เพลเยอร์จะมีสมรรถภาพร่างกายและมันสมองที่ดีกว่าคนทั่วไปการคิดวิเคราะห์เองก็ไวกว่าเช่นกัน
ทันทีที่เห็นคนกำลังตกจากดาดฟ้าสมองของฉันก็เริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว
ห้องของฉันอยู่ชั้นสิบเจ็ดส่วนจุดที่คนคนนั้นตกลงมาคือดาดฟ้าของตึกสูงยี่สิบชั้นเมื่อพิจารณาจากความสูงของอาคารหมายความว่าอีกฝ่ายน่าจะตกมาจากตำแหน่งที่อยู่สูงขึ้นไปราวสิบถึงสิบห้าเมตร
เนื่องจากไม่ทราบน้ำหนักของผู้ที่ตกลงมาจึงเป็เื่ยากที่จะคำนวณพลังงานศักย์ได้อย่างแม่นยำ
แต่ตำแหน่งที่ตกมานั้นสูงมาก
สำหรับคนธรรมดาแค่แรงปะทะก็อาจทำให้ตายคาที่ได้แม้แต่ฉันเองก็ไม่แน่ใจนักว่า ด้วยพลังและเลเวลในปัจจุบันจะอยู่ในเกณฑ์ที่พอจะรับคนที่กำลังร่วงลงมาไว้ได้ไหมต่อให้ฉันไม่เจ็บไม่ตาย แต่ก็มีโอกาสที่จะพลาดทำคนหลุดมือได้เหมือนกัน
ต้องใช้แสงประทับ
หอพักมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ที่ด้านนอกตัวอาคารถ้าแสงประทับของฉันที่สามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ได้ตามใจชอบถูกเปิดเผยสู่สาธารณะหลังจากนี้คงเคลื่อนไหวได้อย่างจำกัด
ถ้างั้นก็ลองใช้แสงประทับโดยไม่เปลี่ยนรูปลักษณ์ดูกันเถอะ
อย่างแย่ที่สุดถ้าทำพลาดก็แค่ถูกเปิดโปงวิถีแห่งเพลเยอร์แต่ฉันไม่อาจปล่อยให้ใครสักคนตายไปต่อหน้าต่อตา
แบคโฮกุน…
ตัวละครแรกที่ผุดขึ้นในใจคือตัวละครหลักของฉันแบคโฮกุน ที่เพิ่งได้พบกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน
ถ้าเป็แบคโฮกุนจากเผ่าเสือผู้ใช้ดาบใหญ่เป็อาวุธพละกำลังของเขาน่าจะพอรองรับแรงกระแทกในระดับนี้ได้ ทว่าร่างสุดท้ายของแบคโฮกุนมีระยะเวลาในการใช้งานที่สั้นเกินไปแต่หากเป็ร่างที่ติดดีบัฟ ‘โทสะของเทพ์’ ละก็น่าจะไม่มีปัญหา
ต้องนำพลังของแบคโฮกุนมาใส่ไว้ในตัว…แต่ต้องไม่ให้พลังปกคลุมทั้งร่างแค่บีบอัดพลังให้อยู่ภายในร่างกายเท่านั้น…
ถึงนี่จะเป็ครั้งแรกที่ฉันตัดสินใจลองทำแบบนี้และไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะทำสำเร็จไหม แต่ฉันก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำให้สำเร็จเท่านั้น
ฉันรวบรวมสมาธิทั้งหมดเพื่อเปลี่ยนพลังของวิถีแห่งเพลเยอร์ให้กลายเป็ภาพในหัว
ซู่ว!
การ์ดของแบคโฮกุนกลายเป็แสงสว่างห่อหุ้มไปทั่วร่างฉันเหยียดสองแขนออกไปรับคนที่กำลังตกลงมา สองแขนพลันหนักอึ้งขึ้นมาชั่วขณะแต่ค่าศักยภาพโดยรวมของแบคโฮกุนช่วยให้ฉันแข็งแรงพอที่จะรับอีกฝ่ายไว้ได้อย่างมั่นคง
และฉันยังคงรูปลักษณ์ของโจอึยชินวัยสิบเจ็ดปีเอาไว้
สำเร็จ! ไม่เปลี่ยนรูปลักษณ์ด้วย!
ก่อนที่มือจะลื่นจนเผลอทำคนหลุดมือฉันก็ทิ้งตัวถอยหลังลงมานั่งในระเบียงได้พอดี
“อะ…อ๊า—!”
“มีคนตกลงมา! มีคนตกตึก!”
ท่าทางจะมีพยานมากกว่าหนึ่งคนที่เห็นคนตกตึกลงมาเสียงะโจอแจดังมาจากทุกสารทิศ โดยเฉพาะ้าที่โหวกเหวกเป็พิเศษ
ฉันก้มลงมองคนที่กำลังหมดสติในอ้อมแขน
อีกฝ่ายคือตัวละครเล่นได้แถมยังเป็คนที่เพิ่งได้คุยกันเมื่อไม่นาน
[เรียกดูข้อมูลตัวละคร : ‘อีเรนา’]
[ชื่อ : อีเรนา]
[ฉายา : นักเรียนปีหนึ่งโรงเรียนม.ปลายอึนกวัง]
[พรคุ้มครอง : ความห่วงใยจากเทพธิดาแห่งทารก ‘ข้าจะเฝ้ามองจนกว่าเ้าจะลืมตา’]
[แสงประทับ : (ปิดใช้งาน)]
[สถานะ : อ่อนแอทั้งร่างกายและจิตใจ — เลเวลค่าสถานะและสกิลทั้งหมดลดลงเล็กน้อย, คำสาบานเงียบx2, หมดสติ]
[ค่าศักยภาพโดยรวม : Lv.8]
[สกิล]
[ปลดกับดัก Lv.3]
[ตรวจจับเอเนมี Lv.2]
[เฆี่ยน Lv.1]
[คำอธิบาย]
[(การดาวน์โหลดบางส่วนล้มเหลว)]
คนที่ตกลงมาคืออีเรนา คนเดียวกับที่ฉันได้พบในงานประมูลห้วงฝันมายา เธอคือคนที่พยายามเตือนให้ฉันในคราบของยอมจุนยอลออกมาจากงานประมูล
อีเรนา…
เมื่อคลายวิถีแห่งเพลเยอร์บรรดาการ์ดก็ดับแสงลง แล้วทยอยกลับเข้ามาในตัวฉันตามด้วยการ์ดที่บินออกไปนอกหน้าต่างเพราะพลังแห่งโชคชะตา
การ์ดของอีเรนาที่สลายไปเป็ใบสุดท้าย
หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นในหอพักกลุ่มแรกที่จะเคลื่อนไหวคือ ‘สมาคมปีกธรณี’ องค์กรที่ปกครองโดยนักเรียนด้วยกันเนื่องจากโรงเรียนม.ปลายอึนกวังไม่มีผู้ดูแลหอพัก
แม้ฝ่ายจัดการหอพักจะมีหน้าที่ดูแลแค่สิ่งอำนวยความสะดวกแต่สมาคมปีกธรณีคือฝ่ายที่มีหน้าที่คอยดูแลนักเรียน ไกล่เกลี่ยความขัดแย้งออกกฎระเบียบ และจัดการคะแนนความประพฤติ
ในอดีตที่นี่เคยมีผู้ดูแลหอพักแต่เมื่อสิทธิ์ในการแต่งตั้งเ้าหน้าที่ถูกผูกขาดโดยกรรมการบางคนและกระบวนการจ้างงานไม่โปร่งใสปัญหาก็เกิดขึ้น
เ้าหน้าที่ที่ไม่มีคุณสมบัติในการเป็เพลเยอร์ทว่ามีเส้นสายเกิดความอิจฉาและรู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยกว่าเพลเยอร์ โดยเฉพาะนักเรียนในโรงเรียนอันทรงเกียรติอันดับหนึ่งของเกาหลีพวกเขาใช้อำนาจในมือกลั่นแกล้งนักเรียนเพื่อให้ตัวเองรู้สึกเหนือกว่า
ในเกมก็มีที่พูดถึงเหตุการณ์เหล่านี้อยู่บ้าง
การลงโทษหมู่นักเรียนปีสามในคืนก่อนสอบซูนึง[1]เหตุลวนลามในห้องอ่านหนังสืออาคารจีอิกเหตุลงโทษประจานในโรงอาหารนักเรียนอาคารปีกธรณี และอื่นๆ อีกมากมาย
ทว่าถึงจะเกิดการร้องเรียนและฟ้องร้องและทางผู้ดูแลหอพักจะถูกนำตัวขึ้นศาลตามกระบวนการทางกฎหมาย แต่พวกเขากลับได้รับโทษแค่จ่ายค่าปรับหรือรอลงอาญาสุดท้ายก็รอดคุกได้อย่างหวุดหวิด แถมยังไม่ถูกปลดออกจากตำแหน่ง
เนื่องจากมีกรรมการบริหารบางคนสมรู้ร่วมคิดกับผู้ดูแลหอพักเพื่อยักยอกงบประมาณสำหรับบริหารจัดการดูแลหอพักเป็เงินหลักพันล้านวอนต่อปีพวกเขาไม่้าเสียผลประโยชน์จึงพยายามปกป้องผู้ดูแลหอพักอย่างสุดความสามารถ
ยิ่งได้รับการหนุนหลังจากกรรมการบริหารผู้ดูแลหอพักยิ่งกลั่นแกล้งนักเรียนอย่างโเี้ขึ้นกว่าเดิม
สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปหลังจากประธานนักเรียนคนหนึ่งเข้ารับตำแหน่งเมื่อสิบห้าปีก่อน
เมื่อสิบห้าปีก่อนภายใต้การนำของประธานนักเรียน เหล่านักเรียนของโรงเรียนม.ปลายอึนกวังจึงรวมพลังกันเพื่อที่จะเพิกถอนผู้ดูแลหอพักและเหล่ากรรมการบริหารที่ทุจริต
สภานักเรียนเปิดตัว‘แคมเปญล่าลายชื่อนักเรียนโรงเรียนม.ปลายอึนกวัง’ เพื่อกดดันให้พวกเขาเ่าั้ลาออก
บรรดานักเรียนต่างให้ความร่วมมือเป็อย่างดีกระทั่งนักเรียนที่พักการเรียน นักเรียนที่รักษาตัวในโรงพยาบาล นักเรียนที่ไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศก็ร่วมส่งลายชื่อมาทางไปรษณีย์
แคมเปญล่าลายชื่อนักเรียนได้รับการสนับสนุนอย่างล้นหลามจนได้รับรายชื่อนักเรียนครบทั้งโรงเรียนแต่กรรมการบริหารกลับยังคงหน้าด้านหน้าทนออกมายืนกรานภายใต้ทัศนคติเก่าคร่ำครึที่ว่า‘นักเรียนที่กำลังจะจบการศึกษาในอีกสามปี ไม่ควรมาแทรกแซงการบริหารโรงเรียนกรรมการบริหารชุดนี้มีหน้าที่ต้องสั่งสอนมารยาทให้กับนักเรียนชั้นม.ปลายที่ทำตัวอวดดี’
และการออกมาพูดแบบนั้นก็ยิ่งทำให้เื่ราวบานปลาย
หลังจากแคมเปญล่าลายชื่อนักเรียนจบลงด้วยความล้มเหลวบรรดาครูในโรงเรียนจึงตัดสินใจเข้าร่วมกับฝ่ายนักเรียน พวกเขาเริ่มประท้วงด้วยการงดการเรียนการสอนและชุมนุมประท้วงเงียบๆอยู่หน้าหอประกายเงิน
ทางสภานักเรียนยังได้บันทึกภาพเหตุการณ์หลักฐาน และเอกสารไว้มากมาย โดยเนื้อหาประเภทวิดีโอถูกอัปโหลดขึ้นเว็บไซต์ต่างๆ พร้อมกับคำบรรยายสามสิบแปดภาษาระหว่างนั้นก็ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเพื่อเปิดโปงเื่ราวให้สังคมรับรู้
สถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในโรงเรียนเพลเยอร์ม.ปลายอันดับหนึ่งของเกาหลีใต้ตกเป็เป้าความสนใจของผู้คนทั้งประเทศ แม้แต่สื่อต่างประเทศก็ยังให้ความสนใจจนบรรดากรรมการบริหารเริ่มนั่งไม่ติด
ในที่สุดประธานฮวังมยองโฮที่หายหน้าหายตาไปนานก็กลับมาที่โรงเรียนพร้อมกับประกาศสนับสนุนฝ่ายนักเรียน ส่งผลให้ความขัดแย้งนี้ยุติลง
กรรมการบริหารห้าคนถูกเปิดโปงความผิดฐานฉ้อโกงและยักยอกทรัพย์พร้อมกับถูกไล่ออกบรรดาผู้ดูแลหอพักหลายคนตกงานทันที และเมื่อความผิดอื่นๆ ถูกเปิดเผย พวกเขาก็ถูกจำคุกในที่สุด
เหตุการณ์นี้นำไปสู่การก่อตั้งสมาคมปีกธรณี
สมาคมปีกธรณีจึงกลายเป็อีกหนึ่งองค์กรตัวแทนนักเรียนถัดจากสภานักเรียนกรรมการรักษาวินัย และชมรมทั่วไปอื่นๆ
คนที่บินขึ้นมาที่ระเบียงห้องของฉันด้วยแอร์บอร์ดแบบบังคับเองคือซองชีวาน ประธานสมาคมปีกธรณี นักเรียนปีสามของโรงเรียนม.ปลายอึนกวัง
คงจะมีคนรีบแจ้งสมาคมปีกธรณีแน่ๆ
จากภาพที่บันทึกไว้ในกล้องวงจรปิดด้านนอกหอพักก็คงระบุได้ไม่ยากว่าเป็ห้องนี้และเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับกรณีฉุกเฉิน ตัวแทนนักเรียนในองค์กรนี้จะได้รับแอร์บอร์ดแบบบังคับด้วยตัวเองและใบอนุญาตสำหรับใช้ภายในโรงเรียนดังนั้นซองชีวานจึงมาถึงที่นี่ได้อย่างรวดเร็ว
แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ…การมาที่นี่ได้ในเวลาแค่สองนาทีนี่ก็เร็วเกินไปอยู่ดี
“ฉันเห็นจากกล้องวงจรปิดแล้ว นายไม่เป็อะไรใช่ไหม”
ดูเหมือนซองชีวานจะรีบมากผมของเขายังไม่แห้งดีราวกับก่อนหน้านี้เขากำลังอาบน้ำอยู่แถมยังสวมเสื้อยืดกลับด้าน ปลายผมที่ต้องลมหนาวดูแข็งทื่อเล็กน้อย
“ผมไม่เป็ไรครับ แต่เด็กที่ตกลงมาหมดสติ”
“อืม…ขอเข้าไปได้ไหม”
“ครับ”
ซองชีวานวางแอร์บอร์ดและถอดรองเท้าไว้ที่ระเบียงห้องฉันแล้วเข้าไปในห้องเพื่อสังเกตอาการของอีเรนาที่นอนอยู่บนโซฟา
ด้านนอกยังคงมีเสียงเอะอะหอพักปีหนึ่งนั้นมีทั้งหมดยี่สิบชั้น ชั้นที่หนึ่งถึงสิบเป็ของนักเรียนหญิง ส่วนชั้นที่เหลือเป็ของนักเรียนชายและฉันอยู่ที่ชั้นสิบเจ็ด จึงเป็เื่ผิดวิสัยที่อีเรนาจะตกลงมาจากข้างบน
“ดูเหมือนจะไม่ได้รับาเ็ ไม่ต้องใช้ไอเท็มฟื้นฟู”
ซองชีวานถอนหายใจโล่งอกพลางเก็บการ์ดไอเท็มฟื้นฟูกลับเข้ากระเป๋า
“อึยชิน…เอ่อ…ขอโทษนะแต่ฉันขอประกาศออกไปว่า เป็การเล่นพิเรนทร์ของเด็กห้องศูนย์ได้ไหม”
“เอ่อ…”
“อึยชิน นายกับอีเรนาอยู่ห้องศูนย์ทั้งคู่สามารถอ้างได้ว่าเป็การเล่นพิเรนทร์เพื่อความสนุก…ถ้าหลังจากนี้เกิดปัญหาขึ้นฉันจะรับผิดชอบเอง ขอโทษนะ ทั้งที่นายช่วยเธอเอาไว้แท้ๆ”
ซองชีวานก้มหัวให้ฉัน
ฉันใที่เขายอมก้มหัวให้เด็กปีหนึ่งโดยไม่ลังเลแถมยังรู้จักชื่อฉันอีก
อย่าบอกนะว่าเขาจำชื่อนักเรียนได้หมดทั้งหอ
แต่สิ่งที่ทำให้ฉันประหลาดใจมากที่สุดคือเื่ที่อีเรนาอยู่ห้องศูนย์ เพราะในเกมเธอไม่ได้อยู่ห้องนี้
ให้ทุกคนคิดว่าเป็การเล่นพิเรนทร์ก็ดีเหมือนกัน
ระหว่างเข้าไปพัวพันกับเหตุพยายามฆ่าตัวตายกับการเล่นพิเรนทร์ของเด็กปีหนึ่งแทบไม่ต้องคิดเลยว่าปัญหาไหนจะใหญ่กว่ากันอย่างน้อยก็จนกว่าจะได้ฟังรายละเอียดจากปากอีเรนา ฉันคิดว่าควรปิดเื่เอาไว้ก่อน
เมื่อฉันพยักหน้ารับซองชีวานเผยสีหน้าโล่งใจปนรู้สึกผิด ก่อนจะชะโงกออกไปนอกระเบียงแล้วะโเสียงดัง
“ทุกคนเข้ากลับเข้าไปในห้อง! ไม่มีอะไร! ก็แค่พวกเด็กห้องศูนย์เล่นพิเรนทร์!”
เสียงจ้อกแจ้กจอแจหยุดลงทันทีตามด้วยเสียงสนทนา
“รุ่นพี่หัวหน้าสมาคมนี่หว่า…เฮ้ย! กลับเข้าห้อง!”
“ฝีมือเด็กห้องศูนย์เองเหรอเนี่ย เ้าพวกบ้านั่นเอาั้แ่วันแรกเลยเหรอ”
“พวกเด็กห้องศูนย์เห็นใจกันหน่อยได้ไหม เทอมนี้ยังอีกยาวไกลนะเฟ้ย!”
“ฝึกสกิลกันหรือเปล่านะ”
“คงจะเตรียมไว้เล่นวันโกหกล่วงหน้า…ให้ตายสิตกอกใหมด นึกว่ามีคนะโตึกจริงๆ”
“เหมือนกับที่ได้ยินจากพิธีปฐมนิเทศหอพักไม่มีผิด! เจ๋งชะมัด!”
หน้าต่างหอพักปีหนึ่งที่เปิดอยู่หลายห้องทยอยปิดลงจนบรรยากาศเงียบสนิทในพริบตาทำเอาทึ่งที่เขาจัดการกับสถานการณ์ได้เร็วขนาดนี้
“ในพิธีปฐมนิเทศหอพัก ฉันอบรมวิธีปฏิบัติตัวขณะเกิดเหตุไม่คาดฝันให้พวกเขา สี่จากห้าตัวอย่างที่ยกขึ้นมาเป็ฝีมือของนักเรียนห้องศูนย์”
เด็กห้องศูนย์น่ากลัวถึงขนาดนั้นเลยพวกเขาไปทำอะไรกันมาถึงได้ชื่อเสียงเลื่องลือขนาดนั้นกันนะ
ไม่สิถ้าคำนึงจากความแสบของห้องศูนย์ในเกม เื่นี้ก็สมเหตุสมผลไม่ว่าจะเปลี่ยนน้ำทั้งหมดในถังเก็บน้ำของโรงเรียนให้เป็นมรสกาแฟสร้างปราสาทน้ำแข็งขนาดมหึมาบนทะเลสาบของโรงเรียน ทำให้เกิดะเิหลายสิบครั้งภายในอาคารเรียนเก่าที่มีแผนจะรื้อถอนและอีกมากมายจนนับไม่ไหว ฉันอยากรู้จริงๆ ว่าสี่ห้าตัวอย่างที่ว่านั่นคืออะไรบ้างถ้ารู้แบบนี้คงเข้าร่วมพิธีปฐมนิเทศหอพักไปแล้ว
ขณะที่ฉันใช้ความคิดซองชีวานก็โทรศัพท์ด้วยดีไวซ์
“ครูฮัมกึนฮยองใช่ไหมครับ ผมชีวานเอง…ใช่ครับข่าวแพร่ไปถึงหอพักอาจารย์แล้ว? ช่วยได้ทันครับไม่มีใคราเ็…ห้องศูนย์? ใช่ครับทั้งคู่เป็เด็กห้องศูนย์ อีเรนากับโจอึยชินครับ…ครับเดี๋ยวผมไปหา”
ดูเหมือนซองชีวานจะคุยกับฮัมกึนฮยองครูประจำชั้นปีหนึ่งห้องศูนย์ ถึงจะได้ยินแค่เสียงของซองชีวานแต่ก็เดาได้ไม่ยากว่าปลายสายพูดอะไร
“ดูเหมือนพวกเราจะต้องไปพบครูฮัมกึนฮยอง พาเธอออกมาที่ระเบียงหน่อยฉันจะเปลี่ยนแอร์บอร์ดให้เป็โหมดสี่ที่นั่ง”
ขณะซองชีวานปรับแต่งแอร์บอร์ดบนระเบียงฉันก็เอาไอเท็มผ้าห่มที่เขายื่นให้คลุมตัวอีเรนาไว้
…ผอมลงเยอะเลยแฮะ
อีเรนาผอมกว่าตอนที่เจอกันในงานประมูลห้วงฝันมายาพอสมควรในหน้าเล็กๆ ซีดเซียวจนน่าใจหาย ฉันห่อตัวอีเรนาด้วยผ้าห่มอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ใครเห็นเธอและช่วยป้องกันลมหนาวจากนั้นจึงอุ้มเธอขึ้นมา
“ไปกันเถอะ”
หลังจากตรวจสอบจนแน่ใจแล้วว่าฉันกับอีเรนานั่งลงอย่างปลอดภัยเขาก็เริ่มสตาร์ตเครื่องแล้วขับออกไปอย่างช้าๆ เพื่อไม่ให้กระทบกับอีเรนา
“เกิดเื่แบบนี้บ่อยไหมครับ”
“หือ…”
“ก็ดูเหมือนรุ่นพี่รับมือได้คล่องแล้ว”
ตอนที่ซองชีวานเพิ่งมาถึงสีหน้าของเขาดูกระวนกระวายมาก แต่การที่เขาเตรียมไอเท็มฟื้นฟู ผ้าห่มและรีบติดต่อครูประจำชั้นทันทีอย่างรวดเร็วนั้นช่างน่าประทับใจมาก การลงมือและเตรียมตัวอย่างชำนาญนั้นเป็สิ่งที่คนมีประสบการณ์เขาทำกัน
“โรงเรียนม.ปลายหรือมหาวิทยาลัยดังๆ จะมีคดีฆ่าตัวตายทุกปีโดยเฉพาะสถานศึกษาที่รับเฉพาะเพลเยอร์…ก่อนจะเข้าเรียน เด็กๆทุกคนเคยเป็เด็กพิเศษที่มีเพียงสิบห้าเปอร์เซ็นต์ในเกาหลีมาก่อนนี่นา”
ซองชีวานไม่ตอบคำถามโดยตรงแต่อธิบายอย่างคลุมเครือ
“เมื่อเด็กเ่าั้มารวมตัวกัน ความพิเศษพวกนั้นก็หายไปเด็กบางคนจึงยอมรับเื่นี้ไม่ได้”
เขาเว้นวรรคเล็กน้อยพลางชำเลืองอีเรนาในอ้อมแขนฉัน
“แต่เรนาเพิ่งเข้าเรียนวันแรก ฉันคิดว่าจะน่าเป็เหตุผลอื่น”
ขณะซองชีวานกำลังพูดแอร์บอร์ดก็ค่อยๆ ลงจอดที่หน้าหอพักครูแต่ยังไม่ทันที่พวกเราจะได้เข้าไปในห้องรับรองที่ครูฮัมกึนฮยองรออยู่ อีเรนาก็ลืมตาขึ้น
[1] การสอบซูนึงคือ การสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับประเทศของเกาหลีใต้