“น๊าาาา..อยากไปเที่ยวแล้วอ่ะวันนี้พวกแกพาฉันไปเที่ยวในเมืองหน่อยสิ อยากไป หินสามวาฬ ภูสิงห์ ภูทอก บึงโขงหลงแล้วก็น้ำตก”
“ไม่!!” เพื่อนๆทั้งกลุ่มพร้อมใจกันประสานเสียง
“ทำไมอ่ะ!!”
ร่างบางที่ฟื้นขึ้นมาในเช้านี้เป็อย่างที่ชัยยุทธพูดไว้ไม่มีผิดว่าเดี๋ยวก็อาละวาดได้เหมือนเดิมและเมื่อฟื้นมาเ้าตัวก็พร้อมที่จะออกตะล่อนเที่ยวทันที
“ที่เขาไม่เห็นด้วยกันก็เพราะเธอพึ่งฟื้นหรอกยังจะฝืนดันทุรังไปเที่ยวอีกแม่ตัวดี”
“ใช่ๆ” ทุกคนพร้อมใจกันประสานเสียงเห็นด้วยกับชัยยุทธ
“พวกแกเพื่อนฉัน แต่ไม่มีใครเข้าข้างฉันเลย!”
“ก็คุณชัยยุทธเขาพูดมีเหตุผลแกนั้นแหละไม่เจียมสังขาร” อังเดร์ว่า
“ก็แค่อยากเที่ยวเอง...”
คนตัวเล็กกว่าเริ่มหน้ามุ้ยลงเมื่อถูกขัดใจและไม่มีใครเข้าข้าง เพราะตอนนี้ทุกคนดูจะเข้าข้างชัยยุทธกันจนหมด
“เอาอย่างนี้ เธอพักผ่อนก่อนสักสองสามวันแล้วอยากไปเที่ยวไหนฉันจะพาไปทุกทีดีไหม แค่ให้ร่างกายฟื้นให้ดีกว่านี้ก่อนส่วนคนอื่นๆเขาเองก็มีหน้าที่ของเขาที่ต้องทำอย่าทำให้เพื่อนๆต้องทำงานด้วยความกังวลเลย” ชัยยุทธต่อรองด้วยเหตุผล
“ก็ได้...” ขิมหน้ามุ้ยลงนิดหน่อยแต่ก็ยอมตกลงแต่โดยดี
เอมที่ยืนมองอยุ่ก็ได้แต่ยืนอมยิ้ม เพราะเห็นว่าเพื่อนสาวโดนคุมจนอยู่หมัดเธอไม่เคยเห็นใครปราบพยศขิมได้มาก่อน ก็มีเพียงชัยยุทธนี้แหละที่ทำให้ขิมยอมได้อาจจะด้วยเพราะชัยยุทธอาจจะอายุมากกว่า หรืออาจจะเพราะเหตุผล ความสุขุม หรือจะออะไรก็แล้วแต่แต่นั้นล้วนเป็สิ่งที่ดีในสายตาของเพื่อนอย่างเธอ
“เออฉันยอมนอนอยู่บ้านสักสองสามวันก็ได้ส่วนพวกแกไปทำงานเลย ไปเก็บข้อมูลมาให้ครบละ”
“ครับๆ แกก็อย่ารั้นให้มากละเดี๋ยวคนดูแลเขาจะเหนื่อย” เคนเตือน แต่ขิมก้กลับยกมือจะทุบเขาจนเ้าตัวต้องรีบวิ่งหนี
เมื่อเพื่อนๆต่างแยกย้ายกันไปทำงานขิมก็หันมาหาร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ
“นี้คือ??”ขิมยกข้อมือที่มีกำไลพญานาคสีทองขึ้นมาตรงหน้าชัยยุทธ
“กำไล”เขาตอบ
“แล้วนี้??”ขิมยื่นมือไปจับที่สร้อยคอสีทองที่มีจี้รูปพญานาคอยู่ขึ้นมาอีก
“ก็สร้อยคอ”เขายังคงตอบแบบเดิมๆ
คำตอบของร่างสูงทำเอาคนตัวเล็กเริ่มจะควันออกหู
“ไม่ตลกแล้วนะ”
“ก็แค่เย้าเล่นเท่านั้นสร้อยกับกำไลนี้เป็เครื่องคุ้มครอง เผื่อว่าวันไหนฉันไม่อยู่เธอจะได้ปลอดภัย และ มันคุ้มครองได้แม้นกระทั้งผีและอาคมมนต์ดำสัตว์ร้ายต่างๆก็ต้องกลัวกำไลนี้เพราะมันมีพลังและอำนาจของฉันประจุอยู่ในนี้”
“แล้ว...ถอดได้ไหมอ่ะ?”
ร่างสูงขมวดคิ้วกับคำถามของแม่ตัวดี
“เธอจะถอดทำไม”
“ก็แบบเผื่อไปอาบน้ำล้างจาน สระผม กลัวน้ำยากัด..”
“ทองคำแท้สมบัติจากนครบาดาลมันไม่พังง่ายๆหรอกนะแม่คุณ”
ขิมตาโตกับคำตอบของชัยยุทธ
“ให้กำไลสาวอื่นเดี๋ยวแฟนก็ว่าหรอก”
“ฉันแตกต่าง”ชัยยุทธปฏิเสธ แต่คำปฏิเสธของชัยยุทธนั้นทำให้คนตัวเล็กกว่าขมวดคิ้ว
จะบอกว่าแฟนไม่ว่า??
“พญานาคาองค์อื่นอาจจะมีชายหลายองค์แต่ฉันมีเพียงหนึ่ง ไม่เคยรับใครเป็ชายาเพิ่มทั้งนั้น..”
ชัยยุทธยื่นมือมาจับที่ข้อมือบางข้างที่มีกำไลอยู่พร้อมกับมองเข้าไปยังั์ตากลมโตอย่างมีนัยยะ คำตอบของร่างสูงนั้นทำเอาขิมรู้สึกถึงความร้อนที่แก้มคนตัวเล็กดึงมือออกจากการกุมแล้วมาตบๆเอาที่แก้มของตัวเองเพื่อเรียกสติ
จะหวั่นไหวไม่ได้นะไอ้ขิมเอ๊ยยย
“ขิม..อีกเดี๋ยวเอมจะต้มโจ๊กเสร็จแล้วนะ”
เสียงของเอมที่ดังมาจากในครัว
“เอมมม..ขิมหิวแล้วอ่า”
คนตัวเล็กวิ่งไปหาเพื่อนสาวในครัวแล้วปล่อยให้ชัยยุทธยืนยิ้มอยู่คนเดียว
ขิมนั่งๆนอนๆอยู่จนครบตามที่สัญญากับทุกคนไว้เธอเบื่อจนแทบจะทนไม่ไหวอยู่แล้ว
“ไปเที่ยวกัน!” ขิมพูดขึ้น
“ไม่ว่าง”เคนตอบ
“ฉันก็ไม่ว่าง”อังเดร์ตอบ
“ฉันด้วยไม่ว่างเหมือนกัน” ภูมิรีบตอบปัด
“เอม...”ขิมหันไปหาเพื่อนสาว
“ขอโทษนะจ๊ะพอดีเอมก็มีไปช่วยงานเคน..วันนี้ไม่ว่างจริงๆจ๊ะ” เอมปฏิเสธ
“แกว่างก็ไปชวนคุณชัยยุทธเขาโน้นอย่ามากวนพวกฉัน”
เคนบอกปัดเล่นเอาขิมถึงกับหน้าบูด
“เคนตั้งใจหรือเปล่าคะเนี้ย”เอมหันไปกระซิบกับเคน เพราะเธอรู้สึกเหมือนเคนตั้งใจให้ทั้งคู่ออกไปข้างนอกด้วยกัน
“ไม่มีอะไรหรอกครับเอม”เคนปฏิเสธ
“ถ้าว่างนักฉันจะพาไปเที่ยวเองอย่าไปกวนเพื่อนๆทำงานนักเลย” ชัยยุทธเดินเข้ามาหาขิม
เขายังคงใส่เสื้อสีสุภาพเช่นเดิมแต่ไม่ว่าเขาจะใส่เสื้อยืดหรือกางเกงยีนส์ธรรมดา มันก็ดูดีไปหมด
“นายขับรถเป็หรือไง”ขิมถาม
“เป็เห็นแบบนี้ฉันก็มีใบขับขี่นะ”
ขิมเลิ่กคิ้วกับคำตอบของชัยยุทธ
“งั้นพาไปโลตัสหน่อย”
“ครับๆ”ชัยยุทธผายมือออก
ชัยยุทธเปิดประตูรถให้ขิมนั่งและจัดการคาดเข็มขัดให้ทันทีจนคนตัวเล็กใ
“ฉันคาดเข็มขัดนิรภัยเป็นะ”
ชัยยุทธหัวเราะกับคำพูดของคนตัวเล็กกว่า
ชัยยุทธพาขิมมาซื้อของที่โลตัสในตัวเมืองแม่ตัวดีก็ซื้อของเสียงเต็มรถเข็นอย่างกับว่าจะอยู่สัก3เดือนเมื่อซื้อของและเก็บข้าวของกันเสร็จ ชัยยุทธก็ตั้งใจว่าจะพาขิมไปเที่ยวต่อตามที่เธอ้าแต่ก็จำเป็ต้องบอกบางสิ่งด้วยจึงเลือกคุยกันระหว่างที่ขับรถแทน
“เคนเพื่อเธอ”
“เคนทำไม?”ขิมหันมา
“เขารู้เื่ของฉันแล้วนะ”ชัยยุทธพูดด้วยน้ำเสียงปกติ
“ห๊ะ!อะไรนะ!”
“เคนรู้แล้วว่าฉันเป็พญานาค”ชัยยุทธย้ำ
ขิมได้ยินถึงกับกุมขมับมิน่าละเคนถึงดูเข้าใจเขาดีเหลือเกิน
“อีกอย่าง..หลังจากนี้ระวังเทวะนาคราชให้ดีเพราะมันจะต้องมีเื่อะไรเข้ามาอีกแน่”
“เทวะนาคราช??”
ขิมทวนชื่อเพราะมันเป้นชื่อที่คุ้นหูแต่ไม่ได้ทำให้สบายใจ
“ตอนอยู่ริมโขงก็ใช่เขาหรอแล้วทำไมเขาต้องมาคอยจองล้างจองผลาญฉันด้วยล่ะ ไม่เคยไปทำอะไรให้ซะหน่อย”
“เื่มันยาวไว้มีเวลาฉันจะค่อยๆเล่าให้เธอฟัง เพราะเรามีเวลาคุยกันอีกมาก”
“แล้วถ้าฉันกลับกรุงเทพแล้วคุณจะทำยังไงต่อ”
“ฉันก็กลับไปกับเธอนั้นแหละต่อไปนี้ฉันจะไปไหนมาไหนกับเธอตลอด” ชัยยุทธตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูจะสบายๆ
“แต่ฉันว่ามันจะมีปัญหา”ขิมคิดถึงพี่ชายทั้งสองคนของเธอทันที..เพราะงานต้องงอกแน่ๆ
“ขิมเธอรู้จักบริษัท ไฮร่า ไหม” ชัยยุทธถามขึ้น
“ใครจะไม่รู้จักบริษัท ไฮร่า จำกัด (มหาชน) เป็บริษัทที่ผลิต นำเข้า และจัดจำหน่าย เครื่องประดับอัญมณีที่มีสาขามากเป็อันดับต้นๆในประเทศไทยเลยนะ”
“ในโลกของพวกเธอฉันอยู่ในฐานะของ ชัยยุทธ วัชรเดชานนท์ CEO ของบริษัทไฮร่า”
“เป็ไปไม่ได้ไม่เคยมีใครเจอCEOของไฮร่ามาก่อน”
“ที่ไม่มีใครรู้จักหน้าตาที่แท้จริงนั้นเพราะฉันไม่เคยออกงานสังคมเลยและ ต่อให้จำเป็ต้องไปก็จะบริวารไปแทนตลอด”
แต่ก็จริงอย่างที่ชัยยุทธพูดเพราะตลอดระยะเวลากว่าหลายสิบปีไม่เคยมีใครเคยเห็นหน้าของCEOของไฮร่าเลย มีก็แค่ข่าวรื้อว่าคนเก่าเสียส่งต่อตำแหน่งให้ลูกให้หลานต่อมาเรื่อยๆเท่านั้นแต่ไม่ว่าจะผ่านมากี่รุ่นก็จะไม่เคยมีใครเห็นหน้าCEOของไฮร่าเลยจะมีแค่ผู้แทนที่ของสลับสับเปลี่ยนมาร่วมงานแทนเท่านั้น
ถ้าให้เดาก็คงเป็ชัยยุทธนี้แหละที่ถือครองตำแหน่งCEOมาตลอด และที่ไม่เคยออกงานเพราะเกรงว่าทั่วไปจะจับโป๊ะได้ว่าเขาไม่เคยแก่ลงเลยทั้งๆที่อายุก็ไม่น้อยแล้ว
ขิมถึงกับกุมขมับเพราะกลับไปพี่ๆต้องถามเธอแน่ว่ารู้จักกับชัยยุทธได้ยังไง
“สิ่งที่คิดนั้นไม่ต้องเป็ห่วงหรอก”ชัยยุทธพูดขึ้นเพื่อให้เธอคลายกังวล
ไม่ห่วงก็คงยากสำหรับเธอเพราะชัยยุทธในโลกของมนุษย์แบบเธอเป็ถึงCEOบริษัทั์ใหญ่อันดับต้นๆของประเทศ
แต่ถ้าเขาพูดว่าไม่ต้องเป็ห่วงก็คงน่าจะมีแผนรับมืออยู่แล้วก็ได้
“ฉันจะพาแวะที่หนึ่ง” ชัยยุทธพูดขึ้นก่อนที่จะเลี้ยวรถไปอีกทาง
“เราจะไปไหนกัน”ขิมถาม
“ถ้ำหินเล้า”
“หินเล้าเป็สถานที่ท่องเที่ยวที่คนยังไม่ค่อยมากนักแต่เป็ที่ๆสวยที่หนึ่ง ไปถึงเธอก็จะรู้เอง”
“ว้าววววว น้ำสีสวยจัง ใสเขียวเป็มรกตเลย”เสียงเจื้อยแจ๋วแสนตื่นเต้นของขิมทำเอาชัยยุทธอดยิ้มไม่ได้
ถ้ำหินเล้ามีแม่น้ำคลองสีเขียวมรกตกับโขดหินธรรมชาติสวยงามเป็สวนน้ำธรรมชาติมันเหมาะมากับการที่จะให้นักท่องเที่ยวได้ลงเล่นน้ำกัน
“วันนี้คนน้อยจัง”ขิมหันมองก็พบเพียงนักท่องเที่ยวแค่ไม่กี่คนที่เล่นน้ำอยู่
“ปกติคนจะเยอะกว่านี้นิดหน่อย..เดินให้ระวังด้วยทางมันลื่น”
ชัยยุทธพูดขึ้นแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะร่างบางที่อยู่ตรงหน้าลื่นจนเซถลาร่างสูงที่มือไวกว่าก็รีบคว้าตัวไว้ได้แต่ก็ไม่สามารถยึดให้ตัวเองอยู่กับที่ได้จึงทำได้แต่เพียงพลิกตัวให้ร่างบางอยู่้าอกแฃ้วเอาตัวเองเป็ที่รับแรกกระแทกของผิวน้ำ
ตู้ม!!
ชัยยุทธรั้งร่างของขิมที่อยู่ใต้น้ำเข้ามาไว้แน่นก่อนที่จะพาขึ้นสู่ผิวน้ำ
“ว่ายน้ำไม่แข็งทำไมไม่บอก!” ชัยยุทธดุเธอแต่ร่างบางกลับส่งเสียงหัวเราะ
“ก็ยังไม่ตายนี้ฮ่าๆ” ร่างบางพูดพร้อมหัวเราะร่าในอ้อมแขนของชัยยุทธ
“มันน่าปล่อยให้จมซักทีดีไหม”
ร่างสูงขู่ซึ่งเล่นเอาคนตัวเล็กในอ้อมแขนกระขับตัวเข้าหาเข้าแน่นราวกับกลัวว่าเขาจะปล่อยให้เธอจมน้ำจริงๆ
“เื่ซุ่มซ่ามนี้ที่หนึ่งเลยให้ตายเถอะ”
ชัยยุทธได้แต่บ่นแต่สุดท้ายก็โกรธเธอไม่ลงอยู่ดี
“ชอบละสิน้ำเย็นๆ”ชัยยุทธถามขึ้นทั้งๆที่ยังรั้งร่างบางไว้ในอ้อมแขนอยู่
“ช่ายยยยย”
“เกาะดีๆฉันจะพาเข้าที่ตื้นๆหน่อยดีกว่า” ชัยยุทธกระชับวงแขนแน่นขึ้นเล่นเอาสาวเ้าหน้าร้อนผ่าว
พอถึงจุดน้ำตื้นที่ขิมยืนถึงร่างเล็กก็เล่นน้ำอย่างสนุกสนานโดยมีชัยยุทธอยู่ไม่ห่าง
“ไปเล่นตรงนั้นกัน”ขิมพูดพร้อมกับจะพุ่งตัวเคลื่อนที่ออกไปแต่ร่างสูงรั้งเธอให้หันกลับมา
“ตรงนั้นลึกอันตราย”
ร่างบางนั้นถูกพลิกตัวกลับทำให้หันมาชนกับแผ่นอกหนาของคนตรงหน้าพอดีคนตัวเล็กกว่าในอ้อมแขนนั้นก้มหน้าก้มตาด้วยความเขินอายเกินกว่าที่จะกล้าเงยหน้าขึ้นไปมอง
ร่างเล็กๆนั้นสั่นเทาเล็กน้อยยิ่งทำให้คนตัวโตกว่ากระชับวงแขนแน่นขึ้น
“เป็อะไรหนาวแล้วรึ”ชัยยุทธถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยามจะกลั้นขำสุดๆ
“ก็...เปล่าๆ”ขิมตอบ
“หรือว่าเขิน”
“นี้!!”
ขิมแว้ดเสียงขึ้นแล้วเงยหน้าขึ้นมาสบตาชัยยุทธอย่างเอาเื่แต่ก็ต้องใจเขว่เพราะั์ตาคมเข้มของชัยยุทธนั้นจ้องมองเธออยู่แล้ว ั์ตาที่ดูดุดันกับทุกคนแต่ทุกครั้งที่เธอกับเขาสบตากันมันช่างล้ำลึกและมากมายไปด้วยความรู้สึก
ขิมหลบตาสายของชัยยุทธแต่ร่างสูงกับเฉยคางมลขึ้นแกมบังคับให้เธอจ้องมองเพียงเขา
“ว่าอย่างใดแม่คนเก่ง”ชัยยุทธยื่นหน้าเข้าไปใกล้คนตัวเล็กกว่า นั้นยิ่งทำให้เ้าหล่อนหน้าแดงระเรื่อเข้าไปให้ก่อนที่จะตามมาด้วยเสียงหัวเราะของร่างสูงที่สนุกกับการเย้าคนตรงหน้า
ร่างเล็กๆนั้นดิ้นยุกยิกๆพร้อมกับทุบเขาไปด้วยเหมือนระบายอารมณ์ที่ถูกเอาเปรียบ
“ไม่เล่นแล้วน้ำจะกลับบ้านแล้ว” ขิมสบัดหน้าแดงๆหนีแต่ก็ไม่สามารถหลุดรอดพ้นไปจากอ้อมกอดของร่างสูงได้
“ครับๆ”ชุยยุทธขานรับด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี
“พอขึ้นมาแล้วหนาวเหมือนกันแหะแต่ไปถึงก็คงแห้งพอดี”
ขิมบ่นแต่เพียงแค่ชัยยุทธสบัดมือ ร่างของทั้งคู่ก็กลับมาแห้งทันทีเหมือนไม่เคยได้ลงเล่ยน้ำมาก่อน
“โห้..”ขิมอุทานอย่างเหลือเชื่อ เพราะเธอยังไม่ค่อยชินกับความเหนือธรรมชาติของชัยยุทธอยู่ดี
“กลับกันเถอะ”ชัยยุทธเดินเข้ามาจูงมือขิม เพราะกลัวว่าเธอจะหน้าคว่ำลงน้ำไปอีก ซึ่งเ้าหล่อนก็ยอมให้เขาจูงมือเดินแต่โดยดี