ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    เล่มที่ 4 บทที่ 114 ทำลายศัตรูของคนรัก

            “เมื่อก่อนพวกเราเฝ้ารอโอกาส แต่โอกาสของพวกเราห่างไกลมากขึ้นทุกทีชิงหาน พวกเราจะต้องเปลี่ยนแปลงได้แล้ว”

             

            สีหน้าจริงจัง หลงเทียนอวี้มิได้ล้อเล่นแต่อย่างใด

             

            เมื่อมองสีหน้าของพี่สามหลงชิงหานรู้สึกเสมือนมวลกระดูกในร่างกายถูกโจมตี

             

            เขามิอาจพูดโน้มน้าวได้อีกต่อไป

             

            เขาหัวเราะให้กับตนเอง สุดท้ายตนก็สู้พี่สามไม่ได้

             

            “ข้าเข้าใจแล้ว พี่สามพูดถูก”

             

            ไท่จื่อมัวเมาในกามตัณหา ฮองเฮาแทรกแซงกิจการบ้านเมือง

             

            หากยังปล่อยให้พวกเขาทำเช่นนี้ต่อไป เขากับพี่สามคงทำได้แค่เพียงนอนรอความตายเท่านั้น

             

            “ดึกแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ”

             

            หลงชิงหานมองดูพี่สามของตนเอง ก่อนจะส่งยิ้มจนใจออกมา

             

            “ท่านไม่มานอนที่กระโจมของข้าดูหรือเกรงว่าตอนนี้ท่านน่าจะยังกลับไปไม่ได้”

             

            เพียงประโยคนี้ ทำให้หลงเทียนอวี้ทำอะไรไม่ถูก

             

            แน่นอนว่าตอนนี้ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ดีที่เขาจะกลับไป

             

            “ไปกัน ที่นั่นยังมีเหล้าเหลือหรือไม่?”

             

            ทั้งสองควบม้าออกไป เหลือไว้เพียงองครักษ์เฝ้ากระโจมเท่านั้น

             

            หลินเมิ้งหยาอุ้มลูกเสือหิมะตัวน้อยกลับเข้าไปในกระโจมเพียงแหวกผ้าม่านออก นางได้เห็นสาวใช้ของตนเองกำลังล้อมรอบหญิงสาวบนเตียง

             

            “สวรรค์โปรด นายหญิงของข้ากลับมาแล้ว”

             

            ทันทีที่ปรากฏตัว ป๋ายซ่าวรีบวิ่งมาต้อนรับ ด้วยสีหน้ากระวนกระวาย

             

            “เป็นอะไรไป? พี่เยว่ถิงเป็นอะไร?”

             

            หลินเมิ้งหยาส่งลูกเสือตัวน้อยให้กับป๋ายซ่าว และรีบวิ่งไปที่เตียง

             

            แต่กลับได้เห็นพี่เยว่ถิงแหงนหน้ามองดูเพดานนิ่งราวกับคนไร้ชีวิตจิตใจ

             

            แขนขาถูกมัดเอาไว้ด้วยผ้าไหมดังนั้นผิวสีขาวดุจหิมะจึงเริ่มกลายเป็นสีแดง

             

            “ใครเป็นคนทำ? ใคร?”

             

            “ข้าเอง”

             

            เสียงของชิงหูดังขึ้น ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเมื่อได้ฟังกลับรู้สึกว่าเขามิได้มีท่าทางยียวนดังเดิม

             

            ทว่าหลินเมิ้งหยากลับไม่รู้สึกถึงสิ่งนั้น กลับกัน ทันทีที่เห็นร่างสีขาวซีดของชิงหูเงื้อมือขึ้นก่อนจะตบลงไป

             

            “เพียะ” เสียงดังขึ้น ทุกคนในกระโจมตกตะลึง

             

            ชิงหูกลับไม่หลบ เขาน้อมรับแรงฟาดจากฝ่ามือของนาง

             

            “ข้าบอกเจ้าว่าให้จับตาดูหูลู่หนานเอาไว้ ผลสุดท้ายเป็นอย่างไรเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นจนได้หรือเจ้าจะบอกข้าว่าต่อให้เห็นคนตายต่อหน้าก็ไม่คิดช่วยเหลือ?”

             

            ความโกรธ พวยพุ่งออกจากสมองของหลินเมิ้งหยา

             

            นางไม่เห็นเลยว่าที่หน้าอกของชิงหูมีคราบเลือดสีแดงสดปรากฏให้เห็น

             

            “ช้าก่อน นายหญิง ตอนที่เกิดเรื่องชิงหูกับข้าช่วยกันต่อกรกับองครักษ์มากมายนับไม่ถ้วนหากมิใช่เพราะชิงหูต่อสู้กับคนเหล่านั้นด้วยชีวิตเกรงว่าคนในกระโจมนี้คงไม่มีชีวิตรอดแล้ว”

             

            ป๋ายซูพุ่งตัวเข้ามา ยืนขวางหน้าหลินเมิ้งหยาเอาไว้

             

            เพียงประโยคเดียว ทุกคนจ้องมองชิงหูด้วยสายตาตกตะลึง

             

            “เจ้าเด็กน้อย หากยังรู้สึกโกรธแล้วล่ะก็ตบหน้าข้าเพื่อระบายอีกก็ได้ อย่าทำให้ตัวเองต้องเจ็บปวด มันจะไม่ดีต่อร่างกาย”

             

            หากมิใช่เพราะได้รับบาดเจ็บ ริมฝีปากของเขาคงไม่ขาวซีดเช่นนี้

             

            หากมิใช่เพราะเขาได้รับบาดเจ็บ ตอนที่นางอยู่ในกระโจมของหูลู่หนานชิงหูจะต้องปรากฏตัวออกมาแบกรับความเจ็บปวดของนางอย่างแน่นอน

             

            ทำไม...ทำไมนางมักจะมองข้ามคนที่อยู่ข้างกายของตัวเองเสมอ

             

           หลินเมิ้งหยางอ้อมตัวป๋ายซู โผเข้าหาอ้อมกอดของชิงหู

             

            นางได้ยินเสียงร้องเพราะความเจ็บปวดจากการที่บาดแผลถูกกระแทก

             

            “ขอโทษ ทุกคน ข้าขอโทษ”

             

            ภายในอ้อมกอดของชิงหู หลินเมิ้งหยาปล่อยให้น้ำตาของตนเองรินไหล

             

            นางคิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นนี้

             

            “ไอหยา ไอหยา อย่าร้องไห้เจ้าไปดูเจ้าเด็กที่นอนอยู่บนเตียงนั่นเถอะ ตั้งแต่ตอนที่เข้ามานางพยายามกัดลิ้นตัวเองตาย อีกทั้งยังพยายามทำร้ายตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว”

             

            ไม่ว่าหลินเมิ้งหยาจะทำกับเขาอย่างไรแต่ชิงหูยังคงปฏิบัติกับนางอย่างอ่อนโยนเสมอ

             

            ลูบไล้เส้นผมสีดำขลับของหลินเมิ้งหยาตบบ่าของนางเพื่อให้นางไปดูอาการเยว่ถิง

             

            เยว่ฉีถูกรับมาอยู่ด้วยกัน นางกำลังกุมมือพี่สาวพร้อมทั้งปาดน้ำตา

             

            “พี่เยว่ถิง ข้ามาแล้ว”

             

            เสียงอ่อนโยนแผ่วเบา กลัวว่าคนตรงหน้าจะขัดขืน

             

            หลินเมิ้งหยาปาดน้ำตา เผยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

             

            “ข้ารู้ว่าท่านกำลังร้องไห้ในใจ ข้าเองก็เช่นกัน พี่เยว่ถิงพี่จะทำร้ายตัวเองเพื่อทำให้ศัตรูดีใจกระนั้นหรือ?”

             

            ก่อนหลินเมิ้งหยากลับมา ทุกคนพูดโน้มน้าวนางนับครั้งไม่ถ้วน

             

            ทว่าเยว่ถิงกลับไม่ตอบโต้และเอาแต่ร้องไห้

             

            คนที่นิ่งเงียบตลอดเวลาอย่างเยว่ถิงหลังจากได้เห็นหน้าหลินเมิ้งหยาแล้ว หยาดน้ำตาพลันไหลออกมาไม่ขาดสาย

             

            “พวกเราออกไปกันก่อนเถอะปล่อยให้นายหญิงพูดคุยกับคุณหนูตามลำพังจะดีกว่า”

             

            เหตุเพราะเสียงเอะอะโวยวายทางด้านนอก ดังนั้นทุกคนจึงรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว

             

            พวกนางล้วนเป็นหญิงป๋ายจีซึ่งเป็นผู้ใหญ่ที่สุดในบรรดาสาวใช้รู้ดีว่าพรหมจรรย์หมายถึงอะไร

             

            ป๋ายจีถอนหายใจ และปิดผ้าม่านลงเป็นคนสุดท้าย ทุกคนรวมถึงเยว่ฉีคุ้มกันอยู่หน้าประตู

             

            ภายในห้องจึงเหลือเพียงหลินเมิ้งหยาและเยว่ถิงที่ถูกมัดอยู่บนเตียง

             

            “ข้าคิดว่าข้าจะสามารถอยู่กับพี่หนานเซิงไปได้ตลอดชีวิตไม่คิดหวังยกถาดเสมอคิ้ว1 หวังก็แต่เพียงขอให้มีชีวิตยืนยาวสักนิดได้ดูแลกันและกันไปจนแก่เฒ่า ทว่าตอนนี้มันมิอาจเป็นเช่นนั้นได้อีกแล้ว”

             

            หยาดน้ำตารินไหลไม่ขาดสาย

             

            ภาพแห่งฝันร้ายยังคงหลอกหลอน

             

            หญิงสาวทุกคนล้วนอยากเติมเต็มความต้องการของสามีให้สมบูรณ์ทว่าตอนนี้มันกลับถูกทำร้ายไปจนหมดสิ้นแล้ว

             

            “ไม่ พี่ชายของข้าไม่มีทางรังเกียจท่าน พี่เยว่ถิงใสซื่อบริสุทธิ์จิตใจโอบอ้อมอารี พี่คือผู้หญิงที่เหมาะสมกับพี่ชายที่สุด”

             

            หลินหนานเซิงชอบเยว่ถิงมาก แม้เขาจะไม่พูดออกมา แต่หลินเมิ้งหยาก็สัมผัสได้

             

            มิเช่นนั้น พี่ชายคงไม่รบกวนให้พี่เยว่ถิงดูแลนาง

             

            “ข้ารู้ ข้ารู้ดี ข้ารู้ว่าพี่หนานเซิงไม่มีทางรังเกียจข้าเขาเป็นคนดี อบอุ่นอ่อนโยน แต่ข้าจะทำให้เขาอับอายไม่ได้ เจ้าเข้าใจหรือไม่?”

             

            ใบหน้าขาวซีดเสมือนคนป่วยทางจิต

             

            ความรู้สึกตลอดระยะเวลาสิบปี ตั้งแต่เด็กจนโต ยังคงหวานซึ้งเสมอมา

             

            ยิ่งความทรงจำหวานซึ้งน่าจดจำมากเท่าไรมันยิ่งทรมานมากขึ้นเท่านั้น

             

            “วางใจเถิด ข้าจะขอให้ท่านอ๋องช่วยปิดเรื่องนี้เอาไว้”

             

            ถึงอย่างไรตอนนี้สกุลหลินก็จับมือกับท่านอ๋องอวี้แล้วไม่ว่าเรื่องข้างในจะเป็นอย่างไร แต่จะปล่อยให้คนภายนอกรู้ไม่ได้

             

            ขอเพียงไม่มีใครพูดเช่นนั้นพวกเขาจะทำเหมือนเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น

             

            “เสี่ยวหยา เจ้ายังคงน่ารักใสซื่อเหมือนเมื่อก่อน”

             

            เยว่ถิงหัวเราะขมขื่นพลางส่ายหน้าเรื่องนี้ไม่มีทางง่ายดายเช่นนั้น

             

            “แม้คนอื่นจะไม่พูด แต่ใช่ว่าข้าจะลืมมัน เสี่ยวหยาคนพวกนั้นเคยต่อสู้กับพี่หนานเซิงมาก่อน ตอนที่พวกเขาย่ำยีข้า มันไม่ต่างอะไรจากการเหยียบย่ำพี่หนานเซิงเลยข้า...ไม่มีวันปล่อยให้พวกเขาเหยียบย่ำพี่หนานเซิง”

             

            สำหรับเยว่ถิง พี่ชายเปรียบเสมือนวีรบุรุษ เขาคือทั้งหมดของนาง

             

            ดังนั้น นางจึงยึดมั่นเช่นนี้

             

            “ได้ ได้ ได้ ถือว่าไม่แต่งกับพี่ชายข้าแล้ว แต่พี่เยว่ถิงท่านจะตายไปเช่นนี้ไม่ได้ ท่านจะต้องรอดูวันที่ข้าแก้แค้นให้กับท่านท่านต้องดูวันที่คนเหล่านั้นต้องชดใช้ เข้าใจหรือไม่?”

             

            หากความรักคือตายจากไปเช่นนั้นจงใช้ความแค้นเป็นเครื่องช่วยหายใจทำให้ยังอยากมีชีวิตอยู่เถิด

             

            หลินเมิ้งหยากำมือของเยว่ถิงแน่น เสียงสั่นเครือ

             

            เพราะอะไรกันเหตุใดเรื่องเลวร้ายเช่นนี้จะต้องเกิดขึ้นกับคนบริสุทธิ์อย่างเยว่ถิง?

             

            “แก้แค้น? เสี่ยวหยา รับปากกับข้าอย่าแก้แค้นแทนข้า ได้หรือไม่?”

             

            หลินเมิ้งหยาทุกข์ทรมานมานานมากแล้วนางจะปล่อยให้หลินเมิ้งหยาต้องแบกความทุกข์อีกได้อย่างไร

             

            “พี่เยว่ถิง ข้า...”

             

            “ข้ารู้ เจ้ามิใช่หลินเมิ้งหยาคนก่อนแล้ว ใช่หรือไม่?”

             

            คำพูดของเยว่ถิง ทำให้หลินเมิ้งหยาตกตะลึง

             

            ยอมรับ? แต่มิอาจอธิบายได้ ไม่ยอมรับเกรงว่าจะไม่ได้รับความเชื่อใจ

             

            “อันที่จริง เจ้ามิได้เปลี่ยนไป สมัยยังเด็ก เจ้าเป็นคนฉลาดแม้ต่อมาเจ้าจะกลายเป็นสติฟั่นเฟือนโดยไร้สาเหตุ แต่ข้าเชื่อเสมอว่าเจ้ายังเป็นหลินเมิ้งหยาในความทรงจำของข้า”

             

            หลินเมิ้งหยาไม่รู้ว่าควรพูดอะไรนางยังไม่อาจหาวิธีรับมือกับเรื่องนี้ได้

             

            “พี่เยว่ถิง ท่านอย่าไปจากข้าได้หรือ?”

             

            พอมาถึงตอนนี้ หลินเมิ้งหยาเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองกลัวการจากลามากขนาดไหน

             

            นางกลัวสูญเสียความสวยงามในชีวิตตอนนี้ไปกลัวว่าจะต้องสูญเสียคนที่ตนเองให้ความสำคัญ

             

            กุมมือเย็นเฉียบของเยว่ถิงไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่นางจะรู้สึกกระวนกระวายเหมือนอย่างตอนนี้

             

            เยว่ถิงไม่พูดอะไรอีก ดวงตาเงยขึ้นจ้องมองเพดาน นอนบนเตียงนิ่งไม่ส่งเสียงใดๆ

             

            หลินเมิ้งหยานั่งลงข้างเตียง เฝ้าเยว่ถิงตลอดทั้งคืน

             

            ความเจ็บปวดที่กำลังแล่นพล่านทำให้หลินเมิ้งหยาไม่อาจข่มตานอนได้

             

            หลินเมิ้งหยารู้สึกชาที่ขา สัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง ก้มหน้าลงแต่นางได้เห็นอาเสวี่ยกำลังหนุนขาของนาง

             

            บนร่างถูกคลุมด้วยผ้าขนแกะ พี่เยว่ถิงยังคงหลับสนิทใครกันนะที่เอาใจใส่นางถึงเพียงนี้?

             

            อุ้มอาเสวี่ยออกมานอกกระโจม ตอนนี้ยังเช้า นอกจากองครักษ์แล้ว ก็ไม่มีผู้อื่นอีก

             

            หลินเมิ้งหยาอุ้มอาเสวี่ยไปทางห้องของสาวใช้ทั้งสี่

             

            ทุกคนกำลังนอนหลับ ค่อยๆ ย่อง อุ้มอาเสวี่ยออกมายังทุ่งหญ้าข้างที่พัก

             

            เช้าตรู่ในฤดูใบไม้ร่วงมีความเย็นบ้างเล็กน้อย

             

            แม้อาเสวี่ยจะยังเด็ก แต่ร่างกายของมันอบอุ่น

             

            หลินเมิ้งหยากอดอาเสวี่ยแน่น นั่งลงบนพื้นหญ้า สายตาทอดยาวจ้องมองพระอาทิตย์ที่กำลังโผล่พ้นขอบฟ้า

             

            “ใส่เพียงเสื้อตัวเดียว ไม่กลัวจะเป็นหวัดหรืออย่างไร?”

             

           เมื่อเสียงดังขึ้น เสื้อคลุมสีขาวตัวยาวตกลงบนร่างของนาง

             

            “บาดแผลของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?”

             

            เสื้อคลุมตัวยาวยังคงมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ของชิงหูติดอยู่ทว่าหลินเมิ้งหยากลับไม่ใส่ใจ

             

            “วางใจเถิด เจ้ารู้ดีว่าข้าเป็นใคร แค่บาดแผลเล็กน้อยอีกไม่นานก็หาย”

             

            ใบหน้าแดงระเรื่อ ลมหายใจสมดุลดูเหมือนเขาจะไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรง

             

            หลินเมิ้งหยากอดอาเสวี่ยเป็นครั้งแรกที่ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรกับชิงหู

             

     

    หมายเหตุ

            ยกถาดเสมอคิ้ว1 หมายถึงความรักของสามีภรรยาที่มีให้กัน

             

     

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730