ะที่เต็มไปด้วยอาหารจานเนื้อ
แม้ว่าปกติเธอจะชอบกินเนื้อ แต่ก็ไม่ได้มากมายขนาดนี้
จานหนึ่งเป็นเนื้อห่อแป้งทอด อีกจานเป็นเนื้อต้มกับผักดอง และสุดท้ายยังมีห่านตุ๋นในหม้อเหล็กอีก!
มองดูแล้วช่างอลังการเกินไปจริง ๆ