หลังจากที่เสวี่ยิเพิ่งเผชิญหน้ากับความตายอย่างภาคภูมิในสนามรบ.. หากเมื่อนางฟื้นตื่นขึ้นมาอีกครั้ง กลับพบความจริงว่าชาติภพใหม่ของนางได้กระทำการอันโง่เง่าสิ้นดี
'ใช้ ชีวิตเพื่อบูชาความรักเช่นนั้นหรือ บัดซบ จอมทัพหญิงเเกร่งเช่นข้า ได้มาเกิดใหม่เเละตายเปล่าเช่นนี้หรือ' เสวี่ยิคิดอยู่ในใจ
เสวี่ยิกุมขมับพร้อมกับถอนหายใจให้กับความโง่งมของเฟยหร่ง ข่าวที่ว่านางใช้มีดปักอกเพื่อเเสดงว่านางมีใจต่อจิ้นเหอ ด้วยความภักดีมั่นคงในรักเดียวของนางทำให้ผู้คนต่างนับถือความเด็ดเดี่ยวของนางยิ่งนัก.. หากเเต่เื่ที่นางตายเเล้วฟื้น ซ้ำยังลุกขึ้นมาเดินคล่อง ทำให้ผู้คนประหลาดใจยิ่งกว่า
บ้างก็ว่า์มีตา มินำตัวท่านหญิงผู้มีศักดิ์รักเดียวผู้นี้ให้ต้องตายไป บ้างก็ว่านางเป็เทวดาเเม่มด ถึงรอดจากการใช้มีดปักอกจนเืที่ไหลออกมาชโลมร่างถึงเพียงนั้น
คนภายนอกเมื่อมองเข้ามาที่เฟยหร่ง หลังจากที่นางฟื้นจากความตาย นางก็ได้มีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปราวฟ้ากับก้นเหวทะเลลึก จากที่นางเคยนิ่งเงียบ ถือยศถืออย่าง บอบบางรักสวยรักงาม เเต่ตอนนี้กลับยิ้มเเย้มเเจ่มใส เป็กันเองกับบ่าวไพร่ คนรับใช้ คนสวน นางก็เข้าไปพูดคุยไตร่ถามจนสิ้น..
เสวี่ยินางเป็คนมิตัดสินคนที่ฐานะทางสังคม สำหรับนางคนมีสองประเภทเท่านั้น คือ ดี กับ เลว หากผู้นั้นเป็คนดี ไม่ว่าจะสถานะต่ำต้อยสักเพียงใด ก็คู่ควรกับการให้เกีรยติเเละเคารพนับถือได้
หากว่าผู้นั้นเป็คนใจทราม หยาบช้า เเม้นจะมีศักดิ์สูงส่งเพียงใด ก็ไม่คู่ควรที่จะได้รับเกีรยติเเละความเคารพนับถือ
"ล่งล่ง เ้าไปจัดหาคนงานมาให้ข้าสัก ยี่สิบคน ขอคนที่เเข็งเเรงๆ หน่อยนะ เพราะงานที่ข้าจะให้ทำต้องใช้เเรงมากหน่อย" เสวี่ยิ กล่าวกับสาวใช้คนสนิทของ เฟยหร่ง
"เ้าคะ ท่านหญิง ว่าเเต่งานที่ท่านจะทำคือสิ่งใดกันเ้า"
"เดี๋ยวเ้าก็ได้รู้ ล่งล่ง" เสวี่ยิยิ้มย่อง อย่างมีเเผนการ
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ณ สวนป่าเหมยที่เป็ที่สมาคมของ ซือซือ จิ้นเหอ อวี้เหวินหย่ง เเละ เฟยหร่ง ครั้งที่ยังเป็สหายที่ดีต่อกัน
"จิ้นเหอ ท่านเหม่อลอยเช่นนี้ กำลังคิดถึงใครอยู่หรือเปล่า" อวี้เหวินหย่ง กล่าว ด้วยน้ำเสียงที่ประชดประชัน ทำให้ซือซือที่ กำลังจิบชาอยู่ในตอนนั้นเเทบอยากจะบ้วนชาทิ้ง
เเน่หละ เเม่ทัพอวี้เหวินหย่งผู้สามารถ ย่อมไม่เห็นด้วยกับการกระทำของ จิ้นเหอ เเละ ซือซือ ผู้เป็สหายกันก็มิควรทรยศต่อความไว้เนื้อเชื่อใจ ที่เฟยหร่ง นางจะร้ายกาจก็ไม่เห็นจะผิดที่ตรงไหน นางถูกเเย่งคนรัก ไหนเลยจะยอมทนฝืน
"อวี้เหวินหย่ง เ้าจะพูดกระทบข้าราวกลับสตรีเช่นนี้หรือ" จิ้นเหอเเสร้งยิ้มอย่างไม่รู้สึกรู้สา
เเต่ทันใดนั้นเอง..
จู่ๆ ก็มีคนงานชายฉกรรก์ จำนวนนับสิบ ที่ถือ จอมเสียบพั่ว ดาหน้าเข้ามา... พุ่งตรงไปที่ต้นเหมยนับร้อยต้นที่ถูกปลูกไว้ ณ ลานกว้างเเห่งนี้ จนเต็มพื้นที่
"นี่ พวกเ้า พวกเ้ากำลังจะทำอะไรกัน รู้หรือไม่ว่าสถานที่นี้ เป็ของใคร" จิ้นเหอกล่าวด้วยความใ เเละฉุนเฉียว
"นายหญิงมีคำสั่งให้ จัดการถอนต้นเหมยไร้ค่า เหล่านี้ใส้สิ้นเเล้วนำไปเผา เอาไม้ไปทำฝืน ขอรับ" หัวหน้าคนงานคนหนึ่งกล่าว
" นะ นายหญิง? " จิ้นเหอสงสัย ว่านายหญิงผู้นั้นคือใคร?
"หากไม่มีอะไร ข้าน้อยขอตัวไปทำงานก่อนนะ ขอรับ พวกท่านก็ยังคงพักผ่อนที่ศาลานี้ได้ นายหญิงมิได้มีคำสั่งให้รื้อถอน"
"ฮ่าาาา ฮ่าาาา" อวี้เหวินหย่งจู่ๆ ก็หัวเราะขึ้นมาดังลั่น เป็นางเเน่ เฟยหร่งผู้ฟื้นจากความตาย คงได้เวลาที่นางจะเเสดงฤทธิ์เดช
คนงานก็พากัน ทั้งถอนทั้งขุด กันอย่างเเข็งขัน.. จนป่าเหมยนี้ เตี้ยนไปเสียครึ่งหนึ่งเเล้ว จิ้นเหอ ซือซือ ได้เเต่มองตาปริบๆ
"ทำงานกันเร็วกว่าข้าคิดไว้เยอะเลย เห็นที่ข้าคงต้องตบรางวัลให้พวกเ้าสักสองเท่า "
เสียงเเว่วหวานดังขึ้น เหล่าชายฉกรรก์ ต่างหยุดมือเเล้วหันไปสนใจของที่มาของเสียง นายหญิง ของพวกเขามาเเล้ว
"เฟยหร่ง" จิ้นเหอเเละซือซือ อุทานขึ้นพร้อมกัน
เสวี่ยิรับรู้ได้ว่า ป่าเหมยเเห่งนี้ เป็สถานที่ ที่ฮองเต้องค์ปัจจุบัน พระราชทาน ให้เฟยหร่ง นางย่อมมีสิทธิ์จะจัดการเปลี่ยนเเปลงอะไรก็ได้ตามใจ เเละยิ่งต้นเหม่ยบ้าบออะไรนี้ นับเป็สัญลักษณ์แห่งความรักของเฟยหร่ง กับชายใจคนนั้น นางย่อมมิให้เหลือไว้ ความอัปยศในชาติภพใหม่ของนาง
"เฟยหร่ง ป่าเหมยนี้ เป็สิ่งที่เ้ารักและหวงเเหนนักหนามิใช่หรือ ใยเ้าคิดที่จะทำลายมัน" ซือซือ กล่าวค้านขึ้นอย่างสงสัย
"ซือซือ หากเ้าชอบข้าก็จะให้คนงาน นำปลูกไว้ที่เรือนเ้า เช่นนั้นดีหรือไม่ เพราะของที่ข้ารักข้าชอบ เ้าก็ยิ่ง้ามิใช่หรือ สหายรัก" เสวี่ยินางเอ่ยด้วยใบหน้าที่เเฝงไปด้วยความเ็าที่สื่อออกมาผ่านดวงตา เเต่ใบหน้านางกลับยิ้มเเย้ม
จะอย่างไรก็ตามเสวี่ยิก็ยังคงมีความรู้สึกร่วมไปกับเฟยหร่ง นางไม่เพียงรับรู้เื่ราวทุกอย่างผ่านิญญาเดียวกัน ทั้งยังรวมไปถึงความรู้สึกอัปยศ เเละความไม่ชอบธรรมที่เฟยหร่งได้เผชิญก่อนหน้านี้ ทั้งความทุกข์ ทรมารที่เฟยหร่งได้รับ จากการถูกคนรักและสหายสนิท เเทงข้างหลังอย่างไร้ความเมตตา
"อาหย่ง ท่านคิดว่าอย่างไร หากข้าจะปรับปรุงสถานที่เเห่งนี้ เป็สนาม ฝึกดาบ ฝึกธนู " เสวี่ยิตระหนักรู้ดีว่า อวี้เหวินมีความจริงใจต่อนางมากกว่าคนอื่นใด เขาอยู่เคียงข้าง เฟยหร่งมาโดยตลอด
"อาหย่ง เ้าเรียกข้าว่าอาหย่งเช่นนั้นหรือ " อวี้เหวินหย่งประหลาดใจที่ เฟยหร่งเรียกเขาอยากสนิทใจเช่นนั้น
"ลานกว้างเช่นนี้ จะปลูกไม้ดอกไร้ค่า เช่นนั้นข้าก็เสียดาย มิสู้นำมาเป้นลานฝึกดาบ ธนู ให้อาหย่งจะดีกว่า" เสวี่ยิย้ำ
"มิใช่เ้าหรือ เฟยหร่งที่รักต้นไม้เหล่านี้ นักหนา ข้าเคยพูดกับเ้าเื่ลานฝึกนี้ก็อยู่บ่อยครั้ง เ้าไม่เห็นมีท่าที จะเห้นดีด้วยเเล้ววันนี้ จู่ๆ เ้าจึงอยากที่จะทำลานฝึก" อวี้เหวินหย่ง กล่าวถามด้วยความสงสัย
"เหมยนี้เป็สัญญลักษณ์ของความรักเดียวใจเดียวของข้า วันนี้ข้าไม่มีรักให้แก่ผู้ใดไหนเลยจะต้องเก็บเหม่ยนี้ไว้ มิสู้ตัดไปฟืนใช้ประโยชน์ย่อมดีกว่า อาหย่งเ้าไม่เห็นด้วยกับข้าหรือ"
คำพูดของเฟยหร่ง เเน่นอนนางกล่าวเพื่อนประชดประชัน จิ้นเหออย่างเเน่นอน นางกำลังจะประกาศให้เขารู้ว่า ในอดีตป่าเหมยเเห่งนี้ อาจจะเคยเป็สถานที่เเห่งความรักของเขากับนาง หากเเต่ในตอนนี้ นางมิได้มีใจให้กับเขาอีกต่อไป ไหนเลยจะต้องเก็บเหมยนี้ไว้ ไร้ค่า ไร้ประโยชน์ ด้อยค่ากว่า ถ่านไม้ เสียอีก
เสวี่ยิเเม้นไม่เคยมีความรักชายหญิงให้กับบุรุษใด จะมีก็เพียงเเต่ความเอ็นดูที่มีต่อขุนพลคู่ใจของนางเพียงเท่านั้น ที่่นางรักใคร่เอ็นดูราวกลับพี่น้องท้องเดียวกัน ขุนพลคู่ใจนางคนนั้น ปานนี้จะไปเกิดเป็ผู้ใดกันหนอ..
.
.
.
.
.
.
.
โปรดติดตามตอนต่อไป
ขอบคุณที่กดติดตามกันนะคะ
คอมเมนต์ติชมกันได้นะคะ