เมื่อเหล่านักเวทและนักรบที่ทำามายาวนานหลายร้อยปีตัดสินใจจับมือปรองดองกัน จึงทำให้เกิดยุคสมัยที่เวทมนตร์และวิทยาศาสตร์สามารถผสมรวมร่างกลายเป็นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อพัฒนาเกรย์กอร์จให้กลายเป็จักรวรรดิอันดับหนึ่งในทวีปพาราเนียร์
ทว่าเทคโนโลยีเวทมนตร์นั้นล้ำหน้ามากเกินไป ซึ่งขัดแย้งกับความสามารถของคนในจักรวรรดิ ทำให้มีการจัดแบ่งชนชั้นเกิดขึ้น โดยหากผู้ใดมีค่าพลังเวทหรือค่ากายภาพสูง สามารถทำประโยชน์ให้จักรวรรดิได้มากจะถูกจัดให้เป็พลเมืองชั้นดี อีกทั้งยังได้สิทธิ์อาศัยอยู่ด้านในสุดของจักรวรรดิ์ซึ่งเป็โซนปลอดภัยและอุดมสมบูรณ์ที่สุด แน่นอนว่าผู้ที่มีค่าพลังน้อยหรือไม่มีจะถูกจัดเป็พลเมืองชั้นเลว สิทธิ์พิเศษที่ได้จึงมีเพียงสถานที่หลับนอนในโซนนอกสุดเท่านั้น
อืม…ไม่มีใครอยากนับมันเป็สิทธิ์พิเศษด้วยซ้ำ เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่าโซนนอกสุดของจักรวรรดิเป็เขตที่มีสัตว์อสูรเพ่นพ่าน ยิ่ง่ตะวันลาลับ ดวงจันทร์ตระหง่านกลางนภา ยิ่งเป็เวลาที่เหล่าสัตว์อสูรดุร้ายเป็พิเศษ
ถึงแม้พระาาจะส่งกองกำลังทหารและนักเวทระดับหัวกะทิมาตั้งฐานทัพเพื่อจัดการสัตว์อสูรที่บุกรุกเข้ามาในเมืองก็ตาม แต่ด้วยความที่เป็โซนนอกสุด กองกำลังเ่าั้จึงทำงานแบบขอไปที หากสัตว์อสูรไม่ได้จู่โจมเข้าใกล้เขตฐานทัพ พวกเขาก็ไม่คิดแยแส เพราะถูกปลูกฝังความคิดที่ว่า ‘โซนนอกสุดคือพลเมืองชั้นเลว ผู้ซึ่งไม่สามารถสร้างประโยชน์ใดใดแก่จักรวรรดิได้’ มาั้แ่เกิด และความคิดเ่าั้ก็ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
แต่เหนือสิ่งอื่นใด โซนนอกสุดก็ใช่ว่าจะเลวร้ายไปเสียหมด เพราะที่แห่งนี้ขึ้นชื่อเื่สุราและเซ็กซ์ แม้จะเต็มไปด้วยสัตว์อสูร ทว่ากลับเป็โซนที่เหล่าพลเมืองชั้นดี รวมถึงพลเมืองชั้นกลางอยากมาเที่ยวมากที่สุด โดยเฉพาะร้าน ‘สารพัดรับจ้างโจชัว’ ที่โด่งดังไปไกลทั่วทั้งทวีป
บุรุษ สตรีรูปงาม และสุรารสเลิศสามารถหาได้ทั่วไป แต่จะไปหาเ้าของร้านที่ทั้งรูปงาม เก่งกาจ และฝีปากกล้าได้จากที่ไหนนอกจากร้านแห่งนี้
ตูม!
เสียงอะไรบางอย่างลอยกระเด็นชนประตูหน้าร้านที่ทำจากไม้ราคาแพงดังขึ้นหนึ่งครั้งเรียกความสนใจจากแเื่ในร้านได้เป็อย่างดี ทว่าพอหันไปมองก็ต้องเบือนหน้าหนี ไม่ใช่เพราะภาพตรงหน้านั้นไม่น่ามอง แต่เพราะเป็ภาพที่เห็นจนชินตาแล้วมากกว่า อีกอย่างพวกเขาก็แค่หันไปเชยชมว่าหน้าตาของไอ้ผู้ชายดวงซวยวันนี้เป็ใครเพียงเท่านั้น
“ถ้ากระสันมากนักก็ไสหัวกลับไปทำกับแม่แกสิไอ้เวร!”
สุ้มเสียงทุ้มห้าวที่สุดแสนจะไม่เข้ากับใบหน้าหวานหยดดังขึ้น กอปรกับกระแสโทสะที่ปล่อยออกมารอบกายทำให้ผู้ชายร่างท้วมดวงซวยหลั่งเหงื่อเย็นไม่ขาดสาย เ้าของใบหน้างดงามที่ออกไปทางหล่อเหลาเฉกเช่นบุรุษก็ไม่ใช่ หรือจะสวยหยาดเยิ้มไปทางสตรีก็ไม่เชิงยกฝ่ามือขาวเสยเส้นผมยาวหยักศกสีน้ำตาลแดงของตนเองอย่างหัวเสีย จากนั้นตวัดสายตาไปมองตัวต้นเื่ที่ทำให้เขาหงุดหงิดอย่างหาเื่
“อา…ให้ตายสิพวกเวรนี่ อยู่กันดี ๆ ไม่ได้หรือไง ทำไมชอบหาเื่ให้ข้าโมโหอยู่เรื่อย” พูดจบก็ยกเท้าเหยียบหน้าอกหนาที่เต็มไปด้วยชั้นไขมัน จากนั้นออกแรงตรงปลายเท้าบดขยี้อย่างแรงจนอีกฝ่ายแสดงสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป
“เอาน่าโจชัว ไอ้หนุ่มนี่คงจะมาจากเมืองอื่นเลยไม่รู้กฎของร้านนี้ อย่าไปถือสาเลย ใจเย็น ๆ แล้วมานั่งดื่มกับพวกข้าดีกว่า” ชายแก่วัยเข้าหกสิบว่าพร้อมชูแก้วเบียร์โยกไปมาเบา ๆ เป็การเชิญชวน
“ใจเย็นเรอะตาแก่! เหอะ กฎร้านก็เขียนแปะผนังไว้ป้ายเบ้อเร่อไม่แหกตาดู ถ้ากระสันนักก็ไสหัวไปร้านอื่นสิวะ” ยิ่งพูดก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ หันขวับมาจ้องหน้าชายร่างท้วมตาขวางราวกับจะกินเืกินเนื้อ
ชายร่างท้วมััได้ว่าชีวิตตนเองคงสิ้นสุดแค่วันนี้เป็แน่ เห็นเป็ย่านเริงรมณ์มีแต่โสเภณีกับสุรา ไอ้เขาที่เดินทางมาไกลจากเมืองอื่นก็หวังจะปลดปล่อยให้หายเหนื่อยสักครา ถามใครต่อใครก็บอกเป็เสียงเดียวกันว่าร้านนี้สตรีงดงามก็รีบบึ่งมาทันที แต่ไหนเล่าความสุข แค่แอบจับก้นพนักงานหญิงในร้านนิดเดียวเท่านั้น รู้ตัวอีกทีตัวเขาก็โดนคนตรงหน้าถีบกระเด็นออกมานอกร้านแล้ว
“ข…ขอโทษโอนเนอร์ ไว้ชีวิตข้าเถอะ ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าร้านนี้มีกฎอะไร ข้าต่างเมืองน่ะ” เมื่อเห็นสีหน้าราวมัจจุราชของโจชัวเขาก็รีบก้มหัวขอโทษเสียจนหน้าผากแทบติดพื้น ก้อนเนื้อในอกเต้นโครมครามอย่างหวาดกลัว
“เออเ้ากล้าขอโทษข้าก็ให้อภัย” โจชัวเอ่ยเสียงต่ำ ชายร่างท้วมคลี่ยิ้มอย่างโล่งอก ทว่าความรู้สึกนั้นมลายหายไปทันทีเมื่อได้ยินประโยคถัดไป
“แต่เื่นั้นไม่เกี่ยวกับการที่ทำให้ข้าคนนี้โมโห เพราะฉะนั้นเ้าต้องโดนอัดจนกว่าข้าจะพอใจ” โจชัวกดเสียงต่ำพูดจนชายร่างท้วมรู้สึกหนาวเยือกไปทั้งกายใจ เขากลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก เหงื่อกาฬผุดซึมเต็มกรอบหน้า
“โอนเนอร์ไว้ชีวิตข้าเถอะ!” เขาเอ่ยขอโอกาสเป็ครั้งสุดท้าย ทว่าโจชัวไม่สนใจเลยแม้แต่นิด
“กัด ฟัน ไว้” พูดเน้นชัดทีละคำด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ั์ตาดอกท้อสีฟ้าสว่างฉายแววโเี้ราวสัตว์ป่าที่พร้อมจะฆ่าเหยื่อ จากนั้นตั้งท่ายกกำปั้นขาวขึ้นแล้วชกเข้าข้างแก้มซ้ายแก้มขวาชายร่างท้วมซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในมุมมองคนภายนอกอาจจะเห็นว่าเป็การต่อยหน้าธรรมดา ทว่าคนโดนนี่สิ ภาพที่เขาเห็นคืออสูรกายที่น่าหวาดหวั่นพรั่นพรึง กำปั้นขาวเนียนนั่นที่ตอนนี้ท่วมไปด้วยโลหิตสีแดงสดไม่ต่างอะไรกับค้อนปอนด์หนัก ๆ เลยสักนิด
อา…แม่จ๋า พ่อจ๋า ลูกคงต้องตายแล้วละ
“เฮ้ย จะรีบตายไปไหน ข้ายังอัดแกไม่สะใจเลยนะเว้ย!” โจชัวเอ่ยเรียกพลางเขย่าคอเสื้อชายร่างท้วมไปด้วย อีกฝ่ายสติเริ่มเลือนลางเต็มที ลำคอหนาจึงโยกเข้าโยกออกตามแรงเขย่าราวกับกิ่งไม้อ่อน
“ถ้าแกไม่ฟื้นงั้นข้าจะตบเรียกสติให้แล้วกัน” สิ้นเสียงก็ยกมือตบหน้าอีกฝ่ายทันที แถมตบรัวซ้ายขวาอย่างแรงจนมองตามแทบไม่ทัน คนอื่น ๆ ที่เดินผ่าน รวมถึงลูกค้าในร้านก็ไม่มีใครคิดเข้ามาห้ามเพราะชินชากับเหตุการณ์แบบนี้แล้ว
ก็นะ…หากวันไหนโจชัวไม่ได้ตื้บคน วันนั้นพายุคงโหมกระหน่ำใส่จักรวรรดิ์นี้แน่
แต่ถึงกระนั้นก็สงสารเ้าหนุ่มนี่เหลือเกิน เพิ่งเข้าเมืองมาหมาด ๆ ก็ต้องกลับไปเฝ้ายมโลกเสียแล้ว เฮ้อ
เมื่อระบายความโกรธจนพอใจแล้ว โจชัวจึงหยัดตัวลุกขึ้นยืน จากนั้นยืดสองแขนจนสุดเป็การยืดเส้นยืดสายด้วยสีหน้าสบายใจ และก้าวเท้าเดินเข้าร้านโดยไม่คิดหันหลังกลับไปมองสภาพชายร่างท้วมอีก
“เอาโพชั่นไปให้ไอ้เวรนั่นด้วย” ออกปากสั่งพนักงานสาวเสียงเรียบ
“ค่ะโอนเนอร์” พนักงานสาวพยักหน้ารับก่อนจะหยิบขวดโพชั่นที่ตุนไว้เป็ลังไปรักษาอาการาเ็ของชายร่างท้วม
ถึงแม้โจชัวจะขึ้นชื่อเื่นิสัยเกเร เกรี้ยวกราด และโมโหง่าย ทว่าทุกครั้งที่เขาไปตบหัวใครก็มักจะลูบหลังโดยการใช้โพชั่นรักษาให้เสมอ โจชัวแค่ชอบอัดคน แต่ไม่เคยคิดฆ่าใคร ถ้าคนคนนั้นไม่ได้ทำเขาโมโหถึงขั้นอยากฆ่าให้ตายน่ะนะ
“โอนเนอร์ มีแขกมาหาน่ะ” เดินเข้าร้านยังไม่ทันจะได้นั่งพักก็ถูกรบกวนอีกแล้ว โจชัวจึงเงยหน้ามองโซเอล เอลฟ์สาวหน้าตาติดห้าวซึ่งเป็พนักงานในร้านก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อย
“ใคร”
“ไม่รู้สิ แต่ดูแล้วคงมาจากเมืองหลวง” เธอตอบอย่างขอไปที
“ไอ้พวกคนเมืองนี่ขยันหาเื่กันจริง ๆ จัดการเองไม่ได้สุดท้ายก็มาเพิ่งข้าทุกที” แม้ปากจะบ่นแต่ก็ก้าวขาเดินขึ้นชั้นสอง ซึ่งเป็โซนสำหรับรับแขกที่มาว่าจ้างอยู่ดี
แรกเริ่มเดิมทีร้านสารพัดรับจ้างโจชัวเป็ร้านที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อรับจ้างงานจิปาถะทั่วไป ฐานลูกค้าหลักคือพวกคนโซนกลางและโซนในสุดซึ่งเป็เมืองหลวงของจักรวรรดิ์ ค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างจึงค่อนข้างแพง และจะแพงมากยิ่งขึ้นเมื่อระดับภารกิจเข้าขั้นเสี่ยงตายหรือเสี่ยงถูกขังคุก นานวันเข้าจึงใช้ชั้นหนึ่งเป็บาร์ให้คนทุกพื้นที่มานั่งดื่มแก้เบื่อ อีกทั้งเป็การหารายได้เสริมด้วย
เมื่อเดินเข้ามาในห้องรับแขก สิ่งแรกที่เจอคือกลิ่นควันไปป์ลอยอบอวลทั่วห้อง โจชัวไม่ได้รังเกียจกลิ่นพวกนี้ เพราะตัวเขาเองคุ้นชินอยู่แล้ว หนำซ้ำยังชอบหยิบมาสูบเวลาเบื่อด้วย สิ่งถัดไปที่เจอคือชายหนุ่มน่าจะอายุราวสามสิบต้น ๆ หน้าตาหล่อเหลาคมคาย เพียงแค่เห็นด้านข้างก็รับรู้ได้แล้วว่าใบหน้าตรงต้องดูดีมากแน่ แถมการแต่งตัวก็ดูสะอาดสะอ้าน ความเป็ผู้ดีโดดเด้งออกมาชัดเจน
แล้วก็เป็ดังคาด… ชายคนนี้เรียกได้ว่าหล่อจนน่าอิจฉา ตาคมดุดัน สันกรามเป็สันเห็นกรอบหน้าชัดเจน จมูกโด่ง ริมฝีปากรับกับใบหน้าเป็อย่างดี แม้จะมีสีคล้ำแต่กลับไม่ลดทอนความหล่อเหลาลงเลยแม้แต่นิด
อีกฝ่ายเห็นว่าโจชัวเดินเข้ามาแล้วจึงรีบดับไปป์ แต่โจชัวยกมือห้ามไว้เสียก่อน จากนั้นทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ด้วยท่าทางสบาย ๆ
“รู้หรือเปล่าว่าข้าไม่รับงานที่ไม่ได้นัดล่วงหน้า”
อีกฝ่ายส่ายหน้าเบา ๆ
“เอาเถอะ ขอฟังก่อนแล้วกันว่าจะจ้างอะไร ส่วนจะทำไม่ทำขอคิดอีกที”
อีกฝ่ายกระแอมไอเบา ๆ หนึ่งครั้ง ยิ่งเห็นเขาแสดงสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังแบบนั้น โจชัวยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่ว่าภารกิจว่าจ้างครั้งนี้จะยากแค่ไหน
“เ้ารู้จักกริมเชดอคาเดมีไหม” คนหล่อเอ่ยถามด้วยสุ้มเสียงเรียบไร้โทนสูงต่ำ จากนั้นปรายตามองใบหน้าโจชัวอย่าง้าคำตอบ
โจชัวแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ “รู้จักสิ อคาเดมีที่มีแต่ลูกหลานขุนนางกับพวกคนรวยเรียนใช่ไหมล่ะ”
“อืม ที่นั่นแหละ”
“แล้วยังไงต่อ เ้าอยากให้ข้าไปกระทืบผู้อำนวยการอคาเดมีนั่นเรอะ” โจชัวพูดติดตลก ทว่าอีกฝ่ายไม่ตลกตาม หนำซ้ำยังยื่นนามบัตรให้ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมกว่าเดิมอีก โจชัวรับบัตรขึ้นดูก่อนจะเบิกตากว้างเล็กน้อย
ไบรอัน เดอแอล กริมเชด
ชัดเลย…นายรูปหล่อคนนี้คือผู้อำนวยการอคาเดมี ไม่สิ ถ้าพูดให้ถูกกว่านี้ต้องบอกว่าเป็ผู้ก่อตั้งต่างหาก แถมตระกูลกริมเชดยังเป็ตระกูลดยุกที่มีเชื้อสายาาด้วย กล่าวคือไบรอัน เดอแอล กริมเชดคนนี้เป็หลานชายองค์าานั่นเอง
แล้วเขาดันเพิ่งพูดว่าจะกระทืบคนคนนี้ไป อืม…ช่างมันแล้วกัน ยังไงเขาก็ไม่กลัวอยู่แล้ว
“าา้าให้นายรับตำแหน่งอาจารย์สอนการต่อสู้ที่นั่น”
“หา!?” โจชัวอุทานสวนกลับทันทีที่ไบรอันพูดจบ ส่วนไบรอันเลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ จ้องตากับโจชัวซึ่งมีสีหน้าท่าทางตะลึงตะลาน
“ข้าเองก็ใไม่ต่างกัน ไม่รู้องค์าาคิดอะไรกันแน่ถึงได้ออกคำสั่งให้พาเ้ากลับไป” ไบรอันเอ่ยด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ก่อนจะยกไปป์สูบอย่างละเมียดละไม ทว่ามันจะดีกว่านี้มากหากเ้าตัวไม่ได้เอ่ยประโยคนั้นด้วยน้ำเสียงดูแคลน
“เฮ้ย นี่เ้าดูถูกข้าเรอะ?” โจชัวเลิกคิ้วถามอย่างไม่สบอารมณ์ เขาจัดแจงเปลี่ยนท่านั่งให้ดูพร้อมมีเื่เต็มที่ ส่วนโซเอลที่ยืนประกบอยู่ด้านหลังก็ตั้งท่าพร้อมลุยเช่นกัน
“เพราะแบบนี้ไงข้าถึงไม่เข้าใจว่าทำไมองค์าาอยากจะได้ตัวเ้ากลับไปนัก เ้ามีดีตรงไหนรึ? เท่าที่เห็นไม่ต่างอะไรกับกุ๊ยเลยสักนิด”
“เหอะ งั้นก็เชิญไสหัวกลับไปไอ้ดยุกเวร” พูดพร้อมชูนิ้วกลางใส่ด้วยสีหน้าบึ้งตึง ทว่าไบรอันกลับทำหูทวนลม
“เ้ามีสิทธิ์ตอบแค่ตกลงเท่านั้น”
“ข้าไม่ทำ ข้าจะอยู่ที่นี่”
“เป็คำสั่งจากาา เ้าไม่มีสิทธิ์คัดค้าน”
“าาเรอะ เหอะ นี่มันบังคับกันแล้วโว้ย”
“เ้าโวยวายไปเถอะ เพราะยังไงเ้าก็ต้องทำอยู่ดี คำสั่งาาถือเป็คำขาดเ้าก็รู้” คำพูดของไบรอันแฝงไว้ด้วยบารมีน่าเกรงขามเฉกผู้มีอำนาจเหนือกว่า พร้อมแลมองดวงหน้างามหยดที่สบตาเขาโดยปราศจากความกลัว แถมยังทำท่าทีพร้อมจะไล่เตะเขาทุกเมื่ออีก
“พรุ่งนี้ข้าจะส่งคนมารับ เตรียมตัวให้พร้อมแล้วกัน หรือถ้าเ้าอยากหนีก็ตามใจ ถึงอย่างไรข้าก็ตามหาเ้าเจออยู่ดี” พูดจบก็ถอนสายตาจากดวงหน้าของโจชัวแล้วเดินออกไปด้วยท่าทีเหนือกว่า
โจชัวมองแผ่นหลังกว้างที่ค่อย ๆ เลือนหายไปก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดแรง ให้ตายเถอะ ทำไมาาต้องให้เขาไปเป็อาจารย์ด้วยเนี่ย อีกอย่างหนึ่งคือพระองค์มั่นใจได้อย่างไรว่าคนอย่างเขาจะไม่โมโหจนเผลอตื๊บเด็กเข้าสักวัน!