เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 บทที่ 59 เจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่

            ทั้งสองคนเดินไปตามถนนเป็นเวลาครึ่งชั่วยามโดยที่ฝูเอ๋อร์หอบสิ่งของต่างๆ จนเต็มมือ

            “คุณหนู พวกเราควรกลับหรือไม่เจ้าคะ? หากกลับช้าเหลาเหยี่ยจะต้องโมโหอีกแน่เลยเจ้าค่ะ”

            “เข้าใจแล้ว”

            ทันใดนั้นฝูงชนก็กรูกันไปยังทิศทางหนึ่งราวกับเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ไม่ปาน

            ไป๋เซี่ยเหอไม่สนใจเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับตนเองมาแต่ไหนแต่ไรทว่าต้องยอมแพ้ต่อฝูเอ๋อร์ที่มีท่าทีกระตือรือร้นอยู่ข้างกาย

            ยังไม่ทันที่ไป๋เซี่ยเหอจะเอ่ยปากฝูเอ๋อร์ก็ตั้งท่าจะวิ่งไปยังจุดที่ฝูงชนอยู่เสียแล้ว“คุณหนู เราเองก็ไปดูกันเถิดเจ้าค่ะ”

            ไป๋เซี่ยเหอมองตามเงาร่างที่ห่างไกลออกไปเรื่อยๆของฝูเอ๋อร์ นางจึงต้องตามไปอย่างเสียมิได้ ในใจก็นึกชื่นชม

            นี่ต่างหากที่เป็นท่าทีของเด็กอายุสิบกว่าปีอย่างแท้จริง

            “ท่านหมอได้โปรดเมตตาด้วยเถิดขอรับช่วยแม่ของข้าด้วย”

            “ได้โปรด ได้โปรด”

            เด็กหนุ่มคนหนึ่งคุกเข่าอยู่หน้าร้านขายยาโขกศีรษะอย่างหนักหน่วง พลางส่งเสียงอู้อี้ออกมา

            ไม่ทราบว่าเขาโขกศีรษะไปกี่คราหรือคุกเข่าให้กี่คนแล้วหน้าผากของเขามีเลือดที่แห้งกรังจนจับตัวเป็นสะเก็ดอยู่หนาเตอะ ส่วนกางเกงก็ย้อมไปด้วยเลือด

            ผู้คนล้อมรอบเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นวงกลมบ้างก็ส่ายศีรษะทอดถอนใจ บ้างก็ก้มหน้าซุบซิบ ทว่าไม่มีสักคนที่รุดหน้าออกไปช่วยเหลือเลย

            ไม่มีใครอยากหาความยุ่งยากให้ตนเอง

            ผู้เฒ่าที่ถูกโขกศีรษะให้ยกมือขึ้นลูบเคราก่อนจะเอ่ยด้วยสีหน้าลำบากใจ “เด็กหนุ่มเอ๋ย ไม่ใช่ว่าชายชราไม่อยากช่วยชีวิตคนความจริงแล้วชายชราก็ไม่อยากทำให้ใครขุ่นเคืองเหมือนกัน”

            “ทำให้ใครขุ่นเคืองหรือเจ้าคะ?” ฝูเอ๋อร์ถามด้วยความสงสัย

            สตรีนางหนึ่งที่อยู่ด้านข้างรีบเข้ามาร่วมวงทันทีนางกล่าวว่า “เดิมทีเด็กหนุ่มผู้นี้เป็นคนของจวนสกุลฉิน ไม่รู้ว่าทำอะไรถึงถูกขับไล่ออกมาจวนสกุลฉินยังบอกอีกว่าหากผู้ใดช่วยเขาเท่ากับต่อต้านจวนสกุลฉิน”

            บรรดาหมอตามร้านขายยาล้วนแล้วแต่เป็นคนธรรมดาทั้งนั้นจะกล้าทำให้จวนสกุลฉินขุ่นเคืองได้อย่างไร?

            ยิ่งไปกว่านั้นจะให้พวกเขาเอาตัวเข้าไปเสี่ยงเพื่อคนแปลกหน้าเช่นนี้อีก

            “เช่นนั้นก็น่าสงสารเกินไปแล้ว”

            “ก็ใช่น่ะสิแม่ของเขาป่วยมานานกว่าครึ่งเดือนแล้วเขาขอร้องผู้คนมาครึ่งเดือนกว่าแล้วเหมือนกัน แต่หมอทุกคนที่กล้าไปรักษานั้นได้ยินว่าใกล้จะไม่ไหวแล้วเช่นกัน”

            “อา”

            ใบหน้าของฝูเอ๋อร์ดูราวกับมีคำว่าน่าสงสารเขียนเอาไว้ทว่านางเองก็เป็นเพียงสาวใช้ตัวน้อยนางหนึ่งเท่านั้น จะทำอะไรได้เล่า?

            “ข้าจะช่วยเจ้ารักษาคน”

            น้ำเสียงไพเราะดังเข้าหูของทุกคน

            เดิมทีไป๋เซี่ยเหอเพียงหลับตาพิงกำแพงรอให้ฝูเอ๋อร์ดูความครึกครื้นจบเท่านั้นทว่าหลังจากได้ยินคำว่าจวนสกุลฉิน นางก็ลืมตาขึ้น ราวกับพบเจอคนที่คุ้นเคย

            ฝูงชนหลีกทางอย่างเงียบงันสายตาของทุกคนตรึงอยู่บนร่างของไป๋เซี่ยเหอ

            นางสวมชุดกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อนปกเสื้อและกระบอกเสื้อเป็นขนปุยสั้นสีขาว ช่วยขับผิวพรรณขาวผ่องของนางแววตาสุกใสคู่หนึ่งราวกับมีอาคมที่สูบวิญญาณของผู้คนเข้าไปในนั้นได้มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ดูมีเสน่ห์โดยกำเนิด

            นางเปรียบเสมือนปีศาจล่อลวงผู้คนทว่ากลับไม่ดูเหมือนกำลังล่อลวงผู้คนแม้แต่น้อย

            “แม่นางน้อยเจ้าอายุยังน้อย เหตุใดถึงคิดไม่ได้เช่นนี้?”

            “ถูกต้อง เจ้ากำลังจะทำให้จวนสกุลฉินขุ่นเคืองเชียวนะพวกเขาย่อมไม่ปล่อยเจ้าไปแน่”

            “เจ้าอายุน้อยปานนี้จะรักษาคนได้หรือ?เจ้าคงไม่ใช่คนของจวนสกุลฉินที่จงใจแสดงตัวเช่นนี้เพื่อฆ่าคนหรอกกระมัง!”

            ไป๋เซี่ยเหอเดินเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มผู้นั้นทีละก้าวโดยไม่ชายตามองทางอื่นเลยแววตาของนางดูกระจ่างใส ส่วนหลังก็ยืดตรง เมื่อเดินไปถึง นางเพียงเอ่ยอย่างเฉยเมยเท่านั้น“เจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่?”

            เด็กชายเงยหน้าขึ้นปล่อยให้เลือดสดๆบนหน้าผากไหลเข้าตา ท่ามกลางแสงสีแดงของเลือดนั้น สตรีที่อยู่ตรงหน้าดูราวกับเทพธิดาที่เปล่งแสงรัศมีจุติลงมาก็ไม่ปาน

            เขาคิดว่าตนเองจะไม่มีวันลืมเลือนภาพตรงหน้านี้ไปชั่วชีวิตตราบจนเป็นเถ้าธุลี

            “ข้าเชื่อใจท่านขอรับ”

            “เฮ้อไม่ฟังคำผู้เฒ่าผู้แก่ก็มักจะพบเจอกับความสูญเสีย”

            เด็กสาวที่งดงามปานนี้น่าเสียดายที่หยิ่งผยองเกินไป

            “ก็ไม่แน่หรอกนางรู้ทั้งรู้ว่าการทำเช่นนี้ถือเป็นการต่อต้านจวนสกุลฉินก็ยังกล้าช่วยเหลือ ไม่แน่ว่าคงเตรียมพร้อมไว้แล้วกระมัง?”

            ไปเซี่ยเหอเดินออกมาทำให้เสียงสนทนาเบื้องหลังค่อยๆ ห่างไกลออกไป

            ฝูเอ๋อร์เดินตามหลังไป๋เซี่ยเหออย่างทำอะไรไม่ถูกหากไม่ใช่เพราะนางเข้ามาร่วมวงชมความครึกครื้น คุณหนูคงไม่ต้องมาเดือดร้อนกับเรื่องเช่นนี้หากทำให้สกุลฉินขุ่นเคืองจนเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ จะทำอย่างไร?

            “คุณหนู เราต้องช่วยเหลือเขาจริงๆหรือเจ้าคะ?”

            แม้จะรู้ว่าการถามต่อหน้าเจ้าตัวเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องดีนักทว่าเกรงว่าหากนางไม่ถามก็คงจะไม่มีโอกาสแล้ว!

            ชายหนุ่มที่เดินนำหน้าชะงักฝีเท้าทันทีเขาเงียบไปไม่กี่อึดใจก็หันมาคำนับไป๋เซี่ยเหอ “เซี่ยถิงขอบคุณแม่นางที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือจากสถานการณ์อันน่าอับอายแต่จวนสกุลฉินไม่เหมาะที่จะยั่วยุจริงๆ แม่นางรีบจากไปเสียจะดีกว่าขอรับ”

            เซี่ยถิงไม่อาจปิดบังความผิดหวังในแววตาของตนเองได้

            ดวงตาของเขาเป็นประกายตอนที่ไป๋เซี่ยเหอบอกว่าจะช่วยรักษาเห็นได้ชัดว่าเป็นคนที่กตัญญูรู้คุณจริงๆ

            หากพูดอย่างไม่น่าฟังก็คือ

            ผู้ที่มีจุดอ่อนนั้นควบคุมได้ง่ายที่สุด!

            “ไม่เหมาะที่จะยั่วยุหรือ?”

            ไป๋เซี่ยเหอพึมพำ จากนั้นก็แลบลิ้นเล็กนุ่มสีชมพูออกมาเลียมุมปากอย่างแผ่วเบา“แต่ข้าดันอยากยั่วยุเสียหน่อย”

            “นี่...”

            เซี่ยถิงลำบากใจเล็กน้อยด้านหนึ่งเป็นมารดาที่เจ็บป่วยจนไม่อาจรอได้อีกแล้ว อีกด้านก็ไม่ต้องการให้เด็กสาวที่มีเมตตาเช่นนี้ถูกจวนสกุลฉินมองเป็นศัตรู

            “ข้าไม่กลัว แล้วเจ้าจะกลัวอะไร? ยังไม่รีบนำไปอีก”

            แววตาของเซี่ยถิงค่อยๆแน่วแน่ขึ้น เขาคุกเข่าลงตรงหน้าของไป๋เซี่ยเหออย่างหนักหน่วง จากนั้นก็พูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังนักทว่ากลับหนักแน่นดุจเขาไท่ซานก็ไม่ปาน

            “เซี่ยถิงขอบคุณสำหรับบุญคุณอันยิ่งใหญ่ของแม่นางแทนแม่ของข้าด้วยขอรับวันหน้าหากแม่นางต้องการสิ่งใด เซี่ยถิงจะบุกน้ำลุยไฟโดยไม่ย่อท้อขอรับ”

            หลังจากโขกศีรษะอย่างหนักหน่วงเขาก็ลุกขึ้นเดินต่อ หางตาเป็นประกายด้วยแสงสีเงินโดยที่ไม่มีใครเห็น

            เดินไม่ถึงครึ่งชั่วยามก็ใกล้มาถึงที่หมาย

            ระหว่างทางต้องเดินผ่านตรอกซอกซอยอันคดเคี้ยวที่มีกำแพงสีกระดำกระด่างทั้งยังมีกลิ่นเหม็นอับโชยมาเต็มโพรงจมูก

            “ฮัดชิ้ว!”

            ฝูเอ๋อร์จามออกมา นางถูจมูกอย่างอดไม่ได้เมื่อเห็นสีหน้าคุณหนูของตนไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย นางก็รู้สึกนับถือเต็มหัวใจ

            ทว่าความจริงแล้วผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกลิ่นมากที่สุดคือไป๋เซี่ยเหอ

            นางเป็นครึ่งคนครึ่งจิ้งจอกแม้ว่าจะอยู่ในร่างมนุษย์ ทว่าความรู้สึกอันฉับไวของสัตว์ไม่ได้อันตรธานหายไป สำหรับนางแล้วกลิ่นเหม็นโฉ่นี้ยิ่งเหม็นขึ้นกว่าเดิมสามเท่า

            เซี่ยถิงถูมือด้วยความรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำทันที

            “อีกประเดี๋ยวจะถึงแล้วขอรับ”

            เขาพูดไม่ผิดหลังเลี้ยวผ่านมุมนี้ไป เดินไปสุดซอยก็จะถึงแล้ว

            บานประตูไม้ซอมซ่อส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดบาดหูยามเปิด ราวกับหากออกแรงมากกว่านี้อีกนิดบานประตูจะล้มลงกลายเป็นซากไม้อย่างไรอย่างนั้น

            ทว่าด้านในแตกต่างจากกลิ่นเหม็นอับที่ด้านนอกนัก

            แม้เรือนหลังนี้จะเล็กทว่าจัดเก็บอย่างสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบเรียบร้อย ภายในเรือนมีสิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นเครื่องเรือนเพียงอย่างเดียวเท่านั้นนั่นคือ โต๊ะสี่เหลี่ยมตัวหนึ่ง ซึ่งมีชุดน้ำชาราคาถูกชุดหนึ่งวางอยู่ด้านบน

            เซี่ยถิงเห็นไป๋เซี่ยเหอมองชุดน้ำชาก็รีบอธิบายอย่างเขินอาย“นั่นคือสิ่งที่ท่านแม่รักมากที่สุดขอรับ ในอดีตแม่ของข้าเป็นบุตรสาวจากตระกูลสูงศักดิ์จึงได้เรียนรู้ศิลปะการชงชามาขอรับ”

            “เหตุใดบุตรสาวจากตระกูลสูงศักดิ์ถึงมาอาศัยอยู่ที่นี่ได้?” ฝูเอ๋อร์ปากไว นางโพล่งถามออกมาอย่างอดไม่อยู่

            “ล้วนเป็นเพราะข้า”

            แววตาของเซี่ยถิงมีอารมณ์ความรู้สึกที่ผสมปนเปกันทั้งเจ็บปวด ขุ่นเคือง และเกลียดชัง

            ไม่ได้มีเพียงความเสียใจเท่านั้น!

            ไป๋เซี่ยเหอเดินหน้าไปสองสามก้าวนางลากนิ้วผ่านโต๊ะที่สะอาดไร้ฝุ่นอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ“เป็นเพราะจวนสกุลฉินกระมัง?”

            ------------------------

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801