หยวนโย่วถิงมองดูเบื้องหน้าด้วยสายตาเลื่อนลอยก้นบึ้งหัวใจปริขาดไม่เป็ชิ้นดีเมื่อหวนนึกถึงครอบครัวอันเป็ที่รักยิ่งใครจะคิดว่าคุณหนูที่เติบโตมาในครอบครัวที่มั่งคั่งร่ำรวยจะตกต่ำถึงขั้นต้องมานอนรอความตายอยู่ในห้องขังแห่งนี้ได้หากไม่ใช่เพราะเลือกแต่งงานผิดคนทั้งหมดนี้จะโทษใครได้นอกจากตนเอง
สามีของนางคือคุณชายตระกลูหลี่ นามว่า หลี่ซ่งอวิ้นผู้ที่หญิงสาวทั่วทั้งแคว้นต่างก็เฝ้าฝันและอยากจะแต่งเป็ภรรยาทว่าเขากลับเลือกแต่งงานกับหญิงสาวที่ครอบครัวทำการค้าหาใช่ครอบครัวขุนนางอย่างที่ควรจะเป็
ความยินดีนี้นำมาสู่หยวนโย่วถิงและครอบครัว ฝ่ายบิดามารดาของหยวนโย่วถิงก็ไม่คาดคิดว่าคุณชายจากตระกูลใหญ่อย่างหลี่ซ่งอวิ้นจะมารักชอบบุตรสาวของตนเองได้เมื่อทางฝั่งชายหนุ่มส่งแม่สื่อมาและได้รับความยินยอมจากบุตรสาวแล้วด้วยนั้นจึงตบปากรับคำอย่างชื่นมื่น
ทว่าเวลาผ่านไปได้เพียงสองปีก็เกิดเหตุการณ์ะเืแผ่นดินขึ้นเมื่อท่านอ๋ององค์หนึ่งได้ทำการฏต่อราชวงศ์เป็ผลให้เกิดการตามล่าสังหารและสืบสวนหาผู้ร่วมขบวนการ
นั่นจึงเป็จุดเริ่มต้นหายนะของหยวนโย่วถิงและครอบครัวเมื่อสามีของนางคือหนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิด
ใช้เวลาเพียงไม่นานตระกูลหลี่ที่เป็ตระกูลใหญ่ก็ได้ล่มสลายลงตระกูลหยวนของนางได้รับข้อหาให้เงินสนับสนุนเลี้ยงดูกองกำลังทว่าสิ่งที่พวกเขากล่าวหานั้นกลับมิใช่ความจริง
ท่านพ่อถูกหลอกเช่นกันเพราะหลี่ซ่งอวิ้นบอกว่า้าจะสร้างแหล่งการค้าที่ยิ่งใหญ่ดังนั้นจึงขอให้ท่านพ่อร่วมลงทุนและยังใช้นางเป็ตัวหลอกล่อให้ท่านพ่อตกลงโดยบอกว่าผลประโยชน์ในอนาคตทั้งหมดจะเป็ของนางและลูก
ชายผู้รักบุตรสาวเช่นท่านพ่อมีหรือจะไม่ตอบตกลง ถ้อยคำเหล่านี้นางได้ยินมากับหูก่อนที่จะแยกกับท่านพ่อฉับพลันใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าสลดร่างกายสั่นระริกความเจ็บจากาแที่ถูกทรมานยังไม่ได้เศษเสี้ยวของหัวใจที่บอบช้ำ
เื่นี้ท่านพ่อไม่ผิดเลยเขาเพียง้าทำเพื่อนางหากรู้ว่าเงินที่มอบให้หลี่ซ่งอวิ้นจะเอาไปทำในสิ่งที่ผิดกฎหมายเช่นนั้นจะยังกล้าให้ได้อีกได้อย่างไร นางอยากจะแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดเหล่านี้ทว่าตัวเองยังเอาไม่รอดแล้วจะแก้มลทินนี้ให้ท่านพ่อกับตระกูลได้อย่างไร
“ฮึก์ท่านก็รู้ว่าข้าเป็เช่นไรครอบครัวเป็เช่นไรได้โปรดให้ความยุติธรรมแก่พวกเราด้วย”เสียงพึมพำกับหยดน้ำตาที่ไหลรินไม่ขาดสายและเหมือน์จะยังเมตตานางอยู่บ้าง
และดูเหมือนว่า์จะได้ยินเสียงอ้อนวอนของนาง
หลังจากนั้นไม่กี่วันทางการก็ประกาศว่าตระกูลหยวนถูกใส่ร้ายและเป็เหยื่อในคดีนี้จากการตรวจสอบที่ผิดพลาดของใต้เท้าคนก่อนทำให้บัดนี้พ้นจากข้อกล่าวหาทุกประการและจะให้การเยียวยาแก่ตระกูลหยวน
ยามที่ได้ยินข่าวดีนี้จากผู้คุมที่มีน้ำใจคนหนึ่งเอามาเล่าให้ฟังแววตาพลันกระจ่างใสขึ้นมาทันทีแม้จะรู้ว่าอย่างไรตนเองก็ไม่มีทางรอดพ้นจากความตายแต่ถึงกระนั้นครอบครัวของนางก็ได้รับความเป็ธรรมเป็ผู้บริสุทธิ์
“ท่านผู้คุมผู้นี้พอจะบอกข้าน้อยได้หรือไม่ว่าเหตุใดจึงได้มีการสอบสวนใหม่”
“ก็เพราะคุณชายสกุลเข่อส่งหนังสือร้องเรียนไปน่ะสิว่าเื่นี้มีบางอย่างผิดปกติจึงอยากให้ตรวจสอบใหม่”
“คุณชายเข่อหรือ?”นางรู้ว่าคนผู้นี้เป็ใครแต่แปลกใจที่เหตุใดเขาถึงได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือทั้งๆ ที่สองครอบครัวไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมกันสักนิด
“เอาล่ะๆ ไหนๆครอบครัวของเ้าก็พ้นมลทินแล้วจากนี้ต่อไปก็คงจะหมดห่วงแล้วสินะหากเกิดมาชาติหน้าก็ให้เลือกสามีที่มันดีๆ หน่อยจะได้ไม่เป็เหมือนชาตินี้”ผู้คุมเห็นดวงตาของหญิงสาวเบื้องหน้าก็รู้สึกสงสารอายุน้อยเพียงนี้ก็ต้องมาลาจากโลกไปเสียแล้ว
“เ้าค่ะข้าน้อยจะจดจำเอาไว้” หยวนโย่วถิงตอบกลับด้วยรอยยิ้มคำพูดนี้ของผู้คุมนางจะต้องสลักไว้ในหัวใจแม้เกิดใหม่ก็อย่าได้ลืมเลือน
ถึงวันที่นักโทษเข้าสู่แท่นปะาแม้จะไร้เรี่ยวแรงอย่างไรหยวนโย่วถิงก็ยังต้องฝืนเดินครั้นถึงแท่นปะามีชาวบ้านจำนวนมากต่างก็มาเฝ้าดูการปะานี้นางได้เห็นใบหน้าของหลี่ซ่งอวิ้นเพียงแวบเดียวก็คร้านจะมองอีกสายตาเลื่อนผ่านผู้คนก็พบเข้ากับท่านพ่อท่านแม่ที่ยืนร้องไห้ปานจะขาดใจอยู่ตรงนั้น
เมื่อเห็นสีหน้าระทมทุกข์ของทั้งสองท่านไหนเลยจะกักเก็บน้ำตาไว้ได้อีกแต่ไม่มีเวลาให้นางคร่ำครวญเสียใจมากนักร่างกายที่ผ่ายผอบจนแทบจะเหลือแต่กระดูกถูกผลักไปสู่เครื่องตัดศีรษะนางเตรียมใจมาแล้วทว่าหยาดน้ำตาก็ยังไม่หยุดไหลครั้นอยากมองท่านพ่อท่านแม่อีกสักครั้งเพื่อเป็การบอกลากลับได้พบกับผู้มีพระคุณคนนั้นเข้า
หยวนโย่วถิงชะงักไปวูบหนึ่ง
“ขอบคุณ” ริมฝีปากขยับเพียงเล็กน้อยพร้อมกับรอยยิ้มบางๆหันไปทางคนผู้นั้นก่อนจะก้าวเข้าสู่โลกแห่งความมืดมิดไปตลอดกาล
หากชาติหน้ามีจริงก็ขอให้ข้าได้ตอบแทนพระคุณของท่านด้วยเถิด
...
“คุณหนู! ตื่นได้แล้วเ้าค่ะไม่เช่นนั้นฮูหยินจะโกรธเอานะเ้าคะ”น้ำเสียงเจื้อยแจ้วของเด็กสาวผู้หนึ่งดังขึ้น หยวนโย่วถิงที่ยังคงอยู่ในภวังค์ความฝันไหนเลยจะตอบกลับได้แต่ยิ้มอย่างเอ็นดูแม้แต่ในความฝันอาลี่ก็ยังปลุกนางด้วยหรือนี่
“เหตุใดนอนยิ้มเช่นนี้เ้าคะ! ฮูหยินให้คนมาตามท่านหลายรอบแล้วนะหากยังไม่ยอมตื่นดีๆอย่าหาว่าบ่าวใจร้าย”
อาลี่เป็นสาวใช้คนสนิทของนางอยู่ด้วยกันมาั้แ่อายุห้าขวบกระทั่งติดตามไปพร้อมกับขบวนงานแต่งทว่าสาวใช้คนสนิทกลับมีจุดจบที่น่าสงสารนักได้ยินว่าแม้แต่ที่ฝังศพก็ยังไม่มีแล้วจะไม่ให้รู้สึกปวดใจได้อย่างไร
ขอโทษจริงๆ ที่ไม่สามารถช่วยเ้าได้นะอาลี่ ความโศกเศร้าพลันบังเกิดขึ้นในหัวใจแต่จู่ๆก็รู้สึกจักจี้ที่ข้างเอวขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“นี่แน่ะๆ หากท่านไม่ยอมตื่นดีๆ ก็จะถูกทำเช่นนี้”อาลี่สาวใช้ตัวน้อยของหยวนโยว่ถิงใช้กำลังในการปลุกเ้านายโดยการจักจี้ไปที่เอวสองข้าง
“ฮะฮ่าๆ เดี๋ยว ฮะฮ่าๆ หยุดก่อน”พริบตานั้นหยวนโย่วถิงจึงได้ลืมตาขึ้นพร้อมกับมองเห็นบรรยากาศและสิ่งของที่คุ้นเคย
“ท่านจะยอมตื่นหรือไม่”
หลังจากใคร่ครวญสักครู่ก็ถึงได้รู้ว่าที่นี่เป็ห้องนอนของตนเองยามที่ยังอยู่ตระกูลหยวน
“ตื่นแล้วๆ หยิบกระจกให้ข้าหน่อย” แม้จะแน่ใจนักแต่ก็ยังไม่อยากจะเชื่ออยู่ดี
อาลี่แม้จะไม่เข้าใจแต่เมื่อเห็นว่าคุณหนูยอมตื่นแล้วจึงเดินไปหยิบกระจกมาให้โดยง่าย
พอรับกระจกจากอาลี่ก็รีบส่องดูทันทีเบื้องหน้าปรากฏภาพดวงหน้าเล็กงดงามของดรุณีน้อยผู้หนึ่งนั่นคือนางในวัยสิบสี่สิบห้าปีมิใช่หรือเมื่อลองกัดปากดูก็รู้สึกเจ็บจึงทำให้รู้ว่านี่คือเื่จริง
เหตุใดจึงเป็เช่นนี้หรือว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดจะเป็เพียงแค่ความฝัน
แม้จะยังใแต่ความรู้สึกยินดีกลับฉายชัดในดวงตากลมโตไปเสียแล้ว
“ฮะฮ่าๆ ข้ากลับมาแล้ว!”เสียงหัวเราะเบิกบานของหญิงสาวดังไปทั่วเรือน
“คุณหนูท่านกลับมาอะไรเ้าคะท่านยังไม่ได้ไปไหนเลยนะ”อาลี่ไม่เข้าใจคุณหนูของนางเพิ่งจะตื่นยังไม่ทันได้ออกไปไหนแล้วจะบอกว่ากลับมาได้อย่างไร
เห็นใบหน้ามึนงงของอาลี่หยวนโย่วถิงก็รู้สึกมีความสุขอย่างมิอาจควบคุมได้โผเข้ากอดอีกฝ่ายไว้แน่นความเศร้าโศกที่ได้รับจากฝันหนึ่งตื่นมันช่างทรมานยิ่งนักนางไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก
ต่อไปนางจะเป็คนปกป้องครอบครัวให้อยู่รอดปลอดภัยเอง
แต่ก็ยังอดความสงสัยไม่ได้ว่าสิ่งที่พบเจอมานั้นเป็ความฝันหรือนางได้ย้อนกลับมาจริงๆแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังได้รู้เื่ราวที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเช่นนั้นก็ย่อมเป็เื่ดีมิใช่หรือหากไม่พาตนเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนั้นก็ย่อมที่จะสามารถหลีกเลี่ยงปัญหาได้
“คะ คะคุณหนูบ่าวหายใจไม่ออกท่านกอดแน่นไปแล้วนะเ้าคะ”อาลี่ที่หายใจไม่ออกรีบบอกคุณหนูทั้งใช้มือสะกิดเบาๆเพื่อให้อีกฝ่ายรู้สึกตัวเสียที
“โอ้... ขอโทษพอดีข้าฝันร้ายน่ะตื่นมาก็เลยใ”หยวนโย่วถิงรีบคลายอ้อมกอดทันทีขยับออกมาเล็กน้อยมองใบหน้าของสาวใช้อย่างเต็มตาก็ยิ่งรู้สึกยินดีจนอยากจะะโโลดเต้น
“ฝันร้ายหรือเ้าคะมันก็แค่ความฝันท่านอย่าเก็บเอามาคิดมากเลยบ่าวจะช่วยท่านแต่งตัวนะเ้าคะ”คุณหนูของนางใเพราะฝันร้ายช่างเป็เื่ที่น่าเป็ห่วงจริงๆเพราะไม่รู้ว่าเป็ฝันร้ายแบบไหนคุณหนูถึงตัวสั่นเช่นนี้
“อื้อ”หยวนโย่วถิงตอบรับอย่างว่าง่ายพลันนั้นก็นึกถึงเื่หนึ่งขึ้นมาได้“อาลี่เ้ารู้จักคุณชายเข่อหรือไม่?”
“คุณชายเข่อ? ก็บุรุษที่ใส่หน้ากากเงินผู้นั้นอย่างไรเ้าคะคุณหนูถามถึงทำไมหรือว่า...ที่ท่านบอกว่าฝันร้ายเป็เพราะฝันถึงเขา” อาลี่ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง พลันนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานคุณหนูออกไปพบกับสหายตามปกติทว่าตอนกลับเห็นคนผู้นั้นที่กำลังขี่ม้าผ่านหน้าไปเพียงแวบเดียวก็เก็บมาฝันแล้วหรือ
“ใช่ข้าฝันถึงเขา” หยวนโย่วถิงพยักหน้าเบาๆ ผู้มีพระคุณคนนั้นนางจะต้องหาวิธีตอบแทนให้ได้แต่นางไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเขาเลยน่ะสิอยากทำความรู้จักกับเขาจัง
“ไม่เป็ไรนะเ้าคะเดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง” อาลี่เอื้อมมากุมมือหยวนโย่วถิงพลางเอ่ยปลอบประโลมด้วยความรู้สึกสงสารคุณหนูของนางขวัญอ่อนจริงๆเห็นเพียงแวบเดียวก็ใถึงเพียงนี้แล้ว
“อาลี่เ้าบอกอาชิวไปหาข้อมูลเกี่ยวกับคุณชายเข่อมาให้ข้าหน่อยสิ หามาให้เยอะๆเลยนะเร่งมือหน่อยข้าอยากได้เร็วๆ” รู้จักแค่เพียงชื่อแล้วจะเข้าหาเขาได้อย่างไรดังนั้นจึงต้องให้คนไปสืบ
“คุณหนูจะเอาไปทำอะไรหรือเ้าคะ?”อาลี่มองด้วยสายตาไม่เข้าใจบุรุษผู้นั้นมีแต่คนจะวิ่งหนีเหตุใดคุณหนูจึงทำท่าสนใจถึงเพียงนี้ด้วยล่ะ
“จิ๊ ข้าให้หาก็ไปหามาเถอะน่าอีกอย่างใครว่าเขาน่ากลัวเ้าอย่าได้ตัดสินคนที่ภายนอกไม่เช่นนั้นจะเสียใจภายหลัง”คำพูดนี้คล้ายว่าจะพูดกับสาวใช้ทว่านางกลับพูดให้ตนเองหากวันนั้นไม่หลงระเริงไปกับรูปลักษณ์ภายนอกมีหรือที่จะทุกข์ทรมานราวกับตายทั้งเป็
“เ้าค่ะบ่าวจะบอกอาชิวให้ ท่านรีบแต่งตัวเถิดฮูหยินรอนานแล้วนะเ้าคะ”วันนี้คุณหนูของนางมาแปลกจริงๆ หรือว่าจะถูกฝันร้ายทำให้สติเลอะเลือนกันนะ