นทีถอยหลังช้าๆไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัวงูตัวนั้นเหมือนจะตั้งหน้าตั้งตากินศพลูกตัวเองจึงทำให้ไม่รู้ว่าเขากำลังจะหนีออกไปเขาค่อยๆหันหลังให้แล้วเลื้อยอย่างเชื่องช้า
ขอทีเถอะอย่าได้ซวยเพิ่มเลย..แต่เหมือนดวงของเขาในวันนี้จะแย่เสียเหลือเกินเขาดันบังเอิญไปชนหินก้อนเล็กที่อยู่หน้าปากถ้ำจนมันหล่นลงไปเสียงหินกระทบกันไม่ดังมากนักแต่ถึงอย่างนั้นนทีก็รู้สึกได้ถึงอันตรายที่อยู่ด้านหลังตัวเขา
ครืด..
เสียงเกล็ดและลำตัวอันใหญ่ั์ครูดกับพื้นจนเกิดเสียงน่าขนลุกขึ้นมาเขาหันไปมองข้างหลังพร้อมกับหัวใจที่ตกไปอยู่ตาตุ่มภาพที่เขาคิดคืองูตัวนั้นกำลังเคี้ยวลูกของตัวเองให้เขาดูพร้อมกับเืที่สาดกระจาย
แต่ในความเป็จริงแล้วมันแค่คาบลูกงูไว้ในปากเท่านั้นมันคายศพลูกงูที่ตายแล้วลงในหลุมข้างเขา ก่อนจะหันมาเอ่ยกับเขาด้วยดวงตาใสซื่อ
“จะมาช่วยข้าไหม”นทีนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง นี่มันไม่ได้กินลูกตัวเอง? วางศพไว้ในหลุม?จะฝังลูกตัวเองที่ตายงั้นหรือ? เขารู้สึกปวดหัวนิดหน่อยก่อนจะระลึกได้ว่าในโลกนี้มันประหลาดั้แ่ที่เสือตัวนั้นบินได้แล้วจริงๆมันก็แปลกั้แ่งูพูดได้แล้วล่ะ..
แม่งูเห็นลูกงูที่เหลือรอดเพียงตัวเดียวของตนเองทำท่าเหม่อลอยก็หันหลังให้ก่อนจะก้มลงคาบศพลูกของตัวเองไปวางไว้ในหลุมต่อถึงจะดูประหลาดไปหน่อยแต่ยังไงงูก็เป็งูอยู่วันยังค่ำมันหันไปฉกหนูตัวเล็กๆตัวหนึ่งที่วิ่งออกมาตามสัญชาตญาณนักล่า
นทีเหม่อมองไปที่หนูตัวนั้นเขาเหมือนได้ยินเสียงท้องร้องของตัวเองเขาเองก็ได้กินแค่ปลาตัวเล็กครึ่งตัวเท่านั้นจะหิวก็ไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่นักแต่เขาที่เคยเป็มนุษย์ต้องมากินอะไรแบบนี้มันก็ค่อนข้างจะ.. เอาเถอะกินเพื่ออยู่
เขาเงยหน้ามองแม่งูด้วยสายตาออดอ้อนมันชะงักไปก่อนจะก้มมองลูกตัวเองด้วยสายตางุนงง ก่อนที่มันจะเข้าใจว่าเขา้าสื่ออะไรจึงใช้หางเขี่ยหนูตัวนั้นมาให้
นทีค่อยๆอ้าปากงับหนูเข้าไปขนาดตัวของมันไม่ใหญ่มากนักแต่ถึงอย่างงั้นก็ยังคงเป็จำนวนที่เยอะสำหรับลูกงูพึ่งเกิดอย่างเขาเมื่อกลืนเข้าไปทั้งตัวแล้วเขาก็นอนแผ่อย่างอิ่มเอม
เขานอนมองแม่งูทยอยคาบลูกและซากไข่ใส่ไว้ในหลุมก่อนจะลากร่างของตัวผู้ลงไปในหลุมด้วยเช่นกันมันอ้าปากก่อนจะมีเปลวไฟพุ่งออกมา นทีสะดุ้งสุดตัว งูพ่นไฟหรือนี่จะเป็ัไม่มีปีก
ในหัวเขาพยายามนิยามชื่อที่เหมาะกับงูตัวนี้แต่ไม่ว่าเขาจะคิดเท่าไหร่ก็หาคำที่เหมาะสมไม่ได้นทีจ้องมองเปลวไฟสีฟ้าที่ค่อยๆลามเลียซากศพและไข่ทั้งหมดด้วยความตกตะลึงเขารีบเงยหน้าขึ้นไปมองแม่งูทันที
“เ้าเองก็ทำได้เช่นกัน”มันเอ่ยตอบโดยที่ไม่ละสายตาออกจากกองไฟนั้น งูตัวน้อยได้ยินดังนั้นก็ตาโตขึ้นมาก่อนจะพยายามอ้าปากเพื่อพ่นไฟสีฟ้าออกมาบ้าง แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาหันไปมองมันอีกครั้งด้วยความสงสัย
แม่งูหันมามองเขาด้วยสายตาประหลาดใจก่อนจะตั้งท่าก่อนพ่นไฟให้เขาดูอีกครั้ง มันอ้าปากกว้างก่อนจะเกร็งลำคอเปลวไฟสีฟ้าพุ่งออกมาทันทีนทีพยายามทำตามอย่างทุลักทุเลก่อนที่จะมีบางอย่างออกมาจากลำคอเขา เศษลูกไฟสีฟ้าดวงเล็กๆหล่นลงพื้นแล้วมอดดับไปอย่างรวดเร็ว
นทีมองเศษลูกไฟนั้นด้วยสายตาเดียวกับที่มองเพื่อนของเขาเวลาทำอะไรแปลกๆสาบานกับเขาสิว่าไม่มีคนอยู่เื้ัเื่ราวทั้งหมดที่เขาต้องเจอ สาบานสิว่าจริงๆแล้วไม่ได้มีคนแกล้งเขาอยู่
งูั์ตัวนั้นก้มลงมามองลูกตัวน้อยของตัวเองด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์ก่อนจะส่ายหัวไปมาเมื่อไม่พบอะไรผิดปกติ
“อย่าผิดหวังไปเลยมันก็มีเผ่าเฉอหลงบางตัวที่พ่นไฟไม่ได้อยู่เหมือนกัน”นทีหันไปมองลำตัวสีขาวของเขาด้วยสายตาเ็า โชคดีจริงๆที่ได้เป็ส่วนน้อยในเผ่าพันธุ์ของตัวเองช่างน่าภูมิใจอะไรอย่างนี้
งูตัวน้อยถอนหายใจออกมาอย่างท้อแท้จู่ๆก็มีเสียงเล็กแหลมดังขึ้นข้างหูนทีสะดุ้งตัวโยนรีบหันมองแหล่งที่มาของเสียงนั้น
“ข้าอยู่ตรงนี้”นทีหันไปมองหาเ้าของเสียงทางด้านซ้าย
“ไม่ๆตรงนี้” เขาหันไปด้านขวา
“ตรงนี้ข้างหลังเ้า” เขาหันกลับไปมองข้างหลัง
“ไม่ข้าหมายถึง.. ขวาหน่อย”นทีเริ่มจะหงุดหงิดกับเสียงที่กำลังสั่งให้เขาหมุนไปหมุนมาเช่นนี้ อย่าให้เจอนะเขาสาบานว่าจะขอกัดให้ตัวขาดครึ่งไปเลย
งูน้อยหันไปทางด้านขวาของตัวเองก่อนจะพบกับก้อนแสงสีทองดูแล้วคล้ายกับหิ่งห้อยตัวใหญ่ นทีอ้าปากงับก้อนแสงเข้าไปทันที
“เห้ย! เ้าจะทำแบบนี้กับข้าไม่ได้!ข้าเป็ผู้พิทักษ์ของเ้านะ เ้ากินข้าไม่ได้!”นทีได้ยินเสียงอู้อี้ดังมาจากในปากตัวเอง ก่อนจะคายออกมา เขาไม่ได้คายเพราะเ้าก้อนแสงขอร้องหรอกนะแต่คายออกเพราะรสขมของมันต่างหาก
“หิ่งห้อยหรือยาพาราวะขมชิบ” เขาบ่นออกมาก่อนจะแลบลิ้นตวัดเอาอากาศข้างนอกเข้าไปล้างกลิ่นขมที่ยังค้างอยู่ในปากตัวเองเ้าก้อนแสงตัวน้อยลอยไปมารอบเขาเหมือนจะตัวสั่นเสียด้วย นทีหันไปคุยกับมันด้วยความสงสัย
“ทำไมรสชาติแย่จัง”
“เ้าควรจะถามว่าข้าคืออะไรหรือข้ามาจากไหนต่างหาก!” หิ่งห้อยตัวน้อยโวยวายออกมาทันที นทีหันหน้าหนีอย่างเบื่อหน่าย
เขาเองก็มีดวงตาตามปกติที่ควรจะมีทำไมเขาจะมองไม่ออกว่าเ้าตัวตรงหน้านี้เป็เพียงหิ่งห้อยที่ตัวใหญ่กว่าปกติเท่านั้นเองแต่พอมานึกดูดีๆประโยคที่มันพูดตอนอยู่ในปากเขานี่รู้สึกเหมือนจะบอกว่าตัวเองเป็ผู้พิทักษ์ของเขาสินะ?
เมื่อนึกได้อย่างนั้นมุมปากของเขาก็ยกขึ้นมาทันทีหิ่งห้อยตัวน้อยมองรอยยิ้มนั้นด้วยความหวาดกลัวตนช่างโชคร้ายเจอกันครั้งแรกเขาก็เกือบจะโดนกินแล้วในอนาคตเขาจะเต็มใจปกป้องงูตัวนี้จนตัวตายได้อย่างไรหิ่งห้อยน้อยตัดพ้อกับชีวิต
แม่งูก้มมองก้อนแสงสีทองที่ลอยอยู่ข้างลูกของตนก่อนพุ่งเข้ามาจะงับมันหิ่งห้อยตัวน้อยขยับหลบได้อย่างฉิวเฉียด บัดซบ!ชีวิตของมันตกอยู่ในอันตรายมาแล้วสองรอบภายในเวลาไม่ถึงครึ่งเค่อ!
“ข้าไม่ใช่อาหารนะ! อย่ามากินข้า”
นทีหันมามองเ้าหิ่งห้อยด้วยสายตาดูถูกมันคิดว่าตนเองรสชาติดีมากนักหรือไง เหมือนตัวมันจะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่มันบินวนไปมาอย่างโกรธเกรี้ยว
“ที่ข้าไม่อร่อยเพราะข้าไม่ใช่อาหารต่างหาก!” เสียงเล็กร้องประท้วง เขาเบื่อที่จะฟังแล้วจึงเบือนหน้าหนีไปอีกทางแล้วเลื้อยไปยังบ่อน้ำในถ้ำก่อนจะก้มหัวลงไปดื่มน้ำดับกระหาย
“อันที่จริงข้าคือจิติญญาแห่งผู้พิทักษ์เป็เยี่ยงไรแค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่แล้วใช่หรือไม่”เ้าหิ่งห้อยลอยตามเขามาก่อนจะพูดโม้ถึงตัวเอง จู่ๆนทีก็เบิกตากว้างอย่างใก่อนจะกลายเป็เศร้าสร้อยในเวลาถัดมาเ้าหิ่งห้อยที่สังเกตเห็นท่าทางของนทีรีบเอ่ยขึ้นมา
“นี่เ้า..เ้าสำนึกผิดที่จะกินข้าในตอนแรกใช่หรือไม่” มันเอ่ยออกมาอย่างตื้นตันเขาเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะเอ่ยดับความหวังแสนริบหรี่ของหิ่งห้อยตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจนฟังเหมือนจะร้องไห้ออกมา
“ยังไม่ได้แกะสาวน้อยเวทมนต์สุริยันออกมาดูเลย..”ก้อนแสงเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะเกิดอาการที่ตัวเองก็บอกไม่ถูกออกมา มันทั้งสับสนทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ นี่ตัวตนของจิติญญาแห่งผู้พิทักษ์ตกต่ำถึงเพียงนี้แล้วหรือ..
หิ่งห้อยน้อยแอบปาดน้ำตาเงียบๆอยู่ตัวเดียวก่อนจะลอยออกไปจากถ้ำทิ้งนทีที่กำลังซึมไว้ตรงนั้น