“เ้า...เ้าน่ะ เ้าเด็กน้อย เ้ามาหาข้าที” หานเสี่ยวตั้นเรียกมู่หรงเฉิงเยี่ยน เขามาซุ่มอยู่แถวนี้หลายวันแล้วก็ยังไม่เห็นเด็กๆ บ้านนี้ออกมาจากบ้านสักครั้ง ตอนที่กำลังจะหันหลังกลับ มู่หรงเฉิงเยี่ยนก็มุดรั้วออกมาจากบ้านพอดี หานเสี่ยวตั้นยิ้มอย่างดีใจ
“ท่านเรียกใครว่าเด็กน้อย ท่านก็โตกว่าข้าไม่เท่าไหร่นะ” มู่หรงเฉิงเยี่ยนเถียง เขาไม่ชอบให้ใครมาเรียกเขาว่าเด็กน้อย เพราะตอนนี้เขาต้องรีบโต เขาจะได้ปกป้องท่านพ่อกับพี่สาวได้
“ข้าอายุหกขวบแล้วนะ ยังไงข้าก็เป็พี่ชายเ้าอยู่ดี”
“ท่านเรียกข้าทำไม” มู่หรงเฉิงเยี่ยนถามเื่อื่นแทน เพราะถ้าพูดเื่นี้กันต่อเขาก็ไม่มีทางเถียงชนะหรอก ปีนี้เขาเพิ่งจะสี่ขวบเอง แม้พ้นปีใหม่ไปเขาจะมีอายุขึ้นห้าขวบแต่ยังไงก็ตามไม่ทันพี่ชายคนนี้อยู่ดี
“ข้าชื่อหานเสี่ยวตั้นนะ เ้าจะเรียกข้าว่าพี่หานหรือพี่เสี่ยวตั้นก็ได้ แต่ข้าอยากให้เ้าเรียกข้าว่าพี่เสี่ยวตั้นมากกว่า เรียกพี่หานมันดูห่างเหินกันเกินไป ข้าอยากเป็เพื่อนกับเ้าน่ะ” หานเสี่ยวตั้นรีบบอก ทีแรกเขาตั้งใจจะตีสนิทกับมู่หรงเฉิงเยี่ยนพื่อเงินค่าจ้างจากตาเฒ่าหม่า แต่พอเขาได้พูดกับมู่หรงเฉิงเยี่ยนจริงๆ เขากลับอยากมีน้องชายขึ้นมาแล้ว
มู่หรงเฉิงเยี่ยนจำวันที่หยุนหนิงเอ๋อไล่หานเสี่ยวตั้นกลับบ้านได้เป็อย่างดี วันนั้นหานเสี่ยวตั้นก็บอกว่าอยากเป็เพื่อนกับเขา แต่ทำยังไงท่านอาหนิงเอ๋อก็ไม่ยอม เขาไม่เข้าใจว่าทำไมท่านอาหนิงเอ๋อต้องไม่ยอมให้เขามีเพื่อนด้วย และดูท่าทางของหานเสี่ยวตั้นก็ไม่น่าจะเป็คนไม่ดี “ทำไมท่านถึงอยากเป็เพื่อนกับข้า เราไม่เคยพบกันมาก่อนไม่ใช่หรือ”
“ก็คนในหมู่บ้านมีแต่รังแกข้ากับท่านแม่ ข้าไม่อยากเป็เพื่อนกับพวกเขาหรอก พอดีกับที่ข้ารู้มาว่าบ้านของเ้ามีพี่น้องด้วยกันสี่คน แต่มีเ้าที่เป็ผู้ชายเพียงคนเดียว เ้าคงเหงามากใช่ไหมที่มีแต่พี่สาว แล้วทำไมเราไม่มาเป็เพื่อนกันเสียล่ะ”
“ข้าไม่เหงา!”
“แล้วเวลาที่พี่สาวของเ้าเล่นตุ๊กตาหรือว่าเล่นมัดผมด้วยกันเ้าทำยังไง เ้าคงไม่ได้นั่งอยู่คนเดียวเพื่อมองดูพวกนางเล่นกันอย่างสนุกสนานหรอกนะ”
“พี่สาวทั้งสามคนไม่เคยปล่อยให้ข้าอยู่คนเดียว” มู่หรงเฉิงเยี่ยนไม่ยอมรับ แต่สิ่งที่หานเสี่ยวตั้นพูดมาก็ถูก บางครั้งพี่สาวเล่นแต่งตัวตุ๊กตาอยู่ด้วยกันแต่เขาไม่สามารถเข้าไปเล่นกับพวกนางได้ หรือแม้บางครั้งเขาอยากชวนพี่สาวเล่นดีดลูกแก้วตามที่ท่านอาหนิงเอ๋อสอน แต่พี่สาวกลับปฏิเสธและไม่ชอบเล่นสิ่งที่เขาอยากเล่นเลยสักครั้ง ต้องยอมรับว่าบางครั้งเขาก็เหงามากจริงๆ
หานเสี่ยวตั้นเป็เด็กที่ฉลาดมาก เขาเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของมู่หรงเฉิงเยี่ยนทันที แต่เขาคิดว่าวันนี้พอแค่นี้ก่อนก็ได้ ถ้าขืนเขายังไล่ถามมู่หรงเฉิงเยี่ยนไม่หยุด มีหวังเด็กน้อยต้องไม่ชอบและก็คงไม่อยากรับเขาเป็เพื่อนอย่างแน่นอน
“ข้าไม่ถามต่อแล้วก็ได้ เอาเป็ว่าวันหลังข้าจะกลับมาเล่นกับเ้าใหม่นะ”
“ข้าไม่ได้อยากให้ท่านมาเล่นกับข้าเสียหน่อย”
“เ้าไม่อยากเล่นกับข้า แต่เป็ข้าที่อยากมาเล่นกับเ้าเองก็แล้วกัน ครั้งนี้เราเพิ่งพบกันเป็วันแรกเ้าคงยังไม่อยากทำความรู้จักกับข้า ถ้างั้นข้ากลับบ้านก่อนนะ” หานเสี่ยวตั้นวิ่งกลับบ้านไปทันที
“พี่เสี่ยวตั้นก็ดูเป็คนดีอยู่นะ แต่ถ้าเราตอบตกลงเป็เพื่อนกับเขาแล้วท่านอาหนิงเอ๋อรู้เข้านางจะโกรธเราหรือเปล่า” มู่หรงเฉิงเยี่ยนยืนบ่นอยู่คนเดียว
“เ้ายืนบ่นอะไรอยู่คนเดียวน่ะเฉิงเยี่ยน แล้วถ้าข้ารู้ข้าจะโกรธเ้าเื่อะไร” หยุนหนิงเอ๋อถาม
“ผีหลอก!” มู่หรงเฉิงเยี่ยนใที่อยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงพูดอยู่ด้านหลัง เขากำลังจะวิ่งหนีแต่ถูกหยุนหนิงเอ๋อคว้าตัวไว้ได้ทัน
“ผีที่ไหนจะหน้าตาดีขนาดนี้” หยุนหนิงเอ๋อยิ้มขำ “เอ๊ะ! เราเคยได้ยินใครพูดประโยคนี้มาก่อนนะ”
“ท่านอาหนิงเอ๋อ! ท่านมาทำไมเงียบๆ ข้าใหมดแล้วขอรับ” มู่หรงเฉิงเยี่ยนเปลี่ยนจากอาการใเป็ความโกรธแล้ว เพราะเขาไม่อยากให้ใครรู้ว่าเขากลัวผี และท่านพ่อยังเคยบอกอีกว่าเป็ลูกผู้ชายต้องเข้มแข็ง ห้ามกลัวอะไรง่ายๆ ถ้าให้ใครรู้ว่าเขากลัวผีต้องมีแต่คนล้อเขาแน่ๆ
“ข้าขอโทษก็แล้วกัน เอาเป็ว่าเ้าอย่าโกรธข้าเลยนะ เอานี่ไป...กินแล้วจะได้หายโมโห” หยุนหนิงเอ๋อยื่นลูกอมแฮนด์เมดที่นางทำขึ้นมาเป็พิเศษให้กับมู่หรงเฉิงเยี่ยน
“มันคืออะไรหรือขอรับ” มู่หรงเฉิงเยี่ยนพลิกลูกอมสีรุ้งที่อยู่ในมือไปมา “ด้านในนี้คือรูปดอกไม้หรือขอรับ”
“ใช่ ด้านในข้าทำเป็รูปดอกไม้ เ้าชอบไหม” ความจริงแล้วหยุนหนิงเอ๋ออยากทำลวดลายลูกอมเป็รูปสัตว์น่ารักหลายอย่าง แต่เด็กยุคนี้ไม่เหมือนกับเด็กยุคที่นางจากมา พวกเขาย่อมจินตนาการถึงตัวการ์ตูนรูปสัตว์ต่างๆ ไม่ออก นางจึงทำเพียงรูปดอกไม้ง่ายๆ ขึ้นมาเท่านั้น
“ชอบขอรับ” มู่หรงเฉิงเยี่ยนหยิบลูกอมเข้าปาก “หวานมากเลยขอรับ”
“เ้าชอบก็เก็บไว้กินเถอะ แล้วก็อย่าลืมเอาไปแบ่งพี่สาวด้วย” หยุนหนิงเอ๋อส่งลูกอมให้มู่หรงเฉิงเยี่ยนทั้งถุง “ว่าแต่เ้าทำไมออกมายืนอยู่ข้างนอกคนเดียว”
มู่หรงเฉิงเยี่ยนอึกอักไม่ตอบคำถาม เขาลังเลว่าจะบอกเื่ที่หานเสี่ยวตั้นมาขอเป็เพื่อนกับเขาให้ท่านอาหนิงเอ๋อรู้ดีไหม เพราะนางเหมือนจะไม่ชอบหานเสี่ยวตั้นเอาเสียเลย แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะบอก “ข้า...เอ่อ...ข้าตั้งใจจะออกไปช่วยงานท่านที่ไร่ เพราะข้ากลัวว่าท่านจะติดงานจนไม่มีเวลามาหาพวกเรา ไม่ใช่ว่าข้าอยากพบท่านนะเป็พี่สาวที่คิดถึงท่านต่างหาก แต่พอออกจากบ้านมาก็ได้พบกับพี่เสี่ยวตั้นเสียก่อน ข้าก็เลยพูดอยู่กับเขาพักหนึ่งขอรับ”
“พี่เสี่ยวตั้น?” หยุนหนิงเอ๋อทำท่าคิด “เ้าหมายถึงหานเสี่ยวตั้นใช่ไหม เขาได้พูดไหมว่าเขาตั้งใจมาขอเป็เพื่อนกับเ้า”
“ใช่ขอรับ พี่เสี่ยวตั้นบอกว่าเขาอยากเป็เพื่อนกับข้า”
“แล้วเ้าตอบเขาไปว่ายังไง”
“ข้ายังไม่ได้ตอบขอรับ แต่เขาบอกว่าจะมาหาข้าทุกวัน” มู่หรงเฉิงเยี่ยนเห็นหยุนหนิงเอ๋อยืนนิ่ง “ท่านอาหนิงเอ๋อ ข้าขอถามได้ไหมขอรับว่าทำไมท่านถึงไม่อยากให้ข้าเป็สหายกับพี่เสี่ยวตั้น”
“เ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าไม่อยากให้เ้าเป็สหายกับเขา”
“วันนั้นข้าบังเอิญผ่านมาได้ยินที่ท่านพูดกับพี่เสี่ยวตั้นพอดี แต่ข้าไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังท่านนะขอรับ” มู่หรงเฉิงเยี่ยนรีบอธิบาย
หยุนหนิงเอ๋อยิ้ม “ไม่ใช่ว่าข้าไม่อยากให้เ้าเป็เพื่อนเขา แต่การที่เขามาป้วนเปี้ยนแล้วดักรอที่จะพบเ้าให้ได้มันน่าสงสัย เอาไว้ข้าตรวจสอบเขาให้แน่ชัดก่อน ถ้าเขาเข้าหาเ้าโดยไม่มีเจตนาร้าย ข้าจะยอมให้เขามาเป็เพื่อนกับเ้าดีไหม”
“พี่เสี่ยวตั้นเป็แค่เด็กคนหนึ่งทำไมเราต้องตรวจสอบเขาก่อนด้วยขอรับ ดูท่าทางเขาก็เป็คนดี หรือบางทีที่เขาอยากเป็เพื่อนกับข้าเพราะเขาอาจจะถูกเด็กคนอื่นรังแกมาก็ได้”
“ที่ข้าขอตรวจสอบเขาก่อนเพราะข้าแค่อยากมั่นใจว่าคนที่จะมาเป็เพื่อนกับเ้านั้นเขาเป็คนดีจริงๆ”
“ท่าน...ท่านเป็ห่วงข้าหรือขอรับ”
“แน่นอนสิ” หยุนหนิงเอ๋อยิ้มให้มู่หรงเฉิงเยี่ยนและลูบศีรษะเขาเบาๆ “ข้ารักและเป็ห่วงเ้ากับพี่สาวของเ้าทุกคน เพราะฉะนั้นข้าย่อมอยากเห็นว่าพวกเ้ามีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัย และครั้งนี้ข้าต้องขอบใจเ้าที่เ้าพูดเื่ของหานเสี่ยวตั้นให้ข้าฟัง เพราะมันหมายความว่าเ้าเป็ห่วงความรู้สึกของข้าเหมือนกันใช่ไหม ต่อไปมีอะไรขอให้เ้าบอกข้าได้ทุกเื่”
“ขอรับ” มู่หรงเฉิงเยี่ยนตอบรับเสียงเบา แต่ในใจของเขาเวลานี้กลับรู้สึกดีมาก ท่านอาหนิงเอ๋อรักเขาและพี่สาวของเขา แสดงว่าท่านอาหนิงเอ๋อเป็คนดีใช่ไหม เช่นนั้นหากว่านาง้ามาแทนที่ท่านแม่ก็เป็เื่ที่ดีแล้วใช่ไหม แล้วต่อไปนางจะทิ้งพวกเขาเหมือนท่านแม่หรือเปล่า เด็กชายวัยสี่ขวบกำลังเกิดคำถามขึ้นในใจ
หยุนหนิงเอ๋อยิ้มแล้วเดินไปจูงมือเด็กชาย “ตอนนี้เราเข้าบ้านกันก่อนเถอะ ข้ามีธุระที่จะคุยกับท่านพ่อของเ้า”
“เ้าบอกว่าเ้าอยากยืมตัวเจี้ยนจงให้ไปทำธุระกับเ้าอย่างนั้นหรือ” มู่หรงเฉินถามย้ำ
“ใช่แล้วเ้าค่ะ ข้าอยากจะยืมตัวพี่เจี้ยนจงให้ไปทำธุระกับข้า ซึ่งธุระนี้อาจจะใช้เวลาหลายวันสักหน่อย” หยุนหนิงเอ๋อตอบ หลังจากที่นางได้ฟังเื่ราวในอดีตจากหยุนไป๋ นางก็กลับไปนอนคิดอยู่หลายวันว่านางควรจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี
มู่หรงเฉินได้ยินว่าหยุนหนิงเอ๋อจะพาลี่เจี้ยนจงไปทำธุระด้วยหลายวันก็รู้สึกไม่พอใจเล็กๆ เขายังว่างอยู่แต่ทำไมนางถึงไม่ชวนเขาเล่า “เจี้ยนจงยังมีงานในบ้านที่ต้องทำมากมาย อย่างงานในไร่ที่เขาต้องไปช่วยจิงจิงทำอีก ถ้าเขาไม่อยู่แล้วใครจะทำงานแทนเขา”
“แต่คราวนี้ข้าให้ค่าจ้างเยอะนะเ้าคะ”
“ค่าจ้างที่เ้าจะให้คือเท่าไหร่หรือหนิงเอ๋อ” ลี่เจี้ยนจงไม่สนใจสิ่งอื่น เขาสนใจแค่ค่าจ้างเท่านั้น
“ข้าให้ท่านวันละห้าตำลึงเลยก็ได้เ้าค่ะ เพราะครั้งนี้ท่านอาจจะต้องทำหน้าที่คุ้มกันข้าด้วย และถ้าหากว่าข้าต้องเดินทางไปนอกเมือง นอกจากค่าจ้างแล้วค่ากินและค่าที่พักข้าจะจ่ายให้ท่านเอง” หยุนหนิงเอ๋อบอก
ลี่เจี้ยนจงได้ฟังว่าค่าจ้างที่จะได้รับมีถึงวันละห้าตำลึงก็เกิดสนใจขึ้นมาทันที “พี่เฉิน ค่าจ้างที่หนิงเอ๋อจะให้เยอะมากเลยนะขอรับ เงินจำนวนนี้เราเก็บไว้ซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้คุณหนูกับคุณชายได้หลายชุดเลยนะขอรับ”
“เยอะก็ไม่สน ข้าบอกว่าเ้ามีงานที่ต้องทำก็หมายความว่ามันมี หรือว่าตอนนี้ไม่ฟังคำสั่งข้าแล้ว” มู่หรงเฉินพูดเสียงดัง
“พวกท่านไม่ต้องทะเลาะกันแล้วเ้าค่ะ ในเมื่อพวกท่านไม่สะดวกข้าก็ไม่รบกวน เช่นนั้นข้าขอตัวกลับก่อนนะเ้าคะ” หยุนหนิงเอ๋อรีบห้ามซึ่งนางก็ไม่เข้าใจว่าทำไมมู่หรงเฉินถึงได้ดูโมโหมากขนาดนั้น หากเขาโมโหมากๆ อาจจะมีผลต่อปราณของเขาได้
มู่หรงเฉินที่เห็นว่าหยุนหนิงเอ๋อกำลังจะกลับก็ยิ่งโมโห ในเมื่อเขาบอกว่าลี่เจี้ยนจงกับลี่จิงจิงไม่ว่างก็ยังเหลือเขาอีกคนไม่ใช่หรือ “เดี๋ยว! ในเมื่อเ้ามีธุระสำคัญ เช่นนั้นข้าจะไปกับเ้าด้วย”